คำสาบานโลหิตหมื่นปีศาจเป็คำสาบานสูงสุดของลัทธิปีศาจ แฝงไปด้วยพลังน่าเหลือเชื่อเกินพรรณนา เมื่อใดที่สาบานแล้วมิอาจฝ่าฝืนได้ชั่วชีวิต หากฝ่าฝืนชีวิตจะต้องดับสิ้นอย่างน่าสยดสยอง
มิว่าจักบำเพ็ญเพียรจนแกร่งกล้าเพียงใดพลังของคำสาบานโลหิตหมื่นปีศาจก็จะยังคงอยู่ มันเป็คำสาบานที่เ้าปีศาจหลัวโหวสร้างขึ้น ทางเดียวที่จะทำลายคำสาบานนี้ได้นั้น มีเพียงต้องแข็งแกร่งให้เหนือกว่าเ้าปีศาจหลัวโหว
ครั้นโลหิตซึมซาบเข้าไปในร่างกาย ซั่งกวานเหยียนหลานรู้สึกว่าตนกำลังถูกควบคุมโดยพลังบางอย่าง มันเป็ความรู้สึกที่อธิบายเป็คำพูดไม่ได้ ขณะนั้นนางรู้สึกว่าจูชิงเป็เ้านายของนาง ไม่ว่าจูชิงจะออกคำสั่งอะไร นางก็จะเชื่อฟังอย่างไร้เงื่อนไข แม้ว่าจักสั่งให้นางไปตายก็ตาม
“วิชา《ระบำปีศาจ์》เข้าไปสู่จิติญญาของเ้าพร้อมกับคำสาบานโลหิตหมื่นปีศาจแล้ว” เฒ่าปีศาจยิ้มเล็กน้อย
ซั่งกวานเหยียนหลานตัวสั่นสะท้าน ดวงตากลมโตเบิกกว้างมองจูชิงอย่างไม่อยากเชื่อสายตา “ในร่างของเ้า...”
“มิต้องใ ต่อจากนี้ไปเ้าต้องอยู่กับจูชิง เขาจักขาดเ้ามิได้” เฒ่าปีศาจหัวเราะฮ่าๆ
จูชิงกลอกตา “อย่าพูดเหมือนข้าเป็คนเลวสิ!”
เฒ่าปีศาจเบ้ปาก “โลกนี้ไม่มีคนดีหรือคนเลว มีเพียงผู้ที่แข็งแกร่งกับผู้ที่อ่อนแอเท่านั้น”
“ท่านผู้าุโ... ” ขณะที่ซั่งกวานเหยียนหลานอยากพูดอะไรสักอย่าง เสียงกัมปนาทดั่งอัสนีดังสะท้อนในจิติญญาของนาง
“แม่นาง การมีอยู่ของข้ามิใช่สิ่งที่เ้าจะััถึงได้ เ้ายังไม่มีคุณสมบัติเพียงพอ” เสียงเย็นเยียบของเฒ่าปีศาจดังก้องในจิติญญาของซั่งกวานเหยียนหลาน
เนื่องจากการมีอยู่ของศิลาผนึกิญญาพิชิต์กำหนดให้เฒ่าปีศาจคอยช่วยเหลือจูชิง จูชิงจึงเปรียบเสมือนกับเ้านายของเฒ่าปีศาจ การปฏิบัติต่อจูชิงจึงเป็อีกแบบหนึ่ง แต่สำหรับจอมยุทธ์อย่างซั่งกวานเหยียนหลานนั้นเขามิได้เห็นนางอยู่ในสายตา
ถึงแม้ซั่งกวานเหยียนหลานจะเป็บุตรของสามนตราชก็ตาม
ซั่งกวานเหยียนหลานราวกับหนูตัวเล็กที่กำลังตื่นตระหนก นางมองจูชิงด้วยความประหม่า กลัวว่าตัวเองจะถูกฆ่าตาย
หากแต่นางกลับรู้สึกตื่นเต้นไปในเวลาเดียวกัน นางได้พบเห็นความแปลกใหม่แตกต่างกับสิ่งที่เคยเห็นมาอย่างสิ้นเชิง
จอมยุทธ์ที่แข็งแกร่งที่สุดที่ซั่งกวานเหยียนหลานเคยพบก็คือบิดาของนาง เ้าพระยาผู้ยิ่งใหญ่แห่งจักรวรรดิต้าฉี ขั้นสร้างลมปราณเก้าชั้นฟ้า
หลังจากเข้าสำนักขุนเขากระบี่เทียนหยวน ผู้แข็งแกร่งที่นางเห็นก็คือผู้าุโลองกระบี่ แต่พอพบเฒ่าปีศาจ นางก็พบว่าเป้าหมายที่นางไล่ตามก่อนหน้านี้ช่างน่าขันยิ่งนัก ถึงเป็ผู้าุโลองกระบี่ก็ยังเทียบเฒ่าปีศาจไม่ติดฝุ่น
ซั่งกวานเหยียนหลานจับจ้องมองจูชิงแววตาตื่นเต้นสุดแสน ความเป็มาของจูชิงจักต้องยิ่งใหญ่เป็แน่แท้ ถึงได้มีผู้เยี่ยมยุทธ์แกร่งกล้าเฉกเช่นนี้คุ้มครอง มิอาจจินตนาการได้เลยว่าต่อไปภายภาคหน้าจูชิงจะโดดเด่นเหนือฟ้าปานใด
เพลานี้ซั่งกวานเหยียนหลานเข้าใจแล้วว่า เหตุใดจูชิงถึงพูดว่าถ้านางไม่ตกลงนางจะต้องเสียใจภายหลัง หากนางตัดสินใจผิด นางคงเสียใจไปตลอดชีวิตจริงๆ
พร์ของซั่งกวานเหยียนหลานนั้นกล่าวได้ว่ายอดเยี่ยมในจักรวรรดิต้าฉี ทว่าในขุนเขากระบี่เทียนหยวนนั้นแค่ถือว่าพอใช้ได้ แม้ว่าจักเป็ศิษย์ในสำนักแต่ก็ทำได้เพียงเท่านั้น มิอาจก้าวเข้าสู่อันดับัพยัคฆ์
ทว่าั้แ่วันนี้ซั่งกวานเหยียนหลานรู้สึกได้ว่าเส้นทางแห่งยุทธ์ของนางกำลังเปลี่ยนไป บางทีนางอาจจะกลายเป็ผู้เยี่ยมยุทธ์ในตำนานที่หมู่ชนเล่าขานกันในภายหลังก็เป็ได้
ัคะนองน้ำน้อยเงยหน้ามองซั่งกวานเหยียนหลาน มันไม่เข้าใจว่าเหตุใดสถานการณ์ถึงกลายเป็เช่นนี้ไปได้
“ที่นี่อันตราย ตามข้ามา!” จูชิงพูดด้วยสีหน้าจริงจัง
จากปฏิกิริยาของัคะนองน้ำน้อย เพลานี้มีสัตว์อสูริญญาขั้นสร้างลมปราณอย่างน้อยห้าตัวในเทือกเขากระจายตัวอยู่รอบด้าน เป็เื่ยากที่จะหลีกเลี่ยงไม่ให้เผชิญหน้ากับพวกมัน
ทว่าเขากลับไม่พบสัตว์อสูรตัวใดเลย ดูเหมือนน่าจะถูกขุนเขากระบี่เทียนหยวนกักขังไว้ด้วยพลังมหาศาล
มีความเป็ไปได้สูงที่จะเป็เช่นนั้น เพราะศิษย์ที่เข้าร่วมการทดสอบล้วนเป็มือใหม่ เป็แค่ขั้นหลอมกายา ลำพังแค่สัตว์อสูริญญาขั้นเคลื่อนย้ายลมปราณก็เต็มกลืนแล้ว ถ้าต้องเผชิญหน้ากับสัตว์อสูริญญาขั้นสร้างลมปราณ ถึงร้อยคนร่วมมือกันก็ยังทำอะไรไม่ได้
“เ้าเคยฝึกฝนวรยุทธ์อะไรมาบ้าง?” จูชิงถาม
“ท่านพ่อเคยถ่ายทอดวรยุทธ์มนุษย์ระดับกลางให้ข้า ชื่อว่า《กระบี่ิญญาลม》” ซั่งกวานเหยียนหลานตอบ
จูชิงขมวดคิ้วเล็กน้อย ฤทธิรณของซั่งกวานเหยียนหลานไม่ได้สูงนัก น่าจะช่วยอะไรไม่ได้มาก
ทว่าสองหัวย่อมดีกว่าหัวเดียว ความเร็วในการเก็บเกี่ยวทรัพยากรของจูชิงรวดเร็วขึ้นกว่าเดิมระดับหนึ่ง
แม้ระหว่างทางจะเจอสัตว์อสูริญญาขั้นหลอมกายาหลายตัวก็ถูกซั่งกวานเหยียนหลานจัดการจนหมด
ถึงเคล็ดกระบี่ของซั่งกวานเหยียนหลานจะมิได้แข็งแกร่งมากสำหรับจูชิง ทว่าในขั้นหลอมกายาเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว
“ตึง!” จูชิงเหวี่ยงหมัดใส่ละมั่งตัวหนึ่งที่กำลังวิ่งอยู่ล้มลงกับพื้นในหมัดเดียว!
หลังจากจูชิงผสานอักขระาหลัวโหว กายาแข็งแกร่งยิ่งกว่าจอมยุทธ์สามัญ ทำให้พลังของพฤฒาสองเสียงเพิ่มขึ้นเป็สองเท่า สามารถสังหารละมั่งขั้นหลอมกายาได้อย่างง่ายดาย
ซั่งกวานเหยียนหลานตะลึงจนลืมตัว เป็ครั้งแรกเลยที่นางเห็นจอมยุทธ์ขั้นหลอมกายาฆ่าสัตว์อสูริญญาในหมัดเดียว จูชิงแข็งแกร่งกว่าที่นางคิดเอาไว้มาก
“เฒ่าปีศาจ 《หลอมกายปีศาจวายุ》ที่เ้าถ่ายทอดให้ข้าไม่เห็นจะมีประโยชน์อะไรเลย ข้ากินของล้ำค่าฟ้าดินไปไม่รู้ตั้งเท่าไหร่แล้ว ทว่าอักขระิญญาบนกระดูกก็ยังเท่าเดิม” จูชิงเอ่ยถามระหว่างชำแหละศพละมั่ง
“ไม่มีประโยชน์งั้นรึ เ้าคิดว่าร่างกายเ้าจะรับพลานุภาพที่ทรงพลังขนาดนั้นได้หรือไร?” เฒ่าปีศาจกลอกตา ไม่สบอารมณ์กับคำพูดของจูชิง
ถ้ากระดูกของจูชิงมิได้สลักอักขระแห่งวายุจักรับพลังเหนือฟ้าเช่นนั้นได้หรือ ไม่อย่างนั้นกระดูกคงแตกไปตั้งนานแล้ว
“อย่างไรเสีย มันก็เป็วิชาลับขั้นลึกลับระดับสูง เ้าคิดว่าจักฝึกฝนมันได้ง่ายๆ รึ” เฒ่าปีศาจพูด
วิชาลับขั้นลึกลับระดับสูง แม้เป็ขุนเขากระบี่เทียนหยวนก็ยังมีอยู่แค่ไม่กี่วิชา จูชิงซึ่งเป็ขั้นหลอมกายาหากกลับได้ฝึกฝนวิชาลับขั้นลึกลับระดับสูง ถ้าเื่นี้แพร่งพรายออกไปหมู่ชนคงใจนอ้าปากค้าง
“นายท่าน...” ทันใดนั้นซั่งกวานเหยียนหลานก็เคลื่อนตัวเข้าไปใกล้จูชิงด้วยความกังวล!
“มีอะไร...” ม่านตาของจูชิงหดเล็กเหลือเท่ารูเข็ม ชายเืโชกคนหนึ่งวิ่งออกมาจากข้างในป่าทึบ บริเวณท้องมีแผลขนาดใหญ่จนมองเห็นลำไส้ที่ขดอยู่ข้างใน
เมื่อมองไปที่เสื้อผ้าของชายผู้นั้น เห็นได้ชัดว่าเขาคือศิษย์สามัญที่เข้าร่วมการทดสอบ ส่วนแผลที่ท้องนั้นเป็ฝีมือของสัตว์อสูริญญาอย่างไม่ต้องสงสัยเพราะมีเนื้อบางส่วนถูกควักออกไป
“โฮกกก!” เสียงคำรามดังกึกก้องมาพร้อมหมูป่าตัวใหญ่เท่าบ้านพุ่งเข้าชนต้นไม้หลายสิบต้นโค่นหัก
พลังของมันน่าพรั่นพรึงยิ่งยวด แม้แต่จูชิงยังมิกล้าเผชิญกับมันซึ่งหน้า
“หมูป่าคลั่ง สัตว์อสูริญญาขั้นเคลื่อนย้ายลมปราณ” จูชิงสูดลมหายใจเข้าลึก
ในเทือกเขาแห่งนี้มีสัตว์อสูริญญาเพียงไม่กี่ชนิดที่ห้ามล่วงเกินโดยเด็ดขาด และหมูป่าคลั่งก็เป็หนึ่งในนั้น
ถึงจะเป็หมูทว่ากลับว่องไวดั่งอัสนี กอปรกับร่างกายที่ใหญ่โตกับขนที่แข็งของมัน จะมีขั้นหลอมกายาสักกี่คนที่จักล้มหมูป่าคลั่งได้
ไม่รู้ว่าศิษย์สามัญต้องนองเืเพราะมันกี่ชั่วอายุคนแล้ว จากบันทึกในหนังสัตว์อสูรน่าจะมีหมูป่าคลั่งสองตัวอยู่ในเทือกเขา
จูชิงโชคไม่ดีนักเพราะหมูป่าคลั่งหมายหัวพวกเขาเอาไว้แล้ว!
การเข้าประมือกับหมูป่าคลั่งเป็การตัดสินใจที่โง่เขลา ข้อเท็จจริงนี้ได้รับการพิสูจน์โดยผู้าุโนับไม่ถ้วนที่แลกมาด้วยเืและชีวิต
นอกเสียจากจูชิงจักว่องไวยิ่งกว่าจอมยุทธ์ขั้นเคลื่อนย้ายลมปราณแล้วนั้นวิธีอื่นๆ ล้วนไร้ประโยชน์ ถึงจักซ่อนตัวอยู่ในป่าทึบก็ไม่เป็ผล เพราะหมูป่าคลั่งมีขนาดตัวที่ใหญ่โตจนสามารถทำลายล้างได้ทุกสรรพสิ่ง
“แย่ล่ะสิ!” จูชิงยิ้มเจื่อน
ซั่งกวานเหยียนหลานตะลึงพรึงเพริด นางไม่เคยเห็นสัตว์อสูรที่ตัวใหญ่ขนาดนี้มาก่อน
“เ้าซ่อนตัวให้ดี อย่าถ่วงแข้งถ่วงขาข้า” จูชิงสูดลมหายใจเข้าลึก อักขระาหลัวโหวที่แขนผสานรวมอยู่ในมือเป็หนึ่งเดียว ก่อนที่คันธนูโลหิตจะประจักษ์ขึ้นในมือ
“ง้าวปีศาจิญญาอำมหิต!” จูชิงสูดลมหายใจเข้าลึกแล้ววางง้าวทมิฬบนสายธนู
ทันใดนั้นธนูหลัวโหวประกายแสงจรัสแจ้ง ลมปราณน่าคร้ามเกรงห่อหุ้มง้าวปีศาจิญญาอำมหิตแผดเสียงคำรณอึกทึกกึกก้อง!
หมูป่าคลั่งตัวใหญ่เช่นนี้แม้หลับตายิงก็ไม่มีทางพลาด จูชิงมั่นใจในความเร็วของธนูหลัวโหวเป็อย่างมาก ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องยิงโดนอย่างแน่นอน!
ทว่าราวกับหมูป่าคลั่งคาดเดาวิถีของง้าวปีศาจิญญาอำมหิตออก ทันทีที่จูชิงยิงธนูออกไปร่างใหญ่ั์หายวับไปในพริบตาด้วยความเร็วเหนือจินตนาการ
“บัดซบ แบบนี้ก็ได้รึ?” จูชิงใมาก ธนูหลัวโหวในมือสลายหาย ลมปราณทั้งหมดหวนกลับคืนสู่แขนขวา หมุนควงแขนเหวี่ยงหมัดใส่กะโหลกของหมูป่าคลั่งที่พุ่งเข้าใส่
“ตู้มมม!” แรงพลังมหาศาลกระแทกร่างจูชิงจนกระเด็น ทำให้หมัดของเขาโจมตีวืดกลางอากาศ
จูชิงสะบัดแขนขวาสองสามครั้ง แรงสะท้อนนั่นทำให้แขนทั้งแขนชา เืไหลหยดลงมาจากง่ามนิ้ว
“แข็งแกร่งทั้งพลังป้องกันทั้งพลังโจมตี!” จูชิงฝืนยิ้ม
“ฟึ่บ!” จูชิงขับเคลื่อนลมปราณเล็กน้อย ง้าวปีศาจิญญาอำมหิตก็บินกลับมาอยู่ในมือ
จูชิงผสานลมปราณเข้าไปในง้าวปีศาจิญญาอำมหิต ทันใดนั้นง้าวปีศาจิญญาอำมหิตก็ยาวเกือบเท่ากับตัวจูชิง
“นั่นมันศัสตราวุธอะไร?” ซั่งกวานเหยียนหลานสับสนงงงวย ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับจูชิงนั้นแปลกประหลาดมาก ไม่ว่าจะเป็ร่างกายหรือพลังที่เหนือชั้นกว่าขั้นหลอมกายา แล้วยังมีศัสตราวุธพิสดารนั่นอีก
“ถึงหมูป่าคลั่งจะหนังหยาบเนื้อหนา หากถ้าเ้าใช้ง้าวปีศาจิญญาอำมหิตโจมตีโดนมัน มันจักต้องาเ็สาหัสอย่างแน่นอน” เฒ่าปีศาจกล่าว
“หลัวโหวยิงตะวันยังทำอะไรมันไม่ได้ แล้วจักให้ข้าสู้กับมันระยะประชิด นี่ไม่ยากเกินไปหน่อยหรือ?” จูชิงยิ้มเจื่อน ธนูมันยังหลบได้ ทั้งๆ ที่เป็หมูแท้ๆ หากกลับเร็วยิ่งกว่าแสง
