ผู้นำหมู่บ้านชำเลืองมองผู้เฒ่าหลี่ และหัวเราะร่า "รู้สึกไม่ดีอะไรกัน เขาเป็ญาติสนิทของเ้า ช่วยออกสินเดิมก็ถูกต้องและเหมาะสมแล้ว”
ผู้เฒ่าหลี่มาบอกว่าอยากช่วยหลี่ชิงหลิงจัดงานแต่งงาน แปลว่าเขาคงคิดเื่สินเดิมไว้แล้ว
เขาเหยียดเท้าเตะผู้เฒ่าหลี่เบาๆ ขอให้เขาพูดอะไรบ้าง
ผู้เฒ่าหลี่หัวเราะแห้งๆ และตอบว่าใช่
ทันทีที่เห็นผู้เฒ่าหลี่พยักหน้า หลี่ชิงหลิงก็แสดงสีหน้าซาบซึ้ง "งั้นก็ขอบคุณท่านปู่มาก" นางหยุดเล็กน้อยและพูดอย่างเขินอาย "ท่านปู่ วันนี้ท่านย่ามาหาข้า บอกให้เอาสินสอดข้าให้ท่านย่า แล้วท่านย่าจะช่วยจัดงาน ข้าคิดว่าท่านย่าคงอยากได้สินสอดจึงโมโหกลับบ้านไป ท่านปู่กลับบ้านแล้วช่วยปลอบให้ท่านย่าหายโมโหหน่อยนะ”
“เ้าทำไม่ถูกนะ ทำไมถึงคิดแบบนั้น” ผู้นำหมู่บ้านมองหลี่ชิงหลิงอย่างไม่พอใจ “ไว้ว่างๆ ก็ไปขอโทษนางซะ เข้าใจไหม”
หลี่ชิงหลิงพยักหน้ารับ "ข้าเข้าใจแล้ว ไว้ว่างๆ ข้าจะไปขอโทษนาง ข้าเข้าใจเจตนาดีผิดไป ยังไงท่านก็เป็ท่านย่าของข้า คงไม่ได้คิดจะเอาสินสอดหรอก คงเตรียมสินเดิมอย่างดีแน่”
นางพูดออกมาแล้ว หากนางหลิวฮุบสินสอดไปโดยไม่ให้สินเดิม ผู้นำหมู่บ้านคงไม่ยกโทษให้แน่
หากพวกผู้เฒ่าหลี่สามารถเชิญผู้นำหมู่บ้านมาเกลี้ยกล่อมนางได้
นางก็สามารถใช้ผู้นำหมู่บ้านเพื่อโต้กลับได้
"ได้ ไว้ข้ากลับบ้านไปแล้วจะพูดให้ นางไม่ใช่คนใจแคบ คงให้อภัยอยู่แล้ว" ผู้เฒ่าหลี่พยักหน้าให้หลี่ชิงหลิง และตอบพร้อมหัวเราะ
นางหลิวไม่ใจแคบ พูดออกมาไม่กลัวฟ้าผ่าเลย
หลี่ชิงหลิงยกมุมปากขึ้น ไม่ได้เถียงเพียงแค่ตอบรับ
เมื่อเห็นว่าเื่นี้จบแล้ว ผู้นำหมู่บ้านจึงเปลี่ยนเื่ และพูดคุยกับหลี่ชิงหลิงด้วยรอยยิ้ม
หลังจากคุยกันราวสองก้านธูป จึงออกจากบ้านหลิวพร้อมผู้เฒ่าหลี่อย่างมีความสุข
ทันทีที่ผู้เฒ่าหลี่กลับถึงบ้าน นางหลิวก็แทบรอถามไม่ไหวว่าเป็อย่างไรบ้าง หลี่ชิงหลิงตกลงหรือไม่?
ผู้เฒ่าหลี่รู้สึกอึดอัดเล็กน้อย เขาตอบด้วยความโกรธว่าตกลงแล้ว
“ตกลงจริงๆ หรือ ไม่ได้โกหกข้าใช่ไหม”
"โกหกเ้าไปจะมีประโยชน์อะไร" ผู้เฒ่าหลี่ตะคอกอย่างเ็า นั่งลงและเริ่มสูบยาสูบอีกครั้ง
นางหลิวมองอย่างระมัดระวังสองสามครั้ง เมื่อเห็นว่าเขาไม่ได้โกหกจริงๆ ก็ปรบมืออย่างมีความสุข ดีเลย… แผนของนางสำเร็จ
เมื่อเห็นนางหลิวยิ้มจนไม่เห็นฟัน ผู้เฒ่าหลี่ก็อดเทน้ำเย็นใส่ไม่ได้ "อย่าเพิ่งรีบดีใจ เราต้องเตรียมสินเดิมให้เสี่ยวหลิง"
“เตรียมก็เตรียมสิ ปล่อยให้เป็หน้าที่ข้า ไม่ต้องห่วง” นางหลิวโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ นางจมอยู่ในความสุขที่ได้รับสินสอด
“ทำให้มันดีๆ ถ้ายังทำให้ครอบครัวเราอับอายอีก ก็อย่าหาว่าข้าไม่เตือน”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ นางหลิวก็ไม่พอใจและหันกลับไปมอง “ทำไม? จะหย่ากับข้ารึ?” หากผู้เฒ่าจะหย่าเพราะเื่นี้ นางไม่ยอมเลิกราแน่
ผู้เฒ่าหลี่ถลึงตา และเริ่มทะเลาะกับนางหลิว
…
ตอนกลางคืนเมื่อหลิวจือโม่กลับถึงบ้าน หลี่ชิงหลิงก็เล่าให้ฟังว่าตอนกลางวันเกิดอะไรขึ้น
หลิวจือโม่ครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง และถามว่านางคิดอย่างไร?
"พวกเขาคำนวณแม้กระทั่งเื่นี้ ข้าปล่อยให้พวกเขาสมใจอยากไม่ได้อยู่แล้ว" ถ้าพวกเขาจัดงานแต่งงานให้ด้วยความจริงใจ นางก็คงขอบคุณและทำดีกับอีกฝ่ายบ้าง แต่ถ้าอยากได้สินสอด นางย่อมไม่ให้อภัย "พี่จือโม่บอกผู้นำหมู่บ้านไว้หน่อยเถอะ ให้เขาช่วยจับตาดูหน่อย จะให้มายุ่งกับสินสอดไม่ได้"
ทั้งชีวิตนี้นางคงแต่งงานแค่ครั้งเดียว นางไม่อยากให้พวกเขาทำพัง!
หลิวจือโม่ลูบหัวของเด็กสาวด้วยความเอ็นดู พยักหน้าพร้อมแววตาขำขัน
เขาตั้งตารอแต่งงานกับนางมานาน เขาย่อมไม่ปล่อยให้คนอื่นมาทำลาย
"นี่ ทำผมข้ายุ่งยากอีกแล้ว" หลี่ชิงหลิงตบหลังมือของเขาเบาๆ แล้วหันหน้าหนีพลางใช้มือสางผม เ้าคนนี้ไม่เปลี่ยนนิสัยสักที ชอบขยี้หัวนางจนผมฟูตลอดเลย
นางก้มหัวสางยังไม่ทันเสร็จก็มีฝ่ามือปรากฏขึ้นตรงหน้า มีหวีไม้วางอยู่บนนั้น
หวีไม้สีเข้มตัดกับฝ่ามือเรียวขาว ดูสวยงามอย่างประหลาด
นางอิจฉาผู้ชายคนนี้จริงๆ ไม่ใช่แค่หน้าตาที่หล่อเหลา มือก็ยังสวยมากด้วย
“ได้มาจากไหน มีสาวให้มาหรือ” นางหยิบหวีไม้จากฝ่ามือของเขาแล้วพูดหยอกล้อ
หลิวจือโม่ดีดหน้าผาก บอกว่าเอาแต่พูดจาไร้สาระ
"ก็ไม่แน่นี่ เห็นว่ามีใครบางคนโดนบุตรสาวของอาจารย์ถูกใจเข้า วิ่งไปส่องที่สถานศึกษาอยู่เป็ครั้งคราว!"
แม้ว่านางจะรู้ว่าเขาไม่ยุ่งกับผู้หญิง แต่ก็ห้ามความชื่นชมของคนอื่นไม่ได้อยู่ดีนี่สิ!
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หลิวจือโม่แทบสำลักน้ำลาย ถามว่านางไปได้ยินเื่นี้จากที่ไหน?
หลี่ชิงหลิงส่งเสียงหึสองครั้ง ชำเลืองมองเขา "ไม่ต้องสนใจหรอก ข้ารู้ก็พอ” เมื่อเห็นว่าเขาไม่กังวลเลย นางก็ตีมือเขาพลางส่งเสียงจิ๊จ๊ะ “ไม่มีอะไรจะอธิบายให้ข้าฟังหรือ?”
เขาวางมือลงอย่างแ่เบา หยิบหวีไม้มาหวีผมของนางอย่างอ่อนโยน
หัวใจของหลี่ชิงหลิงอ่อนยวบลง
เมื่อรู้ตัวนางก็ส่งเสียงหึอีกครั้ง "อย่าคิดว่าประจบแล้วข้าจะปล่อยนะ บอกเลยว่าไม่มีทาง”
หลิวจือโม่ยิ้มอย่างอ่อนโยน ช่วยถักเปียให้เด็กสาวอย่างช่ำชอง มัดผมด้วยเชือกถักอย่างระมัดระวังจนรู้สึกพอใจ จึงพูด “หลิงเอ๋อคิดอย่างไร”
"..." หลี่ชิงหลิงเงยหน้าขึ้นสบเข้ากับดวงตาสีเข้ม รู้สึกราวกับว่าตัวเองถูกดูดเข้าไป นางอ้าปากค้าง ไม่รู้จะพูดอะไรไปชั่วขณะ
หลิวจือโม่จ้องมองที่ริมฝีปากสีแดงสดราวกับถูกแต่งแต้มแล้วนิ่งไป รู้สึกคอแห้งเล็กน้อย เขารีบยกถ้วยชาขึ้นดื่มจึงดีขึ้น
เขากระแอม เสียงแหบแห้งเล็กน้อย "ข้าไม่รู้หน้าตาอีกฝ่ายด้วยซ้ำ แล้วจะไปรู้เื่อื่นได้อย่างไร"
สิ่งที่เขาพูดนั้นเป็ความจริงอย่างยิ่ง เขาไม่เคยเจอลูกสาวของอาจารย์คนไหนเลย
แม้จะเคยเจอ แต่ก็จำไม่ค่อยได้นัก
หลี่ชิงหลิงสมองยุ่งเหยิงไปหมดจนไม่ได้ยินสิ่งที่หลิวจือโม่พูด เห็นเพียงริมฝีปากที่สวยงามของเขาขยับเปิดปิด
ริมฝีปากของเขาดูน่ากินจัง ไม่รู้รสชาติจะเป็ยังไง? นางเลียริมฝีปาก
อยากชิมดูจัง…
เมื่อรู้สึกถึงดวงตาที่ร้อนแรง หลิวจือโม่ก็ใจเต้นแรงจนเหมือนจะหลุดออกจากอก เขารินชาอีกถ้วยแล้วดื่มอึกใหญ่
ริมฝีปากที่ชุ่มไปด้วยน้ำชายิ่งดูน่ากินกว่าเดิม
หลี่ชิงหลิงเอื้อมมือจับคอหลิวจือโม่ ก่อนที่เขาจะทันตอบสนอง นางก็จูบเขา
หัวของหลิวจือโม่ว่างเปล่าทันที เขาคิดอะไรไม่ออก ได้แต่เหม่อมองคนตรงหน้า
หลี่ชิงหลิงเลียริมฝีปากหลิวจือโม่ ปล่อยมือแล้วบ่น "เด้งดึ๋งนุ่มนิ่ม เหมือนที่ข้าจินตนาการไว้เลย"
"..." หลิวจือโม่ตัวแข็งทื่อ "เ้า… เ้า…” เขาพูดอยู่หลายครั้ง แต่ก็ไม่มีอะไรหลุดออกมา
“ทำไมหรือ?” หลี่ชิงหลิงมองเขาอย่างสับสน “ร้อนหรือ หน้าพี่แดงมากเลย”
หลิวจือโม่หลับตาลงช้าๆ ลืมตาขึ้น แล้วย้ำ "เ้าเพิ่งจูบข้า!"
ไม่ได้ดื่มเหล้าสักหน่อย? ทำไมถึงดูเมาแบบนั้น
"อะไรนะ?"
“เ้าจูบข้า” เขาพูดซ้ำ
บรรยากาศพลันเงียบลงทันที หลี่ชิงหลิงกะพริบตาปริบมองหลิวจือโม่ด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
เขาบอกว่านางจูบเขา...
เด็กสาวขมวดคิ้วครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เหมือนจะ… ใช่อยู่นะ!
ทันใดนั้น... นางก็ทำตัวไม่ถูก เมื่อกี้เป็อะไรไป รู้สึกเหมือนิญญาออกจากร่าง จูบอีกฝ่ายไปก็ยังไม่รู้ตัว
"ข้า... พี่…"
เมื่อเห็นนางหน้าแดง และลุกลี้ลุกลน หัวใจของหลิวจือโม่ก็สงบลงทันที
เขาวางมือกดไหล่เพื่อป้องกันไม่ให้นางวิ่งหนี "หลิงเอ๋อ เมื่อกี้เ้าจูบข้า"
เมื่อได้ยินคำพูดของเขาอีกครั้ง หลี่ชิงหลิงก็เอามือปิดหน้าที่แดงก่ำพลางพยักหน้า
นางคิดว่าเมื่อกี้ริมฝีปากของเขาดูน่าอร่อย อยากจะชิมว่ารสชาติเป็อย่างไร? ทว่าไม่คิดเลยว่าตนจะลงมือไปแล้วจริงๆ…
“แล้วจะทำอย่างไรดี หืม?”
“ทำอย่างไรอะไรกัน” หลี่ชิงหลิงก้มหัวลงแกล้งทำหน้าตาย ไม่กล้ามองหลิวจือโม่ ไม่รู้ว่าเขาทำหน้าแบบไหนอยู่ คงไม่ได้โกรธใช่ไหม? นางกลืนน้ำลายเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างกระวนกระวาย และเห็นความขบขันในดวงตา
ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้โกรธ
นั่นสิ มันน่าโกรธตรงไหนกัน พวกเขาเป็คู่หมั้นที่กำลังจะแต่งงาน แค่จูบกันไม่ใช่เื่ชั่วร้ายอะไรเสียหน่อย นางกลัวอะไรเนี่ย
เมื่อนึกถึงตรงนี้หลี่ชิงหลิงก็ยืดตัวขึ้นทันที "ใช่ ก็แค่จูบพี่เอง แล้วอย่างไร”
เมื่อเห็นว่าเด็กสาวกลับมาเป็ปกติแล้ว รอยยิ้มในดวงตาของหลิวจือโม่ก็ทวีขึ้น "ไม่มีอะไร ข้าแค่คิดว่า..."
ก่อนจะพูดจบ เขาก็ประคองท้ายทอยนาง แล้วจูบบนริมฝีปากสีแดง
เขาแค่อยากจะจูบนางกลับ...
เขาโดนนางแกล้งมาตลอด ต้องเอาคืนให้ได้สักครั้งสิ!
ดวงตาของหลี่ชิงหลิงเบิกกว้าง มองใบหน้าหล่อเหลาที่อยู่ตรงหน้า เขา... เขา...
"หลับตา..."
เขาเอามือ ปิดตานาง และจูบต่อไป...
นางมึนเมากับการจูบครั้งนี้…
จนกระทั่งได้ยินเสียงกรีดร้องจึงได้สติขึ้นมา
