"กลับไปหาครอบครัวคุณกันเถอะ" ชาร์ลส์เอ่ยขึ้น
โรแลนด์ส่ายหน้า "ผมกำลังถูกตามล่าอยู่ ถ้ากลับไปตอนนี้... อาจเป็อันตรายทั้งตัวผมเองและครอบครัว"
ชาร์ลส์พอจะเดาได้ว่าใครเป็คนตามล่าโรแลนด์ แต่เขาต้องระวังตัว การรู้มากเกินไปอาจทำให้น่าสงสัย เขาจึงเลือกที่จะล่อให้อีกฝ่ายพูดออกมาเอง
"ใครตามล่าคุณอยู่?" ชาร์ลส์ถาม "บอกผมมา จะได้จัดการก่อนพาคุณกลับ ผมมีคนรู้จักฝีมือดีในสมาคม ถ้ายังไม่พอ ลองแจ้งรายละเอียดมา ถ้าเป็กลุ่มอันธพาลหรือพวกมีอิทธิพลผิดกฎหมาย สามารถแจ้งทหารพิทักษ์เมืองได้ กลุ่มพวกนี้ทางการน่าจะจัดการได้อยู่แล้ว"
เขาหันไปทางนายท่าน "แน่นอนว่ากลุ่มที่ว่าต้องไม่มีพวกคุณอยู่ด้วย ผมพูดถึงพวกอื่นนะ"
"คุณช่วยไม่ได้หรอก" โรแลนด์ส่ายหน้า "พวกที่ตามล่าผม... เป็องค์กรลับ"
"องค์กรไหน?"
"องค์กรแปลอักษร"
'เสร็จละ' ชาร์ลส์คิดในใจ แต่ภายนอกเขาแสร้งทำเป็นึกอะไรบางอย่างออก "องค์กรแปลอักษร..." เขาทำท่าครุ่นคิด "จำได้แล้ว องค์กรนั้นถูกทำลายไปแล้วนี่"
"อะไรนะ?" โรแลนด์อุทาน "ได้ยังไง?"
"ผมก็ไม่รู้"
"แล้วคุณรู้ได้ยังไงว่าองค์กรนั้นถูกทำลายไปแล้ว?"
"เพื่อนร่วมงานในสมาคมที่เคยทำงานด้วยกันบอกมา เขาเมาแล้วเล่าให้ฟัง" ชาร์ลส์ตอบ "เขาทำงานคลุกคลีกับโลกใต้ดินอยู่บ่อยๆ"
โรแลนด์นิ่งไป สีหน้าเคร่งเครียด ก่อนจะหันไปมองนายท่าน "คุณรู้เื่นี้ไหม?"
นายท่านส่ายหน้าช้าๆ "นี่เป็ข่าวใหม่สำหรับผมเหมือนกัน"
"ถ้าเป็อย่างนั้นจริง..." โรแลนด์หันกลับมาหาชาร์ลส์ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความกังวล "ไมเคิลล่ะ? คุณรู้อะไรเกี่ยวกับเขาบ้าง?"
ชาร์ลส์ทำท่านึกย้อน "จำได้แล้ว หมออีกคนที่หายตัวไปใช่ไหม? ผมเห็นประกาศตามหาตัวเขาที่สมาคม" เขาเว้นจังหวะเล็กน้อย "แล้วเขาเกี่ยวอะไรด้วย? หรือเขาถูกองค์กรนั้นตามล่าเหมือนกับคุณ?"
โรแลนด์พยักหน้า
"แล้วคุณรู้ไหมว่าไมเคิลอยู่ไหน?" ชาร์ลส์ถาม "ผมจะได้พาเขากลับไปหาครอบครัวด้วยเลย"
ชาร์ลส์เหลือบมองนาฬิกาบนโต๊ะ ตอนนี้ไม่มีใครถือครองมันไว้ เขาจึงสามารถใช้พลังได้อย่างปลอดภัย ก่อนหน้านี้เขาหลีกเลี่ยงการใช้พลังเพราะกลัวว่าคนที่ถือนาฬิกาอยู่จะได้ยินเสียงดังในหัวและเกิดความสงสัย แต่ตอนนี้นาฬิกาถูกวางทิ้งไว้บนโต๊ะ ชาร์ลส์จึงใช้พลังกับโรแลนด์ ทำให้เขาเผลอและจดจ่อกับเื่ของไมเคิลเพียงอย่างเดียว
"แม้ก่อนหน้านี้ผมจะเป็คนแนะนำให้ไมเคิลมาหลบซ่อนที่นี่ก็ตาม..." โรแลนด์พูดออกมาราวกับถูกสะกด "แต่ตลอดเวลาที่อยู่ที่นี่ ผมก็ไม่เคยเจอหน้าเขาเลย ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาอยู่ที่ไหน"
ชาร์ลส์รู้สึกถึงพลังที่ถูกดูดกลืนมากขึ้นเล็กน้อย ในตอนที่ใช้พลังกับบาร์โธโลมิวและฮัมฟรีย์ก่อนหน้านี้เขาก็รู้สึกเช่นเดียวกัน แต่ตอนต่อสู้ในห้องใต้ดินที่เขาไม่ทันได้สังเกตว่าพลังถูกย่อยไปมากแค่ไหน เพราะตอนนั้นเป็่เอาชีวิตรอด
จากนั้นชาร์ลส์ก็พูดกับโรแลนด์ "ถ้าองค์กรนั้นไม่อยู่แล้ว ช่วยผมตามหาไมเคิลด้วย แล้วผมจะพาพวกคุณกลับไปหาครอบครัว"
แต่โรแลนด์กลับส่ายหัวปฏิเสธ "ไม่ได้มีแค่พวกนั้นที่ผมหลบหนี..."
คำพูดนั้นทำให้ชาร์ลส์สงสัย อะไรกันที่ทำให้ทั้งไมเคิลและโรแลนด์ต้องหนีมา เขาจึงใช้พลังอีกครั้ง พยายามทำให้โรแลนด์หลุดปากพูดความจริงออกมา
คำพูดหนึ่งกำลังจะหลุดออกจากปากของโรแลนด์ แต่ทันใดนั้น ประตูก็ถูกเปิดออก ชายคนหนึ่งรีบเดินเข้ามาหานายท่านอย่างร้อนรน
"นายท่าน" เขาพูดเสียงเร่งรีบ "เื่ที่ให้ไปสืบมา... เขาเคยมาที่เขตเมืองเก่าครั้งหนึ่ง และถูกจับตัวไปโดยคนสองคน จากนั้นก็โผล่มาอีกครั้งโดยมากับชายที่ดูภูมิฐานคนหนึ่ง"
ชาร์ลส์รู้ได้ทันทีว่านั้นคือเื่ของตัวเขาเอง 'ทำไมพวกนี้ถึงละเอียดรอบคอบขนาดนี้' เขาสบถในใจ 'ไล่สืบเื่ของเรามาก่อนหน้านี้เสียอีก'
นายท่านพยักหน้ารับฟังข้อมูล ก่อนเขาหันมามองชาร์ลส์ด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป
"คุณเรเวนส์ครอฟต์..." นายท่านเอ่ยช้าๆ "ดูเหมือนคุณจะรู้อะไรมากกว่าที่พูด"
"และดูเหมือนพวกคุณจะรู้จักผมดีกว่าที่ผมคิด" ชาร์ลส์ตอบกลับ น้ำเสียงนิ่ง แม้ในใจจะเริ่มระแวดระวังมากขึ้น
"จับตัวเขาไว้!" นายท่านะโสั่ง
ชายร่างล่ำสันกับชายที่มีแผลเป็พาดจากหูถึงคางพุ่งเข้าหาชาร์ลส์ทันที แต่เขาไม่ได้อยู่เฉย ชาร์ลส์ปล่อยพลังใส่ชายร่างล่ำสัน ทำให้เขาสับสนชั่วขณะ ลืมว่าตัวเองกำลังจะทำอะไร
ชายแผลเป็เหวี่ยงหมัดเข้าใส่ชาร์ลส์ แต่เขาเบี่ยงตัวหลบได้ทัน ในจังหวะนั้น ชายผอมก็พุ่งเข้ามาพร้อมมีดสั้นในมือ ชาร์ลส์รีบใช้พลังกับเขา ทำให้เขาจดจ่อกับการแทงมีดมากเกินไปจนเสียจังหวะ
ชาร์ลส์ฉวยโอกาสตอนที่ชายผอมเสียหลัก ผลักเขาให้เซไปชนกับชายร่างล่ำสันที่เพิ่งได้สติ ทั้งสองล้มกลิ้งไปด้วยกัน
"น่าประทับใจ" นายท่านชักดาบสั้นออกมา "แต่ดูเหมือนคุณจะลืมไปว่าตัวเองกำลังเผชิญหน้ากับใครบ้าง"
เขาหันไปสั่งลูกน้องที่เพิ่งมารายงานข่าว "ไปตามคนอื่นมา บอกให้ปิดล้อมที่นี่ไว้" จากนั้นก็หันมาทางชายผอมที่กำลังลุกขึ้น "พาโรแลนด์ไปที่ปลอดภัยก่อน"
"แต่นายท่าน..." ชายผอมทักท้วง
ชาร์ลส์รู้ว่าสถานการณ์กำลังจะเลวร้าย เขาไม่มีเวลาให้เสียแล้ว โรแลนด์มีความลับบางอย่างที่สำคัญ เื่ที่ทำให้เขาและไมเคิลต้องหลบหนีแม้จะไม่มีองค์กรแปลอักษรแล้วก็ตาม... เื่ที่ยังไม่ได้เปิดเผย
ในจังหวะที่ทุกคนกำลังสับสนกับคำสั่งของนายท่าน ชาร์ลส์พุ่งตัวไปที่โรแลนด์ทันที ใช้พลังกับชายแผลเป็ที่พยายามขวางทาง ทำให้เขาเผลอ
"อย่าขยับ!" ชาร์ลส์ะโ จับตัวโรแลนด์ไว้แน่น "ถ้าไม่อยากให้เขาเป็อันตราย ก็อย่าเข้ามาใกล้"
"มันไม่ฆ่าหรอก!" นายท่านะโสั่งลูกน้อง "จัดการมันให้ได้!"
สมองของนายท่านทำงานอย่างรวดเร็ว ประสบการณ์ในโลกใต้ดินสอนให้เขารู้ดีว่าใครเป็ใคร ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาถูกจับตัวไปครั้งหนึ่งและถูกปล่อยออกมาโดยไม่มีร่องรอยาแใดๆ ไม่มีรอยฟกช้ำจากการซ้อม ไม่มีแผลไหม้จากการทรมาน ไม่มีแม้แต่รอยเชือกที่ข้อมือ
ในโลกใต้ดิน การสอบปากคำไม่เคยจบลงแบบนี้ ไม่ว่าจะเป็พวกอันธพาล กลุ่มอิทธิพล หรือองค์กรลับใดๆ ล้วนต้องใช้วิธีรุนแรงเพื่อให้ได้ข้อมูล มีเพียงหน่วยงานทางการเท่านั้นที่จะปล่อยตัวคนที่พวกเขาจับมาโดยไม่ทำร้าย ยิ่งถ้าให้ความร่วมมืออย่างดีด้วยแล้ว
และจากการกระทำของนักสืบคนนี้ ทั้งตอนในตลาดมืดครั้งก่อนและตอนนี้แสดงว่าเขาต้องร่วมมือกับทางการแน่นอน ถ้าเป็เช่นนั้น นั่นหมายความว่าชาร์ลส์จะไม่กล้าทำร้ายตัวประกันอย่างแน่นอน เพราะมันขัดกับหลักการของทางการ
ชาร์ลส์เห็นว่าการจับตัวประกันไม่ได้ผล จึงผลักโรแลนด์ออกห่างจากประตูทางหนี ก่อนหันไปเผชิญหน้ากับศัตรูที่เหลือ
การต่อสู้นี้เหมือนผู้ใหญ่กำลังต่อสู้กับเด็ก ในขณะที่ชาร์ลส์มีการตอบสนองและสติครบถ้วน คู่ต่อสู้ของเขากลับต่อสู้อย่างสับสน หลงๆ ลืมๆ เหมือนคนเมาที่พยายามต่อยอากาศ
ชายร่างล่ำสันพุ่งเข้ามา แต่ด้วยพลังของชาร์ลส์ เขาลืมว่าตัวเองกำลังจะทำอะไร ยืนงงอยู่กลางอากาศ ขณะที่ชายแผลเป็เหวี่ยงหมัดมาอย่างแรง แต่สมองที่ถูกรบกวนทำให้เขากะระยะผิด หมัดพลาดเป้าไปไกล
ชายผอมพยายามจะใช้มีด แต่ความคิดที่สับสนทำให้เขาแทบจะถือมีดไม่อยู่ บางครั้งก็ลืมไปว่าในมือมีอาวุธ พวกเขาเหมือนคนเมาที่เดินชนกันไปมา ในขณะที่ชาร์ลส์เคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่วและแม่นยำ หลบหลีกการโจมตีที่ไร้จุดหมายของพวกเขาได้อย่างง่ายดาย
การปะทะนี้ชาร์ลส์สามารถจัดการพวกเขาได้อย่างง่ายดาย ทุกคนในห้องลงเป็กองกับพื้น เสียงการต่อสู้ก็ดึงดูดความสนใจของยามที่เฝ้าอยู่ด้านนอก เมื่อพวกเขาเปิดประตูเข้ามาเห็นสภาพภายใน หนึ่งในนั้นรีบวิ่งไปที่ระฆังเตือนภัย ส่วนอีกคนพุ่งเข้ามาช่วยเพื่อนร่วมงานทันที
ชาร์ลส์รู้ว่าต้องจัดการคนที่วิ่งไปที่ระฆังก่อน เขาปล่อยพลังใส่ชายคนนั้นทันที ทำให้เขาลืมว่าตัวเองมาทำอะไร ชายคนนั้นชะงักกลางทาง ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น พยายามนึกทบทวนความทรงจำที่เลือนราง
ส่วนชายที่พุ่งเข้ามาก็ไม่ต่างจากคนอื่น ชาร์ลส์จัดการได้อย่างไม่ยากเย็น ความมีชัยพลันทะลักท่วมท้นในร่างกาย นับั้แ่กลับมาถึงเมืองหลวงเท่าที่จำได้ เขาแทบไม่เคยได้รับรสชาติของชัยชนะเลย
ตอนประลองกับครูฝึกมอร์แกนเพื่อทดสอบจบการฝึก เขาพลาดไปนิดเดียวก็พ่ายแพ้ ตอนถูกตามล่าในเขตเมืองเก่าเพราะเข้าใจผิดก็ถูกกระแทกจนสลบ ตอนที่สู้กับไซมอนและธีโอดอร์ในที่ซ่อนลับก็าเ็หนัก และยิ่งในตอนที่สู้กับชายร่างผอมสมาชิกขององค์กรแปลอักษรในคฤหาสน์เก่าของตระกูลแฮมิลตันอีก ถ้าไม่มีโจเซฟมาช่วย ชาร์ลส์คงจะกลายเป็ศพไม่ก็วัตถุอาถรรพ์คาคฤหาสน์แห่งนั้นไปแล้ว
การเผชิญหน้ากับมหาชีวิตไม่นับ เพราะตอนนั้นไร้หนทางชนะ ต้องหนีหัวซุกหัวซุนจากลำดับมหาชีวิตออกจากบ้านหลังนั้นจนแทบเอาชีวิตไม่รอด
แต่ในตอนนี้เขาสามารถจัดการทุกคนได้อย่างง่ายดาย ง่ายจนไม่น่าเชื่อ ถ้าเป็เขาก่อนที่จะยกระดับตัวตน สู้ได้สองสามคนก็เต็มทีแล้ว
หลังจากคนที่พุ่งเข้ามาล้มลง ชาร์ลส์วิ่งไปที่ยามซึ่งยังคงยืนงงอยู่ใกล้ระฆัง ใช้พลังอีกครั้งทำให้ชายคนนั้นเผลอ ถึงแม้การทำให้คนเผลอลืมในเื่เดียวกันซ้ำๆ ติดๆ กัน จะทำได้ยากขึ้น และมีผลระยะเวลาสั้นลง แต่่เวลาสั้นๆ นั้นก็เพียงพอให้ชาร์ลส์จัดการกับชายคนนั้นได้
เมื่อชายคนนั้นล้มลง จัดการทุกคนเสร็จ สายตาของเขาสอดส่องไปรอบห้อง ท่ามกลางร่างที่นอนระเกะระกะบนพื้นนายท่านเองก็รวมอยู่ด้วย จนพบโรแลนด์ที่กำลังพยายามลุกขึ้นยืน ใบหน้าของชายร่างท้วมฉายแววหวาดกลัวปนประหลาดใจ
ชาร์ลส์รีบเดินไปค้นตัวชายที่ยึดของของเขาไว้ เรียวนิ้วัักับวัตถุในกระเป๋าเสื้อของร่างที่นอนสลบ หยิบผ้าเช็ดหน้าและขวดแก้วบรรจุยาออกมาพินิจพิเคราะห์ใต้แสงตะเกียงสลัว
แสงสีทองอ่อนสะท้อนผ่านขวดแก้วใส เผยให้เห็นของเหลวข้นหนืดสีทองอมแดงที่ส่องประกายวับภายใน ไม่มีรอยร้าวหรือตำหนิใดๆ บนผิวแก้ว แม้จะผ่านการปะทะมา ชาร์ลส์อดชื่นชมความใส่ใจของกรมปราบปรามไม่ได้ที่เลือกใช้วัสดุคุณภาพดีเยี่ยมสำหรับอุปกรณ์สำคัญ
สายตาของเขาเหลือบไปเห็นถุงเงินที่ห้อยอยู่ที่เอวของชายร่างล่ำสัน ความลังเลผุดขึ้นในใจ ความ้ากับศีลธรรม เขาตัดสินใจหยิบถุงเงินขึ้นมา น้ำหนักของเหรียญในถุงหนักอึ้งในมือ แต่ความรู้สึกผิดก็หนักยิ่งกว่า เขาจึงแบ่งเงินคืนกลับไปส่วนหนึ่ง ปลอบประโลมตนเองทำให้มโนธรรมในใจพลันเบาสบายขึ้น
เมื่อเก็บของมีค่าเรียบร้อย เขาหันกลับไปมองโรแลนด์ที่ยังคงมีสีหน้าหวาดกลัวปนประหลาดใจ ดวงตากลมโตจับจ้องมาที่เขาราวกับเพิ่งเห็นสิ่งมหัศจรรย์
