เสิ่นเล่อเหยียนสะดุดล้มลงท่ามกลางกองซากศพ มือของนางที่รู้สึกเปียกแฉะยกขึ้นช้าๆ เืที่เจิ่งนองตามพื้นดินยามนี้ยังไม่แห้งดี
ในตอนนั้นเอง สายลมเย็นพัดผ่าน เสียงบางอย่างดังแว่วมาแต่ไกล ร่างบางสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามตั้งสติไม่ให้ตนเองกลายเป็บ้าไปเสียก่อน ในหัวของนางกำลังคิดว่า เสียงนั้น...อาจเป็เสียงของใครบางคนที่ยังมีชีวิตอยู่
หญิงสาวเดินฝ่าความมืดไปตามเส้นทางของหมู่บ้าน ที่เต็มไปด้วยร่างผู้คนที่นางคุ้นเคย แต่ละใบหน้าคือความทรงจำที่ยังอบอุ่นในหัวใจ
ป้าหวังที่ชอบมาพูดคุยที่เรือนของนาง น้าหลิวที่มักมาซื้อยาบ่อยๆ และมู่หลิงหลิง พี่สาวใจดีที่มักแบ่งขนมให้ยามที่กลับมาจากในเมือง
“พี่หลิงหลิง...” เสียงของนางสั่นเครือ เมื่อเห็นร่างของหญิงสาวผู้นั้นนอนแน่นิ่งอยู่ข้างรั้วไม้ ใบหน้าของเสิ่นเล่อเหยียนอาบย้อมไปด้วยหยาดน้ำตา นางยื่นมืออันสั่นเทาเพื่อปิดดวงตาของมู่หลิงหลิงที่ยังเบิกโพลง
“ทำไม!...ทำไมถึงเป็แบบนี้!...”
หญิงสาวเขย่าร่างพี่สาวผู้ใจดี ภายในใจภาวนาขอให้มู่หลิงหลิงยังมีชีวิตอยู่ ทว่า์กลับมิได้เห็นใจชะตาชีวิตของชาวบ้านแห่งหมู่บ้านสกุลจาง เพราะร่างของนางเย็นเฉียบไปนานแล้ว
หัวใจของเสิ่นเล่อเหยียนเหมือนถูกบีบแน่น ความเ็ปแล่นปราดไปทั่วร่าง แต่ถึงอย่างนั้นหญิงสาวก็ยังฝืนลุกขึ้น วิ่งต่อไปยังเรือนหลังอื่นๆ ด้วยความหวังเล็กๆ ว่าอาจมีใครบางคนยังมีชีวิตอยู่
จนกระทั่ง นางมาถึงเรือนสกุลจาง ในหัวของหญิงสาวมองเห็นภาพพี่น้องจางต้าหลางและจางหยวนหยวน ที่มักจะเดินไปไหนมาไหนด้วยกันในหมู่บ้าน ทว่าบัดนี้...ที่นั่นกลับเงียบงันราวกับไร้สิ่งมีชีวิต
ขณะกำลังจะเดินผ่านลานหน้าเรือน เสียงบางอย่างพลันดังขึ้นเบาๆ จากมุมหนึ่ง เสียงขยับดังแ่เบาจากตะกร้าไม้ไผ่ที่มีฝาปิดอยู่
เสิ่นเล่อเหยียนชะงักไปครู่หนึ่ง หัวใจของนางยามนี้เต้นแรง ไม่เป็ส่ำ หญิงสาวค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้ พร้อมมือที่สั่นเล็กน้อย ขณะขยับร่างของมารดาจางต้าหลางที่กอดตะกร้าเอาไว้แน่นออกไป พร้อมกับเปิดฝาไม้ออก
ทันใดนั้นดวงตาของหญิงสาวพลันเบิกโพลง พร้อมสีหน้าที่ตกตะลึง ภายในตะกร้าไม้มีร่างเล็กๆ ขดตัวอยู่ เด็กหญิงตัวน้อยในชุดผ้าฝ้ายสีซีด ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยหยาดน้ำตา เมื่อเห็นเสิ่นเล่อเหยียน นางก็พลันส่งเสียงสะอื้นออกมาเบาๆ
“หยวนหยวน...” หญิงสาวอุทานเสียงสั่น พร้อมกับอุ้มร่างเล็กเข้าสู่อ้อมแขน ในใจที่เคยหวาดกลัวพลันรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาอย่างน่าประหลาด เสิ่นเล่อเหยียนโยกกายปลอบจางหยวนหยวน ราวกับกำลังปลอบใจตนเองเช่นเดียวกัน
“ไม่เป็ไรแล้วนะ หยวนหยวน พี่สาวอยู่ตรงนี้แล้ว ไม่มีใครทำร้ายเ้าได้อีก” เด็กหญิงสะอื้นซบอกของนาง เสียงร้องไห้เบาๆ ดังสลับกับเสียงลมหายใจของทั้งคู่
เสิ่นเล่อเหยียนมองร่างมารดาของจางหยวนหยวน พร้อมกับความรู้สึกที่หลากหลายประเดประดังเข้ามา นางคงจะซ่อนบุตรสาวคนเล็กเอาไว้ในตะกร้า แล้วใช้ร่างของตนเป็โล่กำบัง
บัดนี้ ทั้งหมู่บ้านเกือบสองร้อยชีวิต ถูกสังหารอย่างโเี้ เสิ่นเล่อเหยียนอุ้มจางหยวนหยวนในวัยสามขวบกลับมาที่เรือนของตน
หลังจากจุดตะเกียงเพื่อให้แสงสว่าง ยิ่งเห็นร่างแน่นิ่งของแม่เฒ่าหลี่ หญิงสาวก็ไม่อาจข่มกลั้นความรู้สึกแตกสลายเอาไว้ได้ ดวงตาพร่ามัวมองเด็กน้อยในอ้อมแขน หากก่อนหน้านี้...นางไม่เห็นจางหยวนเข้าเสียก่อน บางที...นางอาจปลิดชีพของตนตามทุกคนไปแล้วก็ได้
“ข้าจะไม่ปล่อยให้สิ่งที่เกิดขึ้นต้องสูญเปล่า...ข้าจะหาความจริงให้ได้ ว่าใครกันแน่...ที่ทำให้หมู่บ้านของเรากลายเป็เช่นนี้”
หญิงสาวเอ่ยออกมาด้วยความรู้สึกที่พังทลาย เป็ครั้งแรงที่นางรู้สึกโกรธแค้นใครสักคนอย่างจริงจัง
เด็กหญิงตัวน้อยที่อยู่ในอ้อมแขน ถึงแม้นางจะยังคงสะอื้นด้วยความเสียขวัญ ทว่าเด็กน้อยก็ราวกับรับรู้ได้ถึงความเ็ปที่เสิ่นเล่อ เหยียนมี มือน้อยๆ ยกขึ้นแตะที่ใบหน้าของหญิงสาว ก่อนจะลูบแ่เบา ราวกับกำลังปลอบประโลม
ท่ามกลางสายลมเย็นที่พัดผ่านหมู่บ้านที่เคยมีชีวิตชีวา บัดนี้เหลือเพียงความเงียบงัน และเสียงหัวใจของหญิงสาวผู้สูญเสียทุกสิ่ง
หมู่บ้านสกุลจางที่เคยเงียบสงบ และเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ บัดนี้เหลือเพียงกลิ่นคาวเืที่ลอยคลุ้งในอากาศ คนในหมู่บ้านเกือบสองร้อยชีวิตสิ้นลมหายใจ เหลือเพียงเสิ่นเล่อเหยียนและเด็กหญิงตัวน้อยจางหยวนหยวนที่ยังมีชีวิตอยู่
สองผู้รอดชีวิต นอนกอดกันอยู่ที่มุมหนึ่งภายในห้อง
กระทั่งรุ่งเช้าพระอาทิตย์ยังไม่ขึ้น หญิงสาวปลุกเด็กน้อยในอ้อมแขน ก่อนที่นางจะเดินไปยังเรือนของหัวหน้าหมู่บ้าน หวังใช้วัวเทียมเกวียนเพื่อพานางทั้งสองเข้าไปในอำเภอ
ทว่า...สัตว์ในหมู่บ้านก็ถูกสังหารจนสิ้นไม่ต่างกัน
ร่างบางจึงให้จางหยวนๆ ขี่หลังของตน เดินเท้าเข้าสู่อำเภอเฟิงหลิน แต่ไม่รู้ด้วยเหตุใด วันนี้กลับแตกต่างนัก ระยะทางกว่าสามสิบลี้ไม่มีผู้คนผ่านไปมาเลยแม้แต่คนเดียว
“หยวนหยวน เ้ารอหน่อยนะ พี่สาวจะพาเ้าไปแจ้งเ้าหน้าที่ เพื่อทวงความเป็ธรรมให้แก่ทุกคน” หญิงสาวเอ่ยกับเด็กน้อยที่อยู่บนหลัง
เสิ่นเล่อเหยียนเดินเท้าราวครึ่งชั่วยาม นางจึงนึกขึ้นได้...ไม่ไกลจากที่นั่น มีหนึ่งหมู่บ้านเล็กๆ ชื่อหมู่บ้านหนานโถ เล็กกว่าหมู่บ้านสกุลจาง มีราวๆ ยี่สิบหลังคาเรือน นางเคยไปรักษาคนเจ็บกับท่านอาจารย์อยู่หลายหน ร่างบางเปลี่ยนเส้นทางไปที่นั่นทันที
“ช่วยด้วย! ช่วยเราสองคนด้วย!”
เมื่อเข้าใกล้ทางเข้าหมู่บ้าน หญิงสาวะโเพื่อขอความช่วยเหลือทันที ยามนั้นพระอาทิตย์เริ่มโผล่พ้นขอบฟ้า ชาวบ้านหลายคนต่างก็ลุกขึ้นมาหุงหาอาหาร
เมื่อได้ยินเสียงเรียก คนเ่าั้ต่างก็เดินออกมาดู เมื่อเห็นหญิงสาวในชุดที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเื พร้อมกับแบกเด็กน้อยเอาไว้ด้านหลัง ทุกคนก็แสดงสีหน้าใทันที
“เกิดอะไรขึ้นกัน! นั่น! เ้ามิใช่ลูกศิษย์ท่านหมออวี๋หรือ”
“ท่านป้า ท่านช่วยเราสองคนด้วยเ้าค่ะ เรียกหัวหน้าหมู่บ้านให้ข้าหน่อย” ร่างบางทรุดกายลงพร้อมอ้อนวอนหญิงวัยกลางคนทั้งน้ำตา
คนเ่าั้เองก็เคยได้รับความช่วยเหลือจากหญิงสาวไม่น้อย พวกเขาต่างไม่นิ่งดูดาย รีบวิ่งไปยังเรือนของหัวหน้าหมู่บ้านทันที
“เกิดอะไรขึ้น! แม่หนูเสิ่น” ชายชราอายุราวห้าสิบ เดินตามหญิงวัยกลางคนมายังจุดที่นางรออยู่ ยามนี้คนทั้งหมู่บ้านต่างรุมล้อมสองคนที่เข้ามาขอความช่วยเหลือ
“คนในหมู่บ้านของข้า!...ถูกใครก็ไม่รู้สักหารจนสิ้น ตอนนี้ไม่มีใครรอดชีวิตสักคนแล้วเ้าค่ะ ได้โปรด! ท่านช่วยพาข้าและหยวนหยวนเข้าไปแจ้งความในอำเภอที” หญิงสาวเอ่ยขอร้องชายชรา พร้อมกับบอกเล่าเื่ราวที่เกิดกับหมู่บ้านสกุลจาง
“ได้! ได้! เช่นนั้นเ้ารอตรงนี้ ข้าจะให้บุตรชายไปเตรียมเกวียนออกมา วันนี้ข้าจะไปขอร้องความเป็ธรรมกับเ้าเอง”
หลังจากหัวหน้าหมู่บ้านหนานโถวเดินกลับเรือน หญิงชาวบ้านหลายคนต่างสอบถามเื่ราวเสียงเซ็งแซ่
เพียงไม่นาน หัวหน้าหมู่บ้านและบุตรชายก็ขับเกวียนมาหยุดที่ตรงหน้าหญิงสาว เสิ่นเล่อเหยียนส่งจางหยวนหยวนขึ้นไปก่อน ส่วนตนเองก็ะโตามไปอีกที
เกวียนวัวแห่งหมู่บ้านหนานโถว มุ่งหน้าเข้าสู่อำเภอเฟิงหลินเพื่อแจ้งความ แม้ร่างกายของนางยามนี้จะอ่อนแรงนัก แต่หัวใจกลับยังคงยึดมั่นในสิ่งเดียว ต้องตามหาตัวฆาตกรและคืนความยุติธรรมให้แก่ชาวบ้านเกือบสองร้อยชีวิตที่ถูกฆ่าตาย
เมื่อถึงศาลอำเภอเฟิงหลิน เ้าหน้าที่ด้านหน้าต่างตกตะลึงกับสภาพของหญิงสาวและเด็กน้อยในอ้อมแขน เสิ่นเล่อเหยียนตีกลองเพื่อร้องทุกข์ ทว่ายามนี้นายอำเภอกลับยังคงนอนเป็อัมพาตอยู่บนเตียง
ในตอนนั้นเอง ชายวัยกลางคนร่างสูงแต่งกายดูแตกต่างจากเ้าหน้าที่ของอำเภอ เดินเข้ามาสอบถามหญิงสาว พร้อมพิจารณาสภาพของนาง
“แม่นาง เ้าตีกลองร้องทุกข์ด้วยเื่ใดหรือ”
เสิ่นเล่อเหยียนชะงักเล็กน้อย ก่อนจะก้มหัวคำนับชายผู้นั้น
“ข้าน้อยเสิ่นเล่อเหยียน ้าร้องทุกข์ให้กับชาวบ้านจากหมู่บ้านสกุลจางเกือบสองร้อยชีวิต ที่ถูกฆาตกรรมเมื่อวานนี้เ้าค่ะ”
คนที่เดินผ่านไปมาต่างหยุดฟังด้วยความใ ไม่ต่างจากชายร่างสูงที่มีสีหน้าตกตะลึงเช่นเดียวกัน
“ข้าคือผู้แทนชั่วคราวของนายอำเภอ ขอแม่นางตามเข้ามาด้านใน เร็วเข้า! เปิดศาล!” เสียงะโของผู้แทนที่ถูกส่งมาจากเมืองหลวงดังลั่น และนางได้รู้ในภายหลังว่าเขาชื่อ เย่ิเช่อ
เื่ราวต่างๆ ที่เกิดขึ้น ได้ถูกบอกเล่าแก่ผู้แทนเย่อย่างละเอียด หญิงสาวเล่าไปร้องไห้ไปพร้อมกอดจางหยวนหยวนเอาไว้ในอ้อมแขน ทั้งที่คิดว่าตนเองจะสามารถเข้มแข็งขึ้นบ้างแล้ว ทว่าเมื่อต้องเล่าถึงการสูญเสียเมื่อวาน นางพลันรู้สึกร่างกายสั่นเทาขึ้นมาอีกครั้ง
ชาวบ้านที่เข้ามาดูการเปิดศาลเพื่อร้องทุกข์ของเสิ่นเล่อเหยียนและจางหยวนหยวน หลายคนต่างอดร้องไห้ตามหญิงมิได้ ไม่มีใครสามารถประเมินได้ว่า สิ่งที่นางประสบมันเลวร้ายเพียงใด เพียงแค่ได้ฟังก็รู้สึกเ็ปตามไปด้วย
หลังสอบถามข้อมูลบางส่วน ผู้แทนเย่ได้รีบสั่งการเ้าหน้าที่ให้รีบเดินทางไปยังหมู่บ้านสกุลจางทันที และเมื่อไปถึงที่นั่น...เ้าหน้าที่ทั้งหมดต่างก็ไม่อยากจะเชื่อสายตาของตน ที่นั่น...ไร้สิ่งมีชีวิตอื่นใดนอกจากพวกเขา แม้กระทั่งสัตว์เลี้ยงก็ถูกฆ่าตายไม่เหลือสักตัว
