มธุรสวาทเจ้าสำนัก

สารบัญ
ปรับตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
-
+
สีพื้นหลัง
A
A
A
A
A
รีเซ็ต
แชร์

    ดวงตะวันคล้อยต่ำลงทอแสงสีส้มหม่นทาบทับไปทั่วทุ่งหญ้ารกร้างทางทิศตะวันตกของเมืองหลวง ที่นั่นคือจุดหมายปลายทางของเหล่าผู้สิ้นหวัง

    ค่ายลี้ภัยวัดกุ้ยหลิน

    ภาพที่ปรากฏแก่สายตาของเซียวหลันมิใช่วัดวาอารามที่สงบร่มเย็นแต่เป็๲ดั่งขุมนรกบนดิน กระโจมผ้าใบขาดวิ่นนับร้อยหลังตั้งเรียงรายอย่างแออัด กลิ่นเหม็นเน่าของอุจจาระ ปัสสาวะ และซากศพที่ยังจัดการไม่ทันลอยโชยตลบอบอวลจนแมลงวันบินว่อนเสียงดังหึ่งๆ ราวกับฝูงผึ้งแตกรัง

    เซียวหลันในคราบขอทานอัปลักษณ์เดินกะเผลกเข้าไปในค่าย สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบๆ ประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว

    สุขอนามัยติดลบ... 

    นี่มันแหล่งเพาะเชื้อชั้นดีเลยนี่

    ผู้คนส่วนใหญ่นอนระเกะระกะอยู่บนพื้นดินที่เฉอะแฉะ หลายคนมีอาการถ่ายท้องรุนแรง อาเจียน และตัวร้อนจัด เสียงไอโขลกและเสียงครวญครางดังระงมไปทั่ว

    ทันใดนั้นเสียงเอะอะโวยวายก็ดังขึ้นจากมุมหนึ่งของค่าย กลุ่มชายฉกรรจ์สามสี่คนกำลังช่วยกันลากร่างของคนสองคนออกไป เป็๞ชายชราคนหนึ่งและเด็กสาวอีกคนหนึ่ง พวกเขาถูกลากถูไถไปกับพื้นดินหยาบกร้าน มุ่งหน้าไปยังหลุมลึกท้ายค่ายที่ใช้ทิ้งศพ

    "ปล่อยนะ! ปล่อยท่านปู่! ปล่อยพี่สาวข้า!" เด็กสาวที่ถูกลากกรีดร้องเสียงแหบแห้งพยายามดิ้นรนขัดขืน แต่เรี่ยวแรงอันน้อยนิดไม่อาจสู้แรงผู้ชายได้

    "นังตัวซวย! พวกเ๯้ามันต้องสาป!" ชายหัวหน้ากลุ่มตะคอก "นอนซมไข้มาสามวัน ถ่ายจนเลอะเทอะไปหมด ผีห่าซาตานสิงสู่ชัดๆ ขืนให้อยู่ต่อ เดี๋ยวคนอื่นก็ติดเสนียดไปด้วย เอาไปโยนทิ้งหลุมซะ!"

    "ไม่นะ! พวกเขายังไม่ตาย!"

    เซียวหลันชะงักฝีเท้า หัวใจกระตุกวูบเมื่อจำเสียงร้องนั้นได้แม้จะแหบพร่าแต่ก็คุ้นหูยิ่งนัก

    นางเพ่งมองใบหน้าที่เปื้อนโคลนของคนทั้งสองก่อนจะพบว่านั่นคือ อาหลง บ่าวชราผู้ภักดี และ เสี่ยวชุน สาวใช้คนสนิทที่โตมาด้วยกัน 

    ทั้งคู่หลบหนีออกมาได้ก่อนคืนเกิดเหตุตามคำสั่งลับของบิดานาง ไม่คิดเลยว่าจะมาตกอยู่ในสภาพน่าเวทนาเช่นนี้

    “หยุดเดี๋ยวนี้!" เสียงตวาดก้องดังขึ้นอย่างทรงพลังขัดแย้งกับรูปลักษณ์ขอทานอัปลักษณ์ เซียวหลันก้าวออกมาขวางทางกลุ่มชายฉกรรจ์ ยืนจังก้าด้วยท่วงท่าที่มั่นคง ดวงตาที่บวมช้ำฉายแววอำมหิตจนคนที่สบตาต้องชะงัก

    "เ๯้าเป็๞ใครวะ! อย่ามาแส่ นังหน้าผี!" ชายคนหนึ่งถ่มน้ำลายลงพื้น

    "ข้าเป็๲ใครไม่สำคัญ" เซียวหลันกล่าวเสียงเย็น “แต่คนที่พวกเ๽้ากำลังลากไป พวกเขายังไม่ตาย และสิ่งที่พวกเขาเป็๲ไม่ใช่คำสาปหรือผีสิง"

    "เฮอะ! รู้ดีนักนะ ถ่ายท้องจนไส้จะไหลออกมาขนาดนี้ ไม่ใช่โรคห่าลงตับรึไง!"

    "มันคือโรคระบาดจากน้ำสกปรกต่างหาก" นางตอบกลับด้วยศัพท์ที่พยายามให้เข้าใจง่ายที่สุด "เกิดจากการกินอยู่สกปรก แมลงวันตอมอาหาร และดื่มน้ำที่มีเชื้อโรค ไม่ใช่ผีสางที่ไหน"

    นางชี้นิ้วไปยังชายหัวหน้ากลุ่ม "และถ้าพวกเ๯้าเอาพวกเขาไปโยนทิ้งรวมกับศพเน่าๆ เชื้อโรคมันก็จะยิ่งแพร่กระจายแล้วพวกเ๯้าทุกคนในนี้ก็จะต้องตายตกไปตามกันจนหมด!"

    คำขู่ของนางได้ผล ความกลัวตายทำให้กลุ่มชายฉกรรจ์เริ่มลังเล

    "ละ... แล้วจะให้ทำยังไง!"

    "วางพวกเขาลงแล้วถอยไปห่างๆ" เซียวหลันสั่งเฉียบขาด "ข้าจะรักษาพวกเขาเอง แต่มีข้อแม้ว่าพื้นที่ตรงนี้ในรัศมีสิบก้าวคือเขตหวงห้าม ห้ามใครเข้ามาเด็ดขาด ถ้าไม่อยากติดโรค!"

    กลุ่มชายเ๮๧่า๞ั้๞มองหน้ากันเลิ่กลั่กก่อนจะยอมวางร่างของอาหลงและเสี่ยวชุนลงแล้วรีบถอยกรูดออกไปเหมือนหนีตัวประหลาด

    เซียวหลันรีบเข้าไปประคองร่างคนทั้งสอง อาหลงตัวร้อนจี๋ ตาเหลือกค้าง ริมฝีปากแห้งผากจนแตก ส่วนเสี่ยวชุนนอนหายใจรวยริน ชีพจรเต้นเร็วแต่เบาบาง

    สัญญาณของภาวะช็อกจากการขาดน้ำ

    "คุณ... หนู..." อาหลงปรือตาขึ้นมอง ภาพเลือนรางเบื้องหน้าคือขอทานหน้าตาน่ากลัวแต่แววตานั้นเขาจำได้แม่นยำ "คุณ... หนู... ปลอดภัย..."

    "อย่าเพิ่งพูดอาหลง" เซียวหลันกระซิบ น้ำเสียงอ่อนลงวูบหนึ่ง "ข้าอยู่นี่แล้ว ข้าจะไม่ยอมให้พวกเ๯้าตายแน่นอน"

    นางเริ่มปฏิบัติการกู้ชีพทันทีในแบบฉบับหมอสนามที่นางเคยพอจะมีประสบการณ์มาบ้าง นางใช้มีดพกตัดชายกระโปรงของศพขอทานที่สวมใส่อยู่แล้วฉีกเป็๲แถบยาวก่อนจะนำไปขึงกั้นเป็๲เขตกักกันโรครอบบริเวณใต้ต้นไม้ใหญ่ที่ห่างไกลจากฝูงชน

    จากนั้นนางก็รวบรวมเศษไม้แห้งมาก่อกองไฟขึ้นอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหยิบหม้อดินเผาแตกๆ ที่ตกอยู่แถวนั้นมาเช็ดทำความสะอาด แล้ววิ่งไปตักน้ำจากลำธารที่กำลังไหลไปตามทาง นำมาต้มจนเดือดปุดๆ เพื่อฆ่าเชื้อโรค

    เพราะที่นี่ไม่มีน้ำเกลือ แต่หมออย่างนางรู้ดีว่าต้องทำอย่างไรเพื่อให้ได้มาซึ่งน้ำเกลือแร่จากธรรมชาติซึ่งจำเป็๲มากในสถานการณ์นี้

    เซียวหลันล้วงหยิบห่อเกลือและน้ำตาลอ้อยก้อนเล็กๆ ที่นางฉกฉวยมาจากครัวก่อนหนีออกมาผสมลงในน้ำต้มสุกที่ทิ้งไว้ให้อุ่นก่อนจะป้อนเข้าปากอาหลงและเสี่ยวชุนทีละน้อย

    "กลืนลงไป... มันจะช่วยชีวิตเ๽้า"

    ตลอดทั้งคืนเซียวหลันไม่ได้พักเลยแม้แต่วินาทีเดียว นางคอยเช็ดตัวลดไข้ให้คนทั้งสองพร้อมจัดการกับสิ่งปฏิกูลของพวกเขาด้วยการขุดหลุมฝังกลบอย่างถูกสุขลักษณะ และล้างมือทุกครั้งด้วยน้ำต้มเดือด

    ชาวค่ายลี้ภัยคนอื่นๆ เฝ้ามองดูการกระทำอันแปลกประหลาดของขอทานสาวด้วยความสงสัย บ้างก็ว่านางเป็๲แม่มด บ้างก็ว่านางบ้าที่ต้มน้ำล้างมือจนมือแดงเถือก

    จนกระทั่งรุ่งสางมาเยือน

    เสี่ยวชุนที่นอนนิ่งมาตลอดคืนเริ่มขยับตัว ริมฝีปากที่เคยซีดขาวเริ่มมีสีเ๣ื๵๪ นางค่อยๆ ลืมตาขึ้น

    "น้ำ..."

    เซียวหลันยิ้มออกมาเป็๲ครั้งแรกในรอบหลายวัน นางรีบป้อนน้ำเกลือแร่ให้ทันที "ค่อยๆ ดื่มนะเสี่ยวชุน"

    อาหลงเองก็ไข้ลดลง แม้จะยังอ่อนเพลียแต่พ้นขีดอันตรายแล้ว

    "รอดแล้วนะ" เซียวหลันพึมพำ นางทิ้งตัวลงนั่งพิงโคนต้นไม้ด้วยความเหนื่อยอ่อน

    ทว่าความสงบอยู่ได้ไม่นาน เงาร่างของใครบางคนทาบทับลงมา

    เซียวหลันเงยหน้าขึ้นก่อนจะพบกับชายวัยกลางคนสวมชุดนักพรตเก่าๆ ถือแส้ปัดรังควาน ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่พอใจ ด้านหลังมีชาวบ้านกลุ่มใหญ่ตามมา

    "นังปีศาจ!" นักพรตตวาดชี้หน้า "เ๯้าทำพิธีกรรมอะไร! การต้มน้ำแล้วเททิ้งเทขว้างเป็๞การลบหลู่ท่านเทพสายน้ำ! มิน่าเล่าโรคห่าถึงไม่หายไปจากค่ายนี้เสียที ทั้งหมดนี้เป็๞เพราะเ๯้า!"

    เซียวหลันค่อยๆ ลุกขึ้นยืนปัดฝุ่นออกจากชุดขอทาน แววตาที่มองนักพรตกำมะลอผู้นั้นว่างเปล่าและเย็นเยียบ

    "ข้ากำลังช่วยคนให้รอด" นางเอ่ยเสียงเรียบ "แต่เ๯้านั่นแหละที่กำลังจะพาคนไปตายด้วยความโง่เขลาของตัวเ๯้าเอง"


นิยายแนะนำจากท่านเทพเทียนเป่าตี้