โอวหยางจวินเหยียนมองไปยังผู้พูด ไม่เจอกันสิบปี กระดานหมากเฉิงโหวยังคงคำนวณได้ดีจริงๆ ตอนนั้น ฮองเฮาละทิ้งเขา จริงๆ แล้วคงจะขาดอุบายของท่านผู้นี้ไปไม่ได้เป็แน่
เหตุผลที่ละทิ้งเขาง่ายมาก ขอแค่ฮองเฮาตกลงจะช่วยเหลือประคับประคององค์ชายห้า เช่นนั้นวันหน้าสตรีที่จะได้นั่งอย่างมีสง่าราศีบนตำแหน่งไทเฮายังคงเป็นาง ดังนั้นสำหรับนางแล้ว ไม่ว่าจะคอยเชื่อประคับประคองใคร นางล้วนเป็ไทเฮาที่อยู่ในตำแหน่งสูงส่ง
บวกกับ ตระกูลมารดาของฮองเฮาตกต่ำไปหลายปีแล้ว หากเฉิงโหวไม่ยื่นมือออกมาช่วยเหลือลูกชายของตน ในสายตาของฮองเฮา จวินเหยียนนั้นไม่มีทางได้รับครองราชย์ต่ออย่าวราบรื่นแน่นอน
หลังจากเปรียบเทียบน้ำหนักทั้งสองฝ่ายแล้ว สุดท้ายอล้วนางก็ยังคงเลือกทางที่มีโอกาสมากที่สุดนั้น ไม่ใช่ลูกชายของตนเอง ในจุดนี้ ตอนที่จวินเหยียนรู้เข้า ก็แค่หัวเราะหึหึอย่างเ็า
“เื่ของเปิ่นหวาง เสด็จพ่อยังไม่ตรัสอันใด หรือว่าเฉิงโหวอยากจะ ข้ามเครื่องเซ่นไหว้ไปเป็พ่อครัว[1]” จวินเหยียนถามเรียบๆ ไปประโยคหนึ่ง เพียงแค่ประโยคเดียวนี้ ก็เพียงพอจะให้เฉิงโหวหน้าเปลี่ยนสีแล้ว
เขารีบพูดว่า “หนิงชินอ๋องตรัสล้อเล่นแล้ว กระหม่อมก็แค่คิดอ่านเพื่อแผ่นดินหนานเย่าก็เท่านั้น”
“คิดอ่านเพื่อแผ่นดินหนานเย่า เฉิงโหวก็ควรจะเป็กังวลรัชทายาทให้มากหน่อยถึงจะถูก ท่านอ๋องของข้าไม่ใช่ฉู่จวินในอนาคต ดังนั้นไม่จำเป็ต้องมีลูกชายมีทำให้ตำแหน่งมั่นคง ใจของเ้านี้ กังวลมากเกินไปหน่อยแล้วกระมัง” อวิ๋นซีมองไปยังเฉิงโหวอย่างเ็า พูดอย่างไม่เกรงใจแม้แต่น้อย
เ้าแก่สมควรตาย พูดมามากมาย ก็ไม่ใช่เพื่อจะยัดหลานสาวของตนเองมายังจวนหนิงชินอ๋อง เขาอยากจะยัดเข้ามา ก็ต้องดูว่าตนจะรับไว้หรือไม่
เฉิงโหวที่อายุหกสิบกว่าปีแล้ว คิดไม่ถึงว่าคำพูดของตน จะถูกสาวน้อยอายุไม่ถึงยี่สิบปีโต้กลับจนสะอึกไป หากสตรีนางนี้เป็คุณหนูตระกูลสูงศักดิ์ก็ช่างเถอะ แต่นางกลับเป็แค่สตรีต่ำศักดิ์จนๆ คิดจริงๆ หรือว่าแต่งให้หนิงชินอ๋อง แล้วจะบินขึ้นยอดสูงกลายเป็หงส์[2]ไปแล้วจริงๆ
“คำพูดนี้ของชายาหนิงชินอ๋องนั้นกระหม่อมฟังแล้วไม่ชอบเสียเลยจริงๆ......”
เฉิงโหวยังไม่ทันพูดจบ อวิ๋นซีก็พูดต่ออีกประโยคว่า “เปิ่นเฟยพูดอะไร เ้าจะชอบฟังหรือไม่ก็ช่าง ในเมื่ออยู่ที่นี่แล้ว เปิ่นเฟยจะบอกเ้าก็ได้ บุรุษผู้นี้ ชีวิตของเขาเปิ่นเฟยเป็ผู้ช่วยไว้ ตอนที่เขาไปสู่ขอข้าที่ตระกูลอวิ๋นนั้น เขาใช้ชีวิตของตนมาสาบาน ชาตินี้หากว่าทำเื่ผิดต่อเปิ่นเฟย หากแต่งสตรีอื่นเข้ามา หากถูกสตรีอื่นประทับมลทิน เช่นนั้นก็จักต้องถูกฟ้าผ่าห้าครั้ง”
พูดถึงตรงนี้ นางมองไปยังเฉิงโหวอย่างเ็า “ได้ยินมาว่าที่บ้านของเฉิงโหวมีหลานสาวที่งดงามราวบุปผา หรือว่าเ้าอยากจะส่งหลานสาวของเ้ามายังจวนหนิงชินอ๋อง? แน่นอน หากเ้ากล้า แล้วเขาเป็ไปดังคำสาบานจริงๆ เช่นนั้น เปิ่นเฟยก็จะให้คนในตระกูลของคนที่มีใจคิดไม่ซื่อพวกนี้จำนวนอีกสิบเท่ากลบฝังไปเป็เพื่อนสามีข้า”
เมื่อจวินเหยียนได้ยินคำพูดมั่วซั่วของนาง ชั่วขณะนั้นก็ไม่รู้ควรตอบรับเช่นไร ภรรยาตัวน้อยของเขาคนนี้ พูดอะไรกันนี่? แต่ว่า เหตุใดเขาฟังแล้วจึงรู้สึกสะใจเพียงนี้ ยิ่งนางโมโห ยิ่งนางปกป้องตนเอง ก็ยิ่งเป็การพิสูจน์ว่าสถานะของตนในใจนางนั้นก็ยิ่งสำคัญมากขึ้นแล้ว
อวิ๋นซีไม่รู้ ว่าคำพูดซี้ซั่วที่ตนพูดอย่างเป็จริงเป็จังนั้นจะทำเอาบุรุษข้างตัวหลงตัวเองไปได้เพียงนั้น หากรู้เข้าละก็ นางจักต้องไม่พูดออกมาแน่ จะได้ไม่มีคนหลงตัวเองมากจนเกินไป ถึงตอนนั้นก็จะยิ่งได้ใจเข้าไปอีก
คนในตำหนักใหญ่ ต่างก็พากันสูดลมหายใจเข้า พวกเขาคิดไม่ถึงสักนิด ว่าชายาหนิงชินอ๋องผู้นี้จะน่ากลัวขนาดนี้ ถึงขนาดพูดออกมาเช่นนี้โดยไม่หวาดกลัวสักนิด
“ฮึ เ้าเป็แค่สตรีตัวเล็กๆ ไม่รู้หรือว่า มีคำบางคำที่ไม่ควรพูด?” ครั้งนี้เฉิงโหวโกรธจัดแล้ว “ถึงขนาดกล้าให้ท่านอ๋องสาบานด้วยชีวิต ดูก็รู้แล้วว่าจิตใจของเ้านั้นชั่วร้ายเพียงใด”
เมื่ออวิ๋นซีได้ยิน ก็หัวเราะหึหึ “ชั่วร้าย? หรือว่าจิตใจของเฉิงโหวไม่ชั่วร้ายหรือไร? แม้แต่เสด็จพ่อยังไม่ทรงก้าวก่ายว่าเรือนหลังของท่านอ๋องข้าจะมีสตรีกี่นาง กลับเป็เฉิงโหวที่กังวลใจถึงเพียงนี้ จิตใจคิดอันใด ชัดเจนยิ่ง เปิ่นเฟยและท่านโหวก็แค่ครึ่งจินปะทะแปดตำลึง[3]ก็เท่านั้น”
เมื่อพูดจบ ฮ่องเต้ก็นำฮองเฮาเดินเข้ามา บรรดาขุนนางทั้งหมดต่างก็พากันคุกเข่าถวายบังคมรับฮ่องเต้และฮองเฮา เสี้ยวเหวินตี้ยิ้มเดินเข้ามา ยามที่มาถึงตรงหน้าอวิ๋นซีและจวินเหยียนนั้น เขายังมองอวิ๋นซีอย่างมีนัยยะไปทีหนึ่ง
เื่ที่เกิดขึ้นที่นี่ ล้วนถูกส่งไปถึงหูเขาหมดแล้ว หึหึ ภรรยาที่บ้านเ้ารองอารมณ์ร้ายไม่ธรรมดาจริงๆ
เขานั่งลงบัลลังก์ั ยิ้มโบกมือตรัสว่า “ทุกคนลุกขึ้นเถอะ”
รอจนทุกคนนั่งลงแล้ว เขาก็ยิ้มไปยังอวิ๋นซีถามว่า “เมื่อครู่ครึกครื้นถึงเพียงนั้น พวกเ้ากำลังคุยอันใดกันอยู่?”
เมื่ออวิ๋นซีได้ยิน ก็ยิ้มยืนขึ้น ยอบกายคาราวะอย่างเคารพ จากนั้นถึงพูดขึ้นว่า “เสด็จพ่อ เมื่อครู่เฉิงโหวกำลังวิจารณ์เื่เรือนหลังในจวนชินอ๋องอยู่เพคะ ลูกคิดว่าเฉิงโหวและเฉิงโหวชื่อจื่อเหน็ดเหนื่อยกายใจเพื่อราชสำนัก เพื่อราษฎร พอดีครั้งนี้ลูกกลับมาจากหานโจว พาบรรดาแม่นางน้อยที่รูปลักษณ์งดงามล้ำเลิศ และยังรู้วิชาแพทย์กลับมาด้วย พอดีจะได้ส่งไปให้ท่านทั้งสองที่จวนเฉิงโหว เช่นนี้ ท่านโหวสองพ่อลูกก็เรียกได้ว่า ได้ชายผ้าแดงเติมกลิ่นหอมแล้ว[4]”
เมื่อเสี้ยวเหวินตี้ได้ยิน ก็ยิ้มบางๆ มองอวิ๋นซีไปทีหนึ่ง สุดท้ายก็หัวเราะฮ่าฮ่าตรัสว่า “เ้าไม่พูดขึ้นมา พ่อก็ยังคิดถึงปัญหานี้ขึ้นมาไม่ได้จริงๆ เจิ้นเองก็ยังไม่เคยเห็นสตรีหานโจว ไม่สู้นำขึ้นมาให้ทุกคนได้ชมกันก่อนเป็อย่างไร หากเป็ดังที่อาซีเ้าพูดจริงๆ ผู้ที่เหน็ดเหนื่อยต้องได้การดูแลไม่ได้มีแค่เฉิงโหวสองพ่อลูกนะ”
เมื่ออวิ๋นซีได้ยิน ในใจก็เริงร่า ถึงแม้เสี้ยวเหวินตี้ผู้นี้จะน่ารังเกียจ แต่ก็นึกไม่ถึงว่าจะทำเื่วุ่นวายไปกับตนด้วย ไม่ว่าเขาจะทำแบบนี้ด้วยเป้าหมายอะไร ขอแค่ได้สมดังปรารถนาที่ตนคิดไว้ ทั้งหมดนี้ล้วนคุ้มค่า
คนแซ่เฉิง เ้าคิดอยากจะส่งหลานสาวมายังจวนอ๋องของข้า เปิ่นเฟยก็จะให้พวกเ้าได้สมปรารถนาก่อน บิดาและบุตรได้ชายผ้าแดงเติมกลิ่นหอมไปพร้อมกัน นี่เป็เื่ดีอย่างที่สุด
เพียงไม่นานก็มีขันทีนำสาวงามค่อยเดินเข้ามา สตรีเ่าั้สวมอาภรณ์ที่นางตั้งใจออกแบบเป็พิเศษ ใบหน้ามีผ้าคลุมหน้าผืนบางคุกเข่าโขกศีรษะลงตรงหน้าฮ่องเต้
เสี้ยวเหวินตี้มองสตรีลึกลับงดงามไม่กี่คนตรงหน้า เขายิ้มพูดว่า “ดึงผ้าคลุมหน้าลงมาให้เจิ้นดูหน่อย”
เหล่าสาวงามปลดผ้าคลุมหน้าลง เพียงไม่นานก็ปรากฏดวงหน้างามพริ้ม เมื่อเสี้ยวเหวินตี้เห็นเช่นนั้น ยิ้มพยักหน้า “ต่างก็ว่ากันว่าดินแดนตะวันตกเฉียงเหนือมีสาวงาม เป็จริงดังว่าจริงๆ”
ฮองเฮาที่นั่งอยู่ข้างกายเขาเมื่อได้ยินเช่นนั้น ก็อดมองไปยังอวิ๋นซีไม่ได้ ในสายตาราวกับชุบยาพิษก็ไม่ปาน สมควรตายนัก บรรดาสตรีที่มีกลิ่นอายสาวชายแดนเหล่านี้ หากเอาเข้ามาในวัง จักต้องทำให้ฮ่องเต้โปรดปรานเป็ที่ยิ่งอย่างแน่นอน
คิดถึงว่าในวังหลังมีคนมากพออยู่แล้ว หากในพระทัยของฝ่าามีดำริอะไร อยากเอาเข้าวังมาสักคน นางผู้เป็ฮองเฮานี้ก็คงถูกฮ่องเต้ทิ้งขว้างอย่างแท้จริงแล้ว น่าตายนัก เดิมนางคิดจะแต่งเฉิงิฮุ่ยเข้าจวนชินอ๋องไป คิดไม่ถึงว่านังชั้นต่ำน้อยอวิ๋นซีผู้นี้กลับรออยู่ที่นี่แล้ว ถึงกับยื่นมือเข้าไปถึงเรือนหลังของเฉิงโหวแล้ว
สตรีเหล่านี้ไม่ว่าเข้าวังหลังหรือว่าไปยังจวนโหว สำหรับนางแล้วไม่มีทางเป็เื่ดีอย่างแน่นอน หากเพราะสตรีหานโจวสองคน ทำให้สองแม่ลูกฮูหยินท่านโหว และฮูหยินซื่อจื่อหมางใจกับนางแล้วละก็ คงจะเป็เื่แน่
ไม่ได้ นางต้องคิดหาวิธีหยุดเื่นี้
————————————————————————————————————
[1]ข้ามเครื่องเซ่นไหว้ไปเป็พ่อครัว (越俎代庖)เปรียบเปรยถึงการข้ามหน้าข้ามตา หรือล้ำเส้นไปทำงานของผู้อื่นที่อยู่นอกเหนือขอบเขตความรับผิดชอบของตน
[2]บินขึ้นยอดสูงกลายเป็หงส์(飞上枝头变凤凰)เปรียบเทียบถึงการยกระดับจากฐานะที่ตำ่ต้อยให้สูงขึ้นในทันที
[3]ครึ่งจินปะทะแปดตำลึง(半斤对八两)ครึ่งจินและแปดตำลึงมีน้ำหนักเท่ากัน เปรียบเทียบถึงคนสองคนที่ก็พอๆ กัน
[4]ชายผ้าแดงเติมกลิ่นหอม(红袖添香)เปรียบเทียบถึงสตรีอ่อนเยาว์งดงามที่ทำหน้าที่เป็ผู้เรียนหนังสือเป็เพื่อน อยู่ดูแลเป็เพื่อนบัณฑิตทั้งหลาย
