เวลานี้ หวังเจวี๋ยฟื้นฟูขึ้นมาก าแสมานกัน แต่ในใจเขาเกิดความกริ่งเกรงต่อเซียวเฉินโดยไม่รู้ตัวเสียแล้ว เพียงแต่เขายังไม่พบเห็น
ยิ่งกว่านั้น เขาจะยอมแพ้ต่อหน้าทุกคนได้อย่างไร? เขาจะเอาหน้าไปไว้ที่ใด? แล้วหอหมื่นอาวุธของเขาจะเอาหน้าไปไว้ที่ใด?
เขาลืมไปว่า เมื่ออยู่ต่อหน้าความตาย หน้าตาไม่มีค่าอะไรเลย!
“ชักนำหมื่นอาวุธ!”
หวังเจวี๋ยคำราม พลังเสวียนในความว่างเปล่ามารวมกันเป็อาวุธคมกริบนับพันนับหมื่นดั่งสามารถฟันห้วงมิติได้ หมื่นสรรพาวุธจู่โจมโดยพร้อมเพรียง สภาวะรุนแรงดุจัเจียวกวนสมุทร กระเทือนห้วงมิติในทุกสถานที่ที่ผ่าน
เซียวเฉินสีหน้าแปรเปลี่ยน เพราะเขารับรู้ได้ว่าเบิกฟ้าในมือตนกำลังสั่นสะท้าน ราวกับว่าอีกไม่นานก็จะหลุดจากมือและถูกหวังเจวี๋ยควบคุมไว้
“สมกับเป็คนของหอหมื่นอาวุธ...”
เซียวเฉินแอบบ่นในใจ จากนั้นถ่ายทอดเสียงบอกเสิ่นเล่ยที่อยู่ด้านข้าง “เสิ่นเล่ย เ้าตามหาคนของสถานศึกษาชางหวงที่มาฝึกฝนประสบการณ์ให้พบเดี๋ยวนี้ อีกสักครู่ข้าจะแปลงกายเป็นกเผิงั์แล้วพาพวกเ้าไปจากที่นี่”
เสิ่นเล่ยผงกศีรษะนิดๆ แล้วถอยออกไป เวลานี้ สายตาของทุกคนที่นั่นจับจ้องอยู่บนร่างของเซียวเฉินและหวังเจวี๋ย ไม่มีใครสังเกตเห็นว่าเสิ่นเล่ยถอยออกไป
เสิ่นเล่ยเพิ่งถอยออกมาก็ถูกคนผู้หนึ่งคว้าแขนไว้ เสิ่นเล่ยเงยหน้าขึ้นมอง เป็ฉู่เฉินเฟิง นางกำลังจะเอ่ยวาจาก็รับรู้ถึงคำพูดที่ฉู่เฉินเฟิงถ่ายทอดเสียงมา
“พวกเราอยู่ด้วยกันหมด ขาดเพียงเ้ากับเซียวเฉิน พวกเราจะคอยประสานลับๆ ทุกเมื่อหาก้า”
สายตาของนางเ็า สลัดหลุดจากมือของฉู่เฉินเฟิงที่ยึดแขนของนางไว้ แล้วเอ่ยเรียบๆ “ดังนั้น พวกเ้าจึงมองดูอยู่ตรงนี้? พวกเ้าเห็นเซียวเฉินเป็ส่วนหนึ่งของสถานศึกษาชางหวงหรือไม่? ตอนนี้เซียวเฉินยังคำนึงถึงพวกเ้า ให้ข้ามาตามหาพวกเ้า เขาจะพาพวกเราไปจากที่นี่ ส่วนพวกเ้าให้เซียวเฉินรับมือกับกลุ่มอิทธิพลของเขติญญาทั้งหมดอยู่คนเดียวเพราะสิ่งที่เรียกว่าหาก้า!”
การถ่ายทอดเสียงของเสิ่นเล่ยทำให้ฉู่เฉินเฟิงเหงื่อตกด้วยความอับอาย ไร้วาจาตอบโต้
หลังจากเสิ่นเล่ยเห็นพวกซูเฉินเทียนอีกสามคนอยู่ไม่ไกลนัก ก็บอกเรียบๆ ว่าอย่าไปไหน แล้วหันกายกลับไป
เซียวเฉินเปิดเผยความลับที่เขาได้รับการสืบทอดเพื่อช่วยเหลือตน ตนจึงมิอาจให้เขารับมืออยู่คนเดียว เสิ่นเล่ยไม่รู้ว่าตนมีความรู้สึกพิเศษต่อเซียวเฉินั้แ่เมื่อใด
เหมือนสหายสินะ...
ตูม!
เซียวเฉินและหวังเจวี๋ยขยับร่างถอยพร้อมกัน ทำให้คลื่นพลังเสวียนแผ่กระจายเป็วงกว้าง
เซียวเฉินสีหน้าราบเรียบ แต่หวังเจวี๋ยกลับมีสีหน้าหนักใจ
เขาคิดไม่ถึงว่าเซียวเฉินจะแข็งแกร่งปานนี้ มีไพ่ตายไม่หมดสิ้น แม้เขาจะจำกัดมรรคากระบี่ของเซียวเฉินได้ แต่เซียวเฉินก็ยังมีไพ่ตายอันแข็งแกร่งอื่นๆ สะกดเขาไว้ตลอดเวลา ราวกับว่าไร้ผู้ต่อต้านในระดับขั้นเดียวกันจริงๆ
สายตาของเซียวเฉินลึกล้ำ ปราณปิศาจแผ่พุ่ง ทุกคนมีสีหน้าหนักใจ เพราะพวกเขารู้ว่าเซียวเฉินจะใช้เคล็ดวิชาอันแข็งแกร่งแปลงเป็สัตว์ปิศาจ
ส่วนหวังเจวี๋ยก็มีสีหน้าไม่น่ามอง
ถึงอย่างไร ซือคงไจซิงก็ถูกเซียวเฉินสังหารแบบนี้ ก่อนหน้านี้เขาสู้เซียวเฉินไม่ได้ หากตอนนี้เซียวเฉินกลายเป็สัตว์ปิศาจ เกรงว่าตนเองจะยิ่งไม่ใช่คู่ต่อสู้ ชั่วขณะก็ถอยหลังกรูด
“ฆ่า!”
สายตาของเซียวเฉินเปล่งประกายเย็นเยียบ น้ำเสียงเ็าปานน้ำแข็ง กระพือปีกสองข้างฟันลง แสงเทพทั่วนภาพุ่งใส่หวังเจวี๋ย นกเผิงรวดเร็วไร้เทียมทาน พริบตาก็สังหารหวังเจวี๋ย จากนั้น เซียวเฉินกระพือปีกบินขึ้นสูง ระหว่างที่หายใจไม่กี่ครั้งก็แบกเสิ่นเล่ยไว้บนหลังแล้วบินไปหาพวกมู่หรงเชี่ยนเอ๋อร์
“ขึ้นมา” เซียวเฉินกล่าว
พวกมู่หรงเชี่ยนเอ๋อร์มีการเตรียมตัวอยู่ก่อนแล้ว จึงะโขึ้นบนหลังของเซียวเฉิน เซียวเฉินเหาะจากไปอย่างรวดเร็วดุจฟ้าแลบ ส่วนทุกคนในกลุ่มอิทธิพลสูงสุดของเขติญญามีสีหน้าอัปลักษณ์ แต่ก็ไล่ตามความเร็วของเซียวเฉินไม่ทัน
พวกที่มีสีหน้าน่าเกลียดที่สุดคือคนของหอหมื่นอาวุธและสำนักดารากร ไม่เพียง่ชิงการสืบทอดมาจากเซียวเฉินไม่ได้เท่านั้น แต่ประมุขน้อยของกลุ่มอิทธิพลยังถูกเซียวเฉินสังหารอีกด้วย
จะให้พวกเขาอธิบายเื่นี้ว่าอย่างไร?
ในใจของพวกเขาแค้นเซียวเฉินเข้ากระดูก แต่พวกเขากลับไม่รู้ว่า พวกเซียวเฉินไม่ใช่คนในเขติญญา...
นกเผิงทองเหินข้ามนภาอย่างต่อเนื่อง หลายสิบนาทีต่อมาก็มาถึงทางเข้าที่พวกเขาเข้าเขติญญาในตอนแรก จากนั้น นกเผิงทองก็พ่นอัสนีเข้าทะลวงทันที
พวกเซียวเฉินเข้าเขติญญามาได้สี่เดือนกว่า วันนี้ อัสนีผุดขึ้นบนท้องฟ้าเหนือวงเวทส่งตัวของสถานศึกษาชางหวง วงเวทิญญามีการกระเพื่อม ผู้าุโสามในห้องโถงผู้าุโพลันมีรอยยิ้มบนใบหน้า
“เด็กๆ กลุ่มนั้นกลับมาแล้ว”
ผู้าุโใหญ่ค่อยๆ ลืมตา กล่าวว่า “ข้าไปกับเ้าด้วย”
ด้านหน้าวงเวทส่งตัว พวกเซียวเฉินพากันก้าวออกมาจากอุโมงค์ที่ผู้าุโสามเปิดไว้ ผู้าุโสามเห็นสภาวะของทุกคนก็พยักหน้านิดๆ
เวลาสี่เดือนนี้ ท่าทางจะฝึกประสบการณ์ได้ดีทีเดียว
ระดับขั้นของทุกคนสูงขึ้นมาก
แต่เมื่อสายตามองไปทางเซียวเฉินก็อึ้งงัน ดวงตาฉายแววประหลาดใจ
เพราะเขารู้สึกได้ว่า การกระเพื่อมของกลิ่นอายเซียวเฉินสูงที่สุดในบรรดาทุกคน ถึงขั้นกลบซูเฉินเทียน เื่นี้ทำให้เขาใ แม้แต่ผู้าุโใหญ่ก็มองเซียวเฉิน
จากนั้นก็มองไปทางเสิ่นเล่ย ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้ม “เล่ยเอ๋อร์ ลำบากเ้าแล้ว ตามอาจารย์กลับไปเถอะ”
เสิ่นเล่ยมองเซียวเฉินแล้วผงกศีรษะ
ผู้าุโใหญ่มองเซียวเฉินอีกครั้งโดยไม่ได้เอ่ยอะไร แล้วพาเสิ่นเล่ยจากไปทันที ส่วนเซียวเฉินกลับรู้สึกถึงสายตาน่าเกรงขามของผู้าุโใหญ่
ข้า...ทำไมหรือ...
ผู้าุโสามเอ่ยกับทุกคน “ลำบากพวกเ้าแล้ว ทุกคนกลับไปพักผ่อนได้ ส่วนเซียวเฉินอยู่ก่อน”
หลังทุกคนจากไป เซียวเฉินจึงกล่าวว่า “ผู้าุโสาม มีเื่อะไรหรือ?”
ผู้าุโสามยิ้มบางๆ กล่าวว่า “ไม่มีอะไร แค่รู้สึกได้ถึงความรุดหน้าแบบก้าวะโของเ้า ตอนนี้อยู่ระดับใดแล้ว?”
เซียวเฉินกล่าว “แม้ตอนนี้จะอยู่ห่างจากระดับที่พวกท่าน้าเล็กน้อย แต่ข้าจะพยายามอย่างสุดกำลัง”
“อืม กลับไปเถอะ”
แม้รู้สึกว่าคำถามของผู้าุโสามทะแม่งๆ แต่เขาก็ยังจากไป หลังกลับถึงที่พัก เซียวเฉินก็อึ้งงัน มู่หรงเชี่ยนเอ๋อร์ไม่ได้กลับหอสุ่ยเยวี่ย แต่มาที่พักของเขาแทน
“เชี่ยนเอ๋อร์ ทำไมเ้าไม่กลับหอสุ่ยเยวี่ย?”
เซียวเฉินยิ้มพลางเดินมา “ขั้นเสวียนฟ้าสามชั้นฟ้า ไม่เลวเลย ต้องได้พบโชควาสนาที่ไม่ธรรมดาแน่นอน”
มู่หรงเชี่ยนเอ๋อร์ไม่ตอบ ทว่ามองเซียวเฉินแล้วถามอย่างดุร้าย “บอกมา เ้ากับเสิ่นเล่ยมีความสัมพันธ์ใดต่อกัน?”
ใบหน้างามพิลาสมีท่าทางดุดัน ไร้อารมณ์รื่นเริง
นางมองเซียวเฉินอย่างขุ่นเคือง ทำให้เซียวเฉินไม่เข้าใจ
“น่าจะเป็สหายกระมัง ก่อนหน้านี้ข้าช่วยนางไว้สองครั้ง ต่อมาก็ได้เจอกันอีก จึงร่วมทางมาด้วยกัน รุดไปเขติญญาตะวันออกพลางค้นหาพวกเ้าไปด้วย”
“เ้าชอบเสิ่นเล่ยใช่หรือไม่?”
เซียวเฉินอึ้งไปโดยสิ้นเชิง “ข้าชอบเสิ่นเล่ยหรือ? เ้าเข้าใจผิดหรือไม่ แม้พวกเราจะเดินทางไปเขติญญาตะวันออกด้วยกัน แต่เ้ามองข้าเลิศลอยเกินไปแล้ว ถึงข้ามีใจ แต่ผู้อื่นอาจจะไม่มี”
เซียวเฉินว่าแล้วก็นั่งลง เอ่ยยิ้มๆ
“เ้าคิดจะชอบหรือ?” มู่หรงเชี่ยนเอ๋อร์ถลึงตาใส่เซียวเฉิน
“เปล่า ข้าไม่ชอบนาง อย่างมากก็เป็แค่สหายเท่านั้น...”
“ฮึ” มู่หรงเชี่ยนเอ๋อร์แค่นเสียงแล้วหันกายจากไป ทิ้งให้เซียวเฉินสับสนงุนงงอยู่ตรงนั้น มองเงาร่างที่เดินจากไปไกลอย่างไม่เข้าใจและอดเอ่ยไม่ได้ว่า “นี่มันเื่อะไรกัน...”