“ฮง!”
เสียงระฆังดังกึกก้อง หอเจินเป่าปิดประตูลง งานประมูลเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็ทางการ
จากความเข้าใจของจั๋วอวิ๋นเซียนทำให้เขารู้ว่า นี่ถือเป็งานประมูลที่ยิ่งใหญ่ครั้งหนึ่ง ระยะเวลางานยาวนานถึงสี่วัน วันแรกจัดประมูลสมบัติฟ้าดิน วันที่สองประมูลอาวุธสมบัติวิเศษเป็หลัก วันที่สามประมูลโอสถิญญาและสมุนไพรจำนวนมาก...
ถึงแม้สามวันแรกจะประมูลของไปไม่น้อย แต่สินค้าชั้นยอดอย่างแท้จริงจะเริ่มประมูลวันที่สี่ สมบัติล้ำค่ามหัศจรรย์ต่างๆ นานา รวมทั้งวัตถุโบราณมิติลับอีกจำนวนมาก ล้วนอยู่ในงานประมูลวันสุดท้าย
‘วัตถุโบราณมิติลับ’ ที่กล่าวถึงคือสิ่งที่หลงเหลือมาจากยุคสมัยก่อน โดยปกติมักจะปรากฏในมิติลับพิเศษบางแห่ง บ้างก็มีพลังมหาศาล บ้างก็มีความพิเศษเลิศล้ำ
แน่นอนว่าวัตถุโบราณส่วนมากล้วนเป็สิ่งของเก่าแก่ มิอาจสืบหาประวัติความเป็มาได้ จึงมีทั้งของดีทั้งของแย่ ซึ่งแตกต่างกันมาก หากเจอกับสิ่งของที่ไม่รู้วิธีใช้ ปกติแล้วยากจะประมูลได้ราคาสูงหรือแม้กระทั่งขายไม่ออกเลยก็มี
……
เพื่อกระตุ้นบรรยากาศงานประมูล สินค้าชิ้นแรกที่หอเจินเป่านำออกมาค่อนข้างล้ำค่า และผู้ดำเนินการก็คือเถ้าแก่ร่างอ้วน จูหยวนหยวน
“ข้าน้อยรู้ว่าทุกท่านคงรอกันไม่ไหวแล้ว ตอนนี้ขอเริ่มประมูลสินค้าชิ้นแรก...”
ขณะพูดจบจูหยวนหยวนเปิดกล่องบนแท่นวางหยก ในนั้นมีไข่มุกเม็ดหนึ่งตั้งอยู่ และด้านในไข่มุกนั้นได้ผนึกเปลวเพลิงแ่เบาเอาไว้
“เอ๊ะ? นั่นมันเมล็ดเพลิงิญญา!”
“หอเจินเป่าใช้ได้นี่ สินค้าประมูลชิ้นแรกก็เป็เมล็ดเพลิงิญญาเลย ดูท่างานประมูลครั้งนี้จะมีของดีไม่น้อย”
“เหอะเหอะ ข้ามีวิชาลับวิชาหนึ่ง กำลังขาดเมล็ดเพลิงพอดี ข้าจะประมูลเสียเลย”
“ดูจากสีของเมล็ดเพลิงแล้ว น่าจะมีระดับสูงกระมัง?”
……
เกิดเสียงถกเถียงขึ้นรอบด้าน
เพลิงิญญานับว่าเป็หนึ่งในสิ่งของที่มีค่ามากที่สุดในสมบัติิญญาฟ้าดินมากมาย ไม่ว่าจะใช้ในการสร้างอาวุธ ปรุงโอสถ บำเพ็ญเซียน หลอมิญญาและอื่นๆ ล้วนสามารถใช้มันได้
ทว่าถึงแม้เพลิงิญญาจะเป็ของดี แต่ก็มีแบ่งแยกระดับสูงต่ำเช่นกัน เพลิงิญญาบางดวงยังมีความพิเศษบางอย่างด้วย อย่างเช่นการหล่อหลอมสรรพสิ่ง การขัดเกลาสิ่งแปลกปลอม หรือยกระดับพลังิญญา ยิ่งเป็เพลิงิญญาระดับสูง ก็ยิ่งดูดซับยาก หากผิดพลาดเพียงเล็กน้อยก็อาจถูกเปลวเพลิงเผาร่างจนสลายเป็เถ้าถ่านได้
ถึงแม้จะเป็เช่นนี้ผู้บำเพ็ญเซียนทุกคนก็ยังอยากได้เพลิงิญญา ต่อให้ยังมิอาจใช้ได้ในตอนนี้ แต่ก็มีค่าพอให้เก็บเอาไว้ เผื่อมีเหตุให้ใช้ในวันหน้า
……
จากนั้นจูหยวนหยวนกล่าวแนะนำด้วยรอยยิ้ม “ทุกท่านทายถูกแล้ว นี่คือเพลิงิญญาระดับห้า มีนามว่า ‘เพลิงขาวระฆังิญญา’ ความพิเศษของมันก็คือสามารถหลอมรวมได้ทุกสรรพสิ่ง ไม่ทำร้ายิญญา...ทุกท่านสามารถดูจากคำแนะนำและการแสดงจากกระจกแสงได้”
หลังจากกล่าวจบ จูหยวนหยวนดีดนิ้วเบาๆ
ในห้องทุกห้องมีกระจกแสงบานหนึ่ง ในนั้นแสดงประวัติ ระดับ ความพิเศษ และข้อดีข้อเสียของมัน มีแม้กระทั่งภาพเพลิงิญญาหลอมสิ่งอื่นด้วย
เพลิงิญญาระดับห้านับว่าล้ำค่าแล้ว รวมกับความสามารถหลอมรวมสรรพสิ่งโดยไม่ทำร้ายิญญาแล้ว ต้องเป็ของชั้นยอดในหมู่ชั้นยอดแน่ ดังนั้นยังไม่ทันได้อ่านคำแนะนำหมดก็มีคนไม่น้อยทนไม่ไหวเสนอราคาแล้ว
“ดี ในเมื่อทุกท่านเข้าใจแล้ว เช่นนั้นขอเริ่มประมูลสินค้าชิ้นแรกของเขา...เพลิงิญญาระดับห้า ‘เพลิงขาวระฆังิญญา’ ราคาเริ่มต้นหนึ่งแสนศิลาเซียน ตอนนี้...”
จูหยวนหยวนเคาะระฆัง การเริ่มแข่งราคาจึงเริ่มขึ้น
“หนึ่งแสนหนึ่งหมื่น!”
“หนึ่งแสนสองหมื่น!”
“หนึ่งแสนห้าหมื่น...”
เมื่อราคาเริ่มพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ บรรยากาศการแข่งขันจึงรุนแรงยิ่งขึ้น มีแม้กระทั่งผู้เข้าประมูลบางคนใช้อำนาจกดดัน เปิดเผยภูมิหลังกับสำนักของพวกเขาออกมา
น่าเสียดายที่ผู้คนในที่นี้ล้วนมิได้จัดการง่ายๆ จึงมิได้ถอยหนี แต่กลับต่อราคาไปมา เดิมทีงานประมูลที่บริสุทธิ์จะแข่งขันราคากัน กลับค่อยๆ กลายเป็การแข่งชื่อเสียงกันแล้ว
“ห้าแสนศิลาเซียน เมล็ดเพลิงเม็ดนี้ข้าคุณชายหู้ามัน!”
“คิดว่าข้ากลัวหรืออย่างไร! หกแสนศิลาเซียน”
“เหอะ! เจ็ดแสน!”
……
เมื่อรู้ว่าราคาสูงถึงแปดแสนก้อน คนที่เสนอราคาประมูลเริ่มน้อยลงๆ
เมื่อเห็นสถานการณ์เช่นนี้ จั๋วอวิ๋นเซียนขมวดคิ้วอย่างห้ามมิได้
ฉินตงหวู่เห็นจึงถามด้วยความสงสัย “นายน้อย ท่านอยากจะได้เมล็ดเพลิงเม็ดนี้หรือ? ท่านมีป้ายหยกม่วงอยู่ ถึงแม้จะราคาสูง แต่เกาะสามเซียนมีทรัพย์สินมหาศาล เพียงแค่เมล็ดเพลิงอันเดียวต้องประมูลไหวแน่”
“อืม อยากได้บ้างจริงๆ...”
จั๋วอวิ๋นเซียนพยักหน้าจากนั้นก็ส่ายศีรษะ “แต่การประมูลดุเดือดเช่นนี้ พี่ฉินไม่พบสิ่งใดผิดปกติเลยหรือ?”
“ผิดปกติหรือ? นี่...”
ฉินตงหวู่ครุ่นคิด นางไม่พบสิ่งผิดปกติเลยจริงๆ ั้แ่ต้นจนจบการประมูลล้วนเป็ไปตามกฎระเบียบ อีกทั้งยังมีบรรยากาศร้อนแรงมาก
จั๋วอวิ๋นเซียนจึงค่อยๆ กล่าวว่า “ถึงแม้เมื่อก่อนข้าไม่มีโอกาสเข้าร่วมงานประมูลมากนัก แต่ข้าก็รู้ว่าปกติแล้วงานประมูลจะไม่เปิดเผยฝั่งซื้อกับฝั่งขาย นี่คือกฎที่หอการค้าต่างๆ ปฏิบัติกันมา แต่งานประมูลใหญ่ในครั้งนี้ ดูเหมือนจะแบ่งห้องเป็สัดส่วน ทว่าความจริงแล้วไม่มีใครคิดจะปิดบังตัวเอง หากมีคนคิดจะปล้นชิงทรัพย์ คงสะดวกมากมิใช่หรือ”
“นี่...”
ฉินตงหวู่ตกตะลึง เกิดความหนาวสั่นขึ้นในใจอย่างห้ามมิได้ “นายน้อยคิดมากไปหรือไม่? คนที่เปิดเผยตัวเอง หากมิใช่ยอดฝีมือก็มีขั้วอำนาจอยู่เื้ั...บางทีหอเจินเป่าอาจจะคิดไม่ถึงว่าเื่ราวจะกลายเป็เยี่ยงนี้ก็ได้?”
“หากพวกเขาสามารถปลอมตัวได้เล่า?”
จั๋วอวิ๋นเซียนกล่าวพลางโบกมือ “ข้าเคยชินกับการคิดไปในทางที่ไม่ดี และต้องตัดสินใจในกรณีที่เลวร้ายที่สุด หากหอเจินเป่าตั้งกฎเอาไว้แต่แรกแล้ว เื่ราวคงไม่เป็เช่นนี้...ดูท่าหอการค้าต้าทงคงจะอยากหาเื่จริงๆ!”
……
“หนึ่งล้าน! ข้านายท่านหู่ขอประมูลหนึ่งล้าน!”
ยังไม่ทันพูดจบ ชายอ้วนอายุราวสิบห้าไม่เกินสิบหกคนหนึ่งะโออกมาจากในห้อง ะโใส่ห้องหมายเลขยี่สิบสาม “มารดาเ้าเถอะรู้หรือไม่ว่าข้าเป็ใคร? กล้ามาแย่งของกับท่านหู่อย่างข้า! ไสหัวออกมาเสีย! ดูสิว่าท่านหู่จะจัดการกับเ้าอย่างไร!”
“ออกแล้วอย่างไร ข้าไม่ชอบหน้าเ้ามานานแล้ว! ข้าคุณชายฉยงประมูลหนึ่งล้านหนึ่งแสน!”
ห้องหมายเลขยี่สิบสามมีชายหนุ่มคนหนึ่งะโออกมาเช่นกัน เขาทั้งอ้วนทั้งร่างใหญ่
“……”
ทุกคนมึนงงทันที แม้แต่จูหยวนหยวนที่กำลังดำเนินการประมูลก็ยังตกตะลึง บรรยากาศน่าอึดอัดมาก
“สองคนนี้มาเล่นตลกหรือ?”
“เหอะเหอะ ไม่รู้ว่าเป็เด็กน้อยจากตระกูลไหน ถึงกับทำตัวหยิ่งทะนงที่นี่?”
“เมื่อไรกันที่เด็กน้อยระดับรวมิญญาหยิ่งผยองถึงเพียงนี้? พวกเขากลายเป็คนแก่ไปแล้วหรือ?”
“ช่างน่าขันจริงๆ คนใหญ่โตจากขั้วอำนาจมากมายต่างไม่พูดอะไร ข้าว่าพวกเขาสองคนคงไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วกระมัง?”
……
ผู้คนรอบด้านทั้งด่าทั้งหัวเราะ มีแต่เสียงเยาะเย้ยถากถาง
เด็กอ้วนทั้งสองคนอับอายจนรู้สึกความโกรธ เดิมทีคิดจะโต้เถียงสองสามประโยค กลับคิดไม่ถึงว่าด้านหลังจะมีเงาสองเงาปรากฏตัวพร้อมกัน จากนั้นทุบทั้งสองคนจนสลบแล้วพาจากไป
“ขออภัย นายน้อยของข้าเพิ่งเคยมาทะเลล่วนซิงเป็ครั้งแรก ยังไม่รู้กฎมากนัก ช่างน่าละอายยิ่งนัก”
พ่อบ้านชรากล่าวขออภัยด้วยรอยยิ้ม ใบหน้าย่นจนกลายเป็ก้อน
หญิงชรากล่าวด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ “ใช่แล้ว ช่างน่าละอายยิ่งนัก”
พลังจิตของผู้คนจำนวนมากกวาดผ่านคนชราทั้งสอง พวกเขาอดใมิได้ คนชราทั้งสองคนนี้ต่างเป็ยอดฝีมือระดับเปิดชีพจร ดูท่าเด็กอ้วนสองคนที่เรียกตัวเองว่าท่านหู่กับคุณชายฉยงจะมีภูมิหลังไม่ธรรมดา
การโต้เถียงเล็กๆ น้อยๆ มิได้ส่งผลกระทบต่องานประมูลเท่าไรนัก
ท้ายที่สุด ‘เพลิงขาวระฆังิญญา’ ถูกประมูลไปโดยห้องหมายเลขที่สิบเจ็ดด้วยราคาสูงถึงหนึ่งล้านสองแสนศิลาเซียน
