ณ จวนสกุลจิ้ง
เมื่อจิ้งหยวนตื่นนอนในตอนเช้าและหลังจากที่อาบน้ำเสร็จ เขาก็วิ่งเหยาะๆ ออกกำลังกายไปรอบๆ จวนสกุลจิ้ง ร่างกายของเขาแม้จะเป็ร่างของคนของโลกนี้ แต่นิสัยของการออกกำลังกายยามเช้า ก็ยังคงแทรกซึมจนเป็วินัยอย่างหนึ่ง
หลังจากวิ่งเหยาะๆ ไปครึ่งรอบ จิ้งหยวนก็เปลี่ยนเส้นทางหันไปวิ่งผ่านห้องพักของข้าราชบริพารของจวน โดยที่ในระหว่างทางที่เหล่าคนรับใช้เห็นจิ้งหยวนวิ่งผ่าน ทุกคนจะค่อยๆ คำนับด้วยความเคารพ ไม่แปลกใจและออกจะค่อนข้างคุ้นเคยกับกิจกรรมแปลกที่จิ้งหยวนทำ
จิ้งหยวนเองพยักหน้ารับเล็กน้อย จนเมื่อเขาวิ่งมาถึงจุดหักเลี้ยวที่หัวมุมอาคารห้องโถง ทันใดนั้นเขาก็เห็นว่าต้าเซี่ยนกำลังพูดคุยอยู่กับใครบางคน
“เ้าบอกว่าเ้าอยากมาเป็คนสวนไม่ได้ตั้งใจจะมาสมัครเป็ยามจริงๆ แน่นะ?”
“...”
บนโต๊ะรับสมัครคนทางด้านหน้าจวน ต้าเซี่ยนที่กำลังรับสมัครคนงานเพิ่มเพราะคนใช้ไม่เพียงพอ
เดิมที ต้าเซี่ยนคิดว่าอีกฝ่ายมาที่นี่เพื่อเข้าร่วมเป็ยาม แต่ใครจะรู้ว่าอีกฝ่ายจะมาสมัครขอเป็เพียงแค่คนสวน
“ถูกต้อง! ข้าทำนามาั้แ่เด็ก เข้าใจพืชป่าทุกอย่างั้แ่อายุสามขวบ”
ชายร่างใหญ่พูดโดยไม่ไตร่ตรอง แม้สิ่งที่เขาพูดจะดูเหมือนเป็เื่จริง แต่รูปลักษณ์ภายนอกดูยังไงอีกฝ่ายก็คล้ายทหารไม่ใช่คนสวนที่ชอบปลูกดอกไม้เลย
“งั้นข้าจะทดสอบ หากข้าวของเ้าถูกตัวเพลี้ยลงนา เ้าจะแก้ปัญหาอย่างไร?”
“ข้าไม่รู้เพราะนาข้าไม่เคยเจอปัญหาเื่เพลี้ย”
ห่ะ?
“...”
ต้าเซี่ยนลองถาม แต่เพียงอีกฝ่ายพูดออกมาก็ทำเอาคนที่ได้ยินถึงกับผงะ
“งั้นหากต้นไม่เหี่ยวเ้าจะรดน้ำใส่มันหรือเปล่า?” ต้าเซี่ยนถามออกรอบ จนอีกฝ่ายจะตอบออกมาโดยไม่ต้องคิดว่า “ไม่”
ด้วยสิ่งนี้ มันก็ทำเอาต้าเซี่ยนมึนงงไปหมด มันเป็แค่คำถามง่ายๆ แต่อีกฝ่ายก็ยังตอบผิด งานคนสวนไม่มีอะไรซับซ้อน แค่ต้นไม้ในสวนเหี่ยวก็มีหน้าที่แค่ตักน้ำในบ่อมาใส่ จนเริ่มไม่แน่ใจว่าคนๆ นี้รู้เื่การทำสวนจริงๆ หรือเปล่า
“เ้าจะไม่ลองพิจารณาการเป็ยามจริงเหรอ? ข้ารับรองว่าด้วยความแข็งแกร่งของเ้า เ้าสามารถรับค่าจ้างมากกว่าคนงานทำสวน”
เห็นได้ชัดว่าคนๆ นี้เหมาะจะเป็ทหารที่ไม่มีใครเทียบได้ แต่ต้าเซี่ยนก็ไม่เข้าใจว่าทำไมคนๆ นี้ถึงเอาแต่จะทำเพียงแค่งานสวน
“เกิดอะไรขึ้นรึต้าเซี่ยน?”
ทันใดนั้นจิ้งหยวนที่เฝ้าดูมาสักพักก็เดินเข้ามาหาแล้วถาม เมื่อต้าเซี่ยนเห็น เขาก็รีบยืนขึ้นแล้วบอกว่าคนๆ นี้้าจะเป็คนสวนแต่ไม่รู้จักแม้แต่เื่พื้นฐานในการดูแล
“คุณชายจำไม่ได้หรือขอรับ ว่าท่านให้ข้าประกาศเพื่อรับสมัครคนสองสามคนเข้ามาทำงานในวังเมื่อสองวันก่อน? และแม้ใบประกาศจะถูกติดมาตลอดจนถึงวันนี้ก็ยังไม่มีใครมา”
“จนเมื่อเช้า ชายผู้นี้ก็เป็คนแรกและบอกว่าเขามาที่จวนสกุลจิ้งเพื่อขอทำงาน กระหม่อมเห็นว่ามันผู้นี้มีร่างกายที่ใหญ่โตดี จึงพยายามโน้มน้าวให้เขามาเป็คนยามดูแลความปลอดภัย แต่เขาก็ปฏิเสธไม่ขอทำงานอื่นนอกจากคนสวน”
จิ้งหยวนได้ฟังก็พยักหน้า เดินวนไปรอบๆ ร่างใหญ่และพิจารณาเล็กน้อย
โดยรวม ชายผู้นี้คล้ายว่าจะโตผิดธรรมชาติ เขาสูงกินสองเมตรราวกับฝรั่งตะวันตกจากโลกอีกใบ ต่างจากคนต้าชวีที่หากให้ยืนเคียงกัน แม้แต่จิ้งหยวนก็ยังสูงเพียงแค่หน้าอกของอีกฝ่าย
ดูน่าเกรงขามมากสำหรับคนในสมัยโบราณ แขนเป็มัดๆ หนากว่าต้นขา ดูเหมือนั์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ เป็ไทแรนโนซอรัสที่อยู่ในร่างมนุษย์
“เ้าชื่อว่าอย่างไร?” จิ้งหยวนถามขึ้น เขาพอจะได้ยินการสนทนาของทั้งสองอยู่บ้าง
และสิ่งที่ต้าเซี่ยนถามอาจดูเป็สิ่งปกติสำหรับโลกนี้ ต้นไม้เหี่ยวต้องรดน้ำ แต่จิ้งหยวนที่มาจากอีกโลกและรู้เื่การปลุกพื้นฐานดี เขาก็รู้ว่าการรดน้ำอาจไม่ใช่แก้ปัญหา แต่อาจจะเพราะคุณภาพดิน หรือศัตรูพืช หรือกระทั่งเมล็ดบางชนิดต้องใส่ปุ๋ยก่อนปลูก
เพียงแต่สิ่งพวกนี้โดยเฉพาะการใส่ปุ๋ย คนต้าชวีไม่รู้จักมันว่าหากใส่แล้วจะช่วยให้ได้ผลผลิตมากขึ้นกว่าเดิม
มีความเป็ไปได้ที่คนั์เบื้องหน้าอาจจะเป็ผู้เชี่ยวชาญจริง แต่เขาน่าจะมีปัญหาด้านการสื่อสาร
ร่างกายใหญ่ชี้ให้เห็นว่าเขาเติบโตผิดมนุษย์ บางทีด้วยสิ่งนี้จึงอาจจะทำให้สมองของเขาพัฒนาไม่เต็มที่ จนขาดทักษะการวิเคราะห์และการสื่อสารกับคนอื่น ทำให้คนที่ได้ฟังไม่อาจเข้าใจความหมายที่แท้จริงของชายคนนี้
เช่นเดียวกับคำถามแรกที่ต้าเซี่ยนถามว่าหากนาของเขาถูกเพลี้ยลงจะทำยังไง
คนปกติจะบอกวิธีการแก้เป็คำตอบ
แต่การตอบของชายคนนี้ว่าไม่รู้ก็อาจจะไม่ใช่ว่าเขาไม่รู้จริงๆ แต่อาจจะเป็เพราะนาของเขาไม่เคยถูกเพลี้ยลงมาก่อน และด้วยปัญหาการสื่อสารที่ไม่เข้าใจ เขาจึงตอบว่าไม่รู้เพราะเขาจัดการนาดีจนไม่เคยเจอปัญหาเื่เพลี้ยลง
เขาไม่รู้ว่าสิ่งที่ต้าเซี่ยถามคือการแก้ปัญหาเื่เพลี้ย แต่ดันไปเข้าใจว่าต้าเซี่ยนถามว่านาของเขามีเพลี้ยลงหรือเปล่า
“หวางสื่อ”
“ข้าชื่อว่าหวางสื่อขอรับ” เสียงของชายร่างใหญ่ที่เอ่ยออกมาดังเป็อย่างมาก มันเป็เหมือนระฆังั์ที่โดนหินกระทบ ทำให้ผู้คนที่ได้ยินเกิดหูอื้อ ขนาดจิ้งหยวนที่ยืนถอยห่างจากผู้ชายคนนี้อยู่หลายก้าวยังรู้สึกได้ว่าแก้วหูของเขากำลังโดนตบ
“หืม…งานสวนของจวนสกุลจิ้งจะไม่รับสมัครคนที่อ่อนแอ เ้าสามารถยกหินก้อนนั้นได้หรือเปล่า?”
เมื่อหวางสื่อได้ยินคำสั่ง เขาก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาให้มากความ เพียงเหลือบมองไปที่ก้อนหินใหญ่รูปสิงโตที่ตั้งตรงอยู่หน้าประตู เขาก็เดินเข้าไปยกสิงโตหินตัวหนึ่งขึ้นเหนือศีรษะได้ไม่ยากเลย
ทำเอาจิ้งหยวนที่เห็นแบบนี้ใเป็อย่างมาก ไม่คิดว่าด้วยน้ำหนักที่มากขนาดนั้นคนๆ นี้จะสามารถยกขึ้นได้จริงๆ
“ข้าจะรับเ้าเป็กรณีพิเศษ นอกจากเื่สวนเ้าต้องป้องกันหรือไล่คนที่น่าสงสัยที่อาจจะมาทำลายสวนของข้าได้ด้วย เ้า้าค่าจ้างมากเท่าไหร่?”
คำพูดของจิ้งหยวนก็ทำให้ต้าเซี่ยนอ้าปากเต็มไปด้วยความทึ่ง ไม่คิดว่าจะสามารถหลอกด้วยคำพูดให้คนโง่ตัวใหญ่คนนี้กลายมาเป็ยามในฐานะคนสวนได้ เป็สิ่งที่น่าอัศจรรย์ที่ไม่เคยคิดว่ามีวิธีการพูดแบบนี้อยู่ในโลกมาก่อน
ว่าเพียงไม่กี่คำที่พลิกแพลง จะสามารถทำให้คนโง่ที่อยากจะทำแค่งานสวนยอมรับและหลงกลว่าเขามาอยู่ที่นี่เป็คนสวนจริงๆ
“บะ..บ่าวขอแค่ข้าวสามมื้อและที่หลับนอนก็พอขอรับ!”
“หะ!”
“หะ!”
หวางสื่อเดินเข้ามาหาและโค้งตัวลง ท่าทางของเขาก็เหมือนจะเขินอายเช่นกันเมื่อเอ่ยถึงเื่ค่าจ้าง ทำเอาจิ้งหยวนและต้าเซี่ยนมองหน้ากันที่เห็นว่าคนๆ นี้มีความ้าที่ต่ำกว่าคนปกติ
“อืม..เช่นนั้นก็ตกลง เ้าเข้ามาทำงานและย้ายของเข้ามาอยู่ในจวนสกุลจิ้งได้เลยนับั้แ่วันนี้”
จิ้งหยวนไม่คิดมาก บางทีคนธรรมดาในโลกนี้มีงานให้ทำไม่มากนัก หากไม่ใช่ตระกูลขุนนางหรือพ่อค้ารายใหญ่มีเส้นสายหรือเงินทุน การกินข้าวสามมื้อให้ได้สักวันก็แทบจะเป็อะไรที่หรูหราที่น้อยครั้งจะได้กิน
ถึงจะค่อนข้างประหลาดใจอยู่บ้างที่ไม่ต้องจ่ายเงินเดือน แต่ก็นับว่าเป็เื่ดีที่เขาสามารถชักชวนคนเก่งให้มาอยู่ในจวนได้
หลังจากรับหวางสื่อเข้ามาทำงานเป็คนสวนที่ทำหน้าที่เฝ้าจวนและระวังภัยได้นิดหน่อย ผลลัพธ์ของการรับคนสวนก็ทำให้จิ้งหยวนรู้สึกว่าตัวเองคิดถูกสุดๆ
เพราะเพียงยังไม่พ้นผ่านคืน ต้าเซี่ยนก็วิ่งมาปลุกเขาั้แ่กลางดึก บอกว่าหวางสื่อจับหนูที่บุกรุกสวนหลังของจวนได้ และ้าให้เขาออกไปดูเพื่อตัดสินใจ
