หลังจากหวาอานส่งจดหมายกลับไปยังเหอหยาง เมื่อแม่ทัพเสียนมู่ได้อ่านเนื้อหาในจดหมาย จึงนำกำลังทหารบางส่วนมุ่งหน้าไปยังจวนซีอ๋อง เพื่อรับตัวซื่อจื่อมาดูแลเป็การชั่วคราว คราแรกพระชายารองไม่ยินยอม แต่พอได้เห็นป้ายผู้แทนของซีอ๋อง ที่อยู่ในมือของแม่ทัพเสียนมู่แล้ว ถึงได้ยอมปล่อยซื่อจื่อให้แม่ทัพเสียนมู่พาตัวกลับจวน
ส่วนเ้าของคำสั่งที่พักอาศัยในจวนแม่ทัพใหญ่ ได้เห็นแปลงผักที่หลากหลายก็เกิดความสนใจ ซีอ๋องคิดว่าหากกองทัพหรือราษฎรที่เหอหยาง สามารถปลูกพืชผักได้เช่นจวนแม่ทัพใหญ่ ย่อมมีเสบียงสำรองมากพอยามฤดูเหมันต์มาเยือน ทุกคนต้องผ่านความอดอยากได้แน่
เมื่อซีอ๋องถามกับบ่าวไพร่เื่การปลูกผัก คำตอบที่ได้ก็เกี่ยวกับบุตรสาวแม่ทัพใหญ่อีกแล้ว จนกระทั่งได้มานั่งพูดคุยเื่การค้า ซีอ๋องจึงถือโอกาสสอบถามอวี้จิ่นเื่ผักที่ปลูกด้วยเสียเลย
“คุณหนูเจียงเื่สัญญาการค้ายาสมุนไพร เปิ่นหวางยินดีทำตามข้อเสนอของเ้า เพียงแต่ว่ามีอีกเื่ที่เปิ่นหวางอยากรู้”
“ขอบพระทัยท่านอ๋องที่ยอมทำการค้า กับร้านยาเล็ก ๆ ของหม่อมฉันเพคะ ว่าแต่ท่านอ๋องทรงอยากทราบเื่อันใดหรือเพคะ”
“เปิ่นหวางอยากถามเกี่ยวกับวิธีปลูกผัก ให้ได้ผลอย่างแปลงผักด้านหลังจวนของคุณหนูเจียงน่ะ เ้าพอจะแนะนำวิธีปลูกได้หรือไม่?”
“อ้อ เื่นี้นี่เองไม่ใช่เื่ใหญ่เลยเพคะ วิธีปลูกผักให้ได้ผลดีหม่อมฉันมีตำราอยู่ พี่เฟยอินช่วยไปหยิบตำราการปลูกผัก ที่อยู่บนโต๊ะทำงานมาให้ข้าหน่อยเถิดเ้าค่ะ”
“เ้าค่ะคุณหนู”
“ท่านอ๋องรอสักประเดี๋ยวนะเพคะ”
“ขอบใจคุณหนูเจียงมากจริง ๆ เปิ่นหวางบอกตามตรง ยามฤดูเหมันต์มาเยือนราษฎรและทหาร มักจะมีเสบียงไม่เพียงพอกับฤดูที่ยาวนาน หากได้วิธีปลูกผักจากคุณหนูเจียง ราษฎรที่เหอหยางคงมีชีวิตรอดกันมากกว่าทุกปี” ซีอ๋องคิดเช่นนั้นจริง ๆ หากมีผักต้นใหญ่ ๆ ชาวบ้านย่อมมีวิธีถนอมอาหาร เก็บไว้เป็เสบียงยามเข้าสู่ฤดูเหมันต์
“หม่อมฉันยินดีที่ได้ช่วยเหลือชาวบ้านเพคะ ในหนังสือที่จะมอบให้ท่านอ๋อง นอกจากวิธีปลูกผักยังมีวิธีถนอมอาหาร ไม่ว่าจะเป็ผักหรือเนื้อสัตว์ จะมีขั้นตอนบอกอย่างละเอียด อ้อ หม่อมฉันจะมีหีบสินค้าพิเศษหนึ่งหีบ ด้านในจะใส่เมล็ดพันธุ์ผักต่าง ๆ เช่นที่ท่านอ๋องได้เห็นด้านหลังจวน และมีผักอย่างอื่นอีกสองสามอย่างไปด้วยนะเพคะ” ในเมื่อเป็เื่ ๆ ดี อวี้จิ่นจะไม่สนับสนุนได้อย่างไร
“เปิ่นหวางขอเป็ตัวแทนชาวเหอหยาง ขอบคุณคุณหนูเจียงที่ให้ความช่วยเหลือในเื่นี้” ซีอ๋องเริ่มจะอิจฉาแม่ทัพใหญ่ ที่เลี้ยงดูบุตรสาวให้เป็สตรีที่จิตใจดี ทั้งยังเฉลียวฉลาดและถ่อมตน
“อย่าได้ขอบคุณเลยเพคะ หากท่านอ๋องมีสิ่งใดไม่เข้าใจ หรือ้าอย่างอื่นเพิ่มให้คนส่งจดหมายมาได้ทุกเมื่อเพคะ”
เฟยอินกลับมาพร้อมตำราในมือ ที่มีลายมือของอวี้จิ่นเขียนไว้อย่างเป็ระเบียบ เกี่ยวกับเื่การเพาะปลูกที่หลากหลาย เพื่อมอบตำรานี้ให้กับซีอ๋องนำไปช่วยเหลือราษฎรที่เหอหยาง
“คุณหนูตำราที่ท่าน้าเ้าค่ะ”
“ขอบคุณพี่เฟยอินเ้าค่ะ ท่านอ๋องเพคะนี่เป็ตำราที่หม่อมฉันพูดถึง ทรงเอาไปศึกษาดูก่อนได้เพคะ” อวี้จิ่นรับตำราจากกเฟยอิน ก่อนจะส่งต่อให้กับซีอ๋องที่มองอย่างสนใจ
“หากคุณหนูเจียงไม่ว่าอันใด เปิ่นหวางขอตัวไปศึกษาตำราเล่มนี้ก่อนก็แล้วกัน เพราะมันน่าสนใจมาก ส่วนสำรับอาหารให้คนยกไปที่เรือนรับรองเถิด เปิ่นหวางคาดว่าคงไม่ออกมาจากเรือนอีก” ซีอ๋องมองตำราในมือ ทรงอยากเปิดดูด้านในตำราเล่มนี้เต็มทน
“เชิญท่านอ๋องตามสบายเพคะ เื่นี้หม่อมฉันจะเรียนท่านแม่ให้เพคะ”
อวี้จิ่นมองตามลูกค้าของร้านค้า ก็ยิ้มอย่างมีความสุขเมื่อสิ่งที่นางทำ สามารถนำไปช่วยเหลือคนที่อยู่ห่างไกล ด้วยยามนี้นางไม่อาจเดินทางไปเหอหยางได้ จึงไม่รู้ถึงปัญหาว่ามีมานานเท่านใด แต่สักวันหนึ่งนางจะต้องไปเยือนเหอหยางอย่างแน่นอน
เมื่อถึงวันจัดงานเลี้ยงต้อนรับเหล่าทหารกล้า ซึ่งฝ่าาทรงจัดขึ้นในวังหลวงอย่างยิ่งใหญ่ ทั้งนี้ฮ่องเต้ยังทรงมีพระดำรัสจัดตั้งโรงทาน เพื่อแจกจ่ายอาหารให้ชาวบ้านเป็เวลาสามวัน ยิ่งทำให้ราษฎรทรงสรรเสริญฮ่องเต้เพิ่มขึ้นไปอีก
วันนี้ตระกูลเจียงทั้งครอบครัว แต่งกายด้วยผ้าไหมชั้นดี ที่นำไปตัดชุดสำหรับงานเลี้ยงครั้งนี้โดยเฉพาะ ซึ่งทุกคนสวมใส่เครื่องประดับ จากร้านค้าในมิติของอวี้จิ่นบนร่างกาย ไม่ว่าจะเป็กวานหยกเนื้อดีหายาก เข็มขัดผ้าประดับหยก หรือเครื่องประดับของมารดา ล้วนเรียกสายตาริษยาได้ไม่ยากเย็นเลยสักนิด อวี้จิ่นก็แต่งกายได้สมวัยของตน
เมื่อทุกคนไปถึงวังหลวงฟ้าก็เริ่มมืดแล้ว มีขุนนางตำแหน่งต่าง ๆ พาฮูหยินและบุตรชายบุตรสาว ตบเท้าเข้าร่วมงานเลี้ยงมากมาย คงหวังให้บุตรสาวเป็ที่ถูกพระทัยของเชื้อพระวงศ์ หรือองค์รัชทายาท เพื่อตระกูลของตนจะได้เื่อำนาจเช่นผู้อื่นบ้าง
ที่นั่งของครอบครัวอวี้จิ่นอยู่ติดกับตระกูลฟู่ และอยู่ใกล้กับที่ประทับของฮ่องเต้ ด้านหน้าเป็บิดามารดา ส่วนด้านหลังเป็นางกับพี่ชาย ยังดีที่ฟู่หลงเหยียนนั่งอยู่ใกล้เพียงเอื้อมมือก็ถึง
“ฮ่องเต้เสด็จ! ฮองเฮาเสด็จ!”
“รัชทายาทและพระชายาเสด็จ!”
“ซีอ๋องจ้าวไท่ชิงเสด็จ!”
“พระสนมเสด็จ!”
“ถวายบังคมพ่ะย่ะค่ะฝ่าา ขอทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน”
ถวายบังคมเพคะฝ่าา ขอทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน”
“ทุกท่านลุกขึ้นเถิดอย่าได้มากพิธี วันนี้มาฉลองให้กับความสำเร็จของกองทัพแคว้นจ้าว เริ่มงานเลี้ยงได้!”
สิ้นพระสุรเสียงของฮ่องเต้ งานเฉลิมฉลองชัยชนะก็เริ่มขึ้นทันที สุราอาหารมากมายถูกยกเข้ามาไม่ขาดสาย ไหนจะการร่ายรำอันอ่อนช้อย จากเหล่านางรำในคณะสังคีต เสียงพูดคุยทักทายดังอย่างต่อเนื่อง ตระกูลใดอยากได้ลูกเขยลูกสะใภ้ ย่อมพาบุตรหลานเข้าไปทำความรู้จัก หรือการประจบสอพลอกล่าวชื่นชมเชื้อพระวงศ์ก็ยังมีให้เห็น
เจียงหยวนแอบชำเลืองมองขึ้นไป ยังที่ประทับขององค์หญิงใหญ่ ที่อยู่ข้างกายฮ่องเต้และฮ่องเฮา แต่มีหรือจะรอดพ้นสายตาของอวี้จิ่นและฟู่หลงเหยีนไปได้ ทั้งสองคนได้แต่รอว่าพี่ชายหรือสหายของตน จะกล้าหาญก้าวออกไปทูลขอลูกเสือหรือไม่
เมื่อถึงเวลาที่ฮ่องเต้ต้องประทานรางวัล ตามที่ได้ตั้งพระทัยเอาไว้ให้กับทหารในกองทัพ นอกจากนี้ยังมีส่วนของกองทัพซีอ๋อง ที่มาช่วยกู้สถานการณ์ล่วงหน้ารอแม่ทัพใหญ่ ่เวลาที่เจียงหยวนตัดสินใจทำตามที่ตนคิดไว้ คาดไม่ถึงว่าจะมีโง่เขลาเปิดโอกาสให้ตน กล้าจะพูดในสิ่งที่้าออกไปอย่างไม่เคอะเขิน
“ฝ่าาเพคะ” เหรินเต๋อเฟยที่นั่งถัดออกไป เอ่ยเรียกฮ่องเต้ด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน
“เต๋อเฟยมีเื่อันใดจะพูดกับเจิ้นเช่นนั้นรึ”
“หามิได้เพคะ หม่อมฉันคิดว่าวันนี้เป็วันที่ดี จึงอยากจะหาคู่ครองที่เหมาะสมให้กับเฉินซี ฝ่าาทรงคิดเห็นเช่นไรเพคะ” โจวเต๋อเฟยลองหยั่งเชิงฮ่องเต้ ยังมิได้ทูลว่า้าผู้ใดเป็ราชบุตรเขย
“อืม องค์หญิงหกก็ถึงวัยอภิเษกได้แล้ว เ้าถามเจิ้นเช่นนี้คงมีคนที่คิดเอาไว้แล้วกระมัง”
“เพคะ หม่อมฉันคิดว่าบุรุษที่เหมาะสมกับเฉินซี คือแม่ทัพเจียงหยวนผู้กล้าหาญ หากเป็แม่ทัพเจียงคงดูแลปกป้องเฉินซีได้เพคะ” โจวเต๋อเฟยไม่รู้เลยว่าชื่อที่พูดออกไป ทำให้ทุกคนในท้องพระโรงต้องเงียบปาก ไม่มีผู้ใดกล้าขัดหรือแสดงความคิดเห็น
“หึ ฝ่าา กระหม่อมไม่คิดว่ามาก่อนเลยว่า โจวเต๋อเฟยจะแสร้งทำตัวโง่เขลาถึงเพียงนี้ พระสนมคงจะลืมเื่สำคัญบางอย่าง ควรทบทวนความจำให้พระสนมสักนิดเถิดพ่ะย่ะค่ะ” ซีอ๋องเป็ผู้เดียวที่กล้าเอ่ยปากพูดเื่นี้
ทางด้านแม่ทัพใหญ่และคนที่ถูกพากพิงอย่างเจียงหยวน กำลังทำสีหน้าบอกบุญไม่รับกับเื่นี้อย่างมาก ยิ่งสายตาคมกริบดั่งใบมีดของเจียงหยวน แทบจะบาดเข้าเนื้อของคนที่พูดถึงตนได้อยู่แล้ว
“เจียงหยวนเ้าออกมาพูดคุยกับเจิ้นสักนิดเถิด” ฮ่องเต้แม้จะทรงกริ้วเพียงใด แต่ต้องพยายามระงับเอาไว้ก่อน
“กระหม่อมเจียงหยวนอยู่นี่แล้วพ่ะย่ะค่ะ”
“เื่ที่โจวเต๋อเฟยพูดมา เ้ามีความคิดเห็นว่าอย่างไร ไม่ต้องกลัวว่าเจิ้นจะสั่งลงโทษเ้าพูดอย่างที่ใจปรารถนาเถิด”
“กระหม่อมขอปฏิเสธ เื่ที่โจวเต๋อเฟยตรัสออกมาพ่ะย่ะค่ะ”
“ทำไมเ้าถึงปฏิเสธเฉินซีของเปิ่นกงแม่ทัพเจียง” โจวเต๋อเฟยได้ยินเจียงหยวนปฏิเสธ จึงรู้สึกมีโทสะขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
“พระสนมคงลืมไปแล้วกระมังพ่ะย่ะค่ะ ว่าตระกูลเจียงของกระหม่อมมีราชโองการจากฮ่องเต้พระองค์ก่อน เื่การประทานสมรสพระราชทาน ตระกูลเจียงไม่ขอรับและจะเลือกคู่ครองด้วยตน ยามนี้เหมือนพระสนมกำลังจะขัดราชโองการอยู่นะพ่ะย่ะค่ะ” เจียงหยวนเน้นคำพูดสุดท้ายให้โจวเต๋อเฟยได้ยินชัด ๆ
“โจวเต๋อเฟยสิ่งที่เ้า้า คิดว่าเจิ้นมองไม่ออกเช่นนั้นรึ อย่างที่ซีอ๋องได้กล่าวไว้ว่าสนมในวังหลังของเจิ้น ช่างเป็สตรีโง่เขลาแต่้าอำนาจมาอยู่ในมือ” ฮ่องเต้ทรงตรัสด้วยพระสุรเสียงเรียบนิ่ง แต่แฝงไปด้วยความน่าเกรงขาม
“ตุบ ฝ่าาหม่อมฉันมิได้คิดเช่นนั้นเลยเพคะ โปรดอย่าได้เข้าพระทัยหม่อมฉันผิดนะเพคะฝ่าา”
“หึ เข้าใจผิดรึ ช่างเป็คำแก้ตัวน้ำขุ่น ๆ เจิ้นขอปลดโจวเต๋อเฟยเป็เพียงฉางจ้าย และส่งไปสำนึกผิดที่อารามชี ออกเดินทางยามเหม่าวันพรุ่งนี้ ส่วนองค์หญิงหกเจิ้นจะมอบสมรสพระราชทานทีหลัง ทหาร! นำตัวพวกนางสองคนออกไปจากงานเลี้ยงซะ”
“เสด็จพ่อได้โปรด...”
“เ้าสี่หากเ้าอ้าปากพูดอีกคำเดียว เจิ้นจะปลดเ้าจากตำแหน่งองค์ชายด้วย ดีหรือไม่?”
“ลูกขอประทานอภัยพ่ะย่ะค่ะ” องค์ชายสี่แม้มีใจอยากช่วยมารดา แต่ก็ยังห่วงตำแหน่งของตนมากกว่า
เมื่อสถานการณ์กลับมาอยู่ในความสงบ ฮ่องเต้ทรงตรัสเื่ประทานรางวัล เื่ที่เจียงหยวนตัดศีรษะแม่ทัพใหญ่ ผู้นำทัพของแคว้นต้าเหลียนได้
“เอาล่ะกลับมาเื่ของเ้ากันต่อเถิด เจิ้นจะมอบรางวัลให้กับเ้าที่สามารถสังหารแม่ทัพใหญ่ ผู้นำกองทัพของแคว้นต้าเหลียนได้”
“ทูลฝ่าา กระหม่อมขอมอบรางวัลทั้งหมดนี้ ให้กับเหล่าทหารใต้บังคับบัญชาพ่ะย่ะค่ะ”
“หืม หากเ้าไม่รับรางวัลที่เจิ้นจะมอบให้ แล้วเ้า้าสิ่งใดเป็รางวัลเช่นนั้นรึแม่ทัพเจียง” นี่เป็ครั้งแรกที่ฮ่องเต้ได้เห็น ว่าผู้มีผลงานไม่ขอรับรางวัลที่พระองค์จะประทานให้
“กระหม่อมขอฝ่าาโปรดประทานสมรส ให้แก่กระหม่อมกับองค์หญิงใหญ่ด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ” เจียงหยวนตอบฮ่องเต้พร้อมกับก้มศีรษะลงทันที
ขณะนี้ในท้องพระโรงอันงดงาม มีเพียงความเงียบเข้ามาปกคลุม เมื่อเจียงหยวนกล้าทูลขอสมรสพระราชทาน แม้แต่ผู้บิดายังใกับสิ่งที่บุตรชายทูลขอ คนอื่น ๆ ไม่ต้องพูดถึงเพราะอาการไม่ต่างกัน
“เฟยเอ๋อร์ลูกพ่อ เ้าจะว่าอย่างไรยามนี้มีบุรุษ้าสมรสกับเ้า” ฮ่องเต้ไม่ตอบเจียงหยวน แต่หันไปถามธิดาคนโปรดแทน
“ลูกยินดีเพคะ” องค์หญิงใหญ่ตรัสออกมา ด้วยอาการเขินอายเล็กน้อย
“ฮ่า ๆ ๆ ดี เจียงหยวนได้ยินชัดแล้วนะ ธิดาของเจิ้นยินดีแต่งเข้าจวนตระกูลเจียง ดวงใจของเจิ้นเ้าต้องดูแลปกป้องด้วยชีวิต”
“ขอบพระทัยฝ่าาที่ทรงเมตตา กระหม่อมขอสาบานต่อฟ้า จะไม่ทำให้องค์หญิงใหญ่ต้องเสียพระทัย ไม่มีวันรับอนุเข้าจวนเด็ดขาด หากมีใครใช้วิธีสกปรกยัดเบียดบุตรหลาน หวังเป็อนุภรรยากระหม่อมจะส่งพวกนางทุกคน ไปคอยรับใช้ทหารที่ประจำอยู่ชายแดนให้หมด มิให้มีผู้ใดอยู่ให้รกหูรกตาองค์หยิงใหญ่พ่ะย่ะค่ะ”
คนที่คิดจะให้บุตรสาวจับเจียงหยวนทำสามี ไม่ว่าจะใช้วิธีไหนก็ตาม ยามนี้พวกเขาคงต้องพิจารณาให้ถี่ถ้วนเสียแล้ว”
“ดี! เทพธิดาพยากรณ์มีฤกษ์มงคล เพื่อจัดงานแต่งงานให้พี่ชายท่านหรือไม่” ฮ่องเต้ทรงหันไปถามอวี้จิ่นถึงฤกษ์มงคล
“ทูลฝ่าา อีกสามสัปดาห์วันที่เก้าเดือนเก้า ถือว่าเป็ฤกษ์มหามงคลเพคะ งานแต่งงานควรจัดในวันนั้น หรือผู้ใดจะเริ่มต้นกิจการร้านค้า หรือคลอดบุตรหลานในวันที่มีฤกษ์นี้ ย่อมเป็มงคลกับชีวิตมีแต่เจริญรุ่งเรืองเพคะ” อวี้จิ่นไม่พูดถึงฤกษ์ปีหน้าที่มีอยู่ เพราะนางอยากมีหลานตัวน้อยแล้วนั่นเอง
“ตกลง! อีกสามสัปดาห์หลังจากนี้ คืองานมงคลสมรสระหว่างแม่ทัพเจียงหยวน กับองค์หญิงใหญ่จงออกประกาศให้ทั่ว ทุกหัวเมืองให้เป็ดยุ้งฉางแจกจ่ายธัญพืชและข้าวให้ราษฎร” ฮ่องเต้ทรงสังเกตท่าทางของธิดาคนโปรด ก็พอจะทรงทราบแล้ว
“ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะฝ่าา/ขอบพระทัยเพคะเสด็จพ่อ”
เมื่อมีเื่มงคลเข้ามาแทนที่ ทุกคนจึงลืมเื่ของโจวเต๋อไปทันที ใต้เท้าโจวบิดาของโจวเต๋อเฟย ไม่กล้าอยู่สู้ขุนนางในงานได้อีก จึงฉวยโอกาสที่ไม่มีใครเห็นกลับจวนของตน ส่วนขุนนางคนอื่น ๆ เดินถือจอกสุรา เข้ามายินดีกับครอบครัวตระกูลเจียง หลังจากข่าวเื่สมรสพระราชทาน รวมถึงฤกษ์มหามงคลที่อวี้จิ่นได้บอกไว้ มีคู่รักหรือคู่หมั้นมากมาย ้าจัดงานพร้อมแม่ทัพเจียง บรรยากาศทั่วทั้งแคว้นจ้าวจึงเต็มไปด้วยความสุข
