เคอโยวหรานรีบร้อนผลัดเครื่องแต่งกายที่เปื้อนเืออก สายตาคอยชำเลืองมองไปทางประตูเป็ครั้งคราว
ยามนี้นางรู้สึกขอบคุณการข้ามมิติที่มีมิติวิเศษติดตัวมาด้วยเหลือเกิน ภายในมิติวิเศษมีผ้าอนามัยเป็จำนวนมาก ไม่เช่นนั้นหากให้นางใช้ผ้าคาดประจำเดือนของยุคสมัยนี้ นางคงต้องหลั่งน้ำตาจนตายเสียแล้ว
เพิ่งจะแต่งกายเสร็จก็ได้ยินเสียงเอี๊ยดอ๊าด บานประตูห้องน้ำทั้งบานพลันถูกถอดออก
บัดซบ บุรุษผู้นี้อย่าป่าเถื่อนถึงเพียงนี้จะได้หรือไม่?
ร่างกายสูงใหญ่กำยำของต้วนเหลยถิงเข้ามาอยู่ตรงหน้าเคอโยวหรานภายในชั่วพริบตา เขาจัดการดึงนางพลิกซ้ายพลิกขวามองสำรวจโดยละเอียด
เคอโยวหรานอัดอั้นตันใจจนอยากจะขุดดินแทรกกายหนีไป จึงยกมือขึ้นปรามต้วนเหลยถิงและเอ่ยว่า “ข้าไม่เป็ไรจริงๆ เ้าค่ะ”
ต้วนเหลยถิงอุ้มเคอโยวหรานในท่าองค์หญิงพลางเอ่ยด้วยความเป็ห่วงว่า “ดวงหน้าเล็กของเ้าแลดูขาวซีด บนหน้าผากยังมีเหงื่อเม็ดเล็กผุดซึมเต็มไปหมด เ้ายังจะบอกข้าว่าไม่เป็ไรอีกหรือ? บนเตียงด้านนอกยังมีรอดเืสีสด เ้าบอกกับข้าว่าไม่เป็ไรได้อย่างไร?”
หน้าผากของเคอโยวหรานมีเส้นสีดำปรากฏขึ้นสามขีด นางควรอธิบายเยี่ยงไรจึงจะดี ในชาติที่แล้วก็ไม่เคยมีความรักมาก่อน นับว่าไร้ประสบการณ์โดยแท้!
ไม่รอให้เคอโยวหรานที่กำลังว้าวุ่นใจได้อธิบาย ต้วนเหลยถิงก็เหลือบไปเห็นชุดเปื้อนเืที่พาดอยู่บนฉากกั้นเสียแล้ว
สีหน้าของต้วนเหลยถิงแปรเปลี่ยนโดยพลัน นึกไม่ถึงว่าจะยังขาวซีดยิ่งกว่าเคอโยวหราน แผ่นหลังของเขาชุ่มโชกด้วยเหงื่อเย็น “เ้าาเ็ที่ใดกัน? าเ็ได้อย่างไร?”
สิ้นคำกล่าว ต้วนเหลยถิงก็อุ้มเคอโยวหรานออกไปข้างนอกด้วยความเร็วราวกับสายลมและวางนางลงบนเตียงอย่างแ่เบา หมายจะเปลื้องผ้านางออกเพื่อตรวจสอบอาการาเ็
ดวงหน้าเรียวเล็กที่ขาวซีดเพราะเสียเืของเคอโยวหรานถึงกับร้อนผ่าวภายในเสี้ยววินาที รีบคว้ามือใหญ่ของต้วนเหลยถิงเอาไว้แล้วเอ่ยด้วยความลำบากใจว่า
“ไม่ต้องดูแล้วเ้าค่ะ ข้าไม่เป็ไร มิได้รับาเ็อันใด สตรีทุกนางเมื่อถึงวัยหนึ่ง ในแต่ละเดือนจะรู้สึกไม่สบายไม่กี่วัน ข้าแค่มีปรากฏการณ์ทางสรีระที่ปกติเท่านั้น จริงๆ นะเ้าคะ”
ต้วนเหลยถิงยังคงไม่วางใจ จดจ้องดวงตาของเคอโยวหรานและเอ่ยด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมว่า “ปรากฏการณ์ทางสรีระที่ปกติจะมีเืออกหรือ? กระทั่งชุดยังถูกย้อมด้วยสีเืแล้ว แม่ทูนหัว จงว่าง่าย บอกข้ามาเถิดว่าแท้จริงแล้วเ้าได้รับาเ็ที่ใด? อย่าปิดบังข้าจะได้หรือไม่”
น้ำเสียงของต้วนเหลยถิงเจือด้วยความวิงวอนบางส่วน ทั้งยังฟังออกถึงความหวาดกลัวที่แฝงเอาไว้ นึกไม่ถึงว่ากระทั่งฝ่ามือที่ถูกเคอโยวหรานกอบกุมยังถึงขั้นสั่นเทาเสียแล้ว
บุรุษที่แข็งแกร่งเช่นเขา ทันทีที่โบกมือก็สามารถทำให้หินก้อนใหญ่มลายสิ้น แม้ยามที่กายท่อนล่างพิการก็ยังไม่เคยเผยสีหน้าท่าทางเช่นนี้มาก่อน
หัวใจของเคอโยวหรานถูกความอบอุ่นหลอมละลายภายในชั่วพริบตา นางอิงแอบแนบอกของต้วนเหลยถิง ประคองใบหน้าของเขาพลางเอ่ยว่า
“ซานหลาง ท่านไม่ต้องตื่นตระหนกไป เมื่อสตรีทุกนางเติบใหญ่ล้วนต้องเป็เช่นนี้ ทุกๆ เดือนจะมีอาการเช่นนี้ไม่กี่วัน หลังจาก่เวลานี้ผ่านไปก็จะกลับมาเป็เคอโยวหรานที่มีชีวิตชีวาอีกครั้งแล้วเ้าค่ะ”
ต้วนเหลยถิงโอบนางเข้าสู่อ้อมกอดอย่างแแ่ ท่าทางระแวดระวังราวกับกลัวว่าเคอโยวหรานจะเลือนหายไปอย่างกะทันหันก็มิปาน
“ข้าสามารถช่วยอันใดเ้าได้หรือไม่? จำต้องใช้ยาใดจึงจะหายดีหรือ? ต่อให้ไกลสุดขอบฟ้า ขอเพียงมีอยู่ในใต้หล้านี้ ไม่ว่ายากเย็นเพียงใดข้าก็จะไปเอามาให้เ้า”
“ไม่ต้องกินยาเ้าค่ะ จริงๆ!” เคอโยวหรานส่ายหน้าทั้งรอยยิ้ม นางยอมแพ้บุรุษอบอุ่นผู้นี้แล้วจริงๆ ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเสริมความรู้ด้านสรีระของสตรีให้กับเขา
รวมถึงเื่ที่ต้องพึงระวัง เช่น การรักษาความอบอุ่น ระมัดระวังเื่การกิน มิอาจกินอาหารฤทธิ์เย็นต่างๆ เป็ต้น ขณะบอกกล่าวพลันเริ่มมิอาจต้านทานความง่วงงุน จนท้ายที่สุดนางก็ค่อยๆ ผล็อยหลับไป
ต้วนเหลยถิงมองใบหน้าซีดเซียวของเคอโยวหรานด้วยความปวดใจ ชายหนุ่มวางอีกฝ่ายลงนอนราบอย่างเบามือก่อนจะแทรกกายเข้าในผ้าห่มผืนเดียวกับนาง
ฝ่ามือใหญ่ขับเคลื่อนกำลังภายในให้ความรู้สึกอันอบอุ่นแล้วทาบลงบนท้องน้อยของเคอโยวหราน เพื่อช่วยผ่อนคลายความรู้สึกไม่สบายตัวให้กับนาง
ครั้นต้วนเหลยถิงเห็นหัวคิ้วที่ขมวดเข้าหากันของนางคลายออกช้าๆ เมื่อเป็เช่นนี้เขาถึงรู้สึกวางใจ
เคอโยวหรานที่อยู่ในห้วงฝันรับรู้เพียงว่าท้องน้อยที่รู้สึกปวดถูกความอบอุ่นโอบล้อมเอาไว้ จากนั้นความรู้สึกสบายก็ไหลเวียนไปทั่วร่างกายจนนอนหลับสนิทขึ้นเรื่อยๆ
......
ณ จวนสกุลเคอแห่งหมู่บ้านเถาหยวน
เคอก่วงเถียนถือถังเปล่า หน้านิ่วคิ้วขมวดพลางจดจ้องลูกหมูที่วันนี้บิดาของนางเพิ่งจับมาปล่อยไว้ในคอกหมู
นับั้แ่เด็กจนโต นางเคยทำงานการเกษตรเสียเมื่อใด? ล้วนเป็หน้าที่ครอบครัวของเคอต้าส่าทั้งสิ้น
ยามนั้นไม่ควรเสนอให้พวกเคอโยวหรานแยกจวนออกไปเลยจริงๆ เมื่อมีครอบครัวนั้นนางจึงได้ประหยัดเรี่ยวแรง มิต้องเอ่ยถึงเื่ใช้แรงงานซึ่งล้วนมีพวกเขาคอยรับผิดชอบทั้งหมด ครอบครัวพี่สามเองก็ไม่ต้องยุ่งงานในทุ่งนาทุกวันเช่นกัน ยังได้ไปช่วยทำงานข้างนอกและหาเงินกลับจวน
ระยะนี้ครอบครัวพี่สามยุ่งอยู่กับงานนา ส่วนงานภายในจวนมีเพียงนางเป็คนทำ มือที่ใช้เย็บปักถักร้อยถึงกับหยาบกร้านเสียแล้ว
เคอก่วงเถียนจดจ้องมือของตนพลางคิดอย่างนึกเคียดแค้น :
มีสิทธิ์อันใดที่เคอโยวหรานได้มีบุรุษดีๆ อย่างต้วนเหลยถิงคอยปกป้องหรือ?
มีสิทธิ์อันใดที่เคอโยวหรานสามารถเชิญคนมาสร้างโรงงานกับจวนหลังใหม่ได้หรือ?
มีสิทธิ์อันใดที่เคอโยวหรานสามารถเชิญคนกว่าสี่ร้อยคนมากินเกี๊ยวได้หรือ?
ยิ่งคิดยิ่งโมโห ยิ่งคิดยิ่งรู้สึกแย่ ครั้นหางตาเหลือบไปเห็นเคอเสี่ยวหรูที่นั่งว่างอยู่ในลานเรือนและเอาแต่พิงต้นไม้อย่างเหม่อลอย ไม่ว่าเคอก่วงเถียนจะทำอย่างไรก็มิอาจข่มเพลิงโทสะเอาไว้ได้ไหว
นางเดินเข้าไปหลายก้าว พลันโยนถังเปล่าไปตรงหน้าเคอเสี่ยวหรูพร้อมกับเอ่ยวาจาถากถางว่า
“เสี่ยวหรูเอ๋ย เ้ากลับมาย่อมมิอาจเอาแต่กินข้าวโดยไม่ทำงานอันใดกระมัง? ไปป้อนลูกหมูทั้งสองตัวที่อยู่ในคอกสักหน่อย ยามสิ้นปีพวกเรายังหวังว่าจะได้กินเนื้อของมัน”
เคอเสี่ยวหรูกัดฟันกรอด นางเคยต้องทำงานเช่นนี้ั้แ่เมื่อใดกัน
นับแต่เด็กจนโต มารดาล้วนเลี้ยงดูนางเช่นคุณหนูสกุลใหญ่ หลังจากแต่งเข้าจวนสกุลต่งก็เรียกหาเพียงหญิงรับใช้ ยิ่งไม่มีทางเคยทำงานเช่นนี้สักครั้ง
ยามนี้จะให้นางไปป้อนอาหารหมู อาหญิงเล็กผู้นี้กินยาผิดแล้วกระมัง?
ครั้นเห็นเคอเสี่ยวหรูไม่ขยับ สายตาของเคอก่วงเถียนพลันฉายแววดุดัน เอ่ยด้วยน้ำเสียงเล็กแหลมเสียดหูว่า
“เคอเสี่ยวหรู เ้าเป็อนุผู้หนึ่งที่ถูกปลดกลับจวน ยังจะสร้างชื่อเสียงไม่เคารพผู้าุโได้อีกหรือ? ภายหน้าเ้ายังอยากจะอยู่ในหมู่บ้านเถาหยวนต่อไปอีกหรือไม่? ไม่ทำงานยังคิดจะกินข้าว อย่างเ้านับเป็อันใดกัน?”
เคอเสี่ยวหรูจะเคยได้รับความขุ่นเคืองเช่นนี้เสียเมื่อใด เพลิงโทสะของนางถึงกับทะยานขึ้นสูง ไม่แม้แต่จะคิดก็คว้าผมของเคอก่วงเถียน ตามด้วยตบหน้าอีกฝ่ายอย่างแรงสองฉาด
“ผู้ใดใช้ให้เ้าหัวเราะเยาะข้า ผู้ใดใช้ให้เ้าหยามเหยียดข้า เ้านับเป็อันใดกัน แค่พวกขาเปื้อนโคลนตมในชนบทผู้หนึ่ง ยังกล้ามาร้องตะคอกเสียงดังต่อหน้าข้าอีกหรือ?”
แม่เฒ่าเคอให้กำเนิดบุตรชายสี่คน เคอก่วงเถียนคือบุตรสาวเพียงหนึ่งเดียว เพราะมีบุตรสาวในยามสูงวัย ย่อมต้องรักถนอมยิ่งกว่าสิ่งใด
ั้แ่เด็กจนโต เคอก่วงเถียนเติบโตมาภายใต้การปกป้องคุ้มครองของคนในครอบครัว มีหรือจะเคยถูกผู้อื่นทุบตีเช่นนี้
ทันใดนั้นนางพลันะเิโทสะอย่างเหลืออด จัดการคว้าผมของเคอเสี่ยวหรูแล้วกระชากอย่างแรง หลังจากตบตีครู่ใหญ่ยังตบปากคืนกลับไปอีกสองฉาด จากนั้นเอ่ยด้วยความแค้นเคืองว่า
“เคอเสี่ยวหรูนังตัวซวย เหตุใดสกุลต่งถึงได้ต้องตาคนเช่นเ้า...”
“เ้าด่าข้าว่าอย่างไรนะ ข้าจะกัดเ้าให้ตาย” เคอเสี่ยวหรูเกลียดการที่ผู้อื่นด่านางว่าเป็ตัวซวยยิ่งนัก พลันโมโหถึงขีดสุด นางจัดการกอดไหล่ของเคอก่วงเถียนเอาไว้แล้วกัดลงไปหนึ่งคำ แผลลึกเสียจนแทบจะได้เนื้อหนึ่งชิ้นหลุดออกมา
แม่เฒ่าเคอได้ยินเสียงเอะอะโวยวายจึงวิ่งออกมาจากห้อง ก่อนเห็นว่าบุตรสาวคนเล็กของตนกำลังถูกเคอเสี่ยวหรูรังแกเข้าพอดี
แม่เฒ่าเคอพลันดวงตาแดงฉาน รีบสาวเท้าเข้าไปแยกคนทั้งสองออกจากกันแล้วผลักเคอเสี่ยวหรูอย่างรุนแรง ครั้นอยากจะร้องบริภาษกลับมิอาจเอ่ย ทั้งยังไอออกมาไม่ยอมหยุด ราวกับแทบจะไอจนปอดกระเด็นออกมาเสียแล้ว
“โอ๊ย...” บั้นท้ายของเคอเสี่ยวหรูล้มกระแทกพื้น หนึ่งเสียงร้องน่าเวทนาดังก้องไปทั่วลานเรือนของจวนสกุลเคอ
หลินสืออู่ที่ออกไปซักผ้าริมแม่น้ำกำลังเดินมาถึงด้านนอกเรือน ครั้นได้ยินเสียงร้องด้วยความเ็ปของบุตรสาวตนก็รีบวิ่งเข้ามาในลานเรือนทันที
เมื่อเข้ามาในประตูก็พบว่าเคอเสี่ยวหรูกำลังนั่งลุกไม่ขึ้นอยู่บนพื้น ทั้งใบหน้าเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อ นางพลันโยนผ้าที่เพิ่งซักเสร็จทิ้งไป ก่อนรีบก้าวเท้าเข้าไปตรงหน้าเคอเสี่ยวหรูแล้วถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า
“เสี่ยวหรู เ้าเป็อย่างไรบ้าง? เกิดเื่อันใดขึ้น? มา แม่จะประคองเ้าลุกขึ้น”
