“คุกเข่า ขอโทษ!”
“คุกเข่า ขอโทษ!”
“……”
ภายในห้องโถงใหญ่ขณะนี้ มีเพียงสองคำดังสะท้อนกึกก้อง มีคนไม่น้อยที่รู้สึกว่าสองพี่น้องสกุลเฉียนทำผิด
เฉียนซานเจียงสติขาดผึง หันไปด่ากลุ่มคนเ่าั้ “ใครบังอาจให้ข้าขอโทษ? ข้าจะฟันมันให้ขาด!”
หลิวเฮยชีก้าวออกมาอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว ชำเลืองมองเขาด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึก “เ้ากล้าฟันพี่ใหญ่หรือ?”
“ไม่ใช่… ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น!”
มารดามันเถอะ ก็แค่คำพูดธรรมดา แต่ดันโยงไปถึงลูกพี่ใหญ่เสียได้ เขาเงยหน้าขึ้นมองเจี่ยต้าหลงอย่างหวาดๆ พบว่าอีกฝ่ายกำลังจ้องเขาอย่างเยือกเย็นและสั่งด้วยน้ำเสียงเ็า
“ซานเจียง พวกเ้าสองพี่น้อง หากยังเคารพพี่ใหญ่คนนี้ก็ขอขมาเทพธิดาเสีย วันนี้หากผู้ใดกล้าขวางทางร่ำรวยของข้า ก็อย่าโทษที่ข้าไม่ไว้หน้า!”
“พี่ใหญ่…”
เฉียนซานเจียงยังคิดอยากพูดอะไร แต่ถูกเฉียนิเจี๋ยขวางไว้
เขาหันไปสบตาเจี่ยต้าหลง ชายชราวัยห้าสิบกว่าคนนี้ ขณะนี้นอกจากความมั่งคั่งร่ำรวยแล้วก็ไม่เห็นผู้ใดอยู่ในสายตาอีกต่อไป
เฉียนิเจี๋ยกำหมัดใต้แขนเสื้อ แต่ยังคงปั้นหน้ายิ้มถาม
“พี่ใหญ่ เมื่อก่อนเรามีความชอบต่อกองโจรไม่น้อย สายใยเกือบสิบปีของเรา เทียบกับนางเซียนคนเดียวที่เพิ่งมาไม่ได้เลยหรือ?”
เขากำลังเตือนว่าที่ค่ายสี่ัมีวันนี้ได้ ล้วนพึ่งพาการสนับสนุนจากเขาในอดีต
เพียงแต่…
เจี่ยต้าหลงหัวเราะเยือกเย็น “พูดถึงสายใย หากไม่มีพี่ใหญ่อย่างข้าที่ช่วยพวกเ้าออกมาจากคุก เกรงว่าตอนนี้พวกเ้าทั้งสองคงสิ้นชีพอยู่ใต้ดาบของจางหงอี้ไปแล้ว”
“น้องสาม น้องสี่ พวกเ้าก็อย่าลืมว่า สถานะในตอนนี้ผู้ใดเป็คนยื่นให้พวกเ้า!”
อืม พูดให้ชัดเจนก็คือ สองพี่น้องสกุลเฉียนล่มสลายไปแล้ว ที่บัดนี้ยังได้เป็ผู้นำในค่ายโจรล้วนเป็เพราะเจี่ยต้าหลงมอบสถานะให้พวกเขาได้มีกินมีใช้
แค่แมลงเม่าสองตัว แต่กลับคิดตัดหนทางมั่งคั่งของทุกคน?
เสิ่นม่านเมื่อได้รู้ความในใจของทั้งสองฝ่ายแล้ว นางอดไม่ได้ที่จะหัวเราะในใจอย่างบ้าคลั่ง แต่ปากก็เร่งเร้า
“พอหรือยัง? เป็ผู้ชายอกสามศอกแต่กลับลีลาท่ามาก เลิกเสียเวลาและคุกเข่าขมาข้าได้แล้ว เวลาของข้าล้ำค่านัก ไม่คู่ควรให้พวกเ้ามาสิ้นเปลือง!”
เฉียนิเจี๋ยกับเฉียนซานเจียงตวัดสายตามองมาที่นาง
เสิ่นม่านตบหน้าอกแสร้งทำเป็กลัว “น่ากลัวเหลือเกิน เ้าจะฆ่าข้าหรือ สหาย?”
คนทั้งหมด “…”
ต่อหน้าพลังอันเด็ดขาดนี้ สองพี่น้องสกุลเฉียนไร้ซึ่งทางเลือก อยู่ใต้ชายคาผู้อื่น จำต้องก้มศีรษะ
โจรทั้งค่ายรอดูพวกเขาคุกเข่าขอขมาอย่างใจจดใจจ่อ
เฉียนิเจี๋ยคุกเข่าและเอ่ยอย่างจำยอม “ขออภัยด้วย เทพธิดาหลิน”
พี่ใหญ่คุกเข่า ผู้เป็น้องแม้ไม่ยินยอม แต่ก็ได้ทำได้เพียงคุกเข่าตาม
เสิ่นม่านหาวอย่างเกียจคร้านพลางจัดแต่งมวยผม ก่อนจะมองไปทางสองคนนั้นอย่างเอื่อยเฉื่อย “ครั้งหน้าพูดจาระวังหน่อย ผู้ที่ไม่อาจล่วงเกินก็อยู่ให้ห่างไว้ อย่าเอาแต่นำความโชคร้ายไปสู่ผู้อื่น!”
พอสิ้นเสียง ใบหน้าของเฉียนิเจี๋ยก็ซีดเทาราวกับศพ
หลินผิ่นหรู… รอก่อนเถิด แค้นนี้หากไม่ชำระข้าไม่ใช่บุรุษ!
เสิ่นม่านโพล่งคำพูดรุนแรง โจรทั้งค่ายรู้สึกสาแก่ใจ สองพี่น้องสกุลเฉียนมาที่ค่ายนานแล้ว ทว่านี่เป็ครั้งแรกที่เห็นสองคนนี้เสียเปรียบให้ผู้อื่น!
ั้แ่ต้นจนจบสามารถบรรยายได้เพียง ‘สมน้ำหน้า!’
หลังจากสองพี่น้องสกุลเฉียนจากไป เจี่ยต้าหลงกับหลิวเฮยชีก็เดินไปข้างเสิ่นม่านและเอ่ยถามอย่างประจบสอพลอ
“เทพธิดา ท่านว่าก้อนหินเหล่านี้…”
“สบายมาก”
เสิ่นม่านปรบมืออย่างสบายใจและพึมพำเสียงต่ำ “โอม ปงซาคาลาคา!”
สมบัติเงินทองล้ำค่านับไม่ถ้วนกองเป็เนินเขา ประกายระยิบระยับชวนให้ผู้คนหวั่นไหว
คนทั้งหมด “!”
ร้ายกาจ
คนทั้งหมดกลืนน้ำลาย เจี่ยต้าหลงกำลังจะเตรียมสั่งให้คนขนสมบัติเข้าห้องนอนของตน แต่เสิ่นม่านกลับขวางเขาไว้
“ช้าก่อน!”
เสิ่นม่านสีหน้าอ่อนเพลียทว่าจริงจัง
“เมื่อครู่ตอนที่ใช้วิชา พลังชี่พิฆาตของพวกเ้าขวางทางพลังิญญาแห่งฟ้าดินไม่น้อย ส่งผลให้พลังของข้าแปดเปื้อน เกรงว่าจะคงสภาพนี้ตลอดไปไม่ได้…”
“เงินทองสมบัติเหล่านี้ พวกเ้าต้องเอาไปเก็บในห้องที่หันหน้าไปทางทิศใต้และปิดตายห้องนั้นให้สนิท จากนั้นไปซื้อไฟนิรันดร์มาตั้งไว้ในห้องโถงใหญ่ ไฟนิรันดร์ต้องห้ามดับเด็ดขาด ต้องจุดให้นานติดต่อกันสี่สิบเก้าวัน พิธีนี้จึงจะสำเร็จลุล่วง”
คนทั้งหมดถึงกับตะลึง
เสิ่นม่านปั้นเื่ต่อโดยสีหน้าไม่เปลี่ยน
“จำไว้ว่า ในสี่สิบเก้าวันนี้ห้ามผู้ใดแอบเปิดห้องนั้น หากมีแสงสว่างลอดเข้าไปเพียงนิดเดียว พิธีกรรมจะเป็โมฆะทันที ถึงตอนนั้นสมบัติเงินทองที่กองเป็ูเาเหล่านี้จะกลับคืนเป็ก้อนหิน เข้าใจหรือไม่?”
เจี่ยต้าหลงและที่เหลือมองดูกองสมบัติเหล่านี้พลางกลืนน้ำลาย
“ยุ่งยากเพียงนี้เลยหรือ?”
เสิ่นม่านหัวเราะเยาะ “เดิมทีการทำพิธีกรรมนี้บั่นทอนอายุขัย ข้าต้องทำพิธีขอยืมอายุขัยกับเจ็ดดาวเหนือบน์ล่วงหน้าถึงเจ็ดวัน แต่พวกเ้า้าความมั่งคั่งตอนนี้ ข้าไร้ทางเลือกจำต้องใช้วิธีนี้ แต่กลับถูกสองพี่น้องสกุลเฉียนทำให้พิธีกรรมแปดเปื้อน ในเมื่อรู้สึกว่ายุ่งยาก เช่นนั้นข้าก็จะเปลี่ยนกลับ…”
พูดจบ นางก็ทำลักษณ์มือเพื่อใช้วิชา
“เทพธิดา! อย่า!” หลิวเฮยชีรีบห้ามนางไว้
“เราจะทำตามที่เทพธิดาบอกอย่างเคร่งครัด! พวกเ้ารีบไปเก็บกวาดเตรียมห้อง อีกเดี๋ยวนำสมบัติเหล่านี้ไปเก็บไว้ในห้อง ห้ามผู้ใดแอบยักยอก! ถึงเวลาหากสมบัติเหล่านี้มีปัญหา ข้าจะไต่สวนพวกเ้า!”
เหล่าลูกสมุนปฏิบัติตามคำสั่งทันที
มีเพียงเจี่ยต้าหลงที่มองเสิ่นม่านอย่างล้ำลึก เขามักจะรู้สึกว่าเื่นี้มีบางสิ่งผิดปกติ แต่ก็บอกไม่ถูกว่าผิดปกติตรงไหน…
เสิ่นม่านรับรู้ได้ว่ามีบางคนจับจ้องนาง จึงหันไปดูและเจอกับแววตาหลักแหลมเจนโลกของชายชราคู่หนึ่ง นางยิ้มหวาน
“หัวหน้าใหญ่ ท่านมองข้าเช่นนี้ มีข้อสงสัยอันใดหรือ?”
เจี่ยต้าหลงยิ้ม แต่รอยยิ้มนั้นมองอย่างไรก็แฝงด้วยความชาญฉลาด “ไม่สงสัย เมื่อเป็เช่นนี้ก็ต้องรบกวนเทพธิดาอยู่ที่ค่ายสี่ัให้ครบสี่สิบเก้าวันด้วย”
พอจบแล้ว เขาก็ส่งสัญญาณให้ลูกน้องทั้งหลาย จากนั้นชายฉกรรจ์หกเจ็ดคนก็ล้อมตัวนางไว้
เจี่ยต้าหลงสั่ง “ลูกน้องเหล่านี้ข้าขอยกให้เทพธิดาใช้งานชั่วคราวก่อน เวลาเทพธิดาไปไหนมาไหนในค่ายก็ให้พวกเขานำทางได้”
เสิ่นม่านยิ้มแย้มและกล่าวขอบคุณ
ขณะที่ในใจนั้นกลอกตามองบนจนแทบติดเพดานห้องแล้ว ทำเป็อ้อมค้อม ก็แค่กลัวนางหนีสินะ
วางใจได้ นางไม่หนีไปไหน ถึงอย่างไรก็ต้องคิดหาวิธีที่รัดกุมช่วยเหลือผู้หญิงในคุกใต้ดินให้ออกไปอย่างปลอดภัย
แต่ยังคงไม่มีเบาะแสของต้าเป่า
เสิ่นม่านขบเล็บพลางไตร่ตรองว่าคืนนี้จะกลับไปยังคุกใต้ดินอีกครั้งเพื่อถามเหอยวนยางว่ามีเงื่อนงำของต้าเป่าดีหรือไม่
กลางดึก เมื่อเสียงฝีเท้าด้านนอกที่ค่อยๆ เบาลง เสิ่นม่านเปลี่ยนเป็ชุดของลูกสมุนโจรในค่ายและให้ระบบปิดบังความเคลื่อนไหวของตน จากนั้นแอบออกจากห้องไป
อาศัยแผนที่เมื่อคืน เสิ่นม่านเดินไปอย่างราบรื่น นางหลบหน่วยลาดตระเวนและใกล้จะถึงคุกใต้ดิน
ใครจะรู้ว่าเพิ่งถึงมุมหนึ่งของตัวถ้ำ เสิ่นม่านก็ถูกใครบางคนจี้คอ
คนผู้นั้นถือกริชเย็นเฉียบและเงาวับนาบกับลำคอของนาง น้ำเสียงนั้นทุ้มต่ำ “ห้ามขยับ มิเช่นนั้นข้าจะปาดคอเ้า!”
เสียงนี้ ฟังแล้วช่างคุ้นเคยยิ่งนัก… ปลายจมูกได้กลิ่นหอมโชยมาจางๆ เสิ่นม่านอดไม่ได้ที่จะสูดจมูกดอมดม
วินาทีถัดมา ดวงตาของนางเป็ประกาย!
-----
