ทันทีที่เห็นชายคนดังกล่าว เย่ซีหนานก็ซัดหมัดไปที่หน้าอกของเขาอย่างเต็มแรง
“ช่างน่ารังเกียจจริง ไปตายเสีย” ภายใต้เสียงหัวเราะอันแสนบ้าคลั่งของชายคนดังกล่าว ท้ายที่สุดเย่ซีหนานก็จบชีวิตของเขาลง
คิดไม่ถึงว่าเถ้าแก่ของโรงเตี๊ยมแห่งนี้จะเป็ศิษย์ของสำนักมาร ไม่แน่ เขาอาจจะสร้างโรงเตี๊ยมอยู่ที่นี่เพื่อช่วยสอดส่องและคัดเลือกนักเดินทาง หรือพ่อค้าที่ผ่านไปผ่านมาเพื่อไปเป็เหยื่อให้สำนักมารก็ได้ ถึงว่า โรงเตี๊ยมแห่งนี้ถึงมีแค่หลงเหยียนที่พักอยู่
เกรงว่ายังมีผู้คนอีกมากในโรงเตี๊ยมที่เป็คนของสำนักมาร เมื่อคิดได้เช่นนั้น หลงเหยียนก็โกรธเกรี้ยวจนความเดือดดาลแทบจะล้นทะลักออกมา ช่างเดรัจฉานเสียจริง ถึงคิดจะสร้างบ่อโลหิตด้วยเืของคนนับพันเช่นนี้ เมื่อสร้างบ่อโลหิตสำเร็จ พวกเขาก็จะทำพิธีบูชายัญ และแช่ตัวในบ่อโลหิตเพื่อเพิ่มพลังของตนเองสินะ ช่างสารเลวสิ้นดี
หลงเหยียนมองลอดซอกประตู ทำให้มองเห็นเย่ซีหนานได้อย่างชัดเจน “พี่เมิ่งเหยา ท่านจะตายไม่ได้เด็ดขาด วางใจเถิด เย่ซีหรานกับท่านผู้นำเว่ยกำลังมาแล้ว แล้วยังมีเย่ซีหนานอีก พวกเราต้องช่วยท่านออกไปได้แน่...”
เย่ซีหนานที่อยู่ด้านล่างร้องคำรามเสียงดัง หลังจากที่สังหารเถ้าแก่ของโรงเตี๊ยมจนตาย เสียงก็ค่อยๆ ไกลออกไปเรื่อยๆ ดูเหมือนว่าเขาจะเดินจากไปแล้ว
หลงเหยียนเตรียมจะออกไปด้านนอก ทว่ากลิ่นอายที่คุ้นเคยของใครบางคนกลับโถมเข้ามาภายในโรงเตี๊ยมอย่างกะทันหัน หลงเหยียนแอบมองผ่านทางซอกประตู พบว่าผู้มาเยือนก็คือหลิงเทียนอวี่นั่นเอง
“พี่อวี่ตามมาด้วยหรือนี่?” หลงเหยียนให้เขาไปทำธุระส่วนตัวแล้วไม่ใช่หรือ? ทว่าเมื่อลองมาคิดดูอีกครั้ง เขาอาจจะรู้บางอย่างมาจากท่านลุง ก็เลยตามมากระมัง อย่างไรเสีย วิธีแก้ปัญหาก่อนมาที่นี่ของตนก็ดูจะไม่เหมาะสักเท่าใด ในเมื่อเขามาแล้ว หลงเหยียนก็ตัดสินใจว่าจะออกไปรวมตัวกับเขาอีกครั้ง
เพียงไม่นาน ชายหนุ่มกลุ่มหนึ่งที่แฝงไปด้วยกลิ่นอายแห่งพลังมารก็ปรากฏตัวขึ้นที่หน้าประตูของโรงเตี๊ยม ไม่นานพวกเขาก็สังเกตเห็นหลิงเทียนอวี่ จากนั้นผู้ฝึกยุทธิ์หนึ่งในนั้นก็ชี้นิ้วออกไป
“ดูนั่นสิ เถ้าแก่ตายแล้ว ต้องเป็ฝีมือของเ้าหนุ่มคนนี้แน่ หลายวันมานี้ ท่านผู้นำสั่งย้ำให้พวกเราระวังคนจากเมืองอู่ตี้เอาไว้ เ้าหมอนี่ต้องเป็คนที่เมืองอู่ตี้ส่งมาแน่ๆ”
เมื่อชายคนดังกล่าวพูดจบ ลูกสมุนที่อยู่รอบๆ ก็เข้ามาล้อมหลิงเทียนอวี่เอาไว้ พวกเขาส่วนมากมีพลังอยู่ในระดับชีพัขั้นที่เก้าชั้นสูงสุด ทั้งยังมีผู้ที่มีพลังอยู่ในระดับชีพมนุษย์ขั้นแรกเริ่มถึงสามคนด้วยกัน ชายที่เป็ผู้นำซึ่งพูดขึ้นเมื่อครู่ก็เป็ยอดฝีมือที่มีพลังอยู่ในระดับชีพมนุษย์ขั้นสูง แข็งแกร่งกว่าหลงเหยียนถึงหนึ่งระดับเลยทีเดียว
เย่ซีหนานเป็ผู้สังหารเถ้าแก่ของโรงเตี๊ยมแห่งนี้ ทว่าหลิงเทียนอวี่กลับบังเอิญมาถึงพอดี จึงถูกเข้าใจผิดว่าเป็ฆาตกรที่ฆ่าเถ้าแก่ของโรงเตี๊ยมเสียอย่างนั้น ต้องมารับความผิดทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรเลย
หลงเหยียนอยากจะเข้าไปช่วย ทว่ากลับถูกเ้าสิงโตน้อยรั้งเอาไว้ก่อน
“พี่เหยียน อย่าเพิ่งรีบร้อนไป พวกเรารอดูสถานการณ์ไปก่อนเถิด”
หลงเหยียนพยักหน้า ดูท่าคืนนี้ เมืองเยว่หยางต้องไม่สงบแน่ ตอนนี้ก็ยามจื่อแล้ว ทว่าถนนด้านล่างกลับเต็มไปด้วยร่างของบุคคลปริศนา คาดว่าน่าจะเป็ศิษย์ของสำนักมารที่กำลังเดินลาดตระเวนอยู่นั่นเอง ดูเหมือนพิธีบูชาโลหิตในครั้งนี้จะสำคัญกับพวกเขามาก
“เ้าหนุ่ม ในเมื่อฆ่าเถ้าแก่ตาย ก็เอาชีวิตมาทดแทนเถิด เพื่อพิธีบูชาโลหิตในครั้งนี้ สำนักมารของพวกข้าเตรียมการมานานมากแล้ว ดังนั้นจะยอมให้เกิดข้อผิดพลาดใดๆ ไม่ได้เด็ดขาด”
เมื่อคิดว่าพรุ่งนี้ตนก็จะได้แช่ในบ่อโลหิตแล้ว บุรุษเ่าั้ก็มีท่าทีตื่นเต้นเป็อย่างมาก
หลิงเทียนอวี่เองก็เป็ยอดฝีมือระดับชีพมนุษย์เช่นกัน ทว่าเมื่อเทียบกับศัตรูแล้ว ดูเหมือนตนจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกเขา ชายคนนั้นะเิพลังอันแสนแข็งแกร่งในตัวออกมาโดยไม่เปิดโอกาสให้หลิงเทียนอวี่ได้พูดอธิบายด้วยซ้ำ ไม่นานเขาก็พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว
ศิษย์แห่งสำนักมารที่อยู่รอบๆ ส่งเสียงร้องอย่างตื่นเต้น
“เ้าคนจากเมืองอู่ตี้ที่สมมควรตาย หากจะโทษก็โทษหลงเหยียน เ้าหนุ่มที่เป็สมาชิกใหม่ของเมืองอู่ตี้เถิด เขาบังอาจฆ่าท่านผู้พิทักษ์ทั้งสามของสำนักเรา แค้นนี้ จะให้เราปล่อยไปได้อย่างไร พวกเราจับคนรักของมันไป คิดไม่ถึงเลยว่านังผู้หญิงคนนั้นจะเป็ผู้มีปราณหยิน ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า...”
หลิงเทียนอวี่กำหมัดแน่น เขามองคนตรงหน้าพลางพูดขึ้น “พวกเ้าต่างหากที่สมควรตายยิ่งกว่า มาเถิด แม้คู่ต่อสู้จะเป็พวกเ้า ข้าก็จะสู้กับพวกเ้าให้ตายกันไปข้างหนึ่ง” หลิงเทียนอวี่รู้ดีว่าตนไม่ใช่คู่ต่อสู้ของคนกลุ่มนี้ อย่างไรเสียตอนนี้เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว แค่คิดถึงหลี่เมิ่งเหยาที่เป็เหมือนเทพธิดาในใจของเขา คนที่คอยช่วยเหลือและดูแลเขามาโดยตลอด หลิงเทียนอวี่ก็ร้องคำรามเสียงดังอย่างพร้อมจะสู้ตาย
หลิงเทียนอวี่มีสีหน้าเย็นเฉียบดุจน้ำแข็ง พลังอันแสนแข็งแกร่งที่มีก็แผ่กระจายไปรอบด้าน
“ฮึ จะถึงคราตายแล้วยังไม่ยอมแพ้อีก ข้าจะแสดงความแข็งแกร่งของสำนักมารให้เ้าได้ประจักษ์เอง”
“วิชาระดับมายา บาทาสามหยิน!” ชายคนนั้นโจมตีใส่หลิงเทียนอวี่อย่างรวดเร็ว ไม่นานหลิงเทียนอวี่กับชายคนดังกล่าวก็เริ่มต่อสู้กันอย่างไม่มีใครยอมใคร
หลังปะทะกันได้หลายกระบวนท่า ก็เป็หลิงเทียนอวี่ที่ถอยหลังกลับมาถึงสามก้าว พรืด... เขากระอักเืออกมา แล้วมองคนตรงหน้าอย่างอาฆาตแค้น
ชายตรงหน้ามีพลังที่แข็งแกร่งยิ่งนัก เขาสามารถเอาชนะหลิงเทียนอวี่ได้เพียงไม่กี่กระบวนท่าเท่านั้น อีกด้าน โต๊ะ เก้าอี้ และข้าวของในโรงเตี๊ยมลงเสียหายกันเป็แถบ
หลงเหยียนเริ่มทนไม่ไหวอีกต่อไป เดิมที เขาคิดจะแฝงตัวเข้าไปในสำนักมารเพียงลำพัง กลับคิดไม่ถึงว่าจะมีคนตามมาครั้งแล้วครั้งเล่าเช่นนี้
ไม่นานหลิงเทียนอวี่ก็ถูกฝ่ายศัตรูล้อมเอาไว้อย่างแ่า วินาทีต่อมา ชายที่เป็คู่ต่อสู้ของเขาวางฝ่ามือลงบนศีรษะของหลิงเทียนอวี่… เตรียมจะโจมตีเป็ครั้งสุดท้าย
“เ้ายังอ่อนหัดเกินไป ตายเสียเถิด”
ระหว่างนั้น อยู่ๆ หลิงเทียนอวี่ก็ประกายความเ็ปอันแสนสาหัสขึ้นในแววตา ทันใดนั้น กลิ่นอายที่อัดแน่นไปด้วยความรุนแรงและน่าหวั่นเกรงก็พุ่งลงมาจากชั้นสอง
ผู้มาใหม่พุ่งเข้ามาด้วยความรวดเร็ว เร็วจนไม่อาจมองการเคลื่อนไหวของเขาได้ด้วยตาเปล่าเลยก็ว่าได้ สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้หัวหน้าศิษย์ของสำนักมารรู้สึกหวาดกลัวขึ้นในหัวใจ วินาทีต่อมา หลงเหยียนมายืนอยู่ข้างกายเขา วางฝ่ามือข้างหนึ่งลงบนศีรษะของเขาั้แ่เมื่อใดก็ไม่อาจทราบได้
เมื่อเห็นร่างของหลงเหยียนชัดๆ หลิงเทียนอวี่ก็อ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง
“หลงเหยียน เป็เ้าเองหรือ ข้าตามหาเ้าไปทั่วเลย”
การปรากฏตัวของหลงเหยียนทำให้ชายจากสำนักมารรู้สึกใเป็อย่างมาก ลำพังแค่กลิ่นอายที่หลงเหยียนกระจายออกมาก็แข็งแกร่งจนแทบจะทำให้เขาหายใจไม่ออกอยู่แล้ว
หลงเหยียนวางมือข้างหนึ่งลงบนศีรษะของเขาพลางพูดด้วยเสียงเย็นะเื “ปล่อยเขาเสีย”
ทันใดนั้น ชายคนนั้นก็ตัวสั่นขึ้นด้วยความหวาดกลัว เขามองมือที่อยู่เหนือศีรษะและัักับกลิ่นอายแห่งพลังที่แข็งแกร่งของหลงเหยียน ในที่สุดก็เลือกที่จะลดมือลงมาจากศีรษะของหลิงเทียนอวี่อย่างว่าง่าย
เขามองหลงเหยียนด้วยความหวาดผวา คำพูดที่พ่นออกมาก็เริ่มติดๆ ขัดๆ เพราะเขามั่นใจว่ากลิ่นอายแห่งพลังที่หลงเหยียนกระจายออกมานั้นไม่ใช่พลังในระดับที่ตนสามารถรับมือได้แน่
แม้กระทั่งยอดฝีมือระดับชีพมนุษย์ขั้นสูงถึงสองคน หลงเหยียนก็ยังสังหารได้ นับประสาอะไรกับเขา?
การปรากฏตัวของหลงเหยียน ทำให้เขาหวาดกลัวจนถึงขีดสุดเลยทีเดียว
“เ้า... เ้าก็คือหลงเหยียนที่ผู้คนเล่าลือกันหรือ? หลงเหยียนที่มีพลังแค่ระดับชีพมนุษย์ขั้นต่ำ ทว่ากลับอาชนะยอดฝีมือระดับชีพธรณีของตระกูลอู่ตี้ชั้นนอกได้”
หลงเหยียนพูดด้วยเสียงเยือกเย็น “คิดไม่ถึงว่าชื่อของข้าจะโด่งดังในสำนักมารของพวกเ้าถึงเพียงนี้ พวกเ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้าสังหารผู้พิทักษ์ของสำนักเ้าไปถึงสามคน?”
ชายคนนั้นหวาดกลัวจนแทบจะปัสสาวะราดอยู่แล้ว เขาทรุดลงไปคุกเข่ากับพื้น
“ไม่ใช่... ไม่ใช่ข้าที่เอาเื่นี้ไปพูด เป็คนของตระกูลลั่วแห่งเนินดาราต่างหาก พวกเขาต่างหากที่พูด”
หลงเหยียนบีบคางอีกฝ่าย “เป็คนของลั่วเฉิงอีกแล้ว? เอาเถิด หากจัดการกับสำนักมารเสร็จเมื่อใด ค่อยไปสังหารล้างตระกูลลั่ว ทำให้ตระกูลลั่วถูกลบชื่อออกไปจากเนินดาราเลยก็แล้วกัน”
หลงเหยียนเข้าใจต้นสายปลายเหตุทั้งหมดแล้ว ‘ลั่วเฉิงคงอยากจะแก้แค้นให้พี่ชายของเขา ก็เลยคิดจะตามไปฆ่าข้าที่สำนักมารสินะ เพราะแบบนั้น พวกเขาก็เลยกล้าทำเื่แบบนี้ขึ้นมา คิดจะทำลายตระกูลหลงอู่ ทำให้ตระกูลของข้าเกือบต้องล่มสลาย ในเมื่อเป็เช่นนี้ ข้าก็จะเอาคืนพวกเ้าด้วยวิธีเดียวกัน’
เขาครุ่นคิดพลางมองชายตรงหน้าครู่หนึ่ง พบว่าอีกฝ่ายมีท่าทีหวาดผวาและขี้ขลาดเป็อย่างมาก ไม่เข้าใจเลยว่าเหตุใดผู้ที่มีพลังระดับชีพมนุษย์ขั้นสูงแบบเขาถึงได้ขี้ขลาดตาขาวเช่นนี้
“บอกมา พิธีบูชาโลหิตของสำนักมารในแต่ละครั้งจะถูกจัดขึ้นเมื่อใด แล้วพวกเ้าจับคนหนุ่มสาวที่เกิดในเดือนหยินและปีหยินตั้งมากมายขนาดนั้นมาทำอะไร? แท่นพิธีของพวกเ้าอยู่ที่ไหน อีกอย่าง เื่การแช่บ่อโลหิตที่ว่ามันคืออะไรกันแน่? ทางที่ดี เ้ารีบตอบมาตามจริงจะดีกว่า ไม่เช่นนั้น ข้าจะทำให้เ้าตายอย่างอนาถแน่”
“อย่าฆ่าข้า ข้ายอมบอก ข้ายอมบอกทุกอย่างเลย”
--------------------
