ไป่ชิงหลงพา ฮวาเฟยฟา และหม่าเติง มาถึง ณ ตำหนักวังสระบัวป่าไผ่ทอง ขององค์พุทธซิงซิงเจี่ย และชิงหลงก็กลับร่างหดย่อลงไปอยู่บนบ่าฮวาเฟยฟา ทั้งสามเดินตรงเข้าภายใน ผ่านซุ้มประตูที่มีพระพุทธองค์ใหญ่สององค์ยืนประทานพรโดยฝ่ามือเข้าสู่ด้านใน ก็พบสวนป่า และ สระบัว
“เมื่อเหยียบก้าวเข้าสถานที่นี้ ช่าง สงบ ร่มเย็น และสบายใจ ไร้ความกังวล เหมือนลืมเื่ร้อนใจที่นำมา ช่างน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก” ฮวาเฟยฟาเอ่ย
“ที่นี่คือสถานที่ศักสิทธิ์ที่สุดในทุกภพ เสียงสวด จากองค์พุทธซิงซิงเจี่ย และเหล่าองค์พระอรหันต์แผ่กระจายความเมตตา และความอบอุ่นไปทั่วทุกภพภูมิมาช้านาน” หม่าเติงกล่าว
“ั้แ่สมัยที่ข้ายังเยาว์ ท่านพ่อท่านแม่ก็พาข้ามาที่นี่มากราบไหว้องค์พุทธซิงซิงเจี่ย พวกท่านว่า องค์พุทธคือสัญลักษณ์ของความสงบ เมตตา และหลุดพ้นที่แท้จริงในการเกิดมา และเมื่อหลายปีก่อนข้าก็ได้ พบกับผู้ยิ่งใหญ่อีกคนพระแม่แห่งจิติญญาที่ภพพืชพันธุ์ ท่านงดงาม สงบ มีเมตตา และแสดงให้เห็นถึงการหลุดพ้นที่แท้จริงทางจิติญญา ในโลกนี้ยังมีผู้ยิ่งใหญ่อีกมากที่เราอาจจะไม่เคยล่วงรู้มาก่อน แม้แต่ตัวข้าเองที่อยู่มายาวนานขนาดนี้ ไปกันเถอะเราเข้าไปด้านในเฝ้าพระองค์กัน” ฮวาเฟยฟาเอ่ย
เมื่อทั้งสามเข้าไปด้านใน บรรยากาศก็ยังสงบ มีสระน้ำ ต้นไม้ เสียงอะไรสักอย่างคล้ายเสียงกระดิ่ง สักพักบรรยากาศเริ่มเปลี่ยนเป็ป่าไผ่ทองคำสูงชะลูดขึ้นหายไป้า เมื่อเดินต่อไปใจกลางก็พบองค์พุทธซิงซิงเจี่ยองค์ขนาดใหญ่ เท่าองค์พระในวัด ใบหน้างดงามหมดจด ดวงตากวางหลับ คิ้วโก่งเป็ูเา สันจมูกโด่งชัดยาว ปากกระจับอิ่มเอิบ ใบหน้ายาวรูปไข่ ติ่งหูหนายาว มือข้างขวาตั้งพนมขึ้นบริเวณอก อีกมือจีบและแบแผ่ออกบริเวณตักซ้าย และยังมีอีกเก้าร้อยกว่ามือถือศาตรามากมายผุดออกมาจากด้านหลัง “องค์ชายั เ้าเติบใหญ่ขึ้นเป็คนที่ดีช่วยเหลือ มีเมตตา กับทุกสรรพสัตว์ ช่างน่าชื่นชม ส่วนเื่ที่เ้ามาในวันนี้ บทสวดแสงธรรมโพธิสัตว์ คือคำตอบของสถานการณ์นี้ พวกมนุษย์ที่หมู่บ้านนั้นโลภเกินไป ในอดีตพวกเค้าปฏิสนธิในภพพืชพันธุ์พวกเค้าคือญาติมิตรสหายกับต้นยูหลกโฮ่วที่มายังโลกมนุษย์ เมื่อยูหลกโฮ่วมีชะตาต้องมาเกิดเพื่อโปรดมนุษย์ พระมารดาจึงทรงให้เหล่าญาติมิตรจุติ และมายังภพภูมิมนุษย์เพื่อดูแลกันและกัน แต่เมื่อชะตามาตัดกัน ถึงเวลาล้มตายมากมายตามเวลาชีวิตของแต่ละคน แต่เหล่ายูหลกโฮ่วในร่างชาวบ้านิหยวนกลับไม่ปล่อยวาง ยึดติดความเป็มนุษย์ พยายามรักษากายหยาบในภพมนุษย์ไว้ไม่ปล่อยไป ทำให้เกิดความวิปริต นำยูหลกโฮ่วในรูปแบบต้นไม้มายื้อิญญากลับเข้าร่าง คดโกงความตาย” องค์พุทธซิงซิงเจี่ย พูดผ่านเข้าไปในความคิดเฟยฟา
“พระพุทธองค์ ข้าน้อยสงสัยว่าเหตุใด เหตุการณ์ที่ร้ายแรง และใหญ่ขนาดนี้เกิดขึ้น กลับไม่มีใครสามารถหยุดหรือห้ามเื่นี้เลย” ฮวาเฟยฟากล่าวออกเสียงดัง
“ฮวาเฟยฟา ทุกสิ่งในชีวิตล้วนเกิด และดับตามเหตุตามปัจจัยที่มันควรจะเป็และหลีกเลี่ยงไม่ได้ สำหรับเื่นี้ก็เช่นกันไม่อาจหลีกเลี่ยงชะตากรรมได้ แต่บางทีอาจจะเป็เพราะความโลภความไม่ปล่อยวางของคนที่ทำให้มันลุกลาม” องค์พุทธซิงซิงเจี่ยกล่าวกลับในใจ ในขณะที่ เหลียนหม่าเติงที่ยืนอยู่ข้างๆ เหงื่อแตกตัวสั่นเทิ้ม น้ำตาไหลพราก และเข่าทรุดคลุกลงกับพื้น ข้างๆ ฮวาเฟยฟา และ ด้านหน้าองค์พุทธซิงซิงเจี่ย
“องค์พุทธะ องค์ชาย ข้า! ข้าน้อย! ผิดไปแล้ว คนรักของข้าน้อยที่อยู่ร่วมกันมาหลายภพชาติ ชาตินี้นางได้ถือกำเนิดในภพมนุษย์เป็ชาวหมู่บ้านิหยวน และเมื่อข้าพบนางข้าก็รู้ทันทีนางคือคนที่ข้ารอมาตลอด ข้าจึงเข้าใจว่าทำไมชะตาข้าถึงได้มาปฏิสนธิในภพ์เป็เทพเ้าโคมิญญา ก็เพื่อ! ก็เพื่อๆ ได้กลับมาเจอกับคนรัก ข้าได้รับนางมาเป็ฮูหยิน และข้ากับนางต่างก็ปกครองชาวหมู่บ้าน ดูแลทุกคนอย่างสงบสุขเสมอมาตามคำสั่งองค์จักรพรรดิ
แต่เมื่อตอนเกิดเหตุโรคระบาดนางผู้เป็ที่รักของข้าน้อยก็ได้รับภัยนั้น และตายจากข้าไป ข้าเศร้าโศกเสียใจ และด้วยความโลภอย่างที่องค์พุทธะกล่าว ข้าอยากได้นางกลับมา ข้าจึงใช้ยูหลกโฮ่วในทางผิด ข้าคืนชีพนาง แต่ภรรยาข้านางกลับมาปกติไม่ใช่ผีร้าย แต่ความทรงจำ กลับสูญหมด แต่ข้าก็พยายามเล่าทุกอย่างให้นางฟังเพื่อรักษาความทรงจำ” หม่าเติงเล่าเสียงสั่นร้องไห้
“แล้วทำไม ผู้คนถึงได้ทำการคืนชีพทั้งหมด หรือว่าท่านเป็คนสอนพวกเค้า” ฮวาเฟยฟาเอ่ยถาม
“หาไม่องค์ชาย ข้าน้อยไม่ได้สอนพวกเค้า แต่มีคนเห็นสิ่งที่ข้าทำในคืนนั้น และนำไปบอกหัวหน้าหมู่บ้านทางตะวันตก จึงมีการเริ่มต้นพิธีโกงความตาย และหลังจากนั้นก็เป็อย่างที่พวกท่านเห็น ผู้คนที่กลับมาล้วนกลายเป็ผีตายซาก และทำร้ายกินเืเนื้อชาวหมู่บ้านที่ยังมีชีวิตอยู่ ข้าเลยให้ทุกคนระวังเก็บตัวในตอนกลางคืน และผนึกหมู่บ้านนี้ลง โดยหวังว่าจะให้มันหายไปจากโลกนี้ให้ผู้คนลืมไป และเพื่อกลบความผิดของตัวข้าให้หายไปพร้อมกับหมู่บ้านิหยวนนั้น ฮึกๆ! โฮๆ!” เทพหม่าเติงก้มหน้าร้องไห้น้ำตาไหลเป็ลำธารแบบสำนึกในความผิดที่ตัวเองทำ
“หม่าเติง การกระทำของเ้าถือว่าเป็ความผิด การเริ่มต้นคืนชีพหนึ่งดวงิญญาโดยไม่ผ่านการเวียนว่ายนั้นจะทำให้ระบบสมดุลทั้งหมดพังทลายลง อย่างเหตุการณ์ล่าสุด ร่างแยกของปินลู่ซีเฉินดวงิญญาสูงสุดที่สถิต ณ ภพุ์ แยกออกเป็ขาวดำ ขาวธำรงความดีงามแต่อ่อนกำลัง ดำเข้มแข็งแต่อ่อนแอทางใจ เกิดความไม่สมดุลทำให้ดวงจิตแตกซ่านทำลายชีวิตที่ภพมนุษย์มากมาย ตอนนี้มีเหล่าดวงิญญาดับสูญมากมายวิ่งเข้าสู่การเวียนวายแบบยังไม่หมดอายุขัย ส่วนเ้ารั้งดวงิญญาที่หมดอายุขัยให้อยู่ต่อทำให้เกิดการแฝงร่างของิญญาเถื่อนมากมาย
ก่อนหน้านี้แต่ละภพต่างอยู่เป็เอกเทศแม้แต่ประตูระหว่างภพก็ยังถูกปิดตาย มีเพียงสกุลเ้าที่มีอำนาจในการเปิดประตูต้องห้าม ทุกอย่างดูสงบ แต่ตอนนี้ชะตามาตัดกันทุกภพต่างพันผูกเพราะการแฝงร่าง การครอบงำ การสวมร่าง ทุกการรวมตัวของพลังอย่างเหตุการณ์ที่จัตุรัสเฟิงสุ่ย ภาวะผิดเพี้ยนของธรรมชาติจากทะเลทางใต้ และการข้ามภพมาของปินลู่ซีเฉิน อีกทั้งการเวียนว่ายมากมายของิญญาที่มะรุมมะตุ้ม คนยังไม่ตายกับตาย คนต้องตายกับเกิด ทุกสิ่งนี้คือสาเหตุก่อให้เกิดการผิดเพี้ยนของวงจรทั้งหมด
ฮวาเฟยฟาอีกสักพักปัญหาใหญ่จะเกิดตามมาอีก ยังมีอีกหลายภพที่มีพายุแห่งความดำมืดก่อตัว เ้าและเ้าวั่งซูจะต้องเผชิญและแก้ไขในลำดับต่อไป มันเป็หน้าที่โดยตรงของเ้าทั้งสองในฐานะบางอย่างที่ยิ่งใหญ่กว่าที่พวกเ้าเป็ในตอนนี้ ผู้ถือดาบสุสานั และ ผู้ถือเคียวสู่ภพ พวกเ้าจะต้องยุติความแปรปรวนเหล่านี้
ส่วนความผิดของเ้าหม่าเติงจะต้องได้รับการชำระไม่ต่างจากการจำศีลของปินลู่ซีเฉิน แต่สิ่งที่เ้าต้องกระทำตอนนี้คือ ไถ่ถอนความผิด หลังจากที่ บทสวดแสงธรรมโพธิสัตว์ชำระล้างเหล่ามนุษย์ที่หมู่บ้านิหยวนแล้ว เ้าจักต้องเร่งนำคน ทำโคมนำิญญาจากยูหลกโฮ่ว และ ใส่ไฟนำิญญา ส่วนหนึ่งเพือ่ส่งิญญาเร่ร่อนที่ถูกดึงติดมากับร่างมนุษย์ และ อีกส่วนสำคัญคือมอบให้ภพมนุษย์ เพื่อส่งดวงิญญาที่สูญเสียจากการล้มตายโดยุ์ก่อนหน้า” องค์พุทธซิงซิงเจี่ยกล่าวเื่ราวทั้งหมดแบบชัดเจน
“ขอรับ ท่านซิงซิงเจี่ย ข้าน้อยจะปฏิบัติตาม ร่วมทำประทีปนำทางให้แก่ดวงิญญาทั้งหมด และ จะขอตามไปรับโทษตามที่ข้าสมควรได้รับจากการกระทำอันเลวร้ายของข้า” หม่าเติงคุกเข่า รับคำ และก้มหน้าก้มตาร้องไห้รู้สึกผิด และอยากไถ่โทษในสิ่งที่ตัวเองทำ
“องค์พุทธะ ข้าน้อยมีข้อสงสัยสองประการได้โปรดชี้แนะ ข้อแรก ดวงิญญาของมนุษย์ที่ดับสูญลง จะสามารถกลับมาในรูปแบบเดิมได้ทั้งหมดใช่ไหม และอีกข้อ ที่ท่านกล่าวถึงภารกิจที่ข้ากับเ้าวั่งซูต้องพบเจอคือสิ่งใด ก่อนหน้านี้ พระแม่แห่งจิติญญา เคยบอกข้าครั้งหนึ่งแต่ข้าเข้าใจว่ามันคือการปรากฏ และโจมตีของเ้าตุ๊กตาหุ่นกระบอกจากภพุ์ แต่ไม่นานท่านปินลู่ซีเฉินก็มีชี้มาทางหมู่บ้านนี้ และบอกข้าจักต้องออกเดินทางและค้นพบบัญหา แก้ไข และเปิดประตูนำไปสู่สิ่งใหม่ ข้าเข้าใจว่าคือการมาปลดปล่อยิญญาที่หมู่บ้านิหยวนแห่งนี้ นอกจากนี้ยังมีอีกหรือ ทำไมชะตาของข้าและเ้าวั่งซูถึงยืดยาว ความวุ่นวายระหว่างภพนี้ มันจะไปจบที่ใด ” ฮวาเฟยฟายกมือเคารพถาม
“เหล่าดวงิญญาจากภพมนุษย์ที่ดับสูญจากเหตุการณ์โจมตีของุ์นั้น เป็เื่ผิดแปลก ดังนั้นการดับสูญลงของเหล่ามนุษย์จึงเป็การตายที่ยังไม่ถึงเวลา ด้วยญาณะของผู้นำภพอย่างปินลู่ซีเฉินที่เค้าพร้อมละ เพื่อคืนร่างทั้งหมดให้ดวงิญญา ข้าเชื่อว่าการเวียนว่ายครั้งนี้ จะไปเป็ไปด้วยความบริสุทธิ์ ไม่แปดเปื้อน และไร้การแฝงร่าง และด้วยพลังนั้นของเ้าภพ จะรักษาและคืนร่างให้แก่ดวงิญญาเ่าั้เป็เื่ที่สมควร และเป็ไปได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ตัวปินลู่ซีเฉินก็ต้องยอม สูญเสียตบะ และ พลังจักราในฐานะเ้าภพทั้งหมด และ จำศีลไปอีกอนันตกาล คล้ายๆ การหลับใหลของเ้า แต่เพราะการสูญเสียพลังทั้งหมดแห่งเ้าภพการจำศีลยาวนานกว่ามาก แต่ด้วยภาระแห่งเ้าภพข้าเห็นว่าการหลับใหลครั้งนี้ของเ้าภพุ์จะไม่ยาวนานนัก
ส่วนชะตาที่เ้าและเ้าวั่งซูต้องพบเจอนั้น เป็เพราะหน้าที่ของพวกเ้าสองคนที่เกิดมา การถือกำเนิดแห่งภพ และ เหล่าดวงิญญา ที่แยกกันอยู่เอกเทศไม่ข้องเกี่ยวกัน และ เมื่อดับสูญลงก็กลับสู่เส้นทางการเวียนว่าย เป็ปกติสุข แต่จิตใจของทุกดวงิญญาเมื่อผ่านกาลเวลา การฟื้นการหลับหลายครา ความแข็งแกร่งในด้านดำด้านขาวกลับสูงขึ้น บ้างดำหนักแน่น บ้างขาวสะอาดสว่าง แต่สิ่งนี้ก็คือจุดกำเนิดของความแตกแยก ไม่รู้จักพอ ละโมบ และ้าในสิ่งที่ไม่ใช่ของตน ความวุ่นวาย ความวิบัติ ต่างๆ ล้วนเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และมันจะค่อยๆ ปะทุ ขึ้นตามจุด ในทุกภพจนครบ
อย่างเหตุการณ์ที่ผ่านๆ มารวมถึงครานี้ เ้าก็จะเห็นว่ามันมีจุดเชื่อมต่อ ชาวหมู่บ้านิหยวนกลายเป็ผีร้ายหาใช่เพราะิญญาร้ายทั่วไปเกาะเกี่ยวแฝงร่างเพียงอย่างเดียว แต่มันมีบางอย่างที่ชั่วร้ายอยู่เื้ั และนั่นก็เป็หน้าที่ของพวกเ้าในการหาคำตอบ เมื่อเ้าผู้ถือกระบี่สุสานั และ เ้าวั่งซูผู้ถือเคียวสู่ภพ ได้เรียนรู้ และค้นพบความลับจากการกำเนิด และความลับของภพภูมิต่างๆ พร์ และหน้าที่ของพวกเ้าที่มีมา คือการสร้างความสัมพันธ์ เชื่อมต่อ ให้ทุกภพอยู่กันอย่างสงบสุข และเข้าใจกัน ถ้าถามว่าการเดินทางของพวกเ้าจะยาวขนาดไหน และ จะไปจบที่ใด ข้าไม่อาจตอบได้ แต่ที่บอกได้คือพวกเ้าเดินมาไกลแล้ว และเดินมาถูกทาง แล้วพวกเ้าจะรู้เอง ดั่งชะตาของเ้าทั้งสองที่พันผูกไม่อาจแยกจาก มันยาวพอพอกับเส้นทางที่พวกเ้าต้องเดินต่อไปร่วมกัน” องค์พุทธซิงซิงเจี่ยกล่าวอย่างเมตตา และเริ่มโบกสะบัดมือดอกบัวมากมายผุดขึ้นกลางป่าไผ่สีทอง องค์พระอรหันต์มากมายต่างผุดองค์ขึ้น ในท่าพนม และ อิริยาบถที่แตกต่างกัน เนื้อตัวเรืองรองเปล่งแสงสว่าง
“ฮวาเฟยฟา เ้าจงไปตามประตูที่ข้าเปิดเพื่อนำกลับไปสู่หมู่บ้านิหยวน เหล่าสาวกอรหันต์แห่งข้า จักปัดเป่าิญญาร้ายนั้นออกไป ต่อจากนั้นจงทำหน้าที่ปลดปล่อยดวงิญญาทั้งหมด ให้ภพมนุษย์กลับคืนสู่ความปกติโดยพลัน” องค์พุทธะกล่าวและแผ่ฝ่ามือเปิดทางส่งทุกคนกลับ
