ทันใดนั้น รูม่านตาของบรู๊คก็หดเล็กลงกับการมาของศัตรูที่เป็ยอดฝีมือระดับสี่ดาวอีกหนึ่งคน!
และที่แย่ไปกว่านั้นก็คือ ข้างหลังยอดฝีมือระดับสี่ดาวที่ปรากฏขึ้นมาอย่างกะทันหันนั้น มีทหารม้าเกราะดำนับร้อยนายที่ยังกระปรี้กระเปร่ากำลังควบม้าเข้ามา ในมือพวกมันถือดาบที่เงาเป็ประกายอยู่ด้วย
“ในที่สุดก็มาจนได้!”
บรู๊ครู้จักยอดฝีมือระดับสี่ดาวคนนี้ เขาคือนักรบที่หัวหน้าอัศวินหน้าย่นคนนั้นส่งไปต้านกับพลธนูของเมืองแซมบอร์ด นามของมันคือกัวโร เห็นได้ชัดว่ามันสามารถสกัดการคุกคามของพลธนูและเปิดทางขึ้นไปได้
การปรากฏตัวของยอดฝีมือระดับสี่ดาว ทำให้สมดุลในสนามรบของทั้งสองฝ่ายพังทลายในทันที
โอกาสของกองกำลังทหารเมืองแซมบอร์ดกลายเป็ลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว
คนเดียวที่สามารถรั้งกัวโรไว้ได้ก็คือแฟรงก์ แลมพาร์ด เพราะ 'สองอสุรกาย' ไม่ได้อยู่ที่นี่ ส่วนเทพธิดานักรบเอเลน่ากำลังสู้กับอัศวินหน้าย่นโดยที่ยังไม่สามารถตัดสินผลแพ้ชนะได้ แม่ทัพทั้งหมดของเมืองแซมบอร์ดถูกขัดขวางไว้ ไม่เหลือใครไว้รับมือกับศัตรูที่แข็งแกร่งเช่นนี้ได้ ไม่ต้องคำนึกถึงเหล่าข้าศึกนับร้อยที่ควบตรงเข้ามาเลย พิจารณาสถานการณ์แล้ว ไม่ว่าบรู๊คจะฉลาดขนาดไหน พวกเขาก็ไม่มีโอกาสฝ่าออกไปได้เลย
สิ้นหวัง!
โอกาสของเมืองแซมบอร์ดกลายเป็สิ้นหวังทันที!
เป็สถานการณ์ที่ไม่ปล่อยให้บรู๊คมีเวลาได้คิดไตร่ตรอง
เขาหยุดนิ่งเพื่อสูดอากาศสดชื่นเข้าไปเล็กน้อย จากนั้นก็ปาดเืชุ่มที่หน้าผากออกไป จับ 'กระบี่าา' ไว้แน่น ดวงตาทั้งสองข้างเร่าร้อนปนตึงเครียด รู้สึกหนักแน่นมั่นคงอย่างไม่เคยเป็มาก่อน
“ถึงตายก็ไม่ถอย บุก!”
เหล่าทหารของกองกำลังเมืองแซมบอร์ดกู่ร้องและพุ่งเข้าใส่ยอดฝีมือระดับสี่ดาวกัวโร ดวงตาเข้มแข็งเด็ดเดี่ยว ควงดาบโดยไร้ความลังเล พุ่งเข้าใส่อย่างไม่คิดชีวิต ราวกับแมลงเม่าบินเข้ากองไฟ
“ยังจะสู้เหมือนหมาจนตรอกอีก ช่างน่าขันนัก! บาปที่ไม่อาจให้อภัยได้ จงตายเสีย!” กัวโรฟันออกไปหนึ่งที ปราณดาบก็พุ่งออกมาราวพายุเฮอริเคนที่ไม่อาจต้านทานได้
ในขณะที่บรู๊คกำลังจะรับรังสีดาบทั้งหมดเข้าไป ทันใดนั้นบางสิ่งที่แปลกประหลาดก็เกิดขึ้น
เงาดำลึกลับสายหนึ่งโผล่ออกมาจากที่ไหนก็ไม่รู้ เงียบสงัดราวกับผีสาง ไม่อาจมองเห็นตัวได้ มีเพียงรังสีดาบท่ามกลางสมรภูมิรบ เข้าสกัดกั้นการโจมตีของกัวโร
“ใครกัน?” กัวโรประหลาดใจเป็อย่างมาก เขารู้สึกได้ถึงความแข็งแกร่งของฝ่ายตรงข้าม
เงาดำลึกลับปัดป้องการโจมตีแต่ละครั้งด้วยความเร็วอันน่าเหลือเชื่อราวกับสายฟ้า กระโจนเข้าไปพร้อมกับแสงสีทองที่ปลดปล่อยออกมาจากดาบที่อยู่ในมือ เป็แสงที่รุนแรงจนผ่าท้องฟ้าได้ กัวโรบิดดาบเพื่อเลี่ยงการปะทะในทันที เพ่งสมาธิไปกับกลุ่มพลังงานหลากสีและมุ่งเน้นไปที่การป้องกันแทนการโจมตี พยายามป้องกันการโจมตีอย่างกระทันหันชุดนี้ อย่างไรก็ตาม พลังงานสีทองขยี้พลังธาตุดินจนหมด ทันใดนั้นแสงสายหนึ่งก็ปรากฏขึ้นพร้อมกับเืที่สาดกระจาย กัวโรตัวแข็งทื่อและยืนยิ่งไปชั่วกัลป์ ใบหน้าเต็มไปด้วยจิตสังหารและความรู้สึกไม่อยากจะเชื่อ
ฉัวะ!
เงาดำเคลื่อนผ่านร่างที่แข็งทื่อของกัวโรอย่างง่ายราวกับฉกฉวยแอปเปิ้ลลูกหนึ่ง เขาหัวเราะในขณะที่เอาหัวยอดฝีมือระดับสี่ดาวคนนั้นมา และจากไปอย่างกระทันหันแบบเดียวกับขามา ร่างค่อยๆ จางลงจนโปร่งใส ราวกับกำลังหลอมละลายไปในท้องฟ้าอันไร้สิ้นสุด กระทั่งเลือนหายไปจนหมด
ฆ่าในพริบตา!
ฆ่าในพริบตาโดยไม่คาดคิด!
ชายคนนั้นเป็ใครกัน? สามารถฆ่ายอดฝีมือระดับสี่ดาวคนหนึ่งง่ายๆ ได้อย่างไร? นึกอยากจะไปจะมาแบบนี้เลยน่ะหรือ? และเื่ลึกลับที่สุดก็คือพลังงานสีทองที่แทงทะลุร่างกัวโร! คนโชคดีพอที่จะเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดล้วนรู้สึกใ ภาพของเงาลึกลับจะเป็สิ่งที่ไม่มีวันลบเลือนไปจากใจของพวกเขา
ทั้งสนามรบพลันเงียบและตื่นตะลึง ไม่มีใครรู้ว่าชายชุดดำคนนี้โผล่มาจากไหน
บรู๊คยืนอึ้งไปชั่วขณะ จากนั้นก็ได้สติอย่างรวดเร็ว
“ดูเหมือนเขาจะอยู่ฝ่ายเดียวกับแซมบอร์ด แต่ทำไมข้าไม่เคยเห็นเขาอยู่ข้างกายฝ่าาเลยเล่า? เอาเถอะ ข้าคงเดาได้ดีที่สุดเพียงเท่านี้ ตอนนี้เ้ากัวโรนั่นก็ตายไปแล้ว ไพ่ตายใบสุดท้ายที่ฝ่าาเตรียมไว้ก่อนจากไปยังคงเป็ปริศนา...าได้ถูกตัดสินแล้ว”
เทศกิจยี่สิบคนรอบกายต่อสู้จนหมดแรง แต่ดูเหมือนจะไม่มีตัวแปรไหนที่สามารถเปลี่ยนแปลงผลลัพธ์นี้ได้ เกอเทอ บรู๊คชูกระบี่ของตัวเองขึ้นเพื่อเป็การส่งสัญญาณ
ควับ ควับ ควับ ควับ!
ในพุ่มไม้ที่อยู่ห่างออกไปหนึ่งร้อยเมตร ลูกธนูเวทมนตร์หลากสีสันถูกยิงออกมา พวกมันลอยผ่านอากาศเร็วมากจนเกิดเสียงดัง และพุ่งใส่ทหารม้าดำร้อยนายที่กำลังถาโถมเข้ามา
ตูม ตูม ตูม ตูม!
เสียงะเิดังมาแต่ไกลจนพื้นดินะเื เวทธาตุต่างๆ โถมกระหน่ำใส่พื้นโลก
เืเนื้อกระจัดกระจาย ซากดาบเศษเหล็กกองทั่วไปหมด
นี่เป็การประหัตปะาฝ่ายเดียว ทหารม้าร้อยนายที่ไม่อาจหลบไปไหนได้ถูกธนูเวทปกคลุม เกราะดำหนาไม่อาจช่วยเป็ปราการระหว่างพวกมันกับความตายได้ เปลวไฟที่กำลังลุกไหม้ น้ำแข็งค้างอันเย็นะเื ประกายสายฟ้า และพิษร้ายพรากชีวิตของพวกมันในทันที
ในพุ่มไม้ที่ห่างไกลออกไปนับร้อยเมตร เหล่าหญิงสาวที่สวมหมวกและชุดเกราะแปลกประหลาดยี่สิบคนปรากฏตัวขึ้น พวกนางล้วนถือคันธนูไว้ และร่างกายปกคลุมไปด้วยเวทธาตุระดับหนึ่งกับสองดาว มีทั้งธาตุไฟ สายฟ้า น้ำแข็งและพิษ เหล่าหญิงสาวล้วนดูเ็า ด้วยสายธนูที่สั่นะเืไม่เกินสิบลมหายใจเข้าออก ทหารม้าร้อยนายที่ฝึกฝนมาอย่างดีล้วนถูกสังหารจนหมดสิ้น
นักธนูเวทคือดาวข่มของทหารม้าอย่างแท้จริง
ไม่เพียงเหล่านักธนูเวทสาวผู้น่ารักจะมีเวทมนตร์อันทรงพลังอย่างไม่น่าเชื่อเท่านั้น แต่พวกนางก็มีความแม่นยำอย่างเหลือเชื่อเช่นกัน ลูกธนูแต่ละดอกถูกยิงออกไปด้วยความแม่นยำอย่างน่าทึ่ง ลอยผ่านอากาศไปโดนเป้าหมายตามที่้า ถึงแม้ทหารม้าเกราะดำจะพัวพันกับทหารของแซมบอร์ด แต่พวกเขาก็ไม่เป็อันตรายแม้แต่ปลายเส้นผม
ความสามารถดั่งเป็พระเ้าของนักธนูเวท
ชั่วพริบตา เหล่าทหารม้าดำที่รุกล้ำเข้ามาล้วนถูกกำจัดจนสิ้น
“เกิดเื่แบบนี้ขึ้นได้อย่างไร? ทำไมเมืองแซมบอร์ดถึงมียอดฝีมือมากมายขนาดนี้?”
สามาามงกุฎทองเริ่มกรีดร้อง พวกเขาพยายามหลบหนีด้วยความช่วยเหลือราชองครักษ์ แต่ห่าฝนธนูได้สังหารราชองครักษ์ทั้งหมด ทหารของแซมบอร์ดฝ่าเข้ามาทุบตีทำร้ายสามาาและมัดไว้ด้วยเชือกราวกับเป็สัตว์ก็ไม่ปาน
สนามรบที่ยุ่งเหยิงและรุนแรง สุดท้ายก็เริ่มสงบลง
ประกายสีเงินวิ่งเข้ามา พลังอำนาจแผ่ออกมาจากแฟรงก์ แลมพาร์ดที่เพิ่งจัดการเหยื่อของตัวเองเสร็จสิ้น
ในไม่ช้า เสียงร้องโหยหวนของสัตว์อสูรระดับสี่เฟลมมิ่ง บีตส์ควบมาราวกับไฟที่ไม่อาจหยุดยั้ง บนหลังของสัตว์อสูรคือดร็อกบากับเพียร์ซ
ระหว่างนั้น ทหารของเมืองแซมบอร์ดที่เหลือก็สามารถควบคุมและจบการต่อสู้ของตัวเองลงได้ ตัวชุ่มไปด้วยเื ในมือถือขวานเอาไว้ ทุกคนมองไปในทิศทางเดียวกัน
ในสนามรบมีการต่อสู้เดียวที่ยังสู้กันอย่างดุเดือด นั่นก็คือการสู้รบระหว่างหัวหน้าอัศวินหน้าย่นและ 'ดอกไม้แห่งโร้ก' เอเลน่า การประลองของคนทั้งสองยากที่บอกได้ว่าใครถือไพ่เหนือกว่า
อำนาจเวทมนตร์สี่ธาตุสลับสับเปลี่ยนรอบตัวเอเลน่า มันเป็ภาพที่ไม่อาจอธิบายเป็คำพูดได้ ไม่มีใครที่อายุน้อยเท่ากับเธอสามารถรวบรวมสี่ธาตุไว้กับตัวเองและสับเปลี่ยนได้ตามใจปรารถนา
อย่างไรก็ตาม การได้เปรียบก็ไม่ได้หมายความว่าเธอกำลังจะชนะ ถึงแม้ศัตรูจะไม่สามารถเข้าใกล้เธอได้เนื่องจากการโจมตีทางเวทมนตร์ที่รุนแรง แต่ทางอัศวินหน้าย่นก็ไม่ได้รับอันตรายร้ายแรงเช่นกัน
ชายคนนี้เป็ผู้แข็งแกร่งที่สุดในเหล่ายอดฝีมือระดับสี่ดาว ความสามารถของมันอยู่ในจุดสูงสุดของระดับสี่ดาว และเกือบที่จะเข้าใกล้ระดับห้าดาวแล้ว ถ้า 'ดอกไม้แห่งโร้ก' เอเลน่าไม่สามารถหลอมรวมพลังทั้งหกของทหารรับจ้าง กับรวบรวมธาตุน้ำแข็ง สายฟ้า ไฟ และพิษ เวทมนตร์สี่ธาตุได้สำเร็จ บวกกับทำภารกิจกับซุนเฟยใน 'ลุกค์ โกลด์ไลน์' และเพิ่มเลเวลเป็ 35 แล้ว เธอคงไม่อาจต่อกรกับนักรบหน้าย่นคนนี้ได้
ความแข็งแกร่งของทั้งสองคนสูสีกันมาก แต่เอเลน่ามีประสบการณ์มากกว่าเล็กน้อยทำให้เธอได้เปรียบคู่ต่อสู้อยู่บ้าง แต่การจบการต่อสู้ในเร็วๆ นี้ยังคงยากมาก
เคร้ง เคร้ง เคร้ง เคร้ง!
หัวหน้าทหารม้าหน้าย่นะเิคลื่นดาบสีเงิน แยกลูกธนูเพลิงที่กำลังเข้ามา ทันใดนั้นเขาก็ถอยกลับและหยุดร่าง ยั้งดาบในมือและยิ้มอย่างหยิ่งยโส พลางจ้องมองไปยังเหล่าเทศกิจของแซมบอร์ดที่ล้อมรอบ เขาค่อยๆ พูดต่อไปว่า “กล้าดีอย่างไร เ้าพวกโง่เขลา ถึงกับกล้าโจมตีใส่อัศวินของราชอาณาจักร พวกเ้าทั้งหมดไม่กลัวว่าจะโดนอัศวินพิทักษ์กฎหมายแห่งราชอาณาจักรเซนิทกวาดล้างหรืออย่างไร?”
“อัศวินแห่งราชอาณาจักร?” บรู๊คใเล็กน้อย “เ้าเป็หนึ่งในอัศวินแห่งราชอาณาจักร?”
“เฮอะ!” อัศวินหน้าย่นโยนสายคาดสีดำลงบนพื้น “เปิดตาที่น่าสงสารของเ้า และดูเสียว่ากำลังโจมตีใครอยู่ กล้าดีอย่างไรถึงได้สังหารดิ๊ก อัลเลน กับกัวโร สามอัศวินแห่งราชอาณาจักร และยังลักพาตัวสามาาของเมืองแบล็คสโตน เธรซกับชื่อสุ่ยอีก? ทำความผิดเช่นนี้ ต่อให้เป็าาแซมบอร์ดก็ไม่อาจหนีพ้นการลงโทษของอัศวินพิทักษ์กฎหมายแห่งราชอาณาจักรเซนิทพ้นได้ ฮ่าๆๆๆ...”
เขาเป็สมาชิกของอัศวินศักดิ์สิทธิ์แห่งราชอาณาจักรจริงๆ น่ะหรือ?
บรู๊คและเหล่าทหารตรวจสอบแถบคาดสีดำบนพื้น มันถูกสลักไว้ด้วยรูปหมีสองหัวกับอัศวินในชุดเกราะที่กำลังขี่ม้าเอาไว้ ไม่ว่าใครก็ตามต่างรู้ชัดเจนว่านั่นเป็สัญลักษณ์ของอัศวินแห่งราชอาณาจักร
ความผิดฐานจู่โจมอัศวินแห่งราชอาณาจักรไม่ใช่เื่เล็กน้อยเลย ต่อให้เป็าาก็ตาม
ในความคิดนั้น ใบหน้าของสองสามคนที่เข้าใจความหนักหนาของสถานการณ์ก็กลายเป็ซีดเผือด
“ถ้าเ้าเป็อัศวินศักดิ์สิทธิ์จริงๆ ทำไมบุกรุกเมืองแซมบอร์ดของเรา? หรือนี่เป็คำสั่งโดยตรงของจักรพรรดิยาซิน?” ในใจของบรู๊คเกิดความสงสัย จึงเริ่มทำการซักถาม
“เ้าเป็ตัวอะไร?” อัศวินหน้าบากยิ้มเยาะและะโอย่างโกรธเกรี้ยว “เ้าเป็ตัวอะไรถึงกล้าตั้งคำถามกับข้า? ข้าให้เวลาสิบลมหายใจเพื่อปล่อยเหล่าาาออกมา และส่งตัวฆาตกรที่ฆ่าพวกอัศวินไปขึ้นศาลพร้อมกับข้า ไม่อย่างนั้นแล้ว ในสิบวัน ข้าสาบานเลยว่าเหล่าอัศวินจะทำให้เมืองแซมบอร์ดกลายเป็ขี้เถ้า แม้แต่าาของแซมบอร์ดก็จะถูกนำตัวไปเผา”
หัวหน้าอัศวินหน้าย่นยิ้มเยาะในใจอีกครั้ง
เห็นได้ชัดว่ามันกำลังเกทับภายใต้สถานการณ์อันตรายเช่นนี้ แต่จะมีอะไรอื่นที่สามารถทำได้นอกจากพยายามกดดันให้ทหารของแซมบอร์ดกลัวเล่า? นอกจากนี้มันเองก็เป็อัศวินแห่งราชอาณาจักรอันทรงเกียรติ ผู้มีอนาคตที่สดใสกับการได้ติดตามอัศวินอาทิตย์สีทอง คริส ซัตตัน การฆ่าชาวเมืองเพียงไม่กี่คนก็เหมือนกับการฆ่าไก่สองสามตัว พวกมันจะทำอะไรได้? กล้าที่จะฆ่าอัศวินแห่งราชอาณาจักรผู้ทรงเกียรติของจักรวรรดิงั้นหรือ?
ถึงแม้จะถูกล้อมไว้หมด มันก็ไม่เกรงกลัวแม้แต่น้อย
-------------------------------------
