แสง์ทั้งหมดล้วนรวมตัวกันอย่างรวดเร็วอยู่บนหลังมือของเนี่ยเทียน
ในแสง์ อักขระาจำนวนมากต่างก็จัดเรียงกันเป็ระเบียบ แสดงให้เห็นถึงบทต้นของคาถาสะเก็ดดาวที่สมบูรณ์แบบ
ไม่นานหลังจากนั้น เนี่ยเทียนก็เห็นว่าในภาพประตู์ แสง์ทั้งหมดที่มาจากเขา อู๋หลิ่ง เสวียนเข่อและซูหลิน เมื่อรวมเป็หนึ่งเดียวกันแล้วจึงกลายมาเป็ดาวหกแฉกดวงหนึ่ง
ดาวหกแฉกนาบประทับลงไปในภาพประตู์ โชนแสงวิบวับเป็ประกาย ด้านในนั้นมีคาถาบทต้นของคาถาสะเก็ดดาวที่เรียงกันเรียบร้อยแล้วเผยตัวออกมา
กระแสจิตกลุ่มหนึ่งของเนี่ยเทียนไหลเข้าไปในดาวหกแฉก
อักขระาแต่ละตัวที่เรียงเป็ระเบียบแล้วสามารถใช้พลังจิตอ่านได้
เพียงแต่ดูเหมือนว่าการอ่านบทต้นของคาถาสะเก็ดดาวจะเผาผลาญพละกำลังไปมหาศาล
เขาแค่อ่านคร่าวๆ พักเดียวก็รู้สึกหมดแรง จำเป็ต้องออกมาจากดาวหกแฉกนั้นชั่วคราว
กระแสจิตของเขาที่ก่อนหน้านี้รุกรานซูหลิน ตอนที่ซูหลินถูกสลัดออกไปจากพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวก็กลับคืนมาหาเขาหมดแล้ว
ซูหลินไม่อยู่แล้ว ทว่าเนื่องจากเขาอ่านบทต้นของคาถาสะเก็ดดาวจึงสูญเสียพลังจิตไปไม่น้อย
เขาขมวดคิ้ว สังเกตอยู่ครู่หนึ่งก็พบว่าการต่อสู้ในขอบเขตกลาง์และต้น์ยังคงดำเนินอย่างต่อเนื่อง
ทางฝ่ายของกลาง์เหลือเพียงสองคนที่ยังคงต่อสู้กันอย่างดุเดือด ทั้งสองคนต่างก็มีแต่รอยแผลเต็มร่าง ดูท่าแล้วคงใกล้จะถึง่เวลาที่บอกว่าใครจะอยู่ใครจะตายแล้ว และเกรงว่าคนที่รอดมาได้ก็คงไม่ได้ดีไปกว่ากันเท่าใดนัก
พื้นที่ต้น์เหลือแค่เพียงถังหยางและคนอีกคนหนึ่งที่ยังคงโจมตีผู้แข็งแกร่งที่มาจากวิมาน์
ผู้แข็งแกร่งขอบเขตต้น์ที่ซูหลินเรียกว่าอาจารย์อาน้อยผู้นั้นหลังจากที่สังหารคนหลายคนติดต่อกัน มองดูแล้วจึงอ่อนล้าไม่น้อย
แต่ว่าถังหยางและอีกคนหนึ่งที่ล้อมโจมตีเขากลับมีสภาพย่ำแย่กว่าเขามากนัก
จากการวิเคราะห์ของเนี่ยเทียน ทางฝ่ายขอบเขตต้น์ ผู้ชนะคนสุดท้ายน่าจะยังคงเป็อาจารย์อาน้อยของซูหลิน
“บทท้ายของคาถาสะเก็ดดาว เกรงว่าคงจะฝันสูงไม่ได้แล้ว” เนี่ยเทียนพึมพำ ถอนสายตากลับ “ส่วนคาถาสะเก็ดดาวบทกลางอาจน่าจะพอทดลองได้”
เมื่อคิดเช่นนี้ เขาจึงไม่ได้รีบร้อนที่จะอ่านบทต้นของคาถาสะเก็ดดาว ไม่คิดจะเสียพลังจิตไปอีก
พื้นที่ท้าย์เหลือเพียงเขาอยู่คนเดียว เขาจึงสร้างลูกปราณิญญาด้วยวิชาที่บรรลุมาจากดินแดนลึกลับอีกครั้งเพื่อนำมาชดเชยพลังิญญาและพลังจิตที่สูญเสียไปตอนสู้รบกับซูหลิน
ระหว่างนั้นเขายังหยิบเอาเนื้อสัตว์วิเศษชิ้นใหญ่ออกมาจากถุงเก็บของอีกหลายชิ้น แล้วกินมันลงไป
เขากำลังเตรียมพร้อมให้ตัวเอง หมายจะฟื้นคืนพลังให้อยู่ในสภาวะสูงสุดอีกครั้งในเวลาที่สั้นที่สุด
จากนั้นเขาก็จะรออย่างอดทน รอให้ถึง่ที่หนึ่งในสองคนตรงพื้นที่กลาง์ตายไป เขาก็จะพุ่งตัวไปที่แม่น้ำแสงเจ็ดสีทันที
เขารู้สึกว่า มีเพียงลงมือใน่เวลาที่ผู้ชนะขอบเขตกลาง์เพิ่งจะสังหารคู่ต่อสู้และอยู่ในสภาวะที่อ่อนแอที่สุดเท่านั้น เขาถึงจะพอมีโอกาส่ชิงบทกลางของคาถาสะเก็ดดาวมาได้
หากยิ่งให้เวลากับผู้ชนะมากเท่าไหร่ เมื่อผู้ชนะได้อาศัยยาและปราณิญญาของขอบเขตนั้นมาฟื้นฟูพลังตัวเอง ก็ยากที่เขาจะเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ใดๆ กลับมา
“ซี่ๆ!”
ภายใต้การกระตุ้นเวทลับของเขา ปราณิญญาฟ้าดินเข้มข้นก่อตัวกันขึ้นมาเป็ลูกปราณิญญาอย่างรวดเร็ว
ขณะที่เขากำลังจะใช้คาถาหลอมลมปราณดึงเอาปราณิญญาเข้ามาในมหาสมุทริญญา และดึงพลังประหลาดมาบำรุงพลังจิต ทันใดนั้นสีหน้าของเขาก็พลันกระตุก
เขามองเห็นว่าบนเพดานของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวมีแสงดาวหลายจุดบินออกมากะทันหัน
แสงดาวเ่าั้เดิมทีควรจะสาดลงไปที่ภาพลึกลับบนกำแพง ทำให้ภาพลึกลับพวกนั้นเปลี่ยนมาเป็เจิดจ้าบาดตา
ทว่าเนื่องจากผู้ฝึกลมปราณของสามพื้นที่ที่ต่างก็ใช้พลังจิตดึงดูดเอาภาพลึกลับเ่าั้เข้ามาในแสง์ั้แ่แรกแล้ว
ทำให้ตอนนี้บนกำแพงไม่เหลือภาพลึกลับใดๆ ให้เห็นอีก บนกำแพงจึงมีแต่ความว่างเปล่า
ในทางช้างเผือกบนเพดานที่ไม่รู้ว่าห่างไกลแค่ไหน แสงดาวเ่าั้ที่ร่วงลงมาพลันสาดลงมาตรงจุดที่เขาอยู่
ภาพดาวหกแฉกในประตู์บนหลังมือของเนี่ยเทียนพลันเปลี่ยนมาเป็เจิดจ้าดุจแสงดาว
แสงดาวเ่าั้ที่ร่วงลงมาคล้ายถูกดาวหกแฉกชักนำจึงสาดส่องลงบนร่างของเนี่ยเทียน
และเวลานี้เอง บทต้นของคาถาสะเก็ดดาวที่อยู่ในดาวหกแฉก อักขระาที่เนี่ยเทียนกวาดตามองผ่านๆ ก่อนหน้านี้ก็เปลี่ยนมาเป็ชัดเจนและลึกซึ้งอยู่ในความทรงจำของเนี่ยเทียน
เนี่ยเทียนคล้ายประจักษ์แจ้งขึ้นมาในบัดดล เข้าใจทันทีถึงความหมายแฝงของอักขระาเ่าั้ รู้ว่าควรจะรับแสงดาวที่ร่วงลงมาพวกนั้นอย่างไร
แสงดาวมากมายเมื่อถูกเนี่ยเทียนชักนำจึงมาปกคลุมอยู่กลางกระหม่อมของเขา แล้วค่อยๆ ซึมเข้ามาในสมองของเขาช้าๆ
เนี่ยเทียนรับััอยู่กับตัวเองก็พบทันทีว่าในมหาสมุทรจิติญญาของเขา มีแสงดาวแสงหนึ่งวาบออกมา
จากนั้นเมื่อมีแสงดาวอีกมากมายบินตามลงมาจากทางช้างเผือกบนเพดาน แสงดาวจุดนั้นที่ปรากฏอยู่ในมหาสมุทรจิติญญาของเนี่ยเทียนก็ยิ่งเปลี่ยนมาเป็สว่างจ้ามากขึ้นเรื่อยๆ
“สะเก็ดดาวหนึ่งดวง! สะเก็ดดาวที่ร่วงเข้ามาอยู่ในมหาสมุทรจิติญญา! นี่ก็คือคาถาสะเก็ดดาว?”
เนี่ยเทียนตัวสั่นเยือก ดวงตาฉายแววแปลกใจ รีบทำความเข้าใจกับความลึกลับของคาถาสะเก็ดดาวทันที
คาถาสะเก็ดดาวก็คือการฝึกทางพลังจิตอย่างหนึ่ง หรือจะพูดให้แน่ชัดก็คือเวทลับในการฝึกฝนจิติญญาอย่างหนึ่ง!
เวทลับฝึกจิติญญา ในเก้าอาณาจักรของดินแดนดาวตกถือเป็วิชาที่หาได้ยากยิ่ง!
รับเอาแสงของทางช้างเผือกมา นำแสงดาวนั้นหลอมละลายเข้าไปไว้ในมหาสมุทรจิติญญาจนมันปรากฏออกมาเป็ลักษณะของสะเก็ดดาว วิธีการหลอมจิติญญาที่มหัศจรรย์เช่นนี้ก็ยิ่งอัศจรรย์และล้ำค่าอย่างที่ยากจะจินตนาการ!
และเนี่ยเทียนเข้าใจขึ้นมาโดยพลันว่าเหตุใดวิมาน์ของอาณาจักรเสวียนเทียนถึงได้ปรารถนาอยากคาถาสะเก็ดดาวมากถึงเพียงนั้น
เพื่อให้ได้คาถาสะเก็ดดาวต้น กลาง ล่างสามบท วิมาน์ถึงกับส่งตัวซูหลินและอาจารย์อาน้อยของซูหลินมา
และนี่ก็เป็เพียงแค่เื่ที่เขารู้เท่านั้น
ที่เขาไม่รู้ก็คืออาจจะมีผู้แข็งแกร่งของวิมาน์อีกหลายคนที่ได้เข้ามาในประตู์พร้อมกัน เพื่อช่วยประสานงานกับซูหลินและอาจารย์อาน้อยของซูหลิน
“คาถาสะเก็ดดาว! เวทลับหลอมจิติญญา!”
เนี่ยเทียนอดที่จะฮึกเหิมไม่ได้ การต่อสู้ระหว่างเขาและอู๋หลิ่งทำให้เขาตระหนักได้ว่าถึงแม้เขาจะมีพลังจิตที่ไม่อ่อนด้อย ทว่ากลับไม่คุ้นเคยกับการนำมาใช้ มิอาจนำพลังจิตที่ไม่ธรรมดาของตัวเองมาแปลงเป็พลังในการรบที่ประณีตที่แท้จริงได้
ตอนที่การต่อสู้ของเขาและอู๋หลิ่งสิ้นสุดลง เขาก็แอบตัดสินใจแล้วว่ารอให้ออกไปจากประตู์เมื่อไหร่ จะต้องขอวิชาลับทางพลังจิตมาจากอูจี้อาจารย์ของเขาให้ได้
เขานึกไม่ถึงว่าเวทลับทางพลังจิตที่เขาปรารถนาอยากจะได้มา ตอนนี้กลับประทับอยู่ในดาวหกแฉกของประตู์แล้ว
ขอแค่เขารวบรวมพลังจิตอย่างต่อเนื่อง ศึกษาอย่างตั้งใจ เขาก็จะตระหนักรู้ได้ถึงความมหัศจรรย์ของคาถาสะเก็ดดาว และแปลงมันให้กลายเป็เวทลับพลังจิตของเขาเอง
อีกอย่างคาถาสะเก็ดดาวไม่เพียงเป็แค่เวทลับทางพลังจิตเท่านั้น ยังเป็วิชามหัศจรรย์ที่ใช้หลอมจิติญญาด้วย!
สักวันหนึ่งหากเขาแข็งแกร่งมากพอ พลังจิตของเขาก็จะแปรสภาพกลายไปเป็พลังจิติญญา! ถึงเวลานั้น คาถาสะเก็ดดาวถึงจะได้ปลดปล่อยอานุภาพที่แท้จริงออกมา!
เขาที่ตื่นเต้นอย่างถึงที่สุดไม่คิดวุ่นวายอีก แต่ใช้อักขระาท่อนนั้นที่ชัดเจนและลึกซึ้งอยู่ในความทรงจำของเขามาชักนำแสงดาวอย่างต่อเนื่อง
แสงดาวมากมายไหลรินลงมาจากทางช้างเผือกบนเพดานไม่ขาดสาย และถูกเขารับเข้าไปในมหาสมุทรจิติญญา
เวลานี้เขาสังเกตเห็นแล้วว่านอกจากเขา ทุกคนที่เหลืออยู่ล้วนไม่มีใครสามารถชักนำแสงดาวเ่าั้มาได้
เขาเข้าใจทันทีว่าเป็เพราะการต่อสู้ในพื้นที่กลาง์และต้น์ยังไม่ยุติลง คาถาสะเก็ดดาวบทกลางและบทท้ายยังไม่ได้รวมตัวและจัดเรียงอย่างเป็ระเบียบ ดังนั้นผู้ที่ได้รับแสง์จึงไม่มีใครได้ทำความเข้าใจกับบทกลางและบทท้ายของคาถาสะเก็ดดาว
มีแต่เขาที่ถึงแม้จะได้รับเพียงบทต้นของคาถาสะเก็ดดาว ทว่าเนื่องจากคาถานั้นสมบูรณ์แบบแล้ว เขาจึงสามารถชักนำแสงดาวที่ร่วงลงมาได้
“โอกาสครั้งนี้ต้องคว้าเอาไว้ให้มั่น!”
หลังจากตระหนักได้ถึงจุดนี้ เขาก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองช่างโชคดียิ่งนัก จึงพยายามร่ายใช้เวทลับที่เพิ่งตระหนักรู้เมื่อครู่นี้มารับเอาแสงดาวมากมายที่สาดส่องเข้ามาในมหาสมุทรจิติญญา
ในมหาสมุทรจิติญญาของเขา หลังจากที่สะเก็ดดาวนั้นได้รับแสงดาวจำนวนมาก ไม่เพียงแต่เปลี่ยนเป็เจิดจ้า ยังค่อยๆ ขยายใหญ่ด้วย
สะเก็ดดาวที่เดิมทีมีขนาดประมาณเมล็ดข้าว พอได้รวบรวมแสงดาวอยู่พักหนึ่งจึงขยายใหญ่เท่านิ้วมือ
ตรงกลางสะเก็ดดาวขนาดเท่านิ้วมือนั้นมีคลื่นพลังจิตที่เชี่ยวกรากระลอกหนึ่งดำรงอยู่ ในความรู้สึกของเขา พลังจิตที่แฝงเร้นอยู่ในสะเก็ดดาวเล็กๆ นั่น เกรงว่าคงจะมีมากกว่าและเข้มข้นยิ่งกว่าพลังจิตทั้งหมดที่รวมอยู่ในมหาสมุทรจิติญญาของเขามากมายนัก อีกทั้งระดับความมหัศจรรย์ของมันก็เหนือล้ำเกินกว่าพลังจิตก่อนหน้านี้ของเขาอยู่เยอะมาก!
“์ช่วยข้าแท้ๆ!”
-----
