ตัวคนก็ได้รับการช่วยเหลือแล้ว ยาก็ให้ไปแล้ว เื่ภายในครอบครัวนั้นซับซ้อนยากตัดสินถูกผิด หลิวซื่อไม่คิดจะเข้าไปข้องเกี่ยวกับเื่ราวภายในบ้านของหวังชีมากไปกว่านี้
หลี่ชิงชิงและหวังเยวี่ยรับคำ
คนสกุลหวังคิดว่าทั้งสามจะรั้งอยู่อีกนาน คิดไม่ถึงว่ายังไม่ถึงหนึ่งเค่อพวกเขาก็กลับมาแล้ว
ผู้เฒ่าหวังเอ่ยถามด้วยความกังวล “เกิดอะไรขึ้นหรือ?”
สีหน้าของหลิวซื่อฉายแววตื่นตระหนกเล็กน้อย นางเอ่ยว่า “ทันทีที่หวังเหนียนกลับมาก็คุกเข่าสำนึกผิดกับจ้าวซื่อเดี๋ยวนั้น หวังจูเองก็ตามกลับมาเพื่อขอโทษในนามของหวังเหอเช่นกัน อีกทั้งยังบอกว่าการมาครั้งนี้ค่อนข้างฉุกละหุกไปสักหน่อย คราหน้านางจะนำไก่กลับมามอบให้จ้าวซื่อกับสามพี่น้องหวังซื่อจู่ได้ทานด้วย คนจากบ้านมารดาของจ้าวซื่อเองก็มาเช่นกัน พวกเขาพยายามปลอบประโลมไม่ให้จ้าวซื่อคิดสั้นอีก จ้าวซื่อเองก็หยุดร้องไห้แล้ว เมื่อชิงชิงเห็นจ้าวซื่อดีขึ้นมากแล้วจึงไม่รั้งอยู่ต่อนาน พวกเราจึงได้กลับมา”
ในใจของหลี่ชิงชิงคิดว่าเฟิ่งซื่อคุกเข่าให้จ้าวซื่อ หวังเหนียนเองก็รับผิดอย่างถึงที่สุดเช่นกัน แม้แต่พี่สาวคนโตของสามีหวังจูเองก็ยังให้ความสำคัญกับนาง เมื่อรู้ว่าจ้าวซื่อแขวนคอฆ่าตัวตายก็พุ่งตัวมาจากบ้านทันที อีกทั้งยังตั้งใจจะนำไก่มามอบให้จ้าวซื่อทานอีกต่างหาก คนในตระกูลหวังดีต่อจ้าวซื่อไม่เลวเลย ก็ได้แต่หวังว่าจ้าวซื่อจะคิดได้ในเร็ววัน ต่อไปในภายภาคหน้าก็อย่าได้คิดสั้นทำเื่โง่ๆ อีก
หวังเยวี่ยเอ่ยว่า “ดูท่าจ้าวซื่อคงจะคิดตกแล้ว”
ผู้เฒ่าหวังกับหวังจื้อเอ่ยขึ้นพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย “ดีเลย เป็เช่นนี้ดียิ่ง”
จางซื่อค่อยๆ เอ่ยออกมาว่า “วันพรุ่งนี้ข้าจะไปเยี่ยมจ้าวซื่อเ้าค่ะ”
หลิวซื่อเอ่ยว่า “อืม พรุ่งนี้เ้าไปเยี่ยมนางสักหน่อย ทุกคนไปให้กำลังใจนางเยอะๆ นางจะได้คิดเื่ราวดีๆ มากขึ้น”
หลี่เอ้อร์หลินเอ่ยด้วยความเป็ห่วงว่า “น้องสาว ลำบากเ้าแล้ว เ้ารีบกลับเข้าไปพักผ่อนก่อนเถิด”
หลิวซื่อเอ่ยกับคนในครอบครัวอีกครั้ง “ใช่แล้ว เมื่อครู่ทั้งครอบครัวของหวังชีรวมถึงคนจากตระกูลจ้าวล้วนขอบคุณชิงชิง หวังเหนียนถึงขนาดจะคุกเข่าโขกศีรษะให้ชิงชิง ทว่าเป็พี่ชายจะมาทำเช่นนั้นให้ภรรยาของน้องชายได้อย่างไร ข้าห้ามเขาเอาไว้ก่อน เพียงให้หวังซื่อจู่สามพี่น้องโขกศีรษะขอบคุณชิงชิงก็พอ”
หลี่ชิงชิงทอดสายตามองคนในครอบครัวที่รายล้อมอยู่รอบๆ ก่อนจะเอ่ยว่า “ทุกคนล้วนเหนื่อยกันมามากแล้ว รีบเข้าไปพักกันเถิดเ้าค่ะ”
วันนี้เป็วันดีของครอบครัวสกุลหวัง ทุกคนล้วนทำงานหนักกันทั้งสิ้น ยามบ่ายยิ่งเกิดเื่จ้าวซื่อแขวนคอฆ่าตัวตายขึ้น ในใจของทุกคนล้วนห้อยค้างอยู่กลางอากาศ รู้สึกตึงเครียดกันไม่น้อย
สมาชิกครอบครัวสกุลหวังแยกย้ายกันไปอาบน้ำพักผ่อน
หวังเยวี่ยนอนแผ่อยู่บนเตียง คิดถึงเื่ที่ตนมิอาจตั้งครรภ์ได้ ไม่รู้ว่าหลี่ชิงชิงจะสามารถตรวจหาสาเหตุของโรคพบหรือไม่ นางพลิกตัวกลับไปกลับมา หมุนแล้วหมุนอีก สุดท้ายเวลาล่วงเลยจนถึงเที่ยงคืนนางถึงได้หลับลง
วันถัดมาหลี่ชิงชิงให้หวังเลี่ยงและหวังจื้อไปซื้อแป้ง น้ำตาลรวมถึงส่วนผสมอื่นๆ ในเมือง แล้วก็ถือโอกาสแวะไปส่งพริกสับสองกระปุกให้เซียงเยวี่ยไจ รวมถึงขอให้หลี่เอ้อร์หลินช่วยทำซึ้งนึ่งให้ด้วย
พริกไทยสับผ่านการดองมาแล้วหนึ่งเดือน ยามนี้กำลังหอมได้ที่ จะนำมาใช้นึ่งหัวปลา ผัดไข่ ผัดเนื้อ ผัดผักก็ล้วนช่วยชูรสความอร่อยทั้งสิ้น
นางได้แต่หวังว่าหม่าเซี่ยงหนานหลงจู๊แห่งเซียงเยวี่ยไจ จะค้นพบมูลค่าทางการค้าของพริกสับและซื้อสูตรพริกสับเหมือนที่เขาซื้อสูตรไข่เค็มครั้งที่แล้ว
มิใช่ว่าสิ่งที่นาง้ามากที่สุดคือเงินหรอกหรือ เมื่อรวมกับการทำพริกสับที่จำเป็ต้องใช้แรงงานคนจำนวนมาก นางจึงตัดสินใจจะขายสูตรพริกสับทิ้ง เพียงแต่นางไม่รู้ว่าจะประสบความสำเร็จอย่างราบรื่นเหมือนครั้งล่าสุดที่นางขายสูตรไข่เค็มหรือไม่
หวังจื้อและพี่น้องรับภารกิจ หลังจากที่ถึงเมือง เื่แรกที่พวกเขาทำก็คือไปเซียงเยวี่ยไจเพื่อส่งพริกสับ
หม่าเซี่ยงหนานบังเอิญอยู่ด้วยพอดี หลังจากได้รับพริกสับเขาก็รู้สึกยินดีเป็อย่างยิ่ง เอ่ยว่า “เ้านายของพวกเราเดินทางขึ้นเหนือ รอจนเขากลับมา ข้าจะนำสิ่งนี้ไปมอบให้เขาอย่างแน่นอน”
พี่น้องหวังจื้อและหวังเลี่ยงลอบคิดในใจว่า ที่แท้หม่าชิงก็เดินทางขึ้นเหนือนี่เอง
สำหรับทั้งสองคนที่ไม่เคยไปเยือนแม้แต่เมืองเซียง เมืองทางเหนือนับว่าห่างไกลเกินกว่าจะเอื้อมถึง
ในยามนั้นเองสตรีมีอายุรูปร่างขาวอวบตามฉบับคนร่ำรวยสวมใส่ชุดผ้าฝ้ายสีน้ำเงินใหม่กว่าเก้าส่วนพลันเดินเข้ามา นางเอ่ยกับเสี่ยวเอ้อร์ร่างผอมราวไม้ไผ่ที่ค่อนข้างคุ้นหน้าคุ้นตาอย่างความรีบร้อนว่า “เร็วเข้า รีบนำจินอวี๋หม่านถังมาให้ข้ายี่สิบฟอง ข้าจะนำกลับไปบ้านท่านพ่อท่านแม่ ให้ท่านพ่อท่านแม่ได้ลองทาน”
เสี่ยวเอ้อร์ตรงเข้าต้อนรับนางด้วยความกระตือรือร้นและเอ่ยว่า “ท่านป้าหลิว โชคร้ายเหลือเกิน จินอวี๋หม่านถังเหลือไม่มากแล้ว ตอนนี้มีเพียงสิบหกฟองเท่านั้นขอรับ”
ป้าหลิวเอ่ยด้วยความใว่า “เอ๋ เมื่อวานเ้ามิได้บอกว่ายังเหลือจินอวี๋หม่านถังอยู่อีกเยอะหรือ?”
“เมื่อเย็นวานนี้มีพ่อบ้านจากตระกูลคหบดีแห่งเมืองเซียงคนหนึ่งมาเยือนที่นี่ เขาขี่ม้าตัวใหญ่มา อีกทั้งยังพาเด็กรับใช้ติดตัวมาด้วยสองคน เพียงพริบตาก็กว้านซื้อจินอวี๋หม่านถังไปถึงสี่ร้อยฟองเลยขอรับ” เสี่ยวเอ้อร์รีบร้อนขอโทษขอโพย “ท่านป้าหลิว ต้องขออภัยเป็อย่างยิ่ง ข้าไม่รู้ว่าจะมีคนจากเมืองเซียงมาซื้อจินอวี๋หม่านถังของพวกเราขอรับ”
“คหบดีจากเมืองเซียงถึงขนาดมาเยือนเมืองเล็กๆ ของเราเพื่อซื้อจินอวี๋หม่านถังเชียวหรือ” ป้าหลิวทั้งใระคนยินดี ในใจคิดว่าหากท่านพ่อท่านแม่ทราบว่าจินอวี๋หม่านถังขายดิบขายดีเพียงนี้ แต่นางก็ยังสามารถซื้อมาให้พวกเขาทานได้ พวกเขาต้องดีใจมากเป็แน่
หวังจื้อสองพี่น้องยืนฟังบทสนทนาของเสี่ยวเอ้อร์กับป้าหลิวที่เอะอะก็เอ่ยถึงจินอวี๋หม่านถัง นั่นก็จินอวี๋หม่านถัง นี่ก็จินอวี๋หม่านถัง พวกเขาจึงคิดว่ามันต้องเป็อาหารที่เยี่ยมยอดมากเป็แน่
รอกระทั่งเสี่ยวเอ้อร์ยกไข่เค็มสิบหกฟองมาให้ป้าหลิว และป้าหลิวทำการจ่ายเงินเรียบร้อยแล้ว หวังจื้อสองพี่น้องถึงได้รู้ว่าจินอวี๋หม่านถังที่ว่าก็คือไข่เค็มนี่เอง หลังจากนั้นพวกเขาก็เพิ่งได้รู้ว่าราคาที่ขายที่นี่ แพงกว่าที่บ้านของพวกตนหลายเท่า หนึ่งฟองราคาสูงถึงสี่เหรียญทองแดง พวกเขาจึงอดไม่ได้ที่จะหันมองหน้ากันและกัน
หม่าเซี่ยงหนานเก็บภาพสีหน้าของหวังจื้อและหวังเลี่ยงสองพี่น้องเอาไว้ลึกสุดใจ กระทั่งป้าหลิวกลับไปอย่างเบิกบานใจแล้ว เขาถึงได้หัวเราะออกมาเสียงดัง “จินอวี๋หม่านถังคือชื่อที่เ้านายของพวกเราตั้งให้ไข่เค็ม ยามนี้จินอวี๋หม่านถังถือเป็อาหารรสเลิศที่รู้จักกันดีในเมืองเซียง”
ปากของหวังจื้อโง่งม เขาพ่นออกมาหนึ่งประโยค “นายท่านหม่าช่างฉลาดเฉลียวจริงๆ”
“ถูกต้อง เ้านายของพวกเราคือพ่อค้าอัจฉริยะ” หม่าเซี่ยงหนานเอ่ยด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ ส่วนเสี่ยวเอ้อร์ที่อยู่ด้านข้างก็พลอยยืดอกรับด้วยเช่นกัน
ยามที่สองพี่น้องหวังจื้อหวังเลี่ยงกำลังจะจากไป หม่าเซี่ยงหนานก็เอ่ยรั้งพวกเขาเอาไว้ สั่งให้เสี่ยวเอ้อร์รีบไปห่อของว่างและอาหารแห้งมา พร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงใจน่าฟังว่า “เมื่อดื่มน้ำย่อมคิดถึงแหล่งน้ำ เมื่อได้ดีแล้วก็จงอย่าลืมที่มา นายท่านของพวกเรารู้สึกขอบคุณแม่นางหลี่ชิงชิงยิ่งนักที่ยอมขายสูตรทำไข่เค็มให้ เนื่องจากนายท่านเดินทางขึ้นเหนือจึงไม่ได้มาขอบคุณแม่นางหลี่ชิงชิงด้วยตนเอง ครานี้แม่นางหลี่ชิงชิงคิดค้นอาหารแปลกใหม่ก็นำมาให้พวกเราได้ลองอีก สำหรับเซียงเยวี่ยไจแล้ว นับว่าเป็เื่สำคัญยิ่ง ข้าต้องขอขอบพระคุณแทนนายท่านมากจริงๆ ของว่างเหล่านี้ไม่นับเป็ของมีค่าอันใด ฝากพวกท่านนำกลับไปให้แม่นางหลี่ชิงชิงได้ทานด้วยขอรับ”
หวังจื้อกลัวว่าหากรับไว้จะถูกหลิวซื่อด่า จึงยืนกรานไม่ยอมรับ หม่าเซี่ยงหนานจึงได้เอ่ยว่า “หากพวกท่านไม่รับไว้ ข้าจะสั่งให้เขานำมันไปมอบให้ที่บ้านพวกท่านแทนนะขอรับ”
เสี่ยวเอ้อร์เอ่ยพร้อมเสียงหัวเราะ “พี่ชายที่แสนดี น้องชายที่แสนดี หากรับไปข้าก็ไม่ต้องเดินทางไปบ้านพวกท่าน ต้องขอบพระคุณล่วงหน้าแล้วขอรับ”
สองพี่น้องหวังจื้อหวังเลี่ยงเห็นความจริงใจของหม่าเซี่ยงหนาน สุดท้ายจึงรับเอาไว้
รอจนกระทั่งสองพี่น้องสกุลหวังจากไป หม่าเซี่ยงหนานก็หยิบพริกสับสองกระปุกไปที่ห้องโถงใหญ่ในลานด้านใน เมื่อเปิดกระปุกออกก็ทั้งมองทั้งดม ่กลางวันก็สั่งให้เสี่ยวเอ้อร์ไปที่ห้องครัวเพื่อทำไข่คนกับพริกสับหนึ่งจาน ตามที่สองพี่น้องหวังจื้อหวังเลี่ยงบอกไว้
ไข่สีเหลืองทอง พริกสับสีแดงสด สีสันสดใหม่ กลิ่นหอมรสชาติเผ็ด เป็รสชาติที่เปิดต่อมรับรส พาให้คนอยากอาหารน่ารับประทานจริงๆ
หม่าเซี่ยงหนานกินไข่คนกับพริกสับจนหมด ยามที่ทอดมองจานเปล่าเบื้องหน้า เขาจึงได้รู้ว่าตนกินข้าวไปมากกว่ายามปกติหนึ่งชาม ไข่คนกับพริกสับนั้นเข้ากับข้าวสวยเปล่าๆ ได้อย่างยอดเยี่ยม ชายหนุ่มพึมพำกับตนเองว่า “พริกสับนี่ทำอย่างไรกันนะ?” ก่อนจะเอ่ยอีกว่า “น่าเสียดายที่นายท่านเดินทางขึ้นเหนือ ไม่ได้อยู่ที่เมืองเซียง แต่สองพี่น้องบอกว่าพริกสับสามารถเก็บเอาไว้ได้นานหลายวัน จะได้ลองดูพอดีว่าพริกที่สับแล้วนี่จะเก็บเอาไว้ได้นานเพียงใด”
ครั้งก่อนหลังจากที่เขาซื้อไข่เค็ม เขาเก็บไว้ได้นานถึงสองเดือน ก่อนจะพบว่าไข่ไม่เน่าไม่เสีย จึงได้รายงานเื่นี้ให้หม่าชิงทราบ
ครานี้หม่าชิงต้องเดินทางอย่างน้อยหนึ่งเดือนกว่าจะกลับมายังเมืองเซียง หม่าเซี่ยงหนานวางแผนว่าจะดำเนินการตามเดิม
เสี่ยวเอ้อร์พุ่งเข้ามาถามด้วยความตื่นเต้นว่า “หลงจู๊ขอรับ มีคนมาถามถึงจินอวี๋หม่านถังอีกแล้ว จินอวี๋หม่านถังนี่เป็ท่านที่ค้นพบมัน ท่านสามารถนำจินอวี๋หม่านถังเข้ามาอีกได้หรือไม่ขอรับ?”
“เื่นี้...” หม่าเซี่ยงหนานมีท่าทีกระอักกระอ่วนเล็กน้อย
......
ณ หมู่บ้านตระกูลหวัง ภายในห้องโถงของเรือนอิฐหลังใหม่ของครอบครัวสกุลหวัง ยามนี้เต็มไปด้วยแเื่ทุกที่นั่ง
ครอบครัวของหวังชี รวมถึงครอบครัวของจ้าวซื่อมาเยือนกันถึงเจ็ดแปดคน เมื่อรวมกับคนของครอบครัวสกุลหวังเอง ยามนี้ภายในห้องโถงจึงเต็มไปด้วยผู้คนที่นั่งบ้างยืนบ้างเต็มไปหมด
บนพื้นเต็มไปด้วยของขวัญที่ทั้งบ้านหวังชีและบ้านสกุลจ้าวส่งมา ไข่ไก่ห้าจิน เนื้อหมูห้าจิน ส้มเต็มๆ หนึ่งตะกร้า และเป็ดที่ถูกมัดปีกและขารวมถึงล้างของเสียออกแล้วเรียบร้อย
