ตอนที่ 7 การเผชิญหน้าแห่งโชคชะตา
ผืนทรายใต้เท้าของอธิชายังคงทิ้งความเย็นเฉียบไว้ในความรู้สึก ราวกับความหวาดกลัวที่ยังคงเกาะกุมอยู่ในจิตใจ หลังจากหลบหนีจากสุสานใต้พิภพที่มืดมิดและเต็มไปด้วยภัยคุกคามที่ผ่านมา ร่างกายของอธิชาอ่อนล้าจนแทบทรุดลง แต่จิตใจกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งความหวาดผวา ความตื่นเต้น และความมุ่งมั่นที่ไม่เคยมีมาก่อน บันทึกของพ่อที่เธอเก็บรักษาไว้อย่างดีเป็เครื่องยืนยันว่าเขายังมีชีวิตอยู่ และคำเตือนเื่ ผู้พิทักษ์เงา กับ ดวงใจแห่งแซฟไฟร์ ยิ่งตอกย้ำว่าเธอกำลังก้าวเข้าสู่ใจกลางของความลับที่ซับซ้อนเกินกว่าจินตนาการ
อธิชาคลานกลับมาถึงชุมชนกระโจมในยามรุ่งสาง สภาพของเธอเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ เนื้อตัวมีรอยขีดข่วนจากเศษหินและหนามไม้แห้ง ใบหน้าซีดเผือดด้วยความกลัวและความเหนื่อยล้า เธอตรงดิ่งไปยังกระโจมของเธอ อาบน้ำชำระล้างคราบเหงื่อไคลและฝุ่นทรายออกไป แต่กลิ่นอับชื้นของดินและกลิ่นคาวเืจางๆ ที่ติดอยู่ในประสาทััยังคงหลอกหลอน เธอทิ้งตัวลงบนฟูกอย่างหมดแรง แต่ดวงตาของเธอกลับเบิกกว้าง ค้างอยู่ในความตื่นตระหนก ภาพเงามืดที่ไล่ล่า เสียงกระซิบที่น่าขนลุกยังคงวนเวียนอยู่ในหู เธอรู้ว่าเธอ้าการพักผ่อนอย่างเร่งด่วน ทั้งร่างกายและจิตใจ แต่ความตื่นตัวจากเหตุการณ์เฉียดตายทำให้เธอไม่อาจข่มตาหลับลงได้ง่ายๆ
ตลอดทั้งวัน อธิชาพยายามใช้เวลาอยู่ในกระโจม อ่านทบทวนบันทึกของพ่ออีกครั้งอย่างละเอียดถี่ถ้วน พยายามเชื่อมโยงข้อมูลใหม่ๆ ที่ได้จากสุสานใต้พิภพเข้ากับแผนที่และตำราโบราณที่เธอมี ยิ่งอ่านมากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งตระหนักว่าภารกิจนี้ใหญ่หลวงและอันตรายเกินกว่าที่เธอคาดไว้มาก พ่อของเธอกำลังต่อสู้กับอะไรบางอย่างที่ยิ่งใหญ่ และตอนนี้เธอก็กลายเป็ส่วนหนึ่งของการต่อสู้นั้นแล้ว แม้ร่างกายจะอ่อนล้า แต่จิตใจของอธิชาก็เริ่มเข้มแข็งขึ้นเรื่อยๆ เธอรู้ว่าเธอต้องรอด และต้องค้นหาความจริงให้ได้ เพื่อพ่อ เพื่อตัวเธอเอง และเพื่อไขปริศนาแห่งดวงดาวที่ผูกพันกับชะตาของเธอมาั้แ่กำเนิด
เมื่อแสงตะวันเริ่มคล้อยต่ำ อธิชาตัดสินใจที่จะออกไปเดินเล่นในชุมชนกระโจม เธอรู้สึกว่าการอยู่แต่ในกระโจมเพียงลำพังยิ่งทำให้ความคิดฟุ้งซ่านและหวนนึกถึงเหตุการณ์น่ากลัวเ่าั้ การได้เห็นผู้คนและบรรยากาศที่คึกคักอาจช่วยให้จิตใจผ่อนคลายลงบ้าง เธอสวมชุดคลุมที่ปกปิดร่างกายมิดชิดเหมือนเช่นเคย แต่ครั้งนี้เธอซ่อนมีดพกไว้ใต้เสื้ออย่างมิดชิด และพยายามสังเกตผู้คนรอบข้างด้วยความระมัดระวังเป็พิเศษ เธอรู้ว่า ดวงตามากมาย กำลังจับจ้องเธออยู่
วาดีย์ อัล-ฮิดายะห์ในยามเย็นยังคงเปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวา เต็นท์ผ้าใบสีขาวนวลและสีน้ำตาลเข้มกางเรียงรายเป็ระเบียบคล้ายเมืองย่อมๆ ที่ผุดขึ้นมากลางความว่างเปล่า แสงไฟจากตะเกียงน้ำมันที่ทำจากทองเหลืองเริ่มส่องสว่างไหวระยิบระยับยามพลบค่ำราวกับดวงดาวบนดินที่เชื้อเชิญให้หลงใหล กลิ่นหอมฟุ้งของเครื่องเทศหายาก เนื้อแกะย่างที่ถูกเสียบไม้อยู่เหนือเตาถ่านร้อนระอุ และชาสมุนไพรที่ชงจากใบไม้ท้องถิ่นลอยมาตามลมทะเลทรายอันอบอุ่นที่พัดโชยมาเป็ระยะ เสียงผู้คนเจื้อยแจ้วปะปนกับเสียงดนตรีพื้นเมืองที่บรรเลงด้วยเครื่องดนตรีแปลกตาอย่าง อูด ที่มีเสียงทุ้มนุ่มลึก และ ดาร์บูก้า ที่เร่งจังหวะเร้าใจ สร้างบรรยากาศที่คึกคักและเปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวาอย่างไม่น่าเชื่อในดินแดนที่ดูจะไร้ซึ่งชีวิตเช่นนี้
อธิชาเดินลึกเข้าไปในตลาดที่คับคั่งที่สุดของโอเอซิส เธอปล่อยให้ตัวเองเพลิดเพลินไปกับบรรยากาศแปลกใหม่นี้ชั่วครู่ ดวงตาของเธอกวาดมองสินค้าแปลกตามากมายเหลือคณา เครื่องประดับเงินแกะสลักสวยงามวิจิตรบรรจงที่สะท้อนแสงไฟระยับ ผ้าทอสีสันสดใสที่ดูเหมือนมีชีวิตชีวา และวัตถุโบราณที่ดูเหมือนจะมีประวัติศาสตร์ยาวนานนับพันปีตั้งวางเรียงรายอยู่บนพื้นดินที่ปูด้วยพรมเก่าๆ เธอลองชิมอินทผลัมสดที่หวานฉ่ำ และจิบชาอุ่นๆ จากร้านริมทางที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่น มันเป็ความผ่อนคลายเล็กๆ น้อยๆ ที่เธอไม่คิดว่าจะได้รับในดินแดนแห่งนี้
แต่ถึงกระนั้น สายตาของเธอก็ไม่เคยหยุดนิ่ง มันกวาดมองหาสิ่งผิดปกติ สิ่งที่พ่ออาจจะทิ้งเบาะแสไว้ หรือแม้แต่สัญลักษณ์ที่คล้ายคลึงกับที่ปรากฏบนแผนที่เก่าแก่ที่เธอพกติดตัว เธอยังคงพยายามสื่อสารกับพ่อค้าบางคนด้วยภาษาอาหรับที่เธอพอจะรู้ เพื่อสอบถามถึงเื่ราวหรือตำนานเกี่ยวกับ อัล-ซาฟีร่า หรือแม้แต่การหายตัวไปของนักโบราณคดีชาวต่างชาติ แต่คำตอบที่ได้กลับเป็เพียงรอยยิ้มอย่างสุภาพที่ดูเหมือนจะซ่อนความลับบางอย่างไว้ภายใต้ใบหน้าที่เคร่งขรึม หรือไม่ก็แววตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยระคนหวาดระแวง ราวกับว่าชื่อ อัล-ซาฟีร่า เป็สิ่งต้องห้ามที่ไม่ควรเอ่ยถึงในที่สาธารณะ หรือไม่เป็ที่รู้จักในหมู่คนธรรมดาโดยสิ้นเชิง อธิชาเริ่มรู้สึกถึงกำแพงที่มองไม่เห็นที่กั้นขวางเธอจากความจริง กำแพงที่สร้างขึ้นจากความหวาดกลัวหรือความลับที่ถูกปกปิดมานานหลายศตวรรษ
ค่ำคืนนั้น อธิชาตัดสินใจพักผ่อนที่เต็นท์ของเธอตามลำพัง โดยไม่ลืมที่จะล็อกประตูเต็นท์อย่างแ่าและจัดวางอุปกรณ์ป้องกันตัวไว้ใกล้ๆ มือ เธอรู้ว่าอาบู ฟาห์รี คอยดูแลเธออยู่ เสียงกระซิบกระซาบของผู้เฒ่าที่นั่งล้อมวงก่อไฟเล่าเื่ราวปรัมปราเกี่ยวกับอาณาจักรแห่งดวงดาวที่สาบสูญ และ ดวงใจแห่งแซฟไฟร์ ที่กล่าวกันว่าเป็แหล่งพลังงานอันไร้ขีดจำกัด ตำนานเ่าั้ยิ่งตอกย้ำความเชื่อของเธอว่าเธอกำลังมาถูกทาง แต่กระนั้นก็ไม่มีใครให้ข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับสถานที่ตั้งหรือทางเข้าถึงได้เลย ราวกับว่าอาณาจักรนี้ถูกซ่อนเร้นจากสายตาของโลกด้วยมนตร์คาถา หรือเป็เพียงแค่เื่เล่าที่เลือนหายไปตามกาลเวลา เหลือทิ้งไว้เพียงร่องรอยจางๆ ในตำนานเท่านั้น
ขณะที่เธอกำลังใช้แผนที่ดาวที่พ่อให้มาเทียบเคียงกับกลุ่มดาวบนฟากฟ้าที่ส่องประกายระยิบระยับนับล้านดวงเหนือผืนทะเลทรายที่ไร้เมฆหมอก แสงจันทร์เต็มดวงสาดส่องลงมาอาบร่างของเธอให้ดูขาวนวลเหมือนรูปปั้น ดวงดาวดูเจิดจรัสกว่าที่ไหนๆ ที่เธอเคยเห็น ราวกับอยู่ใกล้แค่เอื้อม มันราวกับว่าดวงดาวเ่าั้กำลังส่งสัญญาณบางอย่างมาให้เธอโดยเฉพาะ ณ วินาทีนั้นเอง อธิชาััได้ถึงพลังงานลึกลับที่แผ่ซ่านออกมาจากจี้รูปกลุ่มดาวนายพรานที่สวมติดตัว พลังงานที่เต้นระริกราวกับมีชีวิตชีวา ส่งผ่านความอบอุ่นเข้ามาในหัวใจ เป็พลังที่เยียวยาจิตใจที่บอบช้ำจากเหตุการณ์ในสุสานใต้พิภพ และในขณะที่เธอกำลังเงยหน้ามองหาตำแหน่งของกลุ่มดาวนายพรานที่ส่องประกายชัดเจนเป็พิเศษในคืนนี้ พลันสายตาของเธอก็ปะทะเข้ากับร่างสูงสง่าที่ยืนอยู่ใต้ต้นอินทผลัมต้นหนึ่ง ห่างออกไปไม่ไกลนัก เงาร่างนั้นทอดยาวเป็เงาดำมืดตัดกับแสงจันทร์ที่ส่องสว่างเื้ั สร้างภาพที่น่าเกรงขามและดึงดูดสายตาอย่างประหลาด
ชายผู้นั้นสวมชุดพื้นเมืองสีขาวสะอาดตา ปักประดับด้วยด้ายสีทองอร่ามที่เปล่งประกายภายใต้แสงจันทร์ ผืนผ้าคลุมศีรษะสีขาวบริสุทธิ์ที่เรียกว่า กูตเราะห์ ถูกตรึงด้วย อิกอล สีดำสนิทที่ทำจากขนแพะ ปลิวไหวเล็กน้อยตามสายลมทะเลทรายที่พัดโชยมาอย่างแ่เบา เผยให้เห็นใบหน้าคมสันที่ดูเหมือนถูกแกะสลักจากหินอ่อนชั้นดี จมูกโด่งเป็สัน ริมฝีปากหยักลึกเม้มเข้าหากันอย่างสงบนิ่ง แต่กลับแฝงไว้ซึ่งพลังอำนาจที่มองไม่เห็น ดวงตาของเขาคมกริบราวกับเหยี่ยวทะเลทรายที่เฝ้ามองเหยื่อ แฝงไปด้วยประกายเ็าแต่ล้ำลึกที่ยากจะคาดเดา ราวกับห้วงมหาสมุทรที่ยากจะหยั่งถึง ทันทีที่สายตาของอธิชาปะทะเข้ากับดวงตาคู่นั้น เธอรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าแรงสูงแล่นแปลบไปทั่วร่าง หัวใจของเธอเต้นรัวอย่างบ้าคลั่งราวกับจะหลุดออกมาจากอก ความรู้สึกประหลาดที่เธอไม่เคยััมาก่อนเข้าครอบงำ ราวกับดวงิญญาของเธอรู้จักเขามาก่อนเนิ่นนานแสนนาน รู้จักมาั้แ่กำเนิด รู้จักมาั้แ่ดวงดาวเริ่มถือกำเนิดขึ้น นี่ไม่ใช่ความรู้สึกหลงใหลแบบชายหญิงที่เกิดขึ้นฉับพลัน แต่เป็แรงดึงดูดที่ลึกซึ้งกว่านั้น เป็ความรู้สึกเชื่อมโยงที่ไม่อาจอธิบายได้ด้วยเหตุผลใดๆ ในโลก เป็ดั่งสายใยที่พันผูกกันมาั้แ่ชาติภพก่อน ชะตากรรมที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
ชีคผู้นั้นยืนนิ่งราวกับรูปปั้นหิน ไม่ไหวติง จ้องมองมาที่เธอโดยไม่หลบสายตา แววตาของเขาไม่ได้บ่งบอกถึงความรู้สึกใดๆ นอกจากความว่างเปล่าและความเ็า แต่ลึกๆ ลงไป อธิชาััได้ถึงพลังงานมหาศาลที่ซ่อนอยู่ภายในร่างของเขา พลังงานที่ทั้งทรงอำนาจและอันตรายในคราวเดียวกัน เธอรู้สึกราวกับถูกสะกด เธอไม่สามารถละสายตาจากเขาได้เลยแม้แต่วินาทีเดียว บรรยากาศรอบกายพลันเงียบสงัดลงสำหรับเธอราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุน มีเพียงเขาและเธอเท่านั้นที่ดำรงอยู่ภายใต้เงาจันทร์ที่ทอดยาวลงมาคลุมกาย
ชายผู้นั้นคือ ชีคคาลิด บิน ฮัสซัน อัล-ซาฟีร่า ผู้นำสูงสุดแห่งชนเผ่าอัล-ซาฟีร่า ผู้ปกครองดินแดนที่อธิชาออกตามหามาทั้งชีวิต ซึ่งเธอไม่รู้ตัวเลยว่าเธอได้เดินเข้ามาใกล้เขามากเพียงใดแล้ว ทันทีที่เขาััได้ถึงพลังงานลึกลับที่แผ่ออกมาจากตัวเธอ โดยเฉพาะจากจี้รูปดาวที่เปล่งประกายอ่อนๆ พลันดวงตาของเขาก็เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเพียงเสี้ยววินาที ความเ็าในแววตาถูกแทนที่ด้วยความประหลาดใจชั่วขณะ ก่อนที่มันจะกลับคืนสู่ความนิ่งเฉยในพริบตา เขานึกถึงคำทำนายโบราณที่เล่าขานกันมาในเผ่ามาหลายชั่วอายุคน สตรีจากแดนไกล ผู้มีิญญาแห่งดวงดาว จะเป็ผู้ไขปริศนาแห่งดวงใจแซฟไฟร์และนำทางสู่ยุคใหม่ แต่ถึงกระนั้น เขาก็ยังคงแสดงท่าทีที่ห่างเหินและเ็า ไม่ได้ทักทายหรือแสดงความเป็มิตรใดๆ ดุจกำแพงน้ำแข็งที่สูงตระหง่านกั้นขวางความรู้สึก
อธิชาพยายามรวบรวมสติ สูดลมหายใจลึกๆ และบังคับตัวเองให้เดินตรงเข้าไปหาเขาด้วยความกล้าหาญที่เธอไม่รู้ว่ามีอยู่จากไหน ความรู้สึกที่ถูกดึงดูดเข้าหาเขาเป็แรงผลักดันที่ไม่อาจต้านทานได้ มันเป็พลังที่เธอไม่เข้าใจแต่ก็ไม่อาจปฏิเสธ "สวัสดีค่ะ ท่าน..." เธอเว้น่เล็กน้อยเมื่อไม่รู้จะเรียกเขาว่าอะไรดี "ดิฉันชื่ออธิชาค่ะ"
ชีคคาลิดไม่ตอบ เขาเพียงแค่เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย จ้องมองเธอด้วยแววตาที่ว่างเปล่า ราวกับเธอกำลังพูดกับอากาศธาตุ ความเ็าของเขาทำให้หัวใจของอธิชารู้สึกหนาวเหน็บ แม้จะอยู่ท่ามกลางอากาศอบอุ่นของทะเลทราย เธอรู้สึกราวกับถูกมองทะลุปรุโปร่ง ราวกับว่าเขาอ่านทุกความคิดในใจของเธอได้ ไม่มีอะไรสามารถซ่อนจากสายตาคู่นั้นได้เลย
"ดิฉันกำลังตามหาเบาะแสเกี่ยวกับอาณาจักรที่ชื่ออัล-ซาฟีร่า และคุณพ่อของดิฉัน ท่านศาสตราจารย์อนันต์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโบราณคดี ท่านหายตัวไปในแถบนี้เมื่อหลายเดือนก่อนค่ะ ดิฉันเชื่อว่าท่านอยู่ที่นี่" อธิชาพยายามอธิบายด้วยน้ำเสียงที่มั่นคงที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ภายในใจจะรู้สึกประหม่าอย่างรุนแรงจนแทบจะควบคุมตัวเองไม่ได้
แววตาของชีคคาลิดยังคงไม่เปลี่ยนแปลง แม้จะได้ยินชื่อ อัล-ซาฟีร่า และชื่อพ่อของเธอ ซึ่งเป็ชื่อที่เขาคุ้นเคยเป็อย่างดี เขายังคงยืนนิ่งราวกับหินผา ความเ็าที่แผ่ออกมาจากตัวเขาราวกับกำแพงน้ำแข็งที่ไม่สามารถเข้าถึงได้ พลันเขาก็หันหลังให้เธออย่างเฉยชา เดินจากไปโดยไม่เอ่ยคำใดๆ ทิ้งให้อธิชายืนอยู่เพียงลำพังภายใต้เงาจันทร์ที่ค่อยๆ จางหายไปในความมืด พร้อมกับความรู้สึกสับสน งงงวย และหัวใจที่เต้นรัวด้วยแรงดึงดูดอันประหลาดที่ไม่อาจอธิบายได้ มันเป็ความรู้สึกที่ทั้งน่ากลัวและน่าหลงใหลในคราวเดียวกัน
อธิชายืนนิ่งอยู่ตรงนั้นเป็เวลานาน มองตามแผ่นหลังของชีคคาลิดที่ค่อยๆ เลือนหายไปในความมืดมิดของยามค่ำคืน ความรู้สึกผิดหวังปะปนกับความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย มันเป็ความรู้สึกที่คล้ายกับการได้พบกับสิ่งที่เฝ้ารอมานานแสนนาน แต่กลับไม่สามารถเอื้อมมือไปถึงได้ ความเ็าของเขาบาดลึกเข้ามาในใจจนเ็ป แต่แรงดึงดูดที่เธอััได้กลับยิ่งแข็งแกร่งขึ้น ราวกับว่ามีเส้นด้ายบางๆ ที่มองไม่เห็นผูกโยงโชคชะตาของเธอกับเขาไว้ั้แ่ชาติปางก่อน เธอได้แต่ยืนกอดตัวเองภายใต้แสงจันทร์ที่เริ่มอ่อนแรงลง ท่ามกลางเสียงกระซิบของสายลมทะเลทรายที่พัดพาความลับโบราณมาให้เธอได้ยินแ่ๆ ราวกับจะบอกเล่าเื่ราวที่ถูกลืมเลือน
"เขาคือใครกันแน่... และทำไมถึงได้เ็าขนาดนั้น" อธิชาพึมพำกับตัวเอง เสียงของเธอนั้นแ่เบาจนแทบไม่ได้ยิน เธอรู้สึกถึงความลึกลับที่ห้อมล้อมชายผู้นั้น และยิ่งกว่านั้นคือความรู้สึกเชื่อมโยงที่ไม่อาจปฏิเสธได้ หัวใจของเธอยังคงเต้นไม่เป็จังหวะ และภาพดวงตาคมกริบคู่นั้นยังคงติดอยู่ในห้วงความคิดของเธอ เธอรู้ดีว่าการมายังดินแดนแห่งนี้ไม่ใช่เื่บังเอิญ และการได้พบกับชายผู้นี้ก็อาจไม่ใช่เื่บังเอิญเช่นกัน มีบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเ็าของเขา เป็ความลับที่ลึกซึ้งกว่าที่เธอจะจินตนาการได้ และเธอสาบานกับตัวเองว่าจะต้องค้นหาความจริงให้ได้ ไม่ว่าจะต้องเผชิญกับอะไรก็ตาม เธอจะต้องไขปริศนาแห่งบุรุษผู้ลึกลับผู้นี้ให้ได้ และพร้อมรับมือกับ ผู้พิทักษ์เงา ที่กำลังคุกคามเธออยู่
////****////
