ฟุ่บๆๆ!
ดาบั์ฟันเลื่อยลอยอยู่ด้านหน้าของ 'อัศวินโลหิต' ราวกับว่าถูกพลังที่มองไม่เห็นจับมันไว้ ฉับพลัน ดาบฟันเลื่อยก็เริ่มหมุนตัวอย่างบ้าคลั่ง ใบเลื่อยอันคมกริบตัดผ่าอากาศพร้อมส่งเสียงร้องแหลมๆ ออกมาไม่หยุด ผู้คนที่อยู่รอบๆ ลานประลองต่างยกมือขึ้นอุดหู เสียงนี้ดูไม่ต่างอะไรกับเสียงสัตว์อสูรขนาดั์ที่กำลังร้องคำรามด้วยความโมโห
ฉับพลันก็เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น
หมอกโลหิตปรากฏออกมาบนลานประลองดาบอีกครั้งอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ทั้งหมดจะไหลเข้าไปยังดาบฟันเลื่อย ราวกับวาฬที่กำลังดูดน้ำ หมอกเปื้อนเืได้เปลี่ยนเป็เปลวไฟสีเพลิง ในเปลวไฟสีเพลิงมีกลิ่นเืโชยออกมาจางๆ ด้วย
“ในเมื่อเ้ายินดีที่จะตาย ข้าก็จะใช้เปลวเพลิงนี้แผดเผาเ้าให้กลายเป็จุณ ทำให้ทุกคนที่นี่ได้รู้ว่า การที่บังอาจมาท้าทายอำนาจของอัศวินผู้ตัดสินนั้น จุดจบจะเป็อย่างไร...ทักษะคลื่นพลังระดับสูง ลำ…นำ…นรก…สี…เื!!!”
ทันทีที่ครู้ดยื่นมือไปจับด้ามดาบฟันเลื่อย เปลวไฟสีเืบนดาบก็ลุกโชนยิ่งกว่าเดิม ประหนึ่งไฟเจอน้ำมัน ก่อนที่มันจะขยายลามไปทั่วร่างของ 'อัศวินโลหิต' จากนั้นประกายแสงสีแดงก็สว่างขึ้น พร้อมกับร่างของครู้ดที่ค่อยๆ ลอยขึ้นสู่อากาศ พื้นดินที่อยู่ใต้ฝ่าเท้าเกิดลวดลายวงเวทคุ้มครองขึ้นมา รอยปริแตกบนพื้นดินราวกับใยแมงมุมค่อยๆ กระจายไปทั่ว โดยมีร่างของครู้ดเป็ศูนย์กลาง
ร่างของ 'อัศวินโลหิต' ได้ทะลุขีดจำกัดของพื้นที่ และเพียงพริบตาเขาก็ไปปรากฏตัวอยู่เหนือหัวของซุนเฟย 'อัศวินโลหิต' ยกดาบขึ้น ก่อนที่คลื่นพลังสีเืจะเริ่มควบแน่น ฉับพลันบนตัวดาบก็ปรากฏอักขระบางอย่างออกมา
เมื่อเห็นฉากนี้ สีหน้าของซุนเฟยก็เริ่มจริงจังขึ้นมา
ดาบั์สีเืนี้สร้างมาจากคลื่นพลังสีเืที่ถูกกลั่นออกมาจนบริสุทธิ์ ทำให้สามารถสร้างแรงกดดันที่น่าเกรงขามออกมาได้ อีกทั้งอักขระเวทมนตร์ที่ปกคลุมบนตัวดาบก็แฝงไปด้วยกลิ่นอายพลังเวทที่ไหลเวียนอยู่จางๆ...ทักษะคลื่นพลังนี้เหนือชั้นยิ่งกว่า 'หอกทองสึนามิ' ของคริส ซัตตันเสียอีก
“ฮ่าๆๆๆ ดี ต้องแบบนี้สิ!”
ซุนเฟยหัวเราะออกมาอย่างพอใจ ผมสีดำของเขากระพือไปตามแรงลม ก่อนที่ซุนเฟยจะก้าวเท้าไปข้างหน้าข้างหนึ่งแล้วะเิพลังของคนเถื่อนเลเวล 40 ออกมาทั้งหมด ร่างของเขาเป็เหมือนปืนที่เหนี่ยวไกยิงะุไม่หยุด หมัดทั้งสองข้างของเขาชกไปที่อากาศด้านหน้าอย่างรวดเร็วดุจสายฟ้าแลบ ทุกหมัดต่างเล็งไปที่ดาบั์สีเื ไม่ถึงหนึ่งนาที ซุนเฟยก็ปล่อยหมัดออกไปแล้วถึงห้าสิบหมัด ด้วยความเร็วที่เกิดขีดจำกัดในการมองของคนธรรมดา
ทันใดนั้นเอง หมัดโปร่งแสงทั้งห้าสิบหมัดก็ลอยเข้ามาซ้อนทับกัน แล้วกลายเป็หมัดโปร่งแสงขนาดั์
หมัดโปร่งแสงั์นี้ดูงดงามราวกับหัตถ์ของพระเ้า
กว้างประมาณสิบตารางเมตร แม้จะเป็แค่การกำหมัดนิ่งๆ ลอยอยู่บนอากาศ แต่คนอื่นต่างก็รู้สึกว่า ภายในหนึ่งวินาที หมัดนี้สามารถเปลี่ยนเป็รูปแบบอื่นๆ ได้หลายร้อยรูปแบบ
“หมัดหิมะเยือกแข็ง...หมัด...เดียว...คลุม...ฟ้า!”
ซุนเฟยะโออกมาดังลั่น หมัดโปร่งแสงพลันพุ่งเข้าไปปะทะอย่างรวดเร็วประหนึ่งดาวตก หมัดนี้ราวกับเป็หัตถ์ของพระเ้าที่ฟาดลงมาบนโลกมนุษย์
บนสนามประลองดาบหมายเลขหนึ่งได้ปรากฏฉากที่น่าเหลือเชื่อจนทำให้ทุกคนยากที่จะลืมเลือนไปได้ชั่วชีวิตออกมา
หมัดโปร่งแสงที่ปกคลุมไปด้วยกลิ่นอายอันตรายพุ่งทะยานไปอย่างไม่หยุดยั้ง
ดาบั์สีเืตวัดฟันลำแสงออกมา ลำแสงนี้ราวกับจะสะบั้นฟ้าดินให้แยกจากกัน
ในที่สุด ่เวลานี้ก็มาถึง
ท่ามกลางสายตาของผู้คนนับหมื่นบนลานประลองดาบหมายเลขหนึ่งที่ค่ายทหารอาณาจักรบริวารนอกเมืองหลวงบริเวณูเามอร์โร ทุกคนต่างพากันกลั้นลมหายใจอย่างตื่นเต้น พวกเขาถ่างตาให้กว้างที่สุดเพื่อที่จะได้ไม่พลาดฉากเด็ดสักฉากเดียว ในที่สุด สองขั้วพลังมหาศาลก็เข้าปะทะกัน
ตูมๆๆๆ!
เสียงะเิดังสนั่นกึกก้องไปทั่วบริเวณ
ตรงกึ่งกลางระหว่างจุดปะทะได้เกิดแสงสว่างจนแสบตา ตามมาด้วยคลื่นกระแทกที่มองไม่เห็นกระจายออกมาเป็วงกว้าง หลังการะเิ แม้แต่ 'ม่านน้ำครอบฟ้า' เวทมนตร์ป้องกันระดับสูงเองก็ยังได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง ลานประลองพลันสั่นไหวขึ้นมาอย่างรุนแรง ฝุ่นละอองตามซอกหินลอยคละคลุ้งออกมา เหตุการณ์ตรงหน้าราวกับโลกาวินาศก็ไม่ปาน
นี่เป็ฉากที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดั้แ่เริ่มต้นการต่อสู้
การปะทะกันครั้งนี้เป็การตัดผลสินแพ้ชนะในครั้งเดียว
ท่ามกลางสายตาของทุกคนที่จับจ้องไปที่ลานประลอง
ตึงเครียด!
สงสัย!
ระหว่าง์กับโลกเหลือเพียงเสียงเดียวเท่านั้น
หัวใจของทุกคนราวกับจะหยุดเต้น
แกร๊ก!
ทันใดนั้นเอง เสียงเหมือนกระจกแตกก็ดังขึ้นมา
เป็ไปไม่ได้ที่จะไม่มีใครได้ยินเสียงนี้ หัวใจของทุกคนเต้นตึกตักประหนึ่งมีคนมาเคาะระฆังอยู่ในใจของพวกเขา ทุกสายตาต่างจ้องไปยังสนามประลองที่สูงกว่าห้าสิบเมตรแบบตาไม่กะพริบ บางคนทนไม่ไหวจนต้องลุกขึ้นยืนเขย่งตัวมอง หลายๆ คนลุ้นจนแทบหยุดหายใจ หยุดความคิด…ทุกสิ่งทุกอย่างพลันหยุดชะงักลง
ไม่ช้า ทุกคนก็รู้แหล่งที่มาของเสียงนี้อย่างชัดเจน
เพราะผลลัพธ์ทุกอย่างได้ปรากฏออกมาอย่างชัดเจนท่ามกลางสายตาของทุกคน
ดาบั์สีเืที่ลอยคว้างอยู่กลางอากาศได้เกิดรอยปริแตกสีขาวที่แทบมองไม่เห็นขึ้นตรงจุดที่โดนหมัดโปร่งแสงชก ราวกับภาพสโลว์โมชั่น รอยปริแตกสีขาวเริ่มขยายออกไปเรื่อยๆ อย่างช้าๆ มันแผ่กระจายไปทั่วราวกับเส้นใยแมงมุม ค่อยๆ กว้างขึ้นๆ...จนปกคลุมไปทั่วตัวดาบ
เพล้ง!
เสียงแตกดังสนั่นหวั่นไหวพร้อมๆ กับดาบั์สีแดงที่แตกกระจายไปทั่วท้องฟ้า
ดาบั์แตก!
เศษดาบร่วงหล่นลงมาท่ามกลางสายตาของผู้คนนับหมื่น
แพ้!
'อัศวินโลหิต' ที่ใครๆ ต่างก็คิดว่าเป็ผู้ชนะมาตลอดแพ้อย่างงั้นหรือ?
ถึงแม้ว่าดาบั์โลหิตจะแตกกระจายไปแล้ว แต่หมัดโปร่งแสงก็ยังคงเหลือพลังอยู่อีกมาก ทันทีที่ดาบโลหิตแตกสลาย มันก็พุ่งทะยานไปด้านหน้าต่ออย่างรวดเร็วดุจสายฟ้า ก่อนจะปะทะเข้ากับร่างของ 'อัศวินโลหิต' ที่หลบไม่ทันอย่างรุนแรง
หมัดโปร่งแสงชนไปที่กลางลำตัวของอัศวินผู้ตัดสินลำดับที่เจ็ด
หมอกเืพลันะเิออกมากลางอากาศ ชโลมท้องฟ้ากว่าครึ่งเป็สีแดง
โครม!
ร่างที่เต็มไปด้วยเืปลิวไปชนกับ 'ม่านน้ำครอบฟ้า' เสียงดังสนั่น ก่อนจะกระอักเืออกมาเป็ฝอย กระดูกตามแขนและขาของเขาหักอย่างเห็นได้ชัด ตามตัวมีแผลเหวอะหวะจนมองเห็นกระดูกสีขาวที่อยู่ภายใน อาการาเ็ที่น่าเหลือเชื่อนี้สร้างความใให้แก่ทุกคน
เขา...แพ้!
อัศวินผู้ตัดสินลำดับที่เจ็ด ผู้เป็เหมือนฝันร้ายของอาณาจักรบริวารทั้งสองร้อยห้าสิบอาณาจักร ชายผู้มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วราชอาณาจักรเซนิทมาตลอดยี่สิบกว่าปี ชายผู้โเี้อำมหิต ชายที่ถูกจัดอันดับให้อยู่ในรายชื่อยอดฝีมือที่แข็งแกร่งที่สุดในราชอาณาจักรเซนิท ชายคนนั้น...แพ้!
ครู้ดแพ้โดยที่ไม่ทันจะได้ดิ้นรนด้วยซ้ำ
พรวด!
ราวกับว่าเขาไม่มีโอกาสรอด ร่างของครู้ดไถลลงจากบาเรียเวทมนตร์อย่างช้าๆ ก่อนจะหล่นลงบนพื้นหินของสนามประลองดาบ เืสีแดงไหลไปตามรอยแตกของหินเหมือนลำห้วย...
“การประลองในครั้งนี้ ผู้ชนะคือ...าาอเล็กซานเดอร์แห่งเมืองแซมบอร์ด!” เสียงของนักพเนจรอันดับหนึ่งแห่งราชอาณาจักรอย่างมาเตรัซซี่ลอยเข้าหูของทุกคน ประโยคตัดสินนี้ราวกับเป็เพียงภาพฝันที่ไม่ว่าใครก็ยากจะเชื่อว่ามันคือความจริง
ในขณะเดียวกัน 'ม่านน้ำครอบฟ้า' ก็สลายไป
ความเงียบสงบเข้าปกคลุมทั่วทั้ง์และพื้นพิภพ
เงียบอยู่นานจนกระทั่ง
“ไอ้ตัวบัดซบ! นี่เ้ากล้าลงมือกับอัศวินผู้ตัดสินขนาดนี้เชียวหรือ!”
เสียงตวาดที่ดังก้องขึ้นมา เรียกความสนใจจากทุกคนได้เป็อย่างดี ร่างเงาสามสายพลันทะยานออกมาจากพื้นที่พิเศษเพื่อขึ้นมายังสนามประลองดาบหมายเลขหนึ่ง พวกเขาล้อมตัวาาแซมบอร์ดไว้ตรงกลาง ในดวงตาของอัศวินผู้ตัดสินลำดับที่สอง 'อัศวินแห่งการสังหาร' ฉายแววโกรธจนสุดขีด “ใจกล้าเกินไปแล้ว นี่เป็เพียงแค่การประลองเท่านั้น ทำไมถึงกล้าลงมือหนักแบบนี้ นี่มันเจตนาฆ่ากันชัดๆ าาเมืองแซมบอร์ด เ้าคิดที่จะท้าทายอำนาจของวิหารอัศวินอย่างนั้นใช่ไหม?”
“จับกุมมันเลยดีกว่า ลากมันเข้าเรือนจำอัศวิน!” บนร่างของอัศวินผู้ตัดสินลำดับที่สี่ 'อัศวินศาสตราวุธ' และอัศวินผู้ตัดสินลำดับที่ห้า 'อัศวินแห่งความโหดร้าย' ต่างพลุ่งพล่านไปด้วยคลื่นพลัง พวกเขาย่างสามขุมเข้ามาหาพลางจับจ้องมาที่ซุนเฟยด้วยสายตาโกรธเกรี้ยว
ฉากนี้ทำให้ทั้งสนามประลองดาบเกิดความวุ่นวายขึ้นมา
เสียงถกเถียงดังกระหึ่มประหนึ่งเสียงคลื่นมหาสมุทรที่ถาโถมซัดชายหาด พวกเขาไม่คิดว่าหลังจากจบการต่อสู้แบบตัวต่อตัวแล้วจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นมา เห็นได้ชัดว่าที่อัศวินผู้ตัดสินทำแบบนี้ก็เพื่อระบายอารมณ์ส่วนตัวของพวกเขาออกมาเท่านั้น
“ฮึ!” อัศวินผู้ตัดสินลำดับที่สองแค่นเสียงเ็า อุณหภูมิในอากาศก็ลดลงอย่างฉับพลัน ราวกับกำลังอยู่บนยอดูเาน้ำแข็ง เสียงวิพากษ์วิจารณ์หายไปในทันที
ถึงแม้ว่าในใจพวกเขาจะไม่พอใจมากแค่ไหน แต่ไม่มีใครกล้าที่จะลองดีกับพวกอัศวินผู้ตัดสินสักคน พวกเขาส่วนใหญ่ต่างเป็คนของอาณาจักรบริวาร สถานะก็แสนจะต่ำต้อย จะให้เสนอหน้าไปค้านก็เท่ากับรนหาที่ตาย ส่วนพวกขุนนางชั้นสูงที่คิดจะดึงซุนเฟยเข้ามาเป็พวกก็เลือกที่จะรอดูสถานการณ์ก่อน!
“จับกุมมัน!” อัศวินผู้ตัดสินลำดับที่สี่ยื่นมือไปทางซุนเฟย
“หาที่ตาย!” ซุนเฟยแสยะยิ้มเ็า เขาไม่มีทีท่าว่าจะหวาดกลัวเลยสักนิด ซุนเฟยปล่อยหมัดออกไปอย่างรวดเร็ว อัศวินผู้ตัดสินลำดับที่สี่ไม่นึกว่าจะถูกโจมตีจึงไม่ทันตั้งตัว เพียงชั่วพริบตาร่างของอัศวินผู้ตัดสินลำดับที่สี่ก็ถอยหลังไปไกลพร้อมทั้งใบหน้าซีดเผือด ลมหายใจถี่กระชันขึ้นมา หน้าอกของเขาได้รับาเ็ไม่น้อย
ตอนนี้เอง เสียงฮือฮาก็ดังขึ้นไปทั่วบริเวณ
บางคนอดไม่ได้ที่จะโห่ร้องออกมา เห็นได้ชัดว่าพวกเขาเองก็เกลียดขี้หน้าอัศวินผู้ตัดสินเช่นกัน
“หยุดมือเสีย!”
ท่ามกลางเสียงเชียร์ก็มีเสียงดังแทรกขึ้นมา ก่อนที่เงาร่างของสามสายจะทะยานขึ้นมาบนสนามประลอง เป็เงาร่างของอัศวินผู้ตัดสินลำดับที่สาม 'อัศวินแห่งการลงทัณฑ์' อัศวินผู้ตัดสินลำดับที่หก 'อัศวินแห่งแสง' และอัศวินผู้ตัดสินลำดับที่แปด 'อัศวินเมฆา'
“ในระหว่างการต่อสู้มันก็มีบ้างที่จะพลาดกันแบบนี้ อัศวินลำดับสอง เ้าเองก็รู้ดี อย่าทำลายภาพพจน์ของพวกเราสิ” อัศวินผู้ตัดสินลำดับที่สาม 'อัศวินแห่งการลงทัณฑ์' ก้าวเข้ามายืนอยู่ข้างๆ ซุนเฟยพลางเปิดปากพูด
“เฮอะ คำตัดสินของข้าไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ ไม่ว่าอย่างไรข้าก็จะจับเ้าสวะไม่รู้ความตัวนี้! มันกล้าทำร้ายอัศวินผู้ตัดสินาเ็หนักแบบนี้ โทษของมันคือปะา!” อัศวินผู้ตัดสินลำดับที่สองไม่มีทีท่าว่าจะยอมรามือแต่อย่างใด
--------------------------
