บทที่ 128 ป้ายสาดแสงหยกจารึกวิเศษ
“ศิษย์พี่ หากไม่มีอะไรอื่นแล้ว ศิษย์น้องขอล่วงหน้าไปก่อน ตระกูลเล็กนั้นจะได้ไม่เปลี่ยนใจอะไรอีก!” หลังจากผู้ที่อยู่ทางซ้ายพูดจบก็หันหลังแล้วเดินออกไป
ศิษย์พี่ใหญ่ตอบรับเสียงเข้ม ก่อนจะแยกทางไปกับบุรุษชุดดำอีกคน แล้วเหาะทะยานจากไปอย่างรวดเร็ว
ในขณะที่นักพรตจำนวนไม่น้อยกำลังเตรียมพร้อมเพื่อยาชิง์น้อยของตระกูลลู่อยู่นั้น หลังจากการเตรียมการภายในหมู่ตระกูลลู่แล้ว ลู่อันเทียนก็เตรียมพร้อมที่จะกินยาชิง์เข้าไป
ไม่ว่าจะเป็ยาชิง์หรือยาชิง์น้อย กินเข้าไปแล้วก็ใช่ว่าจะยืดอายุขัยสามร้อยหรือหนึ่งร้อยปีในทันที เมื่อนักพรตประเมินอายุขัยของตนเองนั้นก็พบว่าอายุขัยกำลังจะสิ้นสุดลงแล้ว จากการที่สามารถััถึงอายุขัยของตนเองได้คร่าวๆ จำเป็ต้องมีพลังยุทธ์ขั้นเกิดเทพเ้าเท่านั้น มิเช่นนั้นก็เป็การยากที่จะประมาณอายุขัยของตนเองก่อนสิ้นอายุขัยได้
โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับนักพรตที่มีเหตุผลต่างกัน แน่นอนว่าย่อมมีสภาพร่างกายที่แตกต่างออกไป เช่นนั้นการใช้ยายืดอายุขัยโดยไม่ได้รับการปรับอย่างเหมาะสมก่อนใช้งาน ย่อมส่งผลอย่างมากต่อผลลัพธ์ของยายืดอายุขัย เดิมทีที่สามารถยืดอายุขัยได้สามร้อยปี ทว่าสุดท้ายแล้วอาจยืดอายุได้เพียงร้อยแปดสิบปีเท่านั้น หรืออาจจะน้อยกว่านั้น
แต่ลู่อันเทียนมีลู่อวี่ค่อยชี้แนะ อีกทั้งยังมีจำนวนยาวิเศษที่สามารถใช้ได้อีกจำนวนนับไม่ถ้วน การปรับสภาพร่างกายจึงไม่ใช่เื่ที่ยากนัก อาศัยเวลาเพียงสิบกว่าวันก็สามารถปรับสภาพร่างกายให้อยู่ในสภาพดีที่สุดได้แล้ว
แน่นอนว่าทั้งหมดที่เรียกว่าสภาพที่ดีที่สุดนั้นมันเป็เพียงการขจัดโรคภัยที่ซ่อนอยู่ในร่างกายออกไปเท่านั้น ไม่ถือว่าช่วยให้ร่างกายดีขึ้นมากนัก บางทีอาจส่งผลตรงกันข้าม เพราะลู่อันเทียนในตอนนี้ดูราวกับชายชราที่ป่วยหนักจนเหมือนจะรักษาไม่ได้แล้ว ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยความอ่อนแอ ดูไร้ชีวิตชีวา หากไม่ใช่เพราะพลังลมปราณที่ไหลเวียนอยู่ทั่วร่างกาย แม้แต่ยามเดินย่อมต้องมีคนคอยช่วยพยุงเดิน
โดยเฉพาะร่างกายที่ไม่เปล่งรัศมีแห่งความตายออกมาอีกต่อไป มันแสดงให้เห็นว่าอายุยืนยาวของลู่อันเทียนมาถึงจุดเกือบดับสลายแล้วจริงๆ หากเป็เพียงชายชราผู้หนึ่ง เพราะหากพลังชีวิตในตัวอ่อนแออยู่แล้ว กลิ่นอายแห่งความตายที่แผ่ออกมาในขณะที่กำลังจะตายคงจะเลือนรางเต็มที หากไม่ใช่คนที่มีพลังยุทธ์ก็คงไม่สามารถสังเกตเห็นได้ แต่ลู่อันเทียนนั้นแตกต่างออกไป หรืออาจจะกล่าวอีกนัยหนึ่งว่า นักพรตผู้ที่มีพลังยุทธ์ขั้นสูงทุกคนจะปล่อยกลิ่นอายความตายออกมาเมื่ออายุขัยกำลังจะสิ้นสุดลง จึงเป็เหตุผลให้หลายคนที่เห็นลู่อันเทียนต่างกล่าวออกมาได้ในทันทีว่า ยอดฝีมือของตระกูลลู่ผู้นี้ที่มีพลังยุทธ์ต่ำกว่าท่านผู้เฒ่าสูงสุดลู่ไท่ชังมีอายุขัยอยู่ได้อีกไม่นาน
ทว่าสายตาที่นักพรตหลายสิบจนเกือบร้อยคนที่กำลังมองดูลู่อันเทียนอยู่ในเวลานี้ กลับไม่ได้แสดงความเห็นอกเห็นใจแม้แต่น้อย อันที่จริง เื่นี้ไม่นับว่าน่าสงสาร เพราะเขาเป็ถึงผู้เฒ่าของตระกูลลู่ มีนายน้อยตระกูลลู่ ที่เป็คนปรุงโอสถท้าทาย์ผู้หนึ่งคอยหลอมยาอายุวัฒนะยาชิง์ให้ ที่สามารถยืดอายุขัยให้ได้ถึงสามร้อยปี มันก็เพียงพอให้เขาใช้ชีวิตต่อไปได้แล้ว เช่นนั้นแล้ว ไม่มีความจำเป็ที่เขาต้องถูกใครมาสงสารและเห็นใจ? ผู้เฒ่าในตระกูลของตนยังคงรอคอยตาปริบๆ เพื่อให้พวกเขาแลกเปลี่ยนยาอายุวัฒนะกลับไปให้ ความมั่งคั่งที่สะสมมานับหมื่นปีกำลังจะถูกเปลี่ยนชื่อเปลี่ยนแซ่ในไม่ช้า มีใครมาเห็นใจตัวเองบ้างเล่า?
เดิมทีลู่อันเทียนจะกินยาชิง์ในที่ลับตาแห่งหนึ่ง แต่ตระกูลใหญ่และสำนักหลักแต่ละแห่ง รวมถึงญาติมิตร ล้วนอยากรู้ผลการท้าทาย์ของยาชิง์นี้ ดังนั้นถึงได้จัดงานเลี้ยงขึ้นในสถานที่แห่งหนึ่งที่ไกลออกไปเพื่อกินยาอายุวัฒนะนี้ขึ้น
อันที่จริง มันก็ไม่ใช่งานเลี้ยงสังสรรค์อะไร ลู่อันเทียนเพียงแต่ต้องอยู่ภายใต้การคุ้มครองอย่างแ่าของตระกูลลู่ ยกตัวอย่างเช่นตอนที่ใช้ยาชิง์ คนนอกเ่าั้จะได้รับอนุญาตให้เฝ้าดูจากระยะไกล ก็เพื่อให้พวกเขาได้เห็นประสิทธิภาพของยาชิง์ของตระกูลลู่เพียงน้อยนิดเท่านั้น
ลู่อันเทียนนั่งขัดสมาธิ ก่อนจะหยิบขวดหยกที่บรรจุเม็ดยาชิง์ที่ถูกส่งมาให้เขาก่อนหน้านี้ออกมา
ขวดหยกนี้ไม่ได้มีอะไรพิเศษ เป็เพียงวัสดุราคาแพงมากเท่านั้น แต่ตรงปากขวดกลับมีแสงสีเงินหนึ่งปิดผนึกอยู่ คล้ายกับกำลังปกป้องขวดหยกนี้ไว้ เพราะหากไม่มีเคล็ดวิชาลับเฉพาะของตระกูลลู่ ต่อให้ได้ขวดหยกนี้ไป ก็ไม่สามารถยาอายุวัฒนะที่อยู่ภายในไปได้ หรือหากใช้แรงเปิด ยาอายุวัฒนะที่อยู่ภายในนี้ก็จะถูกทำลายทิ้งทันที
วิธีการป้องกันประเภทนี้ไม่เคยมีในตระกูลลู่มาก่อน แต่ตอนนี้เมื่อยาอายุวัฒนะที่ตระกูลลู่หลอมออกมายิ่งมีค่ามากขึ้นเรื่อยๆ ผู้เฒ่าหลายคนในตระกูลที่เชี่ยวชาญเื่ข่ายอาคมค่ายกลกระบี่ ก็รวมตัวกันและใช้เวลานานในการปรับปรุงวิชาข่ายอาคมเพียงหนึ่งเดียวของตระกูลลู่ออกมา แม้จะไม่สามารถพูดได้ว่าลึกลับซับซ้อน แต่หากปรมาจารย์ขั้นหวนสู่สัจธรรมได้ขวดหยกนี้ไป ก็ไม่สามารถเปิดได้อย่างปลอดภัยในระยะเวลาอันสั้นแน่นอน
เมื่อลู่อันเทียนคิดได้เช่นนี้ แทนที่จะใช้เคล็ดวิชาดรรชนีใด แต่กลับพ่นเปลวไฟสีทองเล็กๆ ออกมาจากปากลงบนข่ายอาคมกลกระบี่ของขวดหยกแทน
เปลวไฟเหมือนมีชีวิต หลังจากวนไปมาด้วยท่าทีพิเศษบนค่ายอาคม ทันใดนั้นข่ายอาคมเงินก็ลอยขึ้นมาและรวมเข้ากับเปลวไฟสีทองอย่างสมบูรณ์ จากนั้นมันก็ลอยขึ้นและถูกลู่อันเทียนดูดกลับเข้าไปในท้องอีกครั้ง
ทุกคนที่อยู่นอกสถานที่จัดงานขมวดคิ้วเล็กน้อย เมื่อเห็นกลข่ายอาคมที่แปลกประหลาดเช่นนี้ของตระกูลลู่ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะท้ายที่สุดแล้ว ตระกูลลู่ก็เป็ตระกูลระดับสูงที่มีมรดกสืบทอดไม่ธรรมดา หากมีเคล็ดวิชาข่ายอาคมที่พิเศษอยู่บ้าง ก็ไม่นับว่าเป็เื่แปลกประหลาดใดๆ ให้ต้องสงสัย
ลู่อันเทียนค่อยๆ ดึงจุกออกจากขวด และทันใดนั้นกลิ่นอายสดชื่นที่ดูเหมือนจะมีพลังอันไร้ที่สิ้นสุดก็พวยพุ่งออกมา
โดยไม่คิดลังเลแม้แต่น้อย ลู่อันเทียนก็เทยาอายุวัฒนะกรอกปากทันที ไม่ว่าจะเป็ยาอายุวัฒนะใด หากเก็บไว้นาน ประสิทธิภาพของมันย่อมลดน้อยลง แล้วคิดว่าคนอย่างลู่อันเทียนที่ใกล้สิ้นอายุขัย จะปล่อยให้ประสิทธิภาพของยาระเหยและหายไปได้อย่างไร?
เมื่อยาอายุวัฒนะลงไปในท้อง ฤทธิ์เย็นของมันก็แผ่ซ่านกระจายไปทั่วร่างกายทันที แม้ว่าชื่อของยาอายุวัฒนะนี้จะดูบ้าบิ่นยิ่งนัก แต่ผลลัพธ์ของมันกลับอ่อนโยนไม่น้อย มันค่อยๆ แทรกซึมเข้าไปทั่วร่างกายทีละน้อย ไม่เพียงแต่เืเนื้อและเส้นลมปราณเท่านั้น แม้แต่กระดูก ไขกระดูก และอวัยวะภายใน รวมไปถึงดวงตา หู ปาก และจมูก ยังไม่เว้น หลังจากที่ครอบคลุมทั่วทั้งร่างกายแล้ว ทันใดนั้นลู่อันเทียนก็รู้สึกว่าความเย็นที่แผ่ซ่านนั้นค่อยๆ อบอุ่นขึ้น และสุดท้ายจากอบอุ่นก็กลายเป็ร้อน และจากร้อนก็กลายเป็ไฟที่ลุกไหม้ จนเมื่อระดับพลังยุทธ์และความรู้สึกของเขาแทบจะทนไม่ไหวอีกต่อไป ความร้อนที่แผดเผาก็เริ่มลดลงอย่างรวดเร็ว เมื่อเวลาผ่านไป จากร้อนก็กลายเป็เย็น และเย็นจัด เหมือนละลายกลายเป็ธารน้ำแข็ง ราวกับว่าเวลาผ่านไปหลายพันปี สั่นสะท้านมาจากส่วนที่ลึกที่สุดของร่างกาย ยิ่งชัดเจนมากขึ้น และขยายกว้างขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุด หลังจากที่ร่างกายทั้งหมดเหมือนจะสั่นะเืจนแตกออกเป็ชิ้นๆ พลังงานมหาศาลก็ปะทุออกมาจากจุดตันเถียนและกระจายไปทั่วร่างกายอีกครั้ง เหมือนจะเย็นแต่ไม่เย็น เหมือนจะร้อนแต่ไม่ร้อน เพียงรู้สึกมีความสุขและมีชีวิตชีวาไปทั่วทั้งร่างกาย และไม่รู้ว่าพลังชีวิตมาจากที่ใดกัน
และผู้คนที่จับจ้องสถานที่แห่งนี้จากระยะไกลกลับมีความรู้สึกที่ต่างออกไป หากมองจากภายนอก มันย่อมไม่สมจริงเหมือนได้ััมันด้วยตนเอง แต่เมื่อผู้เฝ้ามองเห็นว่าลู่อันเทียนที่กำลังจะตายเปลี่ยนจากตัวที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตายค่อยๆ กลับมามีพลังชีวิต ทุกคนย่อมรู้ดีว่านี่คือผลลัพธ์มหัศจรรย์จากยาชิง์ อีกอย่างมันรวดเร็วมากจนทำให้ดวงตาทุกคู่ร้อนรุ่มจนไม่อาจต้านทานได้!
ลู่อันเทียน ค่อยๆ ลืมตาขึ้น และรู้สึกถึงสภาพร่างกาย ดวงตาแววตาฉายแววปีติยินดี แม้ว่าเขาจะไม่ทราบแน่ชัดว่าอายุขัยของตัวเองจะเพิ่มขึ้นกี่ปี แต่ก็สามารถยืนยันได้อย่างคร่าวๆ ว่าอายุขัยของตนน่าจะอยู่ที่ประมาณสามปี ร้อยปีได้ และไม่น่าเกินสิบปี!
อายุสามร้อยปี อาจเป็เวลาที่ไม่นานเกินไปสำหรับนักพรตที่มีพลังยุทธ์ขั้นสูง แต่นักพรตจำนวนมากมีชีวิตยังไม่ถึงสามร้อยปีก็ร่างกายดับสูญ ิญญาสลายเกลื่อนกลาดไปก่อนแล้ว แต่ที่ตัวเองสามารถมีอายุสามร้อยปีและมีพลังยุทธ์ขั้นเกิดเทพเ้านั้น ยังมีอะไรให้ไม่พอใจอีก? หากสามร้อยปีนี้ยังฝึกฝนจนมีพลังยุทธ์ขั้นเกิดเทพเ้าไม่ได้ ก็ตายไปเลยยังดีกว่า อย่าอยู่ให้สิ้นเปลืองความห่วงใยของนายน้อยเสียเปล่าๆ!
สรุปแล้วลู่อันเทียน เป็คนรุ่นเดียวกับผู้เฒ่าสูงสุด แม้ว่าความาุโยังต่างกันบ้าง แต่ก็ต่างกันไปไม่มาก เขาเองก็มีชีวิตอยู่มาเกือบแปดร้อยปีแล้ว ย่อมไม่เหมือนคนหนุ่มสาวอยู่แล้ว ที่พอมีความสุขแล้วจะมาเงยหน้ามองท้องฟ้าร้องะโ หรืออะไรเทือกๆ นั้น!
แต่ในขณะที่เขายืนขึ้น ก็มีร่างหนึ่งเคลื่อนผ่านหน้าของเขาไป หลังจากมองดูใกล้ๆ ก็ร้องอุทานออกมาด้วยความใ “ลุงสาม ท่านมาได้อย่างไร?”
คนที่มาก็คือลู่ไท่ชังนั่นเอง หากกล่าวถึงในแง่ของความาุโแล้ว เขาก็คือลุงสามของลู่อันเทียนจริงๆ
ลู่ไท่ชังหัวเราะชอบใจ แต่แววตาฉายแววปล่อยวาง เพราะคนที่มีชีวิตในวัยเดียวกับเขาต่างดับสูญกันไปหมดแล้ว แม้แต่ศิษย์ในวัยที่อ่อนกว่าก็เหลือเพียงคนที่อยู่ตรงหน้านี้เท่านั้น ก่อนหน้านี้เขาไม่มีทางเลือก จึงได้แต่มองดูศิษย์รุ่นที่สองผู้นี้รอคอยความตาย ตอนนี้เมื่อมีโอกาสยืดอายุขัยให้แล้ว ลู่อันเทียนอาจกลายเป็ผู้เฒ่าสูงสุดคนที่สองที่มีพลังยุทธ์ขั้นเกิดเทพเ้า แล้วเขาจะนิ่งเฉยอยู่ได้อย่างไร
“มาดูว่าเ้ามีอะไรอีกบ้าง? เอาละ ที่ตรงนี้ไม่ใช่ที่ที่เราจะมาพูดเล่นกัน การฝึกฝนต้องใช้ความอดทน สามร้อยปีก็พอให้เ้าใช้ได้แล้ว ไปกันเถอะ ถึงที่พักข้าแล้วค่อยพูดคุยกันอีกครั้งหนึ่ง!” ขณะที่พูดจบ ก็ไม่รอให้ลู่อันเทียน แสดงปฏิกิริยาใดๆ ก็พากันเคลื่อนย้ายทันที
ตอนนี้ลู่อันเทียน มีอายุยืนยาวและไร้กังวล ถือเป็บุคคลที่มีแนวโน้มมากที่สุดในตระกูลลู่ ว่าจะได้รับการเลื่อนขั้นพลังยุทธ์เป็ขั้นเกิดเทพเ้า เขาก็ต้องพยายามบ่มเพาะความสามารถอย่างดี และให้คำแนะนำในเคล็ดวิชาลับแก่เขา แต่สิ่งของเหล่านี้ถือเป็ความลับ จะเปิดเผยให้คนนอกได้อย่างไร?
แม้ว่านักพรตเ่าั้ที่เฝ้าดูจากระยะไกลจะไม่สามารถเข้ามายืนยันใกล้ๆ ได้ แต่ก็ไม่มีข้อสงสัยผุดขึ้นในใจอีกแล้ว ตอนนี้ ้าดูเพียงว่าราคาตลาดของยาชิง์และยาชิง์น้อยของตระกูลลู่จะเป็อย่างไร แล้วค่อยวางแผนกันอีกที หากสามารถซื้อยาอายุวัฒนะทั้งสองนี้มาได้อย่างละเม็ด แล้วนำกลับไปใช้รวมกัน เช่นนั้นก็จะมีอายุยืนยาวถึงสี่ร้อยปี ซึ่งมีประสิทธิภาพดีกว่ากินเพียงเม็ดเดียวยิ่งนัก
คนที่ยึดถือแินี้มีอยู่ไม่น้อย จะว่ามีมากก็ไม่ผิด เมื่อมีคนเห็นผู้เฒ่าห้าลู่หงิ ผู้เป็คนปรุงโอสถอีกคนของตระกูลลู่ก็รีบเข้าไปรุมล้อม และสอบถามทันทีว่า “ผู้เฒ่าหงิ ยาชิง์น้อยราคาเท่าไรหรือ?”
ลู่หงิยิ้มตาหยีแล้วพูดว่า “ทุกท่านอย่าได้รีบร้อนกันไป ตระกูลลู่ของเราวางแผนการของยาชิง์น้อยไว้แล้ว อีกสักประเดี๋ยวข้าจะนำรายการฉบับหนึ่งออกมาให้ โดยในนั้นทุกคนจะมีแต้มกำหนด และทุกหนึ่งร้อยแต้มจะสามารถแลกยาชิง์ไปได้เพียงหนึ่งเม็ด ข้าไม่ทำให้ทุกท่านผิดหวังแน่นอน!”
เมื่อลู่หงิพูดเช่นนี้ ทุกคนก็ถึงกับตกตะลึง แม้ว่าจะยังไม่เห็นรายการ แต่ก็บอกได้ด้วยตาเปล่าว่าของในนั้นจะต้องเป็ของล้ำค่าและหายากยิ่ง การทำเช่นนี้มันย่อมสะดวกต่อตระกูลลู่ อีกทั้งยังทำให้ได้กำไรมากขึ้น ทว่ามันไม่ใช่วิธีการที่ง่ายเลยสำหรับคนที่้ายาอายุวัฒนะเช่นพวกเขา ร้อยแต้มแลกยาอายุวัฒนะได้หนึ่งเม็ด หากขาดไปสิบหรือยี่สิบแต้มก็พอว่ากัน แต่หากขาดไปไม่กี่แต้มแล้วต้องออกค้นหาวัตถุดิบยาวิเศษต่างๆ ทั่วทุกสารทิศให้ตระกูลลู่เพื่อทำแต้มให้เต็ม คงเป็การยากที่จะยอมรับได้สำหรับนักพรตที่หยิ่งในศักดิ์ศรีพวกนี้แล้ว
“ตระกูลลู่ทำเช่นนั้นไม่เห็นพวกเรานักพรตอยู่ในสายตา ในเมื่อ้ายาวิเศษชนิดต่างๆ ก็น่าจะประกาศขอความช่วยเหลือโดยให้รางวัลไป ตอนนี้มาทำเช่นนี้ ไม่ใช่ว่าพวกเราต้องทำงานให้ตระกูลลู่หรือ?”
“เชอะ ตระกูลลู่ไม่กลัวเพราะถือว่ามีคนหนุนหลัง ผู้เฒ่าในตระกูลกำลังรอการช่วยชีวิตอยู่ เ้ายังกล้ายืดเวลาออกไปอีกหรือ? รู้อยู่แล้วว่าตระกูลใหญ่พวกนี้ไม่ได้ใจดีถึงเพียงนั้น!”
“ช่างมัน รอดูรายการของที่ตระกูลลู่นำมาก่อนดีกว่าว่ามันมีอะไรกันบ้าง หากรวบรวมมันได้ก็ดี เช่นนั้นถือว่าไม่เลว พวกเรามาที่นี่ก็เพื่อมาขอยาอายุวัฒนะ ใครใช้ให้พวกเราปรุงโอสถไม่เป็กันเล่า?”
นักพรตจำนวนมากกำลังพูดคุยกันถึงเื่นี้ ตัวแทนของตระกูลใหญ่และสำนักหลายแห่งก็ไม่ได้แสดงทีท่าไม่พอใจ สำหรับพวกเขาแล้ว ไม่ว่าวัตถุดิบวิเศษหรือของล้ำค่า แต่ละตระกูลย่อมมีภูมิหลังที่ไม่ธรรมดา มันก็เป็เื่ง่ายอยู่แล้วที่จะรวบรวมแต้มไม่กี่ร้อยแต้ม มันไม่จำเป็ต้องออกไปค้นหา แต่สิ่งเดียวที่ทำให้พวกเขากังวลคือยาชิง์ที่วางจำหน่ายเพียงเม็ดเดียวนั้น จะทำอย่างไรให้ได้มาในมือต่างหาก นั่นคือสิ่งที่สำคัญที่สุด
ลู่หงิไม่สนใจคำพูดของคนเหล่านี้ และความคิดนั้นก็ไม่ใช่ความคิดของเขา แต่เป็ความคิดของผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจคนหนึ่งในตระกูล หลังจากประมุขกับผู้เฒ่าหลายคนปรึกษาหารือกันแล้ว และคิดว่ามันดีจึงตกลงใช้วิธีนี้ งานนี้ยังจะมอบรางวัลเป็ยาอายุวัฒนะขั้นห้า ให้กับคนที่มีอำนาจตัดสินใจด้วยหนึ่งเม็ด ส่วนจะเป็ยาอายุวัฒนะชนิดใดนั้น เขาสามารถเลือกได้ตามใจชอบ
เพื่อให้รายชื่อนี้ของตระกูลลู่มีความเป็ธรรม จึงได้สร้างป้ายหินหยกจารึกสีขาวสูงกว่าหกสิบชุ่น กว้างยี่สิบกว่าชุ่น และหนาสิบกว่าชุ่น ไว้ด้านนอกแนวค่ายกลกระบี่ป้องกันของูเาเทียนฉยง ซึ่งวัตถุนี้เป็อาวุธวิเศษมหัศจรรย์ชิ้นหนึ่งในคลังสมบัติของตระกูลลู่ มีชื่อเรียกว่า “ป้ายสาดแสงหยกจารึกวิเศษ” สามารถป้อนสาระสำคัญที่เตรียมไว้แล้วเข้าไปได้ และทำการสืบค้นด้วยเคล็ดวิชาลับเฉพาะอีกครั้ง
ในรายการไม่เพียงแต่ประกอบด้วยวัตถุดิบยาและแร่ธาตุเท่านั้น แต่ยังรวมถึงสัตว์วิเศษหายากและแปลกใหม่ สมบัติหายาก รวมถึงวิทยายุทธ์และ เคล็ดวิชาลับอีกด้วย ซึ่งไม่เพียงแต่ค้นหาไม่พบในคัมภีร์หรือตำราใดของตระกูลลู่ แต่สามารถป้อนสาระสำคัญของสิ่งวิเศษที่ไม่รู้จักหรือขาดตกบกพร่องที่ค้นพบในภายภาคหน้าได้ทุกเมื่อ และเมื่อเวลาผ่านไป รายการนี้ก็จะถือเป็สมบัติที่มั่งคั่งอย่างมหาศาลแน่นอน
ส่วนจะแบ่งแต้มกันอย่างไรนั้น ก็ขึ้นอยู่กับตระกูลลู่แล้ว ทำเช่นนี้จะถือว่าเป็การผูกขาดอีกแบบหนึ่ง
ยังไม่พอเพียงเท่านี้ ตระกูลลู่ยังป้อนสัญลักษณ์ที่ใช้แบ่งประเภทของยาวิเศษแต่ละชนิดเข้าไปในนั้นด้วย กล่าวคือ ผู้ใดก็สามารถแลกซื้อยาได้ แม้ว่าทั้งหมดจะให้แลกยาชิง์และยาชิง์น้อยในขณะนี้ก็ตาม แต่ในภายภาคหน้าก็สามารถแลกของวิเศษอื่นๆ ผ่านเกณฑ์บนแผ่นศิลานี้ได้เช่นเดียวกัน ตระกูลลู่ถึงขั้นระบุชัดเจนในนั้นด้วยว่า ผู้ใดก็ตามที่มาเพื่อแลกของวิเศษจะได้รับความคุ้มครองด้วย สามารถกินยาอายุวัฒนะเพื่อยืดอายุขัยได้ที่ตระกูลลู่
อันที่จริงก็เพียงเปลี่ยนวิธีพูดเท่านั้น นอกจากกองกำลังสองสามแห่งที่จำกัดไว้ให้แล้ว ผู้ใดที่ซื้อยาชิง์น้อยกับตระกูลลู่ย่อมสามารถกินได้ที่ตระกูลลู่ หากถูกสับเปลี่ยนมือขายต่อก็ไม่เป็ไร แต่หากไปตกอยู่ในเงื้อมมือของศัตรู นี่ต่างหาก สิ่งที่ตระกูลลู่ไม่อาจยอมได้
เพื่อให้ทุกคนสามารถดูสาระสำคัญในแผ่นจารึกหยกขาวได้อย่างอิสระ ตระกูลลู่จึงนำเคล็ดวิชาลับที่ใช้ตรวจสอบเปิดเผยบนป้ายจารึกหยกวิเศษ เพื่ออำนวยความสะดวกในการตรวจสอบ
นักพรตจำนวนมากตกตะลึงกับความใจกว้างของตระกูลลู่ แต่หลังจากเห็นสาระสำคัญบนแผ่นป้ายวิเศษแล้ว ก็ยิ่งพูดไม่ออกกันไปใหญ่ เพราะทุกสิ่งในนั้นมีค่ายิ่งนัก อย่าว่าแต่นักพรตธรรมดาเลย ต่อให้เป็ตระกูลขนาดเล็กและขนาดกลางบางตระกูล เมื่อได้รับของวิเศษบางอย่างในนั้นไป ก็นับว่าได้มรดกตกทอดให้กับลูกหลานในตระกูลแล้ว
แต่ที่ตระกูลลู่เสนอให้ มันสามารถนำมาแลกยาอายุวัฒนะได้ มันยิ่งทำให้คนน้ำลายสอ ในอดีตดูเหมือนจะไม่พบเห็นยาอายุวัฒนะขั้นห้าขั้นหกที่มีอยู่ทั่วทุกที่ในตลาดมาก่อน เพียงมีของวิเศษ ก็สามารถแลกเปลี่ยนเป็แต้มสะสมมาแลกเปลี่ยนกับตระกูลลู่ได้แล้ว
“ตระกูลลู่ใจกว้างจริงๆ ของวิเศษครึ่งหนึ่งในนี้ข้ายังรู้จักเพียงบางส่วนเท่านั้น ไม่รู้ว่าตระกูลลู่ไปรู้จากที่ใดมา?”
“ตระกูลใหญ่ที่สืบทอดต่อกันมานับพันปีเช่นนี้ พวกเราจะรู้ได้อย่างไร อืม? นี่คือไม้ไผ่เทียนซิน ข้าเคยเห็นมันอยู่ในซากปรักหักพังบนพื้นที่กว้างมากที่หนึ่ง หากรู้วันนั้นคงจะตัดกลับมาหลายต้นแล้ว ในเมื่อสิบแต้มคือหนึ่งต้น ก็ตัดมาสิบต้น หากเป็เช่นนั้น ก็สามารถแลกยาชิง์น้อยได้เม็ดหนึ่งแล้วน่ะสิ?”
“พี่ชายท่านนี้ ที่ใดหรือ ได้โปรดชี้แนะศิษย์น้อยด้วย ซากปรักหักพังที่ไหนกัน หากได้อะไรมาจริงจะขอบคุณอย่างงาม!”
หลังจากที่ตระกูลลู่เปิดตัว “ป้ายสาดแสงหยกจารึกวิเศษ” แม้ว่านักพรตจำนวนมากจะไม่พอใจกับการกระทำของตระกูลลู่ แต่ในขณะเดียวกันก็มีนักพรตอีกจำนวนมากที่รู้สึกตื่นเต้นดีใจหลังจากพบของบางอย่าง มีคนใจร้อนที่ขึ้นขี่แสงหลบหนีแล้วเหาะหนีหายวับไปอย่างรวดเร็ว เห็นได้ชัดว่าต้องมีของวิเศษบางอย่างอยู่ในมือตัวเองที่ต้องกลับไปเอามาแลกเปลี่ยนแน่นอน
ภายในค่ายกลกระบี่ป้องกันูเาของตระกูลลู่ ลู่เหว่ยจุน ผู้เฒ่าใหญ่ลู่หงเซิ่ง และผู้เฒ่าห้าลู่หงิต่างก็มาตรวจสอบผลลัพธ์เป็การเฉพาะ หลังจากปล่อยป้ายสาดแสงหยกจารึกวิเศษออกมาสู่สายตาผู้คน
เมื่อเห็นว่าในเวลานี้มีนักพรตจำนวนมากอยู่รอบๆ สถานที่ โดยเฉพาะพลังยุทธ์ส่วนใหญ่ของพวกเขาอยู่เหนือขั้นฟันฝ่า และยิ่งมีนักพรตอีกจำนวนมากยังคงเหาะเหินเดินอากาศมาจากระยะไกลเพื่อเข้าร่วมกับพวกเขา
เมื่อลู่เหว่ยจุนเห็นเช่นนี้ จึงพยักหน้าและพูดว่า “วิธีนี้ไม่เลว ตระกูลลู่ของเราประหยัดกำลังคนไปได้มากยิ่งนัก!” แต่หลังจากที่เห็นผู้คนไปมาขวักไขว่ใกล้กับป้ายสาดแสงหยกจารึกวิเศษหนาแน่นมากขึ้น คิ้วก็พลันย่นเข้าหากัน และหันพูดกับผู้เฒ่าห้าลู่หงิว่า “ผู้เฒ่าห้า ป้ายวิเศษนี้ วางตั้งไว้ที่ประตูทางเข้าูเาของตระกูลลู่ของเราคงไม่เหมาะสม อีกสักประเดี๋ยวให้นำป้ายวิเศษนี้ไปตั้งไว้ในเมืองเทียนอวิ๋น ขยายพื้นที่ให้ใหญ่ขึ้นในเมือง จากนั้นค่อยสร้างอาคารกับสิ่งอำนวยความสะดวกเสริม และส่งยอดฝีมือให้ไปคอยดูแลปกป้อง!”
ลู่หงเซิ่งก็ดูออกเช่นกันว่าการตั้งวางป้ายสาดแสงหยกจารึกวิเศษไว้ที่นี่ ย่อมเป็ภัยคุกคามอย่างมากต่อความปลอดภัยของตระกูลลู่ แต่ในเมื่อประมุขสังเกตเห็นแล้ว เขาจึงไม่จำเป็ต้องพูดถึงมันอีก
ลู่หงิกล่าวว่า “เื่นี้ไม่มีปัญหา แต่ขอส่งมอบให้ผู้เฒ่าสามจัดการดีกว่า ข้าทิ้งห้องปรุงยาทางนั้นไปไม่ได้ ประเดี๋ยวข้าจะมอบหมายเื่นี้ให้เขาเอง!”
เวลานี้ จู่ๆ ก็มีคนมาที่จุดต้อนรับที่ทางตระกูลลู่จัดตั้งขึ้นชั่วคราว และหลังจากพูดคุยกับผู้เฒ่าคนหนึ่งของตระกูลลู่ที่รับผิดชอบเื่นอกตระกูลในเวลานี้ ก็มีเสียงดังมาจากฝูงชน
“หยกแดงหมื่นปีสิบหยด? ดี ดี! สิบหยดสามารถแลกยาชิง์น้อยได้หนึ่งเม็ด เ้าแน่ใจหรือว่าจะแลกเปลี่ยนมัน?” ผู้เฒ่าตระกูลลู่เงยหน้าขึ้นถามด้วยสีหน้าจริงจัง หยกแดงหมื่นปีเป็ยาวิเศษที่สามารถพบได้ แต่ไม่อาจได้มาโดยง่าย เื่นี้เขากล้ายืนยัน!
คนที่มานั้นคือเด็กหนุ่มวัยสิบเจ็ดสิบแปดปี เมื่อได้ยินคำพูดของผู้เฒ่าตระกูลลู่ แม้ว่าจะรู้สึกเสียดายหยกแดงหมื่นปีสิบหยดนั้นอยู่บ้าง แต่ชีวิตของอาจารย์ตนเองสำคัญยิ่งกว่า ดังนั้นจึงพยักหน้าอย่างจำใจ และกล่าวว่า “แลก!”
ผู้เฒ่าตระกูลลู่พยักหน้าและกล่าวว่า “หากเป็เช่นนั้น เ้าก็พาคนที่ต้องใช้ยาอายุวัฒนะมาที่นี่ มิเช่นนั้นเกรงว่าเ้าจะนำยาวิเศษไปได้ไม่ไกล! ลู่ชิง เ้ากับเขาไปพาเขาคนผู้นั้นกลับมาอย่างปลอดภัย เพราะเื่นี้เกี่ยวข้องไปถึงความน่าเชื่อถือของตระกูลลู่เรา อย่าทำผิดพลาด หากมีคนไม่เคารพกฎ ก็ให้ฆ่าทิ้งเสีย!”
ชายหนุ่มร่างกายกำยำในวัยยี่สิบต้นๆ ที่อยู่ข้างหลังเขาคนหนึ่ง ตอบรับแล้วพูดกับชายหนุ่มคนนั้นว่า “ไปเถอะ เ้าไม่ต้องกังวลว่าตระกูลลู่ของเราจะฉกฉวยเอาของเ้ามาเป็ของตัวเอง ชื่อเสียงของตระกูลที่มีมานับพันปี ยาวิเศษเพียงไม่กี่หยดนั้นของเ้าไม่อาจเทียบได้!”
ชายหนุ่มคิดดูแล้วก็ใช่ หากตัวเองนำยาวิเศษไปด้วย คิดว่าไปได้ครึ่งทางคงถูกคนแย่งชิงไปแน่ ตระกูลลู่คงไม่ทำเื่โง่ๆ ไม่ทำตามสัญญา และไม่รักษาคำพูดต่อหน้าผู้คนมากมายเช่นนี้
ทางเข้าประตููเาของตระกูลลู่ไม่ใช่สถานที่เล็กๆ มีคนจำนวนไม่น้อยเห็นตระกูลลู่คิดการรอบคอบเช่นนี้ อีกทั้งยังส่งคนไปคุ้มกันให้ ต่างก็พากันชื่นชมเขา
ผู้เฒ่าที่คอยจัดการเื่ภายนอกของตระกูลลู่คนนั้นยิ้มจางๆ และพูดกับผู้ชมที่อยู่รอบๆ ว่า “สิ่งที่พวกท่านคิดย่อมไม่ผิด เพียงแต่มีบางอย่างที่ไม่ถูกต้องเสียทีเดียว แม้ว่ายาชิง์น้อยของตระกูลลู่เราจะสามารถยืดอายุขัยได้ร้อยปี แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์ หากคนที่อายุขัยกำลังจะสิ้นสุดลง ร่างกายมีาแซ่อนเร้นอยู่ทุกหนทุกแห่ง หรือได้รับาเ็สาหัสใกล้ตาย แม้ว่ายายืดอายุขัยนี้จะสามารถยืดอายุได้ แต่ผลลัพธ์ที่ได้จะลดลงยิ่งนักดังนั้น เพื่อชื่อเสียงของตระกูลลู่ ผู้ที่มาขอแลกเปลี่ยนยาอายุวัฒนะกับตระกูลลู่ก่อน ย่อมได้รับการบริการที่ดี รวมถึงย่อมได้รับการรักษาอาการาเ็ที่ซ่อนเร้นอยู่ในร่างกาย โดยไม่ต้องแลกเปลี่ยนสิ่งใด จากนั้นจะสามารถใช้ยายืดอายุขัยได้ ในห้องสงบจิตที่เปิดเป็พิเศษจากตระกูลลู่ ซึ่งสามารถรับประกันความปรารถนาของผู้ใช้ที่จะยืดอายุไปอีกร้อยปี!”
ยังมีคำพูดเช่นนี้ด้วย? บรรดานักพรตตื่นใกันไม่น้อย และมีคนถามว่า “ยาอายุวัฒนะนี้กินหลายเม็ดได้หรือไม่ หากกินสามเม็ด ไม่ใช่ว่าจะได้ผลลัพธ์เหมือนกับยาชิง์ของจริงหรือ?”
ผู้เฒ่าที่ดูแลเื่ภายนอก ส่งเสียงฮึดฮัดและพูดว่า “จะมีของราคาถูกเช่นนี้อยู่ได้อย่างไร ไม่ว่าจะเป็ยาชิง์หรือยาชิง์น้อย ก็ไม่สามารถกินซ้ำได้! อันที่จริงก็ใช่ว่าจะกินซ้ำไม่ได้ แต่ประสิทธิภาพของยาอายุวัฒนะเม็ดที่สองจะลดลงครึ่งหนึ่ง ต่อให้เ้าจะกินยาชิง์น้อยเป็ร้อยเม็ด ก็ยืดอายุขัยได้สูงสุดเพียงสองร้อยปีเท่านั้น และทุกครั้งก็สามารถกินมันได้เพียงเม็ดเดียวเท่านั้น”
ทุกคนถึงตระหนักได้ แต่เมื่อคิดดูแล้วมันก็ใช่ อย่าว่าแต่ยาอายุวัฒนะเหล่านี้ที่มีคุณค่ามากจนมีราคาสูงและหาซื้อไม่ได้ แต่ยาอายุวัฒนะธรรมดาจำนวนมากก็จะมีผลอ่อนลงมากหลังจากใช้ซ้ำ นี่คือหลักการทั่วไป ซึ่งมันก็เป็เพียงเหตุผลที่ทุกคนยกเอามาปลอบใจตัวเองเท่านั้น
“ผู้เฒ่าท่านนี้ เหตุใดจึงไม่มีการแลกเปลี่ยนยาชิง์บนป้ายสาดแสงหยกจารึกวิเศษ?”
“มียาชิง์อยู่เพียงเม็ดเดียว ที่แจ้งไว้แล้วว่าจะมีการประมูล ดังนั้นจึงเอามาแลกเปลี่ยนไม่ได้!” ผู้เฒ่าที่ดูแลเื่ภายนอกของตระกูลลู่ จ้องเขม็งมองไปที่ชายคนนั้น และตอบด้วยเสียงที่เรียบเฉยไม่น้อย แต่กลับทำให้หลายคนที่คิดไปว่าตระกูลลู่มียาชิง์มากกว่าหนึ่งเม็ดรู้สึกไม่ค่อยพอใจ
“ทุกท่านอย่าได้หลงกลตระกูลลู่เชียว แม้ว่ายาชิง์น้อย จะสามารถยืดอายุขัยได้เป็ร้อยปี แต่คุณค่าของมันก็น้อยกว่าของวิเศษบนป้ายจารึกหินนั้นอย่างแน่นอน ยิ่งไปกว่านั้น ยังต้องใช้วัตถุดิบวิเศษหลายอย่างมากกว่าจะสามารถแลกยาอายุวัฒนะมาได้สักหนึ่งเม็ด? เช่นนี้ไม่ใช่ว่าตระกูลลู่กำลังฉวยโอกาสตอนที่ไฟไหม้โดยไม่ลงมือเองหรือ!” ในฝูงชนมีคนคนหนึ่งพูดอย่างโกรธเคืองกับคนที่อยู่ด้านข้าง
“แล้วจะทำอะไรได้? ยาวิเศษเหล่านี้ล้วนซื้อกลับไปเพื่อช่วยชีวิตผู้เฒ่าในตระกูล ตอนนี้ตระกูลลู่บีบคอเราอยู่ หากไม่ยอมถอยเราก็จะตาย หากตายไปก็ไม่ได้อะไรกลับคืนมา หากมีชีวิตอยู่ก็ยังคงมีความหวังที่จะได้ของดีกว่านี้ บัญชีนี้ทุกคนต้องคิดเอาคืนแน่ ถึงแม้ตอนนี้จะต้องเสียเปรียบบ้างก็ต้องอดทนไปก่อน!”
“จะทนไปทำไม พวกเรามีกันตั้งมากมาย หากเราร่วมมือกันได้ ตระกูลลู่คงไม่กล้าทำอะไรเราทุกคน!” ก็ยังเป็คนที่ยุยงผู้นั้นอยู่
คนที่รู้ทุกอย่างดีชำเลืองมองคนที่คอยปลุกระดมให้ทุกคนต่อต้านตระกูลลู่แวบหนึ่ง ก็รู้สึกว่าดูคุ้นตามาก หลังจากคิดอยู่พักหนึ่ง เขาก็จำได้ ทั้งยังอดเยาะเย้ยไม่ได้จนต้องถามว่า “ไม่ทราบว่าเ้าเป็ใครกัน? ได้ยินว่าเขาหนิงชุยเฟิงเหมือนจะเริ่มตกต่ำลง ด้วยสาเหตุที่ตระกูลลู่เติบโตและผงาดขึ้น แต่ต่อให้ตกต่ำลงเพียงใด คนปรุงโอสถก็ยังได้รับการนับถือ แต่คิดไม่ถึงว่าจะมีคนบางคนที่ไร้ยางอายมาออกหน้าปลุกระดมคนอื่นเช่นนี้ แต่ตัวเองกลับซ่อนตัวคอยแพร่ข่าวใส่ร้ายอยู่ในมุมมืด ไม่คู่ควรกับการเป็คนเลยจริงๆ!”
“เ้าพูดว่าอะไร? ข้าฟังไม่เข้าใจ ข้ากับเขาหนิงชุยเฟิงไม่เกี่ยวข้องอะไรกัน!” ดวงตาของชายคนนั้นเปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่สีหน้ายังคงเหมือนเดิม
เื่เช่นนี้ยิ่งปกปิดยิ่งเห็นชัด เขาจึงถูกนักพรตจำนวนมากดูถูก และนักพรตคนอื่นๆ ก็รู้ได้ทันทีว่า ทางเขาหนิงชุยเฟิงส่งคนมาก่อกวนสร้างปัญหาให้กับตระกูลลู่ ช่างเป็สำนักเล็กๆ ที่ไม่ยอมแพ้จริงๆ ต่อให้มีคนปรุงโอสถขั้นห้าคนหนึ่งแล้วอย่างไร? เมื่อเปรียบเทียบกับตระกูลใหญ่ระดับสูงเช่นตระกูลลู่แล้ว ไม่ว่าในด้านภูมิหลังหรือคุณสมบัติก็ยังห่างไกลกันลิบลับ
“ไสหัวไปให้พ้น เขาหนิงชุยเฟิงของพวกเ้าก่อนหน้านี้เสียสติกันมากไม่ใช่หรือ? ยาไท่หยวนนั้นยังราคาแพงกว่ายาชิง์น้อยนี้ของตระกูลลู่อีก แพงไม่ว่า แต่ยังไม่ขายให้ ตอนนี้เป็อย่างไร? คงขายไม่ออก? สมน้ำหน้า! ตอนนี้ข้าจะไปซื้อยาชิง์น้อย ให้พวกเ้าโมโหเดือดดาลกันไปเลย!”
