"เป็สาวน้อยที่งดงามยิ่งนัก"
ชายร่างสูงใหญ่กำยำสวมชุดคลุมยาวปลดสายรัดท่อนบนออก เผยให้เห็นหน้าอกที่มีเส้นขนหนาทึบ สายตาของเขาจับจ้องรูปร่างสูงเพรียว ท่วงท่าสง่างาม ใบหน้าสวยงามชนิดหาตัวจับได้ยากของจีชิงเสวี่ย ดวงตาก็พลันวาววับขึ้นมา
"เหวินเฟยหง ถ้าพวกเราฝ่าออกไปด้วยกัน น่าจะมีโอกาสหลุดรอดออกไปได้นะ"
จีชิงเสวี่ยขยะแขยงสายตาหื่นกระหายของชายร่างกำยำเป็ที่สุด จึงรีบเอ่ยบอกกับคู่หูข้างกาย
"ฝ่าออกไปรึ ด้วยพลังของพวกเ้าเนี่ยนะ?"
ชายรูปร่างสูงใหญ่ระบายรอยยิ้มดูแคลนบนใบหน้า พลังมหาศาละเิออกมาจากร่างของเขาราวกับขุนเขาสูงใหญ่กดทับพวกจีชิงเสวี่ยเอาไว้จนต้องหอบหายใจอย่างอย่างลำบาก
ครู่ต่อมา ปลาหมึกั์ที่มีหนวดนุ่มนิ่มแปดสายก็ปรากฏออกมาจากร่างกายของเขา มันปลดปล่อยพลังิญญากดตัวของทั้งสองคนเอาไว้
“ปรมาจารย์อสูรมายาระดับสอง”
เมื่อทราบถึงระดับพลังที่แท้จริงของชายร่างใหญ่ สีหน้าของจีชิงเสวี่ยและสหายก็เคร่งเครียดขึ้นมาโดยพลัน
ศิษย์สำนักฝึกยุทธ์อัคคี์คือผู้ที่มีรากฐานล้ำลึกและพร์เหนือล้ำกว่าใครๆ ยิ่งผ่านการฝึกฝนอันโหดร้ายของสำนักฝึกยุทธ์อัคคี์ พวกเขาก็จะยิ่งมีพลังรบต่อกรกับผู้ที่อยู่ในระดับสูงกว่าได้
หนำซ้ำพลังที่แท้จริงของชายร่างสูงก็อยู่สูงกว่าพวกเขาหลายขุมนัก แล้วยังมีเคล็ดิญญาอันแข็งแกร่งในมืออีก พวกจีชิงเสวี่ยแทบจะไม่มีโอกาสหนีรอดออกไปได้เลย
“ศิษย์พี่ ข้าคือคนของตระกูลเหวินในเมืองหลวง ส่วนนางก็คือคุณหนูใหญ่ของตระกูลจี ไม่ทราบว่าศิษย์พี่พอจะให้ความร่วมมือปล่อยตัวพวกเราไปได้หรือไม่ ขอเพียงพวกเราผ่านการทดสอบในครั้งนี้จะต้องตอบแทนศิษย์พี่อย่างงามแน่นอน” เหวินเฟยหงสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ พยายามสงบสติอารมณ์ของตัวเองก่อนจะกล่าวขอร้องอีกฝ่าย
“คุณหนูใหญ่ตระกูลจี อย่าบอกนะว่าเ้าคือจีชิงเสวี่ยยอดพธูอันดับหนึ่งของเมืองหลวง” ชายร่างสูงใหญ่ดวงตาวาววับ คาดเดาฐานะของจีชิงเสวี่ยได้ในทันที
“เป็ข้าเอง ถ้าหากศิษย์พี่ยอมปล่อยพวกเราไป ข้ายินดีจะมอบเงินให้ท่านหนึ่งล้านตำลึง” จีชิงเสวี่ยขบเม้มริมฝีปากแดงสดแสนเย้ายวน พร้อมเอ่ยสัญญากับอีกฝ่าย
“ฮ่าฮ่า ถ้าข้าไม่ยอมปล่อยพวกเ้าล่ะ?”
ชายรูปร่างสูงใหญ่มองใบหน้างดงามล่มแคว้นของจีชิงเสวี่ยด้วยสายตาร้อนแรง ในห้วงสมองเกิดความคิดสัปดน
“ต้องทำอย่างไรศิษย์พี่ถึงจะยอมปล่อยพวกเราไป” เหวินเฟยหงเอ่ยถามอย่างเป็กังวล เขาไม่อยากจะเสียโอกาสในการเข้าร่วมสำนักฝึกยุทธ์อัคคี์ครั้งนี้ไปจริงๆ”
“กับเ้า ข้าก็ยังพอจะปล่อยไปได้” ชายร่างสูงกลอกดวงตาเล็กน้อย เอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มชั่วร้าย
“แล้วชิงเสวี่ยล่ะ?” เหวินเฟยหงเหลือบมองจีชิงเสวี่ยที่ใบหน้าซีดขาวยืนตัวสั่นระริกอยู่ตรงนั้น ก่อนจะเอ่ยถามขึ้น
“ไอ้หนู เ้าไม่รู้เลยหรือว่าตัวเองอยู่ในสถานะไหน ยังไม่รีบไสหัวไปอีก” สีหน้าของชายร่างสูงใหญ่ดำทะมึนขึ้นมาอย่างฉับพลัน เขาจ้องอีกฝ่ายด้วยแววตาของหมาป่าหิวโซ ออกคำสั่งอย่างโเี้
“ข้า...”
แม้ว่าเหวินเฟยหงจะสนิทสนมกับจีชิงเสวี่ยอยู่ไม่น้อย แต่พอคิดถึงข้อดีที่ได้รับจากการเข้าเป็ศิษย์ของสำนักฝึกยุทธ์อัคคี์แล้ว เขาก็เกิดลังเลขึ้นมา
“ในเมื่อเ้าไม่รู้จักดีชั่ว ก็อย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจก็แล้วกัน”
กล่าวจบ ชายร่างสูงใหญ่ก็ผสานร่างกับพลังของจิตอสูรปลาหมึกั์ ดึงเคล็ดิญญาอันทรงพลังออกมาใช้
“หมัดศิลา”
หมัดของชายร่างสูงถูกปล่อยออกไป มวลพลังงานิญญารวมตัวกันภายในเสี้ยวพริบตา กลายเป็ปราณหมัดคล้ายก้อนศิลาจู่โจมใส่เหวินเฟยหงอย่างรุนแรงชนิดไม่มีอะไรมาหยุดยั้งได้
“พรวด!”
เมื่อถูกชายร่างสูงใหญ่ใช้เคล็ดิญญาโจมตี เกราะป้องกันที่เหวินเฟยหงสร้างขึ้นจากพลังงานิญญาก็แตกสลายในพริบตา เขาถูกหมัดศิลากระแทกจนปลิวกระเด็นไปไกลนับสิบเมตร หงายหน้ากระอักเืออกมา
“ข้าจะนับถึงสาม หากเ้ายังไม่ยอมไสหัวออกไป อย่าโทษที่ข้าจะเชือดเ้าทิ้งละกัน” ชายร่างสูงใหญ่มองเหวินเฟยหงที่กระอักเืออกมากองใหญ่ด้วยสายตาเย็นะเื กล่าวข่มขู่อีกฝ่ายด้วยเสียงเหี้ยมเกรียม
“ชิงเสวี่ย ขอโทษด้วยนะ ข้าไม่อยากพลาดโอกาสครั้งนี้ไป”
ได้ยินถ้อยคำข่มขู่ของชายร่างสูงใหญ่ เหวินเฟยหงก็หวาดกลัวจนตัวสั่น ใช้มือกุมาแสาหัสตรงหน้าอกเอาไว้ ก่อนจะวิ่งหนีออกไปอย่างทุลักทุเล ท่ามกลางสายตาสิ้นหวังของจีชิงเสวี่ยที่จ้องมองมา
“สาวน้อยคนสวย ตอนนี้ไม่มีใครมารบกวนพวกเราแล้ว พวกเรามาพูดคุยสานสัมพันธ์กันดีกว่านะ” ชายร่างสูงใหญ่มองร่างกายที่มีสัดส่วนโค้งเว้างดงามของจีชิงเสวี่ยด้วยสายตาหื่นกระหาย เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงชั่วร้าย
“เ้า้าอะไรกันแน่? ถ้าเ้ากล้าทำร้ายข้า ผู้าุโหลิวไม่มีทางปล่อยเ้าไปแน่” จีชิงเสวี่ยก้าวถอยหลังด้วยใบหน้าที่ซีดขาวพร้อมกับกล่าวเตือนอีกฝ่าย
“ทำร้ายเ้า? มีใครเป็พยานได้บ้างว่าข้าทำร้ายเ้า?” ชายร่างใหญ่แสยะยิ้มเย็น “เ้ายังหวังลมๆ แล้งๆ ว่าไอ้ขยะคนนั้นมันจะยอมออกมาเป็พยานให้เ้าอีกหรือ?”
“อีกอย่าง เ้าคิดว่าผู้าุโหลิวจะเข้าข้างศิษย์คนที่ไม่ผ่านการทดสอบเข้าสำนักฝึกยุทธ์อัคคี์งั้นหรือ?”
“เ้า...ต้องทำอย่างไรเ้าถึงจะยอมปล่อยข้าไป” คำพูดของชายร่างใหญ่เสมือนกริชที่ปักลึกลงไปในใจของจีชิงเสวี่ย แสงแห่งความหวังเสี้ยวสุดท้ายของนางถูกทำลายจนไม่เหลือชิ้นดี
“ข้าโตมาจนป่านนี้ ยังไม่เคยได้ลิ้มรสยอดพธูอันดับหนึ่งของเมืองหลวงเลยสักครา ถ้าหากเ้าปรนนิบัติข้าให้สบายตัวได้ ข้ารับปากว่าเ้าจะผ่านการทดสอบและได้เข้าเป็ศิษย์ของสำนักฝึกยุทธ์อัคคี์” ชายร่างใหญ่พูดขึ้นอย่างตื่นเต้น
“ฝันไปเถอะ” จีชิงเสวี่ยกัดริมฝีปากแน่นก่อนจะกล่าวขึ้นอย่างอัปยศอดสู หยาดน้ำตารินไหลลงมาอย่างไม่ขาดสาย
“เื่นี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเ้า”
กล่าวจบ ชายร่างสูงก็หยิบกิ่งไม้เรียวยาวขึ้นมาจากพื้น พุ่งจู่โจมไปทางจีชิงเสวี่ย
เดิมทีจีชิงเสวี่ยก็ไม่ใช่คู่มือของชายร่างใหญ่อยู่แล้ว ยิ่งอยู่ภายใต้สถานการณ์เสียขวัญหวาดกลัว นางจึงปลดปล่อยพลังได้เพียงแปดในสิบส่วนเท่านั้น การโจมตีทั้งหมดถูกชายร่างใหญ่หยุดยั้งไว้ได้อย่างสิ้นเชิง
เพียงแค่ครึ่งก้านธูปเท่านั้น เสื้อผ้าที่จีชิงเสวี่ยสวมใส่อยู่ก็ปรากฏร่องรอยาแเต็มไปหมด อีกทั้งการโจมตีเ่าั้ก็คุมน้ำหนักได้อย่างพอดิบพอดี เพราะมันฉีกทำลายไปเพียงแค่เสื้อผ้าของนางเท่านั้น
“เ้า...ถ้าเ้ายังไม่ยอมหยุด ข้าจะตายให้เ้าดูตรงนี้เลย” จีชิงเสวี่ยกำเสื้อผ้าที่ขาดรุ่ยของตัวเองไว้ไม่ยอมปล่อย นางเบี่ยงตัวหลบและกล่าวเตือนอีกฝ่ายอย่างสิ้นหวังไปด้วย
“ฮ่าฮ่า อยู่ต่อหน้าข้า เ้ายังคิดว่าจะฆ่าตัวตายได้อีกหรือ?” ชายร่างใหญ่แผดเสียงหัวเราะอย่างอวดดี สายตาของเขาจับจ้องไปที่ผิวเนื้อนวลเนียนที่โผล่พ้นเสื้อผ้าที่ฉีกขาดของจีชิงเสวี่ย
“มาหาข้าซะโดยดี”
ชายร่างสูงใหญ่ก้าวทะยานออกไป เข้าประชิดตัวของจีชิงเสวี่ยได้ในชั่วพริบตา หมายจะคว้าตัวนางเข้าสู่อ้อมกอดแล้วเล่นสนุกกับร่างกายแสนเย้ายวนของนางให้สาสมใจ
“ไปตายซะ”
ในระหว่างที่ชายร่างใหญ่กำลังเข้าประชิด จีชิงเสวี่ยก็สะบัดมือขวาขึ้นอย่างฉับพลัน บอลหนามลูกหนึ่งถูกขว้างออกไปด้วยความเร็วสูง พุ่งโจมตีเข้าใส่ร่างกายของชายร่างใหญ่
เมื่อถูกซัดอาวุธลับใส่อย่างกะทันหัน ชายร่างใหญ่ก็รีบปลดปล่อยพลังิญญาออกมาสร้างเกราะป้องกัน ทว่าอานุภาพของบอลหนามรุนแรงมากจนทะลุผ่านเกราะป้องกันพลังิญญาไปได้และกระแทกเข้าใส่หน้าอกของเขาอย่างจัง เืจำนวนมากไหลทะลักออกมาเป็สาย
เมื่อเห็นชายร่างสูงใหญ่ได้รับาเ็ จีชิงเสวี่ยก็หันหลังเผ่นหนีอย่างไม่ลังเล คิดจะใช้โอกาสครั้งสุดท้ายที่เหลืออยู่นี้สลัดให้หลุดจากการไล่ล่าของอีกฝ่าย
“มารดาเถอะ เ้าคิดจะหนีไปไหนกัน” ชายร่างสูงที่ถูกลอบโจมตีคำรามเสียงดังลั่น โคจรพลังงานิญญาบังคับดึงบอลหนามออกจากร่าง ก่อนจะไล่ตามจีชิงเสวี่ยไปโดยไม่สนใจแผลตรงอกเลยสักนิด
อูฐที่ผอมแห้งก็ยังตัวใหญ่กว่าม้า[1] แม้ว่าชายร่างสูงใหญ่จะาเ็ไม่ใช่น้อย แต่ความเร็วของเขาก็ยังเหนือกว่าจีชิงเสวี่ยมาก เพียงแค่ห้าอึดใจเขาก็ขวางกั้นอยู่เบื้องหน้าของจีชิงเสวี่ยได้แล้ว
“นังตัวดี เ้าบีบบังคับข้าเองนะ” ชายร่างใหญ่กุมาแชุ่มเืตรงหน้าอกไว้ แววตาโเี้ย่างสามขุมเข้าไปหาจีชิงเสวี่ยที่หมดสิ้นความหวัง ร่างกายสั่นเทาอย่างน่าสงสาร
“ถ้าวันนี้ข้าไม่ย่ำยีเ้าจนขาดใจตาย ข้าจะยอมร่วมแซ่กับเ้าเลย”
ชายร่างใหญ่ะเิเสียงคำราม พกพาแรงกดดันมหาศาลกระโจนเข้าใส่จีชิงเสวี่ยที่กำลังขวัญผวา คิดจะกดนางเอาไว้ใต้ร่างแล้วระบายความโกรธแค้นในใจจนกว่าจะพอใจ
ในตอนที่จีชิงเสวี่ยกำลังจะถูกคนบังคับข่มเหง ทันใดนั้นชายร่างสูงใหญ่ก็ััได้ถึงมวลอากาศที่ผันแปรอย่างรุนแรงข้างหลังของเขา ความหวาดกลัวก็พรั่งพรูออกมาจากส่วนลึกของจิติญญาทันที
---------------------------------------------------------------------
เชิงอรรถ
[1] หมายถึงคนที่เคยร่ำรวยหรือยิ่งใหญ่มาก่อน แม้จะถึงคราวตกอับแต่ก็ยังดีกว่าคนทั่วไป
