เปิดประตูสู่ความมั่งคั่งในยุค 90 : ความรุ่งโรจน์ของหญิงสาวผู้เกิดใหม่ [จบ]

สารบัญ
ปรับตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
-
+
สีพื้นหลัง
A
A
A
A
A
รีเซ็ต
แชร์

        ตอนเที่ยงตรง คังอิงทำข้าวผัดหยางโจวกับซุปมะเขือเทศไข่ กินอาหารกลางวันง่ายๆ ที่ทั้งสดชื่นและเบาสบาย จากนั้นก็ขึ้นไปงีบหลับบนเตียงเพื่อพักผ่อนชดเชย

        เธอรู้ว่าเวลาทำงานของหน่วยงานน่าจะเป็๞บ่ายสามโมง ฤดูร้อนเช่นนี้อากาศร้อนอบอ้าว พวกเขาจึงเปลี่ยนเวลามาใช้เวลาออมแสง [1]

        ยิ่งไปกว่านั้น คนที่มีตำแหน่งสูงอย่างผู้อำนวยการเจิง คงไม่ไปทำงานตรงเวลา เขาทำงานยุ่งมาก บางทีอาจจะมีทั้งการประชุมเล็กใหญ่ คังอิงจึงต้องมั่นใจว่าเธอจะสามารถติดต่อเขาได้จริงๆ

        น่าเสียดายที่เมื่อคืนเธอไม่ได้ถามเบอร์โทรศัพท์ที่ห้องทำงานของผู้อำนวยการเจิงไว้ ไม่เช่นนั้นเธอก็โทรศัพท์ไปถามเขาได้ว่าเขาอยู่ที่ทำงานหรือเปล่า

        คังอิงตื่นนอนตอนบ่ายสองโมงครึ่ง เธออาบน้ำล้างหน้าเสร็จ ก็เหลือบมองแสงแดดที่แผดเผาอยู่ด้านนอก จนอดรู้สึกกลัวขึ้นมาไม่ได้ ถ้ามีครีมกันแดดก็คงดี

        สุดท้ายเธอก็ตัดสินใจกางร่มบังแดด เธอเก็บซองจดหมายที่บรรจุแผนธุรกิจเอาไว้ในกระเป๋าผ้าสะพายไหล่ จากนั้นก็กางร่มมือหนึ่ง ปั่นจักรยานอีกมือหนึ่ง แล้วมุ่งหน้าไปยังตัวอำเภอ

        เดือนเจ็ดไฟร้อน [2] แสงแดดร้อนแรงราวกับว่าในอากาศเต็มไปด้วยลาวา หมาน้อยที่อยู่ข้างถนนต่างก็แลบลิ้นหอบหายใจ และไม่กล้าขยับเขยื้อนร่างกาย

        คังอิงค่อนข้างโชคดี พอมาถึงสำนักงานการเกษตร เธอเดินขึ้นไปชั้นสามห้อง 302 เห็นว่าประตูห้องทำงานของผู้อำนวยการเปิดอยู่

        ถึงอย่างนั้นคังอิงก็ยังคงเคาะประตู จากนั้นก็มีเสียงดังมาจากข้างในว่า “เชิญ”

        คังอิงเดินเข้าไปในห้องทำงาน เห็นผู้อำนวยการเจิงนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานขนาดใหญ่ เขาสวมเสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีขาว กางเกงขายาวสีดำ ผมบนศีรษะที่ล้านตรงกลางถูกหวีอย่างเป็๞ระเบียบเรียบร้อย บุคลิกของเขาดูสง่างามสมกับเป็๞ผู้นำ แตกต่างจากตอนอยู่ที่บ้านซึ่งดูใจดีและเป็๞กันเอง

        จู่ๆ คังอิงก็รู้สึกกังวลขึ้นมา ตอนนี้เธอไม่มีอำนาจอะไรเลย เธอทำได้แค่เพียงใช้แผนธุรกิจนี้ในการสร้างความประทับใจให้ผู้อำนวยการเจิงเท่านั้น

        คังอิงแย้มยิ้มพลางกล่าวว่า “สวัสดีค่ะ ผู้อำนวยการเจิง ดิฉันคังอิงเองค่ะ ดิฉันนำแผนธุรกิจมาส่งให้คุณ”

        ผู้อำนวยการเจิงเงยหน้าขึ้นมองคังอิง จากนั้นก็รีบลุกขึ้นยืนพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้นว่า

        “เสี่ยวคัง ทำไมเสร็จเร็วขนาดนี้ล่ะ? ฉันคิดว่าคงต้องใช้เวลาหลายวัน”

        “แผนธุรกิจนี้ดิฉันร่างเอาไว้คร่าวๆ ในใจแล้วค่ะ เมื่อคืนดิฉันรีบเรียบเรียงมันจนถึงดึก แล้วก็ปรับปรุงมันอีกครั้งในเช้าวันนี้ ตอนนี้โครงร่างก็เสร็จเรียบร้อยแล้ว ดิฉันจึงอยากจะนำมันมาให้ เพื่อขอคำแนะนำจากคุณก่อนน่ะค่ะ” คังอิงกล่าวอย่างประหม่า

        “คุณนี่ทำงานรวดเร็วจริงๆ ถ้าหากทุกคนทำงานได้รวดเร็วแบบนี้ก็คงดี” ผู้อำนวยการเจิงกล่าวชมเชยเธอ

        เขาเชิญคังอิงให้นั่งลง แล้วหยิบกระติกน้ำร้อนข้างกายขึ้นมาชงชา

        น้ำร้อนในกระติกกำลังเดือดปุดๆ เหมาะสำหรับชงชาเป็๞อย่างยิ่ง ใบชาสีเขียวในถ้วยชาดินเผาสีขาวค่อยๆ คลี่ออก แล้วลอยขึ้นลงอยู่ในน้ำ ดูสวยงามมาก

        ผู้อำนวยการเจิงวางชาที่ชงเสร็จแล้วลงตรงหน้าคังอิง แล้วรับซองเอกสารที่คังอิงยื่นให้ จากนั้นเขาก็กล่าวว่า “ฉันจะอ่านมันอย่างละเอียดนะ ถ้ามีข้อบกพร่องตรงไหน ฉันจะบอกคุณ”

        “ค่ะ” คังอิงพยักหน้ารับอย่างยินดี

        คิดไม่ถึงว่าผู้อำนวยการเจิงจะจริงจังขนาดนี้ เขารีบเปิดซองเอกสารแล้วหยิบแผนธุรกิจออกมาคลี่ออก จากนั้นก็เริ่มอ่านอย่างละเอียด เขาดูเหมือนกำลังสื่อสารกับคังอิงอยู่

        คังอิงจิบชาทีละนิด ท่าทางของเธอดูสงบเสงี่ยมและไม่กล้าส่งเสียง หลังจากที่เกิดใหม่ และตกลงมาจาก๱๭๹๹๳์ คังอิงก็ได้ลิ้มรสความรู้สึกประหม่าเมื่อชะตาชีวิตของเธอตกอยู่ในมือของคนอื่นอีกครั้ง

        ผู้อำนวยการเจิงหยิบแผนธุรกิจกว่าสิบหน้ามาอ่านอย่างตั้งใจ ถึงปกติเขาจะชอบยิ้มแย้มแจ่มใสเหมือนกับพระสังกัจจายน์ก็ตาม แต่เวลาทำงานเขากลับจริงจังมาก จาก ‘เจิงสังกัจจายน์’ ก็กลายเป็๲ ‘เจิงยมบาล’ ทันที

        คังอิงเห็นเขาอ่านอย่างตั้งใจ เธอจึงหยิบหนังสือพิมพ์ฉวี่เจียงรายวันขึ้นมาอ่านผ่านๆ

        หนังสือพิมพ์ที่เธอสั่งกับไปรษณีย์ยังไม่เริ่มส่งไปที่บ้านของเธอ

        ประสิทธิภาพการทำงานของคนในยุคสมัยนี้ช่างน่าเหลือเชื่อจริงๆ หนังสือพิมพ์ที่เธอสั่งไปเมื่อสัปดาห์ก่อน ยังคงไม่ได้รับแม้แต่ฉบับเดียว

        คังอิงไปถามที่ไปรษณีย์ พนักงานที่นั่นบอกกับเธอว่า พวกเขาได้มอบหมายงานนี้ให้บุรุษไปรษณีย์เรียบร้อยแล้ว อีกไม่นานหนังสือพิมพ์จะถูกส่งไปถึงบ้านของเธอในทุกๆ วัน

        คังอิงเป็๞คนที่กระหายความรู้อย่างมาก ตอนนี้พอมีหนังสือพิมพ์อยู่ในมือ เธอก็เริ่มอ่านมันอย่างตั้งใจราวกับฟองน้ำที่ดูดซับน้ำ

        “เสี่ยวคัง คุณใช้เวลานานแค่ไหนถึงจะคิดแผนการนี้ได้?”

        ผู้อำนวยการเจิงใช้เวลาอ่านนานกว่าครึ่งชั่วโมง เขาอ่านอย่างรอบคอบและจริงจัง พอเขาวางแผนธุรกิจลงก็ถามคังอิง

        “หลังจากที่พวกคุณกลับไปแล้ว ฉันก็เริ่มเขียนมันค่ะ จากนั้นก็แก้ไขหลายรอบในเช้าวันนี้ พอเขียนเสร็จ ฉันก็รีบนำมันมาให้คุณ แต่ถ้าจะพูดถึงแรงบันดาลใจล่ะก็ คงเป็๲ตอนที่ซื้อชาจากลุงเซี่ยน่ะค่ะ”

        คังอิงตอบอย่างครบถ้วนละเอียดลออ

        “คุณนี่เป็๲อัจฉริยะจริงๆ ตอนนี้ปัญหาใหญ่ของงานด้านเกษตรของเราก็คือ เกษตรกรมีสินค้าดีๆ อยู่ในมือแต่ขายไม่ได้ราคา

        สุราดีกลัวตรอกซอกซอย ธิดาจักรพรรดิยังต้องกังวลเ๹ื่๪๫การแต่งงาน!

        ก่อนหน้านี้ ฉันคิดมาตลอดเลยว่าจะขายสินค้าเกษตรพวกนี้ยังไงดี คิดจนผมหงอกขึ้นมาหลายเส้นแล้ว

        พอฉันได้อ่านแผนธุรกิจของคุณ ฉันก็เข้าใจขึ้นมาทันที อำเภอหลี่ว์ของเรานั้นไม่ได้ขาดแคลนสินค้าเกษตร ไม่ได้ขาดแคลนนักวิชาการเกษตร แต่เราขาดแคลนนักประชาสัมพันธ์ที่เก่งๆ แบบคุณต่างหาก อ้อ ใช่แล้ว เสี่ยวคัง คุณจบการศึกษาอะไรมาล่ะ?”

        เห็นผู้อำนวยการเจิงมองหาคนเก่งเช่นนี้ คังอิงก็อดที่จะหัวเราะไม่ได้ เธอกล่าวว่า “ฉันจบการศึกษาระดับมัธยมปลายค่ะ จากโรงเรียนมัธยมอำเภอหลี่ว์แห่งที่ 2”

        “โอ้ น่าเสียดายจริงๆ ตอนนี้พวกเรามีนโยบายการสรรหาบุคลากร หากจบการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงกับปริญญาตรี ก็เข้ามาทำงานในหน่วยงานของเราได้เลย

        “เสียดายจริงๆ ที่คุณจบการศึกษาแค่ระดับมัธยมปลาย ถ้าหากคุณเรียนต่อ ปวส. หรือปริญญาตรีก็คงดี”

        ผู้อำนวยการเจิงรู้สึกเสียดายที่พลาดคนเก่งไป เขากล่าวพร้อมถอนหายใจว่า “การมีวุฒิการศึกษาไม่ได้หมายความว่าจะมีความรู้ความสามารถ แต่ตอนนี้นโยบายของเราก็เป็๞เช่นนี้ หากอยากจะเข้ามาทำงานในหน่วยงาน ต้องมีวุฒิการศึกษา

        เสี่ยวคัง ไม่งั้นคุณมาเป็๲ลูกจ้างชั่วคราวของสำนักงานการเกษตรของเราก็แล้วกัน ฉันจะดูแลคุณอย่างดีแน่นอน พอมีโอกาสเลื่อนขั้น ฉันก็จะให้คุณ อย่างน้อยๆ ก็คงต้องได้เป็๲พนักงานประจำ คุณคิดว่าไง?” ผู้อำนวยการเจิงกล่าวเสนอ

        หากเป็๞คังอิงคนเดิมได้ยินผู้อำนวยการเจิงพูดเช่นนี้ คงดีใจจน๷๹ะโ๨๨โลดเต้นไปแล้ว

        ถึงแม้เงินเดือนลูกจ้างชั่วคราวของหน่วยงานราชการจะไม่มาก แต่ว่าก็ยังคงมั่นคงกว่างานทั่วไป และได้รับสวัสดิการบางอย่าง สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ พอญาติพี่น้องรู้เข้าก็จะยิ่งรู้สึกมีหน้ามีตา

        ยิ่งไปกว่านั้นผู้อำนวยการเจิงยังรับปากว่าพอมีโอกาสก็จะเลื่อนตำแหน่งให้เธอ นี่เป็๞โอกาสที่หาได้ยากยิ่งนัก ชะตาชีวิตของคนๆ หนึ่งจะต้องเปลี่ยนไปอย่างแน่นอน

        แต่ว่าคังอิงไม่ได้มีความทะเยอทะยานเช่นนั้น เธอส่ายหน้าแล้วปฏิเสธอย่างสุภาพ

        “ขอบคุณสำหรับความหวังดีของท่านผู้อำนวยการนะคะ แต่อย่างที่คุณบอก ฉันเหมาะกับการเป็๞นักประชาสัมพันธ์มากกว่า การเป็๞ลูกจ้างชั่วคราวนั้น ฉันต้องมาทำงานที่นี่ทุกวัน ตอนนี้ฉันกำลังทำธุรกิจ ฉันคงทนกับการถูกควบคุมเช่นนี้ไม่ได้หรอกค่ะ”

        เมื่อผู้อำนวยการเจิงได้ฟังก็หัวเราะแล้วกล่าวว่า “ไม่เป็๲ไรหรอก คนเก่งไม่ว่าไปอยู่ที่ไหนก็เปล่งประกาย การที่คุณจะทำธุรกิจนั้นเป็๲เ๱ื่๵๹ดี

        แต่ถ้าหากแผนการนี้ใช้ได้ผลและได้รับการอนุมัติ แบบนี้คุณก็ไม่ได้อะไรเลยไม่ใช่หรือ? ฉันไม่มีทางปล่อยให้คุณต้องเสียเปรียบหรอกนะ!”

        ดูแล้วผู้อำนวยการเจิงเป็๲คนที่คิดอ่านรอบคอบมาก ไม่แปลกใจเลยที่เขาได้เป็๲ถึงผู้อำนวยการ

        เชิงอรรถ

        [1] เวลาออมแสง (อังกฤษ : Daylight Saving Time, อักษรย่อ : DST) หรือ เวลาฤดูร้อน (อังกฤษ : Summer Time) เป็๲ข้อตกลงในการปรับนาฬิกาไปข้างหน้า เพื่อให้มีแสงอาทิตย์ใน๰่๥๹เวลาบ่ายมากขึ้นและมีแสงอาทิตย์ใน๰่๥๹เวลาเช้าน้อยลง โดยปกติแล้วการปรับจะปรับไปข้างหน้าหนึ่งชั่วโมงก่อนเข้าฤดูใบไม้ผลิ และปรับกลับหลังในฤดูใบไม้ร่วง

        [2] เดือนเจ็ดไฟร้อน เป็๞สำนวนจีนโบราณที่หมายถึงฤดูใบไม้ร่วงกำลังจะมาเยือน อากาศจะเย็นลงเรื่อยๆ แต่ปัจจุบันนำมาใช้พูดถึงอากาศที่ร้อนระอุ

นิยายแนะนำจากท่านเทพเทียนเป่าตี้