บทที่ 6 กลิ่นที่ซ่อนเร้น
กาลเวลาในคลินิกเถื่อนหมุนผ่านไปอย่างเชื่องช้าทว่าเต็มไปด้วยความกดดันที่คุกรุ่นขึ้นทุกขณะ าแภายนอกของ เสือ เริ่มสมานตัวด้วยความรวดเร็วอย่างน่าเหลือเชื่อตามประสาอัลฟ่ายีนเด่น ร่างกายที่เคยอ่อนแรงกลับมาเต็มเปี่ยมไปด้วยพละกำลังของนักล่าอีกครั้ง
และเมื่อร่างกายเริ่มฟื้นฟู... สัญชาตญาณดิบก็เริ่มตื่นตัว
เสือนั่งเอกเขนกอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวเก่าบริเวณโถงรอตรวจ สายตาคมกริบดุจเหยี่ยวจ้องมองแผ่นหลังบางของ แดนเหนือ ที่กำลังยืนจัดเรียงขวดยาเข้าตู้กระจกอย่างขะมักเขม้น
มีบางอย่างรบกวนจิตใจเขามาตลอดสองสามวันนี้...
ไม่ใช่เื่หนี้สิน ไม่ใช่เื่ศัตรู แต่เป็ ‘กลิ่น’
ทุกครั้งที่แดนเหนือเดินผ่าน หรือขยับตัวเข้ามาใกล้ จมูกของเขาจะได้กลิ่นหอมจางๆ ลอยมาแตะเสมอ มันไม่ใช่กลิ่นน้ำหอมฉุนกึกแบบพวกคู่ขาในสต๊อก และไม่ใช่กลิ่นสบู่ราคาถูกที่ใช้ในคลินิก แต่มันเป็กลิ่นเฉพาะตัวที่หอมเย็นสดชื่น เหมือนใบยูคาลิปตัสที่ถูกขยี้ผสมกับกลิ่นสมุนไพรบางอย่าง
กลิ่นที่ทำให้จิตใจสงบ แต่ในขณะเดียวกันก็ปลุกเร้าความอยากรู้อยากเห็นให้ลุกโชน
“มองจนหลังฉันจะพรุนแล้วมั้ง”
แดนเหนือพูดขึ้นโดยไม่หันกลับมา มือเรียวหยิบขวดแอลกอฮอล์วางลงบนชั้นอย่างแม่นยำ
“กูแค่สงสัย...”
เสือเอ่ยเสียงทุ้ม ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วเดินย่างสามขุมเข้าไปหา
“มึงบอกว่ามึงเป็เบต้าแต่ทำไมตัวมึงหอมแปลกๆ”
แดนเหนือชะงักมือเล็กน้อย ก่อนจะกลับมาทำท่าทีปกติ
“ฉันคลุกคลีอยู่กับสมุนไพรทั้งวัน กลิ่นมันก็ต้องติดตัวบ้าง เป็เื่ปกติ”
“เหรอ...”
เสือลากเสียงยาว เดินเข้าไปประชิดด้านหลังจนเงาทะมึนทาบทับร่างโปร่ง เขาจงใจก้มหน้าลงสูดลมหายใจฟุดฟิดใกล้ซอกคอขาว
“แต่จมูกกูบอกว่า มันไม่ใช่กลิ่นสมุนไพรธรรมดา”
แดนเหนือรีบเบี่ยงตัวหลบ หันมาเผชิญหน้าด้วยแววตาขุ่นเคือง
“โรคจิตหรือไง เที่ยวมาดมคนอื่นไปทั่ว ไปทำงานของแกซะ ไปล้างอุปกรณ์ในครัวให้หมด”
หมอหนุ่มออกคำสั่งเสียงแข็งเพื่อกลบเกลื่อนความประหม่า เขาเป็ ‘โอเมก้ายีนด้อย’ (Recessive Omega) ที่มีฟีโรโมนเจือจางมากจนแทบไม่มีใครได้กลิ่น และเขาก็กินยากดอาการไว้ตลอด แต่เขาดันลืมไปว่า คนตรงหน้าคือ ‘ทรูอัลฟ่า’ (True Alpha) จุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหารที่มีประสาทััไวเยี่ยงสัตว์ป่า
เสือยักไหล่อย่างกวนประสาท ยอมถอยออกมาแต่โดยดี แต่รอยยิ้มมุมปากนั้นบอกชัดเจนว่า เขาไม่เชื่อ และการพิสูจน์ความจริงเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น
...
่เย็น ณ ห้องครัวหลังคลินิก
แสงแดดสีส้มสุดท้ายของวันสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างบานเกล็ดกระทบกับละอองน้ำที่กระเซ็นออกมาจากก๊อกน้ำ แดนเหนือกำลังยืนล้างโกร่งบดยาและอุปกรณ์ทำแผลอยู่ที่ซิงค์ด้วยความเร่งรีบ เขาอยากรีบจัดการงานให้เสร็จแล้วหนีขึ้นไปหมกตัวอยู่บนห้องนอน เพราะสายตาของเสือวันนี้มันทำให้เขารู้สึกไม่ปลอดภัยเอาเสียเลย
แต่ดูเหมือนโชคจะไม่เข้าข้าง...
เสียงฝีเท้าหนักๆ ดังขึ้นเื้ั ก่อนที่ความร้อนระอุจะแผ่ซ่านเข้ามาประชิดตัว เสือเดินเข้ามาในครัวแคบๆ ที่มีพื้นที่จำกัด จงใจใช้ร่างสูงใหญ่ของตนปิดทางหนีทีไล่ทั้งหมด
“ยังล้างไม่เสร็จอีกเหรอ?”
เสือถามเสียงพร่า ขยับกายเข้ามาเบียดชิดจนแผงอกกว้างแนบไปกับแผ่นหลังบางของแดนเหนือ เขาไม่ได้แค่ยืนซ้อนหลังเฉยๆ แต่จงใจทิ้งน้ำหนักตัวลงมาเล็กน้อย ให้ส่วนล่างที่แข็งแกร่งกดแนบกับบั้นท้ายกลมมนของหมอหนุ่ม
“ถอยไปไอ้เสือ... มันเกะกะ” แดนเหนือตัวแข็งทื่อ พยายามขยับตัวหนีแต่ก็ติดขอบซิงค์
“กูมาช่วยดูความเรียบร้อย...”
เสือไม่ฟังคำไล่ เขาโน้มหน้าลงมา เกางคางวางเกยบนไหล่ลาดของแดนเหนืออย่างถือวิสาสะ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอขาวจนขนอ่อนลุกชัน
มือหนาข้างหนึ่งเอื้อมผ่านเอวหมอไปจับก๊อกน้ำ ทำทีเป็ช่วยปรับความแรงน้ำ แต่ท่อนแขนแกร่งกลับกักขังร่างเล็กไว้ในอ้อมกอดกลายๆ
“ล้างสะอาดๆ นะหมอ...”
เสือกระซิบชิดใบหู ริมฝีปากหยักแทบจะแตะผิวเนื้อนิ่ม
“มือหมอนุ่มดี เหมาะจะทำอย่างอื่นมากกว่าล้างจาน”
คำพูดสองแง่สองง่ามที่สื่อความหมายหยาบโลนทำเอาแดนเหนือหน้าร้อนวูบ เืฉีดพล่านขึ้นใบหน้าลามไปถึงใบหู แววตาที่เคยนิ่งสงบสั่นไหวระริกด้วยความอายปนโกรธ
“ทำอย่างอื่น เช่นช่วยกู ‘นวด’ ตรงนี้ดีไหม?”
เสือยิ้มร้าย ขยับสะโพกสอบเบียดถูไถบั้นท้ายหมอเบาๆ เป็เชิงยั่วยวน
ความอดทนของแดนเหนือขาดผึง
ปึก!
ศอกแหลมๆ กระแทกกลับหลังเข้าเต็มรักที่สีข้างด้านขวาของเสือ จุดเดียวกับแผลผ่าตัด!
“โอ๊ย! เชี่ยหมอ!”
เสือร้องลั่น ตัวงอลงด้วยความจุกผสมเจ็บ แดนเหนืออาศัยจังหวะนั้นหมุนตัวกลับมา ใบหน้าแดงก่ำจากการถูกลวนลามและอารมณ์โกรธ
“สมน้ำหน้า! บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่ามาลามปาม!” แดนเหนือตวาดแว้ด
“ถ้าแกยังไม่หยุดทำรุ่มร่าม ฉันจะเอายาเบื่อหนูผสมในข้าวเย็นแกกิน!”
เสือกุมแผลตัวเอง พิงเคาน์เตอร์ครัวมองหมอหนุ่มที่เดินกระแทกเท้าหนีออกไป แววตาของมาเฟียหนุ่มไม่ได้โกรธเคือง แต่กลับพราวระยับด้วยความถูกใจ
“หึ... ปฏิกิริยาตอบสนองไวผิดปกติ...”
เสือเลียริมฝีปากตัวเอง
“แถมหน้าแดงง่ายขนาดนั้น... เบต้าบ้านไหนเขาเป็กัน”
ความสงสัยแปรเปลี่ยนเป็ความมั่นใจ หมอเถื่อนคนนี้มีความลับซ่อนอยู่ และเขาจะต้องกระชากหน้ากากนั้นออกมาให้ได้
...
หนึ่งชั่วโมงต่อมา ณ ห้องตรวจโรค
แดนเหนือกำลังนั่งอ่านตำราแพทย์เล่มหนาอยู่บนโต๊ะทำงาน เพื่อสงบสติอารมณ์ที่ฟุ้งซ่าน แต่แล้วประตูห้องตรวจก็ถูกเปิดออกโดยไม่มีการเคาะ
เสือเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเหยเก มือมือกุมท้องบริเวณแผลผ่าตัด
“หมอ... แผลกู...” เสือพูดเสียงแหบ “มันเจ็บแปล๊บๆ ... สงสัยที่โดนศอกเมื่อกี้จะทำให้แผลปริ”
แดนเหนือถอนหายใจยาว ปิดหนังสือลงอย่างหงุดหงิด “ก็ใครใช้ให้แกหาเื่เจ็บตัวล่ะ? มานี่... ขึ้นเตียง”
ถึงจะปากร้าย แต่ความเป็หมอก็ทำให้เขาปฏิเสธคนไข้ไม่ได้ แดนเหนือลุกขึ้นเดินไปหยิบถุงมือยางและอุปกรณ์ทำแผล เดินตามไปที่เตียงตรวจ
เสือนั่งห้อยขาอยู่บนเตียง เลิกเสื้อกล้ามขึ้นเผยให้เห็นหน้าท้องที่เป็ลอนสวยและผ้ากอซปิดแผล แดนเหนือขยับเข้าไปยืนแทรกหว่างขาของเสือเพื่อตรวจดูแผลใกล้ๆ
“ไหนดูซิ...” แดนเหนือแกะผ้ากอซออกเบาๆ ตรวจดูรอยเย็บ
“ก็ไม่เห็นปริ... แค่แดงนิดหน่อย สำออยหรือเปล่า?”
“เจ็บจริงๆ ...” เสือยืนยันสายตาเ้าเล่ห์
“เจ็บข้างใน... หมอลองก้มลงมาดูใกล้ๆ สิ”
แดนเหนือขมวดคิ้ว แต่ก็ยอมก้มหน้าลงไปเพ่งมองาแอีกครั้ง
พรึ่บ! ทันทีที่สบโอกาส สองขาแกร่งของเสือก็ตวัดรวบเข้าหากัน ล็อคเอวของแดนเหนือไว้แน่นจนขยับหนีไม่ได้!
“เฮ้ย! ปล่อย!” แดนเหนือใ เงยหน้าขึ้นจะโวยวาย
แต่เสือไวกว่า มือหนาคว้าหมับเข้าที่ท้ายทอยของหมอหนุ่ม บังคับให้ใบหน้าเชิดขึ้น รับสายตาคมกริบที่จ้องมองลงมาราวกับราชสีห์ตะครุบเหยื่อ
“จับได้แล้ว...”
เสือยิ้มมุมปาก ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาซุกไซ้ที่ซอกคอขาวทันที ไม่เปิดโอกาสให้แดนเหนือได้ตั้งตัว
“อื้อ! ไอ้เสือ! ออกไป!”
แดนเหนือพยายามดิ้น ดันอกแกร่งออก แต่แรงของอัลฟ่าที่ตั้งใจจะ ‘ล่า’ นั้นมหาศาลเกินต้านทาน
จมูกโด่งของเสือลากไล้ไปตามเส้นชีพจรที่ลำคอ สูดดมความหอมหวานที่ซ่อนอยู่ใต้ิั กลิ่นยูคาลิปตัสที่เขาได้กลิ่นมาตลอด บัดนี้มันชัดเจนขึ้นเมื่ออยู่ใกล้ขนาดนี้... และลึกลงไปใต้กลิ่นสมุนไพรนั้น มันมีกลิ่นหอมหวานเอือมระอา กลิ่นของดอกไม้ป่าต้องน้ำค้าง
“หอม...” เสือครางต่ำในลำคอ “ตัวมึงหอมแปลกๆ จริงๆ ด้วยแดนเหนือ...”
เขาเงยหน้าขึ้นมาสบตาหมอที่ตื่นตระหนก ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงลมหายใจกั้น
“ใช่น้ำหอม หรือกลิ่นร่านๆ ของโอเมก้ากันแน่?”
คำถามที่แทงใจดำทำเอาแดนเหนือตัวชาวาบ ั์ตาสีน้ำตาลอ่อนเบิกกว้างด้วยความใที่ความลับถูกล่วงรู้
“แกพูดบ้าอะไร.ฉันเป็เบต้า...”
“เบต้าบ้านป้ามึงสิ ตัวนิ่ม กลิ่นหอมยั่วเย็ดขนาดนี้” เสือสวนกลับดิบเถื่อน
ไม่พูดเปล่า ลิ้นร้อนชื้นของอัลฟ่าแลบออกมา เลีย ที่ใบหูของแดนเหนือ ลากไล้จากติ่งหูขึ้นไปจนถึงขอบหู้า ชิมรสชาติความหวานจากเหงื่อไคลของคนตัวเล็ก
“อ๊า!...”
แดนเหนือสะดุ้งสุดตัว ขนลุกซู่ไปทั่วสรรพางค์กาย ความรู้สึกวาบหวามแล่นปราดจากใบหูลงไปที่ท้องน้อย หัวใจเต้นระรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เสียงตึกตั๊กนั้นดังสนั่นจนเสือที่แนบชิดอยู่ได้ยินชัดเจน
“เห็นไหม... หัวใจมึงเต้นแรงขนาดนี้” เสือกระซิบเย้ยหยัน ขบเม้มติ่งหูเบาๆ “ร่างกายมึงซื่อสัตย์กว่าปากมึงเยอะเลยนะหมอ”
“ปล่อยกูเดี๋ยวนี้!”
แดนเหนือรวบรวมแรงเฮือกสุดท้าย ผลักอกเสือออกสุดแรงเกิด แล้วถอยกรูดไปจนติดผนังห้อง มือยกขึ้นปิดหูข้างที่โดนเลีย ใบหน้าแดงก่ำด้วยความอับอายและสับสน
“ออกไป! ออกไปจากห้องตรวจเดี๋ยวนี้!” แดนเหนือะโไล่เสียงสั่น คว้าขวดยาบนโต๊ะปาใส่
เสือรับขวดยาไว้ได้อย่างง่ายดาย เขาหัวเราะหึๆ ในลำคอ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มองดูเหยื่อที่กำลังตื่นตูมด้วยสายตาของผู้ชนะ
“ไล่กูทำไม? กูแค่ช่วยวินิจฉัยโรค” เสือยักคิ้ว
“โรคปากแข็ง... กับโรคยั่วผัวไม่รู้ตัว”
“ไปตายซะไอ้เสือ!”
เสือหัวเราะร่วน เดินผิวปากออกจากห้องตรวจไปอย่างอารมณ์ดี ทิ้งให้แดนเหนือยืนพิงผนังหอบหายใจตัวสั่นอยู่ลำพัง
หมอหนุ่มค่อยๆ ทรุดตัวลงนั่งกับพื้น มือสั่นเทาล้วงเอากระปุกยาระงับฟีโรโมนออกมาจากกระเป๋าเสื้อกาวน์ เทใส่ปากเคี้ยวกลืนลงไปโดยไม่ดื่มน้ำ
เขารู้ตัวแล้วว่า เกราะป้องกันที่เขาสร้างมาตลอดชีวิต กำลังจะพังทลายลงเพราะผู้ชายอันตรายคนนี้
กลิ่นที่ซ่อนเร้นถูกเปิดเผยแล้ว และสัตว์ร้ายอย่างพยัคฆ์ ก็คงไม่ยอมหยุดจนกว่าจะได้ลิ้มลองรสชาติที่แท้จริงของมัน
****เริ่มถึงเนื้อถึงตัวนะ****
