เมื่อจางชุนฮวารู้เื่เข้า ก็ถึงกับเต้นเร่าๆ ด้วยความเจ็บใจ ยิ่งคิดยิ่งแค้นที่ปล่อยให้ฉินซูหลานได้หน้าได้ตาไปเฉยๆ สำหรับเธอแล้ว การได้เห็นฉินซูหลานพังพินาศย่อมสุขใจยิ่งกว่าเห็นคนอื่นได้ดีเสียอีก ต่อให้ตัวเองไม่ได้เงินสักแดง แต่ขอแค่ฉินซูหลานเจอเื่ร้ายๆ เธอก็สะใจจนนอนตายตาหลับ
ความแค้นสุมอกจนแทบะเิ บ่ายสองโมงกว่า จางชุนฮวาตะเกียกตะกายปีนขึ้นไปนั่งบนรถเข็นไม้เก่าคร่ำคร่า แล้วหันไปตะคอกสั่งสามีกับลูกชาย "วันนี้ยังไงพวกแกต้องพาฉันไปหน้าบ้านนังหลี่ให้ได้ ฉันไม่สนว่าพวกแกจะกลัวไอ้เด็กต้าลี่นั่นหัวหดแค่ไหน วันนี้ฉันยอมแตกหัก เมื่อวานที่ฉันโดนรุมซ้อมจนน่วมขนาดนี้ คิดว่าเพื่อใครล่ะ? ก็เพื่อช่วยฉินซูหลานแท้ๆ เร็วเข้า ตอนนี้พวกเราถือไพ่เหนือกว่า ต้องไปรีดไถเงินคืนมาให้ได้"
ชูฮุย พอได้ยินแม่การันตีว่าจะได้เงิน ดวงตาก็ลุกวาว รีบปรี่เข้ามาเข็นรถทันที "แม่ครับ เราคุยกันแล้วนะ ถ้าได้เงินมาแม่ต้องแบ่งให้หลานในท้องเมียผมด้วยนะ"
จางชุนฮวาแสยะยิ้ม แต่รอยยิ้มนั้นกลับดึงรั้งาแบนใบหน้าจนต้องนิ่วหน้าด้วยความเ็ป "เออรู้แล้วน่า รีบไปเร็วเข้า"
ชูฮุย ออกแรงเข็นรถมุ่งหน้าสู่หมู่บ้านเป่ยซิน โดยมีเสียงฉู่ต้าจงะโไล่หลังมาอย่างกังวล "แม่ต้าผิง อย่าไปเลยดีกว่า ฉันกลัวพวกบ้านหลี่มันจะไม่ฟังเหตุผล แล้วจะโดนซ้อมกลับมาอีก โดยเฉพาะไอ้ต้าลี่นั่น หมัดเดียวจอดเลยนะ ฉันอยากให้แกหายไวๆ ไม่อยากให้เจ็บตัวเพิ่ม..."
จางชุนฮวาหันขวับมาด่ากราด "ไอ้แก่ต้าจง ไอ้เต่าหดหัว เมียแกโดนรังแกขนาดนี้ยังจะมาปอดแหกเข้าข้างคนอื่นอีก ไสหัวไปเลยไป"
เมื่อเห็นว่าห้ามเมียไม่ได้ ฉู่ต้าจงก็ได้แต่ถอนหายใจยอมแพ้ แต่พอลับหลังลูกเมีย แววตาหวาดกลัวเมื่อครู่ก็เปลี่ยนไป เขารีบวิ่งกลับเข้าห้องนอน ตรงดิ่งไปที่ถังเก็บแป้งขาว ตักแป้งออกมาจนพูนชาม แล้วรีบเข้าครัวไปก่อไฟต้มซุปเกี๊ยวแป้งขาวอย่างอารมณ์ดี ปกติแป้งขาวพวกนี้จางชุนฮวาหวงนักหนา ่หลังๆ ก็เอาไปประเคนให้แต่ลูกสะใภ้ ตัวเขาเองแทบไม่ได้แตะ วันนี้สบโอกาสทองทั้งที ต้องจัดหนักให้ตัวเองสักมื้อ
...
ยี่สิบนาทีต่อมา รถเข็นไม้ก็มาหยุดอยู่ที่หน้าบ้านหลี่ต้าเหวิน จังหวะเดียวกับที่ชูชิงกลับมาจากในเมืองพอดี
เมื่อเห็นสภาพใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยขีดข่วนของจางชุนฮวา ชูชิงก็อดไม่ได้ที่จะกระตุกยิ้มมุมปาก ความหงุดหงิดจากการเดินทางหายไปเป็ปลิดทิ้ง เธอทำเมินเหมือนมองไม่เห็นสองแม่ลูก แล้วเดินผ่านเข้าประตูบ้านยายไปหน้าตาเฉย
จางชุนฮวาเห็นดังนั้นก็รีบขยิบตาส่งสัญญาณให้ลูกชาย ชูฮุย รับมุกทันที "ชูชิง นี่แกเห็นย่าแล้วทำไมไม่ทักทายฮะ? ดูสภาพย่าแกสิ โดนซ้อมจนน่วมขนาดนี้ก็เพราะช่วยธุรกิจยายแกแท้ๆ"
ชูชิงซึ่งรู้เื่ราววีรกรรมเมื่อวานจากจางผินมาหมดแล้ว หยุดเดินแล้วหันกลับมามองด้วยสายตาเ็า "ใครตีก็ไปเรียกค่าเสียหายกับคนนั้นสิคะ มาขวางหน้าบ้านคนอื่นทำไม?"
"นังเด็กปากดี" จางชุนฮวาของขึ้น "ทำไมแกพูดจาหมาไม่แดกแบบนี้ฮะ? ฉันไม่อยากเสวนากับแก ไปเรียกยายแกออกมาคุยกับฉันเดี๋ยวนี้"
ยังไม่ทันที่ชูชิงจะสวนกลับ ฉินซูหลานก็เดินออกมาที่หน้าประตูบ้าน "นึกว่าใครมาเห่าหอนหน้าบ้าน ที่แท้ก็แม่ค้าซาลาเปาตกอับที่โดนชาวบ้านเขารุมยำตีนกลับมานี่เอง"
จางชุนฮวาชี้หน้าที่บวมปูดของตัวเอง "ฉินซูหลาน เราเป็ญาติกันนะ ที่ฉันเจ็บตัวก็เพราะธุรกิจเธอนั่นแหละ เมื่อวานเธอก็เห็นว่าฉันไปขายของไม่ได้ไปขัดแข้งขัดขาเธอเลย ฉันไปตัดราคาหลิวอวิ๋นต่างหาก ตอนนี้ฉันกับนังนั่นต้องพักฟื้นทั้งคู่ เธอก็โกยเงินคนเดียวสบายแฮเลยสิ? แค่เธอช่วยจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้ฉันหน่อย รับรองว่าหายดีเมื่อไหร่ฉันจะกลับไปขายตัดราคาหลิวอวิ๋นต่อ จะไม่ยุ่งกับลูกค้าเธอเลย ตกลงไหม?"
ชูชิงถึงกับหัวเราะออกมาอย่างเหลืออดกับตรรกะป่วยๆ นี่มันความคิดบ้าบออะไรกัน? ใครจะโง่เอางูเห่ามาเลี้ยงไว้กัดตัวเอง แถมยังจะให้จ่ายค่ารักษาให้อีก
เด็กสาวคว้าไม้กวาดอันใหญ่ส่งให้ยาย ฉินซูหลานรับไม้กวาดมาฟาดเปรี้ยงลงบนรถเข็นไม้เสียงดังสนั่น ฝุ่นฟุ้งกระจายจนจางชุนฮวาไอค่อกแค่ก
"จางชุนฮวา เธอยังมีหน้ามาขอเงินฉันอีกเรอะ? ถ้าแน่จริงก็ไปแย่งลูกค้าฉันที่ตลาดให้ได้สิ ถ้าเธอทำได้ ฉันจะยอมเลิกขายเอง แต่คนโลภมากขี้อิจฉาอย่างเธอ ชาตินี้อย่าหวังว่าจะทำสำเร็จ"
"แค่กๆ ไอ้ลูกโง่ เข็นแม่หนีเร็ว" จางชุนฮวาะโสั่งลูกชาย พอชูฮุย เข็นรถออกมาได้ระยะหนึ่ง หญิงชราก็ะโกลับไปอย่างอาฆาตมาดร้าย "ฉินซูหลาน ฝากไว้ก่อนเถอะ เดิมทีฉันกะจะเลิกขายแล้ว แต่ได้ยินปากดีๆ ของแกเมื่อกี้ ฉันสาบานเลยว่าจะต้องทำธุรกิจซาลาเปาให้รุ่ง แล้วเหยียบแกให้จมดิน"
ฉินซูหลานะโสวนกลับพร้อมเสียงหัวเราะเยาะ "เชิญ ไปทำให้มันอร่อยแล้วลูกใหญ่เท่าของฉันให้ได้ก่อนเถอะ หรือจะไปจับมือกับหลิวอวิ๋นวางแผนชั่วๆ ก็ตามสบาย ต่อให้พวกแกรวมหัวกันแค่ไหน ของดีจริงยังไงก็คือของดีโว้ย"
"หน็อยแน่..." จางชุนฮวากัดฟันกรอด หันไปสั่งลูกชาย "ลูกเอ๊ย พาแม่ไปบ้านหลิวอวิ๋นในเมืองเดี๋ยวนี้ แม่จะไปจับมือกับมันถล่มนังฉินซูหลานให้เละ"
ชูฮุย หน้าถอดสี "หา? แม่จะบ้าเหรอ บ้านนั้นมันเพิ่งรุมกระทืบแม่จนสภาพดูไม่ได้นะ ยังจะกล้าไปหาเขาอีก?"
"แกไม่รู้อะไร หลิวอวิ๋นเจ็บหนักกว่าฉันเยอะ แล้วฉันก็ไม่ได้ไปมือเปล่า เอาขนมเปี๊ยะไปฝากมันสองห่อด้วย อ้างว่ามาเยี่ยมไข้แล้วชวนทำธุรกิจ ศัตรูของศัตรูคือมิตรเข้าใจไหม"
"เขาจะเอาด้วยเหรอแม่?"
"ต้องเอาสิวะ วันนี้นังนั่นคงเจ็บใจจนกระอักเืที่เห็นฉินซูหลานโกยเงินอยู่คนเดียว"
...
ในขณะเดียวกัน ที่บ้านของหลิวอวิ๋นในตัวเมือง บรรยากาศก็ตึงเครียดไม่แพ้กัน
"แม่ครับ แม่นอนซมอยู่บ้านคงไม่เห็น วันนี้ฉินซูหลานขายซาลาเปาได้กว่าสองร้อยลูก ขนมเปี๊ยะอีกเป็ร้อยชิ้น วันเดียวฟันกำไรเหนาะๆ ห้าหกหยวนเลยนะแม่" ลูกชายหลิวอวิ๋นรายงานด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นปนอิจฉา
หลิวอวิ๋นได้ยินตัวเลขแล้วถึงกับเด้งตัวลุกขึ้นนั่ง แต่ความเ็ปจากาแทำให้ต้องล้มตัวลงนอนโอดโอยอีกครั้ง "อะไรนะ เดือนนึงเกือบสองร้อยหยวน เท่ากับเงินเดือนคนงานตั้งสี่ห้าคน ไม่ได้การแล้ว... ฉันยอมไม่ได้ จะปล่อยให้นังนั่นรวยคนเดียวไม่ได้เด็ดขาด"
"แต่ซาลาเปาบ้านเขาลูกใหญ่แถมอร่อยกว่าเราเยอะ เราทำได้แค่ลดขนาดแล้วขายถูกตัดราคานะแม่"
หลิวอวิ๋นหรี่ตาใช้ความคิด "แค่ตัดราคาสู้ไม่ไหวแน่... แต่ถ้า... ถ้ามีร้านที่สามโผล่มาล่ะ? ร้านที่ทำซาลาเปาขนาดเท่าเรา แต่ขายแพงกว่าเรานิดหน่อยแต่ถูกกว่าฉินซูหลาน แบบนี้คนก็จะเปรียบเทียบแล้วเห็นว่าของเราราคาคุ้มค่าที่สุด"
"โห แม่... คิดได้ไงเนี่ย?"
"ก็เรียนรู้จากอีแก่จางชุนฮวานั่นไง เมื่อวานทำไมซาลาเปาห่วยๆ ของมันถึงขายดี? ก็เพราะมีของฉันเป็ตัวเปรียบเทียบราคาไงล่ะ"
ลูกชายตาโต "งั้น... แม่จะไปชวนจางชุนฮวามาร่วมมือเหรอครับ? แต่มันเพิ่งตีแม่จนน่วมเลยนะ"
"แล้วเราไม่ได้รุมตีมันกลับหรือไง? ผลประโยชน์อยู่ตรงหน้า เื่เจ็บตัวแค่นี้เื่เล็ก"
