เมืองจูเซียน เรือนน้ำชากงอี้
หวังเค่อนั่งอยู่บนที่นั่งประธานกลางตำหนัก มันพับขาขึ้นจิบชาพลางฟังคำรายงานของเถ้าแก่ตรงหน้า
“จริงรึ?” หวังเค่อหรี่ตา
“ขอรับ จูเยี่ยนเข้าสู่วิถีมาร ราชวงศ์ต้าชิงล่มสลาย ทั่วอาณาจักรต้าชิงเข้าสู่กลียุค! ประตูเมืองถูกเปิด ถึงตระกูลหวังเราจะลงมือว่องไว แต่ตระกูลหลักบางส่วนก็มีปูมหลังแข็งแกร่งยิ่ง บรรพบุรุษของพวกมันเคยเข้าร่วมสำนักเซียน ตอนนี้อาณาจักรต้าชิงเต็มไปด้วยกองทัพมากมาย! ถึงพวกเราโชคดียึดครองต้าชิงไว้ได้ แต่สถานการณ์ก็ไม่ได้เข้มแข็งนัก!” เถ้าแก่รายงานอย่างนอบน้อม
หวังเค่อจิบตาพลางมุ่นคิ้ว “ข้าเคยศึกษาประวัติศาสตร์แดนมนุษย์มาแล้ว ทุกครั้งที่อาณาจักรแดนมนุษย์เกิดความวุ่นวาย! ราชวงศ์ส่วนใหญ่ล้วนล่มสลาย! จากนั้นบังเกิดาแย่งชิงอำนาจ!”
“ท่านประมุข เมื่อสามวันก่อนเนี่ยเทียนป้าเองก็กลับมายังเมืองจูเซียนด้วย!” เถ้าแก่รายงานอย่างสุภาพ
“เนี่ยเทียนป้า?” หวังเค่อชะงักไป
ไอ้เฒ่าทารกนี่ยังไม่ตายอีก?
“ขอรับ เนี่ยเทียนป้าเวลานี้ช่วยเหลือขุนศึกแซ่จื่อเดินทางมายังเมืองจูเซียน เกณฑ์ยอดฝีมือขั้นเซียนเทียนไปเป็แม่ทัพ มุ่งหน้าสู่แดนมนุษย์ ต่อสู้ชิงแผ่นดิน!” เถ้าแก่ร้านน้ำชาอธิบาย
“มาคัดตัวยอดฝีมือเซียนเทียนที่เมืองเซียนเพื่อไปร่วมรบในแดนมนุษย์?” จางเจิ้งเต้าอุทานอย่างใ
“เื่ปกติ ข้าเคยอ่านในหนังสือประวัติศาสตร์ พวกมันทำแบบนี้เสมอ! การล่มสลายของราชวงศ์คือโอกาสที่ราชวงศ์ใหม่จะได้ผงาด มีราชวงศ์ไหนไร้สำนักเซียนหนุนหลังบ้าง? เพียงแต่สำนักเซียนแบ่งออกเป็ฝ่ายธรรมะอธรรม ดังนั้นศิษย์สำนักเซียนจึงไม่อาจเข้าร่วมการศึกในแดนมนุษย์ ไม่อย่างนั้นคงได้รบกันไม่มีจบสิ้น! ในเมื่อเ้าไม่อาจเชิญยอดฝีมือจากสำนักเซียนให้ร่วมศึก เช่นนั้นก็มาหาคัดคนจากเมืองเซียนแทน! ขอเพียงมีเงิน ไหนเลยจะไม่สามารถ? ยอดฝีมือที่อาศัยอยู่ในเมืองเซียน ขุนศึกจากแดนมนุษย์อาจไม่มีปัญญาจ่าย แต่บรรพชนที่หนุนหลังมันต้องมอบเงินให้เป็ทุนบ้างแหละ!” หวังเค่ออธิบาย
“ทำแบบนี้ก็ได้ด้วย?” จางเจิ้งเต้าอุทานอย่างแปลกใจ
“ทำไมจะทำไม่ได้? ในา คนที่จัดการทุกคนได้ก่อนก็คือผู้ชนะ!” หวังเค่อพูดเหมือนเป็เื่ปกติ
“เช่นนั้นพี่ใหญ่ตระกูลหวังเ้าไม่ใช่เสียเปรียบแย่แล้ว?” จางเจิ้งเต้าถามอย่างตระหนก
“เสียเปรียบตรงไหน? ผู้อื่นคัดตัวเซียนไปช่วยรบ แล้วทำไมตระกูลหวังข้าจะทำไม่ได้? พวกมันมีเงิน บิดาไม่มีเงินหรือไง? บิดาจะใช้เงินฟาดพวกมันให้ตาย!” หวังเค่อตอบอย่างดูแคลน
“ใช้เงิน?” จางเจิ้งเต้าเอ่ยอย่างตะลึง
นี่ไม่เหมือนแนวทางของหวังเค่อเลย
“จะว่าไป เนี่ยเทียนป้าช่วยขุนศึกแซ่จื่อคัดเลือกเซียนเทียน มันจ่ายเท่าไหร่?” หวังเค่อถามเสียงเข้ม
“เซียนเทียนเริ่มต้น ห้าร้อยชั่งศิลาิญญา! เซียนเทียนขั้นกลาง หกร้อยชั่งศิลาิญญา! เซียนเทียนขั้นสูง เจ็ดร้อยชั่งศิลาิญญา!” เถ้าแก่รายงานอย่างนอบน้อม
“ห้าร้อย หกร้อย เจ็ดร้อย? ราคามาตรฐาน! ถึงอย่างไราก็ยังไม่จบในเร็ววัน!” หวังเค่อพยักหน้า
“แล้วเ้าล่ะ? เ้าจะจ่ายเท่าไหร่?” จางเจิ้งเต้าอยากรู้
“เกณฑ์นักเลงเซียนเทียน ขั้นเริ่มต้นหนึ่งร้อยชั่งศิลาิญญา! ขั้นกลางหนึ่งร้อยห้าสิบชั่งศิลาิญญา! ขั้นสูงสองร้อยชั่งศิลาิญญา! อืม ประมาณนี้!” หวังเค่อคิดคำนวณอยู่สักพัก
จางเจิ้งเต้าเบิกตาโพลง “หวังเค่อ ข้าไม่ได้หูฝาดใช่มั้ย? ผู้อื่นเริ่มจ่ายห้าร้อยชั่ง เ้าเริ่มจ่ายร้อยเดียว? สูงสุดสองร้อย? เศษเงินแค่นี้ยังบอกว่าจะเอาเงินฟาดให้ตายอีก? เ้ามีสำนึกบ้างหรือไม่?”
“เ้าจะไปรู้ผายลมอะไร ศิลาิญญาร้อยชั่งก็หรูแล้ว พวกมันยังไม่พอใจอีก?” หวังเค่อถลึงตา
“นี่เ้าเสียสติหรือข้าเป็บ้า? ศิลาิญญาแค่ร้อยชั่ง เ้าคิดให้พวกเซียนเทียนถวายชีวิตให้เ้า?” จางเจิ้งเต้าประหลาดใจ
“เรียนรู้ไว้ เดี๋ยวข้าจะเกณฑ์คนให้เ้าดูพรุ่งนี้ บางทีครั้งนี้ไม่เพียงไม่เสียเงิน แต่ยังอาจได้เงินอีกด้วย!” หวังเค่อส่ายหน้ากล่าว
“เ้าผายลมแล้ว พวกมันโง่นักหรือ? พวกมันต้องไปรบในแดนมนุษย์! สามารถตายได้ทุกเมื่อ! เ้ายังคิดว่าพวกมันจะไม่รับเงินอีก? ไม่สิ เ้าบอกว่าพวกมันอาจยอมจ่ายเงินเพื่อร่วมรบให้เ้า? นี่เ้าโม้เหม็นอะไร!” จางเจิ้งเต้าถลึงตาไม่ยอมเชื่อ
“คอยดูพรุ่งนี้!” หวังเค่อส่ายหน้า
เมืองจูเซียน ตระกูลเนี่ย
ครั้งก่อนที่หวังเค่อพาผู้คนมาก่อเื่ถึงคฤหาสน์ตระกูลเนี่ย การต่อสู้ระหว่างฝ่ายธรรมะอธรรมทำลายซากคฤหาสน์ตระกูลเนี่ยจนพังพินาศ หากใน่ที่ผ่านมาก็ถูกบูรณะกลับมาใหม่
เป็เพราะเนี่ยเทียนป้า ตระกูลเนี่ยจึงต้องกระจัดกระจายไปดุจเม็ดทราย ศิษย์ตระกูลบางส่วนออกจากเมืองจูเซียน บางส่วนยังรั้งอยู่ เมื่อไม่มีเนี่ยเทียนป้า ศิษย์ตระกูลเนี่ยทั้งหลายต้องอยู่อย่างปากกัดตีนถีบ บัดนี้เนี่ยเทียนป้าหวนคืน แจกจ่ายเงินให้ทุกคน ในที่สุดพวกมันก็กลับมาสุขสบายอีกครั้ง
ถึงหนี้สินที่ติดตระกูลผู้ฝึกฌานทั้งหลายอยู่จะยังไม่ได้จ่าย แต่ก็มีทางออกแล้ว
ที่สำคัญคือ ปีนี้เนี่ยเทียนป้าบังเอิญได้ทะลวงผ่านเข้าสู่ขั้นดวงธาตุทองคำ
“ซูม!”
กระแสลมหอบหนึ่งแผ่พุ่งออกจากร่างเนี่ยเทียนป้าที่กำลังฝึกวิชาอยู่
เนี่ยเทียนป้าที่บรรลุดวงธาตุทองคำขั้นแรกเปี่ยมล้นด้วยพลังแกร่งกร้าว
ศิษย์ตระกูลเนี่ยที่เดินผ่านประตูห้องโถงล้วนต่างเผยสีหน้าตื่นเต้นยินดี
สำหรับยอดฝีมือขั้นดวงธาตุทองคำ การติดหนี้หนึ่งแสนห้าหมื่นชั่งศิลาิญญาไม่ได้ชวนสิ้นหวังถึงปานนั้นอีก ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงคนหนุนหลังที่เนี่ยเทียนป้าได้มา
“พลังฝีมือเสถียรแล้วรึ?” ภายในห้องโถง ชายในชุดคลุมสีดำจิบชากล่าวเสียงเข้ม
เนี่ยเทียนป้าผงกศีรษะ “ขอรับ! ต้องขอบคุณของขวัญล้ำค่าของท่านเ้าตำหนัก!”
“ท่านเ้าตำหนักมอบโลหิตพลังปฐมจำนวนมากเพื่อช่วยเ้าทะลวงด่านฝีมือ เ้าต้องจำไว้ให้ขึ้นใจ เวลานี้เหลนทวดท่านเ้าตำหนักกำลังต่อสู้ชิงแผ่นดินอยู่ในแดนมนุษย์ ต้องให้เ้าเป็คนคัดเลือกเซียนเทียน! แต่ดูแล้วเ้ายังคัดเลือกคนมาได้ไม่มากเลยนี่?” ชายเสื้อคลุมดำกล่าวเสียงเข้ม
“ตอนนี้กำลังเจรจากับพวกตระกูลใหญ่ใกล้เรียบร้อยแล้วขอรับ!” เนี่ยเทียนป้าตอบอย่างจริงจัง
“เหอะ ท่านเ้าตำหนักให้ศิลาิญญาเ้ามาแสนห้าหมื่นชั่ง เ้าคิดเอาเงินไปใช้หนี้?” ชายชุดดำเอ่ยเสียงหนัก
“ข้ารับปากท่านเ้าตำหนักว่าจะเกณฑ์เซียนเทียนสองร้อยคนกลับไป ข้าย่อมต้องรักษาคำพูด ท่านคิดว่าเกณฑ์คนเป็เื่ง่ายรึ? นี่เป็าแย่งชิงความเป็ใหญ่ในแดนมนุษย์! าชี้วัดเป็ตาย ขนาดเซียนเทียนอันดับหนึ่งประจำเมืองเซียนยังไม่กล้าเข้าร่วมซี้ซั้ว เพราะความประมาทเพียงเล็กน้อยเท่ากับตาย! อีกอย่าง ข้าต้องคัดกรองป้องกันคนโกงเงินด้วย ท่านคิดว่าง่ายรึ? มาทำเองไหมล่ะ!” เนี่ยเทียนป้าเอ่ยเสียงเย็น
“เหอะ ข้าถ้าทำเองได้มีหรือจะให้เ้าทำ? หากข้าออกหน้า เท่ากับข้าเป็ตัวแทนลัทธิมาร! ข้าไหนเลยจะแทรกแซงได้? ข้ามาเพื่อจับตาดูเ้า อย่าได้คิดเชิดเงินหนีไปเชียว!” ชายชุดดำกล่าว
“ข้าเชิดเงินหนี? ท่านคิดว่าข้าเป็พวกตัวบัดซบเหมือนหวังเค่อรึ?” เนี่ยเทียนป้าเอ่ยอย่างขมขื่น
จนถึงวันนี้ เนี่ยเทียนป้าก็ยังปล่อยวางไม่ได้ หวังเค่อไอ้สารเลว ดูสภาพตัวข้าเวลานี้น่าสมเพชปานไหน
“หวังเค่อรึ? พูดถึงมันแล้วข้าก็ได้แต่คิดว่าหมอนี่ชั่วร้ายนัก! ในลัทธิมารตอนนี้มันแทบจะกลายเป็ตำนานไปแล้ว นายท้ายเทพัที่มารอริยะแต่งตั้งด้วยตัวเอง! แล้วนี่อะไร มันเข้าพรรคเทพหมาป่า์ไปได้ยังไง? อีกอย่าง มีข่าวว่าไม่นานมานี้มันเปิดธุรกิจ ประมุขพรรคเทพหมาป่า์กับเหล่าเ้าตำหนักต่างก็ไปร่วมงานของมันในเมืองหลางเซียน? แม่งเอ๊ย ชั่วร้ายเกินไปแล้ว!” ชายชุดดำกล่าวเสียงเข้ม
“มันเป็จอมหลอกลวง!” เนี่ยเทียนป้าเอ่ยอย่างขมขื่น
“คำพูดพรรค์นี้เ้าพูดต่อหน้าข้าได้ แต่ในอนาคตให้ระวังปากในลัทธิมารไว้ด้วย มันยังมีศักดิ์เป็นายท้ายเทพัอยู่ ขนาดอาหญิงทวดเนี่ยชิงชิงของเ้าก็ยังเป็ลูกน้องมัน!” ชายชุดดำกล่าว
เนี่ยเทียนป้าได้แต่ปั้นหน้าชิงชัง
อาหญิงทวดของข้าดันเปิดงานชุมนุมมารปรโลกจนสูญเสียฐานะเ้าตำหนักห้า แถมข้ายังไปล่วงเกินนางอีก ตอนนี้นางไม่เพียงไม่ช่วยหนุนหลังข้า ยังกลายเป็ลูกน้องหวังเค่อมันเสียอีก นี่มันอะไร เื่บ้าอะไรกัน!
“ข้าคิดว่าท่านสมควรตรวจสอบเื่หวังเค่ออย่างละเอียด ในเมื่อมันแสดงท่าทีหนุนหลังพรรคฝ่ายธรรมะอย่างออกหน้าขนาดนี้ แสดงว่าต้องมีบางสิ่งไม่ถูกต้อง!” เนี่ยเทียนป้าเอ่ยเสียงเข้ม
“ไม่ต้องห่วง มีคนคอยจับตาดูมันเป็พิเศษอยู่! ท่านเ้าตำหนักเองก็ไม่ชอบหน้ามัน! ด้านหวังเค่อเ้าไม่ต้องสนใจ เ้าสมควรรีบเกณฑ์ไพร่พลเซียนเทียนเสียดีกว่า าระหว่างมนุษย์สามวันแปรเปลี่ยน รั้งรอนานไปจะไม่ดี!” ชายชุดดำเอ่ยอย่างจริงจัง
“ได้! ข้าจะไม่ยุ่งกับมันอีก เหอะ!” เนี่ยเทียนป้าสูดหายใจลึก
ตอนนี้เอง ศิษย์ตระกูลเนี่ยพลันรีบเข้ามาในห้องโถง
“ท่านประมุข ไม่ได้การ ไอ้ตัวหายนะกลับมาแล้ว!” ศิษย์ตระกูลเนี่ยรายงานอย่างกังวล
“ตัวหายนะ?” เนี่ยเทียนป้าตะลึงไป
“เป็หวังเค่อ! มันกับจางเจิ้งเต้ากลับมาแล้ว ตอนนี้ทั้งเมืองต่างเดือดพล่าน ประมุขตระกูลผู้ฝึกฌานมากมายต่างพากันไปเข้าพบหวังเค่อ!” ศิษย์ตระกูลเนี่ยเอ่ยอย่างลนลาน
เนี่ยเทียนป้าหน้ากระตุก พอมันเอ่ยปากว่าจะไม่สนใจหวังเค่อ ตัวหายนะก็โผล่หน้ามาทันที?
“ท่านประมุข ทำอย่างไรดี?” ศิษย์ตระกูลเนี่ยถามอย่างกังวล
“ไม่เป็ไร ตอนนี้ข้าเป็ดวงธาตุทองคำแล้ว เหอะ! หวังเค่อรึ? ข้าใช้มือเดียวบี้ก็ตายแล้ว!” เนี่ยเทียนป้าปั้นหน้าดุร้าย
“แต่ว่าจางเจิ้งเต้าที่มากับหวังเค่อก็เป็ดวงธาตุทองคำนะขอรับ!” ศิษย์ตระกูลเนี่ยเอ่ยอย่างลนลาน
เนี่ยเทียนป้าหน้าแข็งค้าง ก่อนจะหันไปมองชายชุดดำ
“ไม่ต้องมองข้าเลย ข้าไม่ลงมือแน่! ข้าไม่อยากก่อเื่!” ชายชุดดำเอ่ยเสียงเข้ม
เนี่ยเทียนป้า “…!”
“ท่านประมุข? เอายังไงดีขอรับ?” ศิษย์ตระกูลเนี่ยกังวล
“เหอะ ไม่ทำอะไร ช่างมันไปก่อน! ไว้รอบหน้าข้าค่อยจัดการมัน! เ้าไปแจ้งข่าวประมุขตระกูลใหญ่ทั้งหลายว่าพรุ่งนี้ข้าจะจัดงานเลี้ยงกินดื่ม เชิญพวกมันมาชุมนุมกันที่บ้านเรา จะได้นัดสะสางหนี้สินกันไปในตัว…!” เนี่ยเทียนป้าเอ่ยไปได้ครึ่งทางก็ใบหน้าแข็งค้าง
เงินที่ข้าติดค้างประมุขตระกูลพวกนี้ล้วนเป็หวังเค่อคดโกงไป ข้าจำเป็ต้องจ่ายเองด้วยหรือ? ประเด็นคือเงินทั้งหมดล้วนอยู่ในกระเป๋าหวังเค่อมัน! ไอ้ขี้โกง! แล้วทำไมข้าต้องจ่ายหนี้ด้วย?
“ท่านประมุข?” ศิษย์ตระกูลเนี่ยถามอย่างสงสัย
หลังเนี่ยเทียนป้าปลุกปล้ำดับโทสะและความเศร้าภายในลง “เชิญพวกมันมาสะสางหนี้สินกับข้าพรุ่งนี้!”
เนี่ยเทียนป้าคล้ายทุ่มสุดกำลังเพื่อเอ่ยประโยคนี้ออกไป
“ขอรับ!” ศิษย์ตระกูลเนี่ยรีบออกไปจากห้องโถง
ขณะมองดูศิษย์ตระกูลเนี่ยจากไป เนี่ยเทียนป้าก็ใบหน้าม่วงเขียว
“หวังเค่อ ตอนนี้ข้าต้องทำภารกิจที่ท่านเ้าตำหนักมอบหมายให้เสร็จก่อน เลยไม่สะดวกจัดการเ้า เหอะ รอ รอข้าสะสางธุระเสร็จก่อน ข้าสาบานว่าจะให้เ้าคายเงินที่โกงไปคืนกลับมาสิบเท่า ข้าอยากให้เ้าตาย!” เนี่ยเทียนป้าคิดในใจอย่างมุ่งมั่น
ในเมื่อชายชุดดำข้างกายไม่ยินดีลงมือช่วยเหลือ เช่นนั้นมันก็ไม่มีปัญญาจัดการหวังเค่อกับจางเจิ้งเต้า ทำได้เพียงกลั้นใจอดทนไปก่อน
ทว่าพอหวังเค่อปรากฏตัวออกมา เนี่ยเทียนป้าก็หายใจไม่ทั่วท้อง ผ่านไปไม่ถึงสองชั่วยาม ศิษย์ตระกูลเนี่ยก็กลับมา
“ท่านประมุข ข้าแวะเวียนไปแจ้งข่าวตามตระกูลใหญ่มาแล้ว พวกมันบอกว่าพรุ่งนี้ไม่ว่างขอรับ!” ศิษย์ตระกูลเนี่ยรายงาน
“อะไร? พรุ่งนี้ไม่ว่าง? ไม่ใช่พวกมันมาไล่ทวงหนี้หน้าบ้านเราทุกวี่วัน? พอข้ารับปากจะสะสางเื่หนี้ พวกมันกลับไม่มา?” เนี่ยเทียนป้าเบิกตาอย่างตะลึง
“พวกมันบอกว่าพรุ่งนี้หวังเค่อเรียกทุกคนไปพบที่เรือนน้ำชากงอี้เพื่อเจรจา! ดังนั้นจึงไม่ว่างขอรับ!” ศิษย์ตระกูลเนี่ยตอบ
“หวังเค่อ แม่งเอ๊ย หวังเค่อเชิญร่วมงานเลี้ยง พวกมันไปกันหมด ข้าเชิญร่วมงานเลี้ยงกลับไม่มีใครมาสักคน? พวกมันไม่อยากได้เงินคืนแล้ว?” เนี่ยเทียนป้าถลึงตา
“พวกมันบอกว่าสัญญากู้ยืมของท่านยังอยู่ในมือ ท่านหนีหนี้ไม่ได้อยู่แล้ว! แต่ถ้าพลาดธุรกิจหวังเค่อไป ก็ไปแล้วไปลับ!” ศิษย์ตระกูลเนี่ยว่า
“ข่มเหงกันเกินไปแล้ว!” เนี่ยเทียนป้าเอ่ยอย่างโกรธเกรี้ยว
“แล้วก็ พรุ่งนี้พวกมันไปเรือนน้ำชากงอี้ไม่ได้ไปเพื่อร่วมงานเลี้ยง แต่ไปฟังหวังเค่อพูด แถมยังขอให้เฉพาะคนที่เป็เซียนเทียนขึ้นไปถึงเข้าร่วมได้ขอรับ!” ศิษย์ตระกูลเนี่ยรายงานอย่างนอบน้อม
“เพล้ง!”
เนี่ยเทียนป้าโยนถ้วยน้ำชาในมือลงพื้นอย่างแรง
วันต่อมา
เนี่ยเทียนป้าสวมเสื้อคลุมสีแดง สุดท้ายแล้วมันก็ทนไม่ไหว ต้องแอบลอบมายังเรือนน้ำชากงอี้!
เมื่อมาถึงทางเข้าเรือนน้ำชากงอี้ ด้านนอกเรือนน้ำชาก็คราคร่ำไปด้วยผู้คนแล้ว
“ทำไมประตูยังไม่เปิดอีก?”
“ใช่แล้ว เมื่อวานประมุขหวังบอกไว้!”
“ข้าจะไปถามเถ้าแก่เรือนน้ำชากงอี้ นี่เกิดอะไรขึ้น? ชักช้าอะไรอยู่”
“เ้าหาที่ตายแล้ว เรือนน้ำชากงอี้เห็นได้ชัดว่าเป็ธุรกิจของหวังเค่อ เป็คนของหวังเค่อทั้งนั้น เ้าไม่อยากร่วมธุรกิจกับหวังเค่อแล้ว?”
“แต่ แต่ว่า…!”
“ไม่ต้องพูดแล้ว ประมุขหวังแค่ทำธุรกิจเยอะเกินไปเท่านั้น เมื่อคืนข้าเชิญคนจากเรือนน้ำชากงอี้มาร่ำสุราด้วยก็เลยทราบ! ตอนนี้หวังเค่อกำลังทะยานสู่์!”
“ว่าอะไร?”
“รู้จักประกันบริษัทเสินหวังหรือเปล่า? ราคาห้าพันชั่งศิลาิญญา ศิษย์สำนักเซียนล้วนต่างแย่งกันซื้อ!”
“เื่ประกันที่ว่าเมื่อคืนข้าก็ได้ยินมา บริษัทเสินหวังร่ำรวยเรืองอำนาจนัก!”
“เ้าคิดว่าหวังเค่อไปเอาเงินมาจากไหนมากมาย?”
“บางทีหวังเค่ออาจเป็หน้าฉากของพรรคเทพหมาป่า์ บริษัทเสินหวังมีพรรคเทพหมาป่า์หนุนหลัง!”
………
“หยุดพูดก่อน เดี๋ยวหวังเค่อจะได้ยิน! นั่น ประตูเปิดแล้ว!”
……
“ประตูเปิดแล้ว? ดี มาเถอะ ตามข้ามา!”
……
………
ฝูงชนหลั่งไหลเข้าไปในเรือนน้ำชากงอี้
………
เนี่ยเทียนป้าแฝงตัวเข้าไปด้วยอย่างแเี
…
เป็สวนหย่อมด้านหลังเช่นเดียวกับครั้งก่อน มีคนใช้จากเรือนน้ำชากงอี้คนหนึ่งยืนรออยู่พร้อมเวทียกสูง
ยอดฝีมือประจำเมืองจูเซียนต่างมาถึงทีละคน เบียดเสียดจนไม่มีแม้แต่ที่นั่ง หากไม่มีผู้ใดปริปากบ่น ชีวิตของคนชนชั้นล่างในเมืองเซียนไม่เคยง่ายอยู่แล้ว!
ขณะเดียวกัน ในห้องโถงเรือนน้ำชากงอี้
หวังเค่อวางถ้วยน้ำชาลงพลางมองเถ้าแก่ “เมื่อคืนกระจายข่าวไปหรือยัง?”
“ท่านประมุขโปรดวางใจ ทุกคนต่างทราบแล้วว่าบริษัทเสินหวังเกิดอะไรขึ้น โดยเฉพาะประกันอุบัติเหตุที่รู้กันทุกคน!” เถ้าแก่ตอบอย่างนอบน้อม
“ดีแล้ว ข้าจะได้ไม่ต้องเสียเวลาพูดซ้ำ คนใกล้มาครบแล้ว ไปกันเถอะ!” หวังเค่อเอ่ยเสียงเข้ม
“หวังเค่อ จะ เ้าไม่ใช่กำลังจะไปเกณฑ์คนเซียนเทียน? แล้วเกี่ยวอะไรกับขายประกันด้วย?” จางเจิ้งเต้าถามอย่างแปลกใจ
“เกณฑ์คนเซียนเทียนไปด้วย ขายประกันไปด้วย! แปลกตรงไหน?” หวังเค่อถามอย่างสงสัย
“เ้าอยากขายประกันด้วยจริงๆ? คนเมืองจูเซียนที่ซื้อไหวจะมีสักกี่คน? เ้าจะทำเงินได้รึ?” จางเจิ้งเต้าประหลาดใจ
“นี่เป็แค่ธุรกิจทั่วไป เรียนรู้ไว้ให้ดี งานค้าขายในอนาคตมอบหมายให้เ้าจัดการ!” หวังเค่อตบไหล่จางเจิ้งเต้าก่อนเดินออกไปจากห้องโถง
