“ยังไงกัน… ฟังแล้วยิ่งงงเข้าไปใหญ่ ไม่ใช่สามี… แต่เป็พ่อของเด็กน้อยคนนี้ อืม… หรือว่าเด็กคนนี้ไม่ใช่ลูกของเธอ?”
ทรงกลดสันนิษฐาน
หากเต้านมแม่ลูกอ่อนอวบคัดที่เห็นอยู่ตรงหน้า ใหญ่และขาวมากจนมองเห็นเส้นเืสีเขียวกระจายเป็สายรางๆ อยู่ใต้โนมเนื้อบอบบาง ทำให้ทรงกลดแอบกลืนน้ำลายลงคอหลายครั้งด้วยความลืมตัว ก็น่าจะช่วยยืนยันได้ว่าหล่อนต้องเป็แม่ของเด็กอย่างแน่นอน นอกเสียจากว่าจะมีเื่ราวอะไรที่ซับซ้อนเกินกว่าความเข้าใจของเขา
“แล้วไอ้เชิดที่เธอกำลังตามหา… มันอยู่แถวนี้หรือยังไง เธอจึงเข้ามาที่นี่?”
ทรงกลดสงสัย กาญจนบุรีมีหลายอำเภอ ไม่ง่ายที่จะตามหาใครสักคน
“หนูรู้แค่ว่าเขามาทำงานที่โรงงานน้ำตาลในกาญจนบุรี แต่ไม่รู้ว่าโรงงานอะไร หนูลองเข้าไปถามกลุ่มวินมอเตอร์ไซค์ที่ท่ารถ ไอ้สองคนที่พาหนูมาปล้ำมันบอกว่ารู้จักโรงงานแถวนี้หลายที่ มันอาสาจะพาหนูไปส่ง… แต่กลับพาเข้ามาปล้ำในกระท่อม หนูไม่คิดว่าพวกมันจะหลอก”
“โถ… แม่คุณ ทำไมไว้วางใจคนแบบนี้”
สายตายังไม่ละจากเรือนร่างเอิบอิ่มไปด้วยเืเนื้อวัยสาวสะพรั่งของแม่ลูกอ่อน ถ้าเดาไม่ผิดอายุของหล่อนน่าจะยี่สิบต้นๆ
“ก็มันบอกว่าจะพาหนูมาส่งที่โรงงานน้ำตาล… ไม่คิดว่าพวกมันจะชั่วร้ายขนาดนี้”
ดวงตาของหล่อนใสซื่ออย่างคนมองโลกในแง่ดี
“แล้วแถวนี้ก็มีโรงงานน้ำตาลหลายแห่ง… และเธอก็ไม่รู้ด้วยซ้ำ… ว่าผู้ชายที่เธอกำลังตามหานั้นอยู่ที่ไหน”
ทรงกลดรู้สึกสงสารหล่อนขึ้นมาจับใจ สายตาแทบไม่ละจากทรวงอกอวบใหญ่ วาบหนึ่งในความคิดก็นึกด่าไอ้ผู้ชายที่หล่อนกำลังตามหา ว่ามันต้องโง่แค่ไหน? จึงยอมทิ้งผู้หญิงที่เต็มไปด้วยความเย้ายวนใจคนนี้ได้ลงคอ
“หนูไม่รู้ค่ะ… ไม่คิดว่าพวกมันจะเลวร้ายขนาดนี้… ”
พูดแล้วน้ำตาก็ไหล
ทรงกลดจ้องมองหยาดน้ำตากลมเกลี้ยงกลิ้งลงมาอาบนวลแก้ม หยดลงมาใส่หน้าผากลูกน้อย ทำเอาหนุ่มใหญ่เ้าของไร่อ้อยรู้สึกสงสารแม่ลูกอ่อนคนนี้ขึ้นมาจับใจ
