หยวนซื่อคิดว่า อาจเพราะเคอโยวหรานเป็จิ้งจอกกลับชาติมาเกิด ดังนั้นอีกฝ่ายถึงได้เลี้ยงหมาป่าสองตัวนั้น ทั้งยังดูแลพวกมันไม่ต่างกับเป็บุตรของตนเอง
หากหลังจากหมาป่าเติบใหญ่ มีสัญชาตญาณตามธรรมชาติเพิ่มมากขึ้นจนกินพวกนางหมดทั้งจวนจะทำอย่างไร?
เมื่อก่อนเคอโยวหรานดูแลหมาป่าน้อยดีเกินไป หยวนซื่ออยากฆ่าพวกมันแต่กลับหาโอกาสลงมือไม่ได้เลยสักนิด ยามนี้ลูกหมาป่าจากไปก็เพราะถูกปล่อยกลับป่ามิใช่หรือ?
รอจนกระทั่งลูกหมาป่าเติบใหญ่ จะพาฝูงหมาป่าบุกมายังจวนสกุลต้วนแล้วฆ่าพวกนางทุกคนหรือไม่?
เมื่อคิดเช่นนี้ หยวนซื่อก็ถึงกับกายสั่นสะท้านอย่างมิอาจหักห้ามได้ไหว คิดในใจว่า : นางจะต้องหาโอกาสเปิดโปงโฉมหน้าจิ้งจอกที่แท้จริงของเคอโยวหรานให้จงได้ จากนั้นให้คนทั้งหมู่บ้านเถาหยวนเผาปีศาจจิ้งจอกผู้นี้ให้ตายเสีย
เคอโยวหรานมิได้รับรู้เลยว่าความคิดของหยวนซื่อหมุนเวียนเปลี่ยนผันไปนับร้อยนับพันรอบ ยามนี้หญิงสาวกำลังซุกอยู่ในอ้อมแขนของต้วนเหลยถิง นางเอาแต่นิ่งเงียบไม่ร่าเริงเมื่อเห็นข้าวของของหมาป่าน้อยภายในห้อง ทั้งยังเม้มปากเล็กน้อยยามหวนนึกถึงพวกมัน
“แม่นางน้อย คนเล่า? อาจารย์หิวเจียนตายแล้ว รีบออกมาทำกับข้าวให้อาจารย์กินเร็วเข้า”
“แม่นางน้อย จะทำแค่กับข้าวมิได้ อย่าได้ขาดสุราเป็อันขาด”
เคอโยวหรานถึงกับสั่นสะท้านด้วยความใ
ให้ตายเถิด ท่านอาจารย์ที่หายตัวไปตั้งหลายวันของนาง เหตุใดจึงกลับมาเร็วถึงเพียงนี้?
นี่ไม่เท่ากับว่าชีวิตความเป็อยู่ดั่งเทพเซียนของนางต้องจบสิ้นลงั้แ่ตอนนี้แล้วหรอกหรือ?
เดิมทีเคอโยวหรานยังคิดว่าวันพรุ่งจะหาเวลาว่างไปเยี่ยมหมาป่าน้อยบนเขา ยามนี้ช่างยอดเยี่ยมนัก ท่านอาจารย์ทั้งสองดันกลับมาแล้ว จึงทำได้เพียงล้มเลิกความคิดนี้ไปเสีย
“เฮ้อ...” เคอโยวหรานถอนหายใจ ผลักประตูให้เปิดออกอย่างยอมรับชะตากรรม
ทว่า...
มีผู้ใดสามารถบอกนางได้บ้างว่าแท้จริงแล้วตาเฒ่าสองคนนี้ไปทำอันใดมา?
เสื้อผ้าบนกายขาดรุ่งริ่ง ชุดใหม่ที่เคอโยวหรานเพิ่งทำให้พวกเขาถูกฉีกจนกลายเป็กระโปรงระบำฮาวายเสียแล้ว
บนหัวยังรกเสียยิ่งกว่ารังนก ทั้งหน้าทั้งตัวมอมแมม บนกายยังมีกลิ่นประหลาด นี่ต้องมิได้อาบน้ำมานานเพิ่งใดกัน?
ผ่านมาเนิ่นนานถึงเพียงนี้ เคอโยวหรานค่อนข้างเข้าใจนิสัยใจคอของผู้เฒ่าทั้งสองไม่น้อย พวกเขาติดนิสัยรักสะอาดอยู่บ้าง เป็ผู้ที่ไม่ยอมคนและห่วงหน้าตามากทีเดียว
กระทั่งวันแรกที่พบกัน แม้ผู้เฒ่าทั้งสองจะสวมเสื้อผ้าไม่เป็ระเบียบ ทว่าบนกายกลับไม่มีกลิ่น เคยมีสภาพเช่นในยามนี้เมื่อใดกัน?
เอ่อ...
ช่างยากพรรณนาด้วยประโยคเดียว...
ขมับของเคอโยวหรานถึงกับเต้นตุบๆ นางรีบสาวเท้าเข้าไป มองพิจารณาคนทั้งสองแล้วเอ่ยด้วยความประหลาดใจว่า “ท่านอาจารย์เ้าคะ พวกท่านถูกปล้นแล้วจับขังไว้ในถ้ำโจร ยามนี้เพิ่งจะหนีออกมาได้หรือเ้าคะ?”
เซียนพิษเบิกตาโตและร้องเสียงดังว่า “เ้าว่าอย่างไรนะ? ผู้ใดจะกล้าปล้นอาจารย์ของเ้า ช่างไม่กลัวว่าจะถูกข้าวางยาจนตายแล้วกระมัง?”
หนวดเขี้ยวของหมอเทวะกระตุกไม่หาย “เ้าเด็กไร้มโนธรรม อาจารย์ทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจเพื่อเ้า เพิ่งจะกลับมาไม่ทันไร เ้ามิได้ทำอาหารอร่อยๆ ให้ข้ากินแล้วยังมาเย้ยหยันว่าข้าถูกดักปล้นอีกหรือ?”
“เหวอๆๆ อย่าเพิ่งโกรธเ้าค่ะ สิ่งสำคัญก็คือภาพลักษณ์ของพวกท่านนะเ้าคะ สภาพเช่นนี้หากไม่ทำให้ผู้อื่นเข้าใจผิดก็คงยากเสียแล้ว” เคอโยวหรานยกมือขึ้นส่งสัญญาณให้คนทั้งสองหยุด จากนั้นจึงถอยหลังออกไปหลายก้าว
ภายในหัวของเซียนพิษพลันกระจ่างแจ้ง รีบพุ่งกายไปทางห้องอาบน้ำทันควัน
หมอเทวะช้าไปครึ่งจังหวะก่อนจะตีอกชกหัวไล่ตามไป ท่ามกลางอากาศยังมีเสียงสุดท้ายของเขาลอยละล่องให้ได้ยิน
“ประเสริฐนักตาเฒ่าพิษ นั่นของข้า ให้ข้าอาบก่อน ให้ตายเถิด เ้าจะช้าสักหน่อยได้หรือไม่...”
เคอโยวหรานกุมขมับ มิได้ัับรรยากาศเช่นนี้มานานมากแล้วจริงๆ หลังผู้เฒ่าทั้งสองจากไปก็หาได้ครึกครื้นเช่นนี้ไม่
มารดาสกุลต้วนทอดมองไปทางห้องอาบน้ำ ก่อนยกยิ้มจนเห็นเพียงฟันไม่เห็นดวงตา “โยวหราน ไปกันเถิด แม่จะช่วยเ้าทำกับข้าวอร่อยๆ ให้ท่านปรมาจารย์ทั้งสองเอง”
เคอโยวหรานรีบกล่าวปฏิเสธ “ไม่ต้องเ้าค่ะ ไม่ต้อง ข้าจะรีบทำให้เสร็จประเดี๋ยวนี้เ้าค่ะ”
เพิ่งจะสิ้นคำกล่าว เคอโยวหรานพลันใช้วิชาตัวเบาหายแวบเข้าไปในครัวพร้อมทั้งไม่ลืมลงกลอนประตู
ล้อเล่นน่า ตาเฒ่าทั้งสองมิใช่แค่เลือกกินธรรมดา หากมารดาสกุลต้วนตามเข้ามาในห้องครัว เช่นนั้นนางจะใช้เครื่องปรุงรสจากมิติวิเศษได้อย่างไร?
ต้วนเหลยถิงหัวเราะพลางส่ายหน้า เอ่ยว่า “โยวหรานชอบทำอาหารคนเดียวขอรับ พวกท่านไม่ต้องไปรบกวนนางแล้ว ท่านแม่ ท่านพี่ และพี่สะใภ้ ข้ามีเื่อยากจะสนทนากับพวกท่านขอรับ”
สิ้นคำกล่าว ทุกคนก็ขยับเข้ามาหาต้วนเหลยถิง ชายหนุ่มจึงพาคนทั้งหมดไปยังมุมที่ใช้สำหรับหารือกัน
ไป๋ซื่อรู้ว่าครั้งนี้ต้วนเหลยถิง้าพูดเื่ที่สำคัญเป็อย่างยิ่ง นางกลับมิได้อยากรู้มากนัก เพราะยิ่งรู้มากก็ยิ่งแบกรับภาระมาก
ไป๋ซื่อตระหนักถึงความสามารถของตนเป็อย่างดี มีเื่ราวไม่น้อยที่ต่อให้รู้ก็ไร้ความสามารถจะทำสิ่งใด มิสู้นั่งเย็บเสื้อผ้าให้คนในครอบครัวสักหลายชุดหรือปักลายผ้าเช็ดหน้าสักหลายผืนที่นางยังลงมือทำได้จริง
ดังนั้น นางจึงเอ่ยขึ้นว่า “ซานหลาง เื่ที่เ้าจะพูดข้าไม่อยากฟังแล้ว เอ้อร์หลางอยู่ด้วยเป็พอ ข้ายังมีลายผ้าอีกหลายแบบที่ยังวาดไม่เสร็จ ยามนี้ข้าคงต้องขอตัวออกไปหาโยวหลานสองพี่น้องแล้ว”
กล่าวจบ นางก็ทำความเคารพไปทางมารดาสกุลต้วนก่อนจะถอยจากไป
หยวนซื่อ “...?”
ไป๋ซื่อออกไปแล้ว นางจึงกลายเป็สะใภ้เพียงหนึ่งเดียวที่อยู่ตรงนี้ หากยังยืนเซ่อต่อไปจะต้องไม่เหมาะสมถึงเพียงใดกัน?
แต่นางไม่อยากไป นางอยากฟังว่าระยะหลังมานี้เกิดเื่ใดขึ้นในจวนบ้าง? ซานหลางจะพูดเื่สำคัญอันใด?
ต่อให้ภายในใจของหยวนซื่อจะไม่ยินดีเพียงใด ทว่าใบหน้ากลับไม่แสดงออกแม้แต่นิด นางย่อกายทำความเคารพมารดาสกุลต้วนอย่างอ้อยอิ่งแล้วเอ่ยว่า
“ท่านแม่เ้าคะ ชุดใหม่ของต้าหลางยังเย็บไม่เสร็จ ข้าคงต้องขอตัวออกไปก่อนเช่นกันเ้าค่ะ”
ครั้นพบว่ามารดาสกุลต้วนพยักหน้าเห็นดี หยวนซื่อก็คลี่ยิ้มพลางเดินออกไป แต่ทันทีที่นางหันหลัง รอยยิ้มบนใบหน้าพลันเลือนหายไปทันใด ผ้าเช็ดหน้าภายในมือถูกนางดึงทึ้งจนขาดเสียแล้ว
ทุกคนต่างไม่แยแสการเดินออกไปของหยวนซื่อ เอ้อร์หลางรู้ว่าภรรยาของตนมีนิสัยไม่แก่งแย่ง เขายินดีจะรักถนอมไป๋ซื่อ ทำให้นางเป็กังวลน้อยลงก็ดีไม่น้อยเช่นกัน
ทว่าต้วนต้าหลางกลับไม่ใส่ใจความคิดของหยวนซื่อเลยสักนิด ความคิดจิตใจของเขาล้วนแต่อยู่ที่ว่าทำอย่างไรถึงจะขจัดความอยุติธรรมและเรียนรู้สิ่งต่างๆ ให้ได้มากขึ้นเท่านั้น
แท้จริงแล้วแม้หยวนซื่อจะรั้งอยู่ต่อ ทุกคนก็ไม่คิดอันใด เพราะคนสกุลต้วนไม่กี่คนนี้ไม่มีเวลาไปมัวคิดเื่อื่นแม้แต่นิด
“ซานหลาง เ้ามีเื่ใดจะพูดเช่นนั้นหรือ?” มารดาสกุลต้วนเอ่ยขึ้นเป็คนแรก ทำลายความเงียบสงัดของบรรยากาศทางฝั่งนี้
ต้วนเหลยถิงไม่ปิดบังต่ออีก เขาเอ่ยออกไปตามตรงว่า “ครั้งก่อนข้ากับโยวหรานบังเอิญเข้าไปในห้องลับสกุลต่ง ได้ตั๋วเงินกับก้อนเงินมาเป็จำนวนไม่น้อย จากนั้นจึงไปซื้อบ้านสวนที่โรงนายหน้าขอรับ...”
ต้วนเหลยถิงบอกเล่าว่าซื้อบ้านสวนอย่างไร พบเจอกับอดีตผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างไร รวมถึงโยวหรานจัดการดูแลทุกสิ่งทุกอย่างภายในบ้านสวนอย่างไรออกไปทั้งหมด
ทุกคนในสกุลต้วนต่างพากันรู้สึกตื่นเต้นยินดียิ่งนัก มารดาสกุลต้วนประกบนิ้วมือทั้งสิบเข้าด้วยกัน “อมิตาภพุทธ ในที่สุดสกุลต้วนของพวกเราก็มีโอกาสรวมตัวกันอีกครั้ง หากเป็เช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ ภายหน้าจะต้องมีหวังที่ได้กลับไปเป็เช่นเดิมอย่างแน่นอน”
ต้วนต้าหลางขอบตาแดงก่ำเล็กน้อย เอ่ยว่า “นี่นับเป็เื่น่ายินดียิ่งนัก แต่หลังจากได้ฟังเื่นี้ในวันนี้ ทุกคนจงเก็บไว้เป็ความลับ มิอาจปริปากเอ่ยถึงอีกเป็อันขาด ชีวิตความเป็อยู่ในยามนี้ของพวกเราไม่ต่างกับเดินบนแผ่นน้ำแข็งบาง หากไม่ทันระวังแม้เพียงนิดก็จะพานพบหายนะจนมิอาจถอยหลังกลับได้”
ต้วนเอ้อร์หลางที่กำลังกอดอกอดไม่ได้ที่จะพยักหน้า เห็นด้วยกับความคิดของพี่ใหญ่เป็อย่างยิ่ง
ต้วนเหลยถิงเอ่ย “ท่านปรมาจารย์ทั้งสองกลับมาแล้ว นับั้แ่วันนี้ข้าจะต้องฝึกฝนไปพร้อมกับโยวหราน ดังนั้นเื่การไถคราด สร้างโรงงาน และการซ่อมแซมจวน คงต้องรบกวนพี่รองให้คอยเอาใจใส่แล้วขอรับ”
ยากนักที่ต้วนเอ้อร์หลางจะปริปาก แต่กลับเอ่ยเพียงคำว่า “ได้” เท่านั้น
ทุกคนต่างรู้ว่าสัญญาของต้วนเอ้อร์หลางยากแลกด้วยเงินพันตำลึง ขอเพียงเขารับปาก เช่นนั้นจะต้องจัดการอย่างเหมาะสมอย่างแน่นอน
ต้วนเหลยถิงวางใจ ยังร่วมหารือเื่ที่ต้องกระทำในระยะนี้กับคนในครอบครัวอีกไม่น้อย รวมถึงสิ่งที่ต้องเอาใจใส่และพึงระวังอีกด้วย
ขณะหารือกัน ภายในห้องครัวพลันมีกลิ่นหอมเย้ายวนใจลอยออกมา ผู้เฒ่าแพทย์พิษทั้งสองผลัดเสื้อผ้าอย่างเป็ระเบียบเรียบร้อยแล้วเข้ามาในห้องทานอาหารด้วยความรวดเร็ว ไม่ต่างกับเด็กวัยอนุบาลที่นั่งรอให้จัดสำรับขึ้นโต๊ะอย่างว่านอนสอนง่าย
เคอโยวหรานที่ยกถาดสุราอาหารเข้ามาถึงกับหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก เป็เช่นนี้ทุกครั้ง ท่านผู้เฒ่าทั้งสองจะตลกเกินไปเสียแล้ว
