ความแค้นพรั่งพรูในใจ หลงเหยียนยกมือขึ้นมาฟาดอย่างต่อเนื่อง เพียะๆๆ ก่อนประกายรอยยิ้มที่มุมปาก การที่ฟาดเช่นนี้ทำให้ความแค้นของหลงเหยียนจางลง
“หลงเหยียน บัดซบ… มารดามันสิ…” เทียนหลางเดือดดาลถึงขีดสุด เขาสบถเสียงหยาบคายอย่างอดไม่ได้
เขาไม่สนความเป็ความตาย พุ่งเข้ามาหาหลงเหยียนทันที
หลงเหยียนมองเขาแล้วหัวเราะอย่างสะใจ “แม่นางนี่ชอบเ้ามาโดยตลอดไม่ใช่หรือ ตัวข้าตบบั้นท้ายนาง คิดว่าเ้าเองก็คงสะใจพิกลกระมัง”
ยอดฝีมือระดับชีพมนุษย์สองคนด้านหลังเทียนหลางแววตาตาเป็ประกาย ภาพที่น่าตระการตานี้หาดูได้ยากยิ่ง
ขณะที่หลงเหยียนพุ่งเข้ามาได้ยี่สิบเมตร เขาก็จับเว่ยเชียนมู่ขึ้นมาอีกครั้ง ดึงกางเกงนางขึ้น รวบรวมพลังปราณที่ฝ่ามือแล้วโยนเว่ยเชียนมู่ไปทางเทียนหลาง
บนท้องฟ้ามีเงาเลื่อนผ่านไป เสียงแหลมที่น่ากลัวดังขึ้น
เห็นแววตาที่โกรธกริ้วของเทียนหลาง ทำให้หลงเหยียนสะใจยิ่งนัก หากตอนนี้พละกำลังของตนเพิ่มขึ้น หลงเหยียนคงไม่ต้องหนีอย่างอนาถ
“หลงเหยียน ข้าจะเอาชีวิตเ้า!” เทียนหลางวิ่งเข้ามา ะโขึ้นไปยังเว่ยเชียนมู่ ยอดฝีมือระดับชีพมนุษย์ทั้งสองพุ่งเข้ามาข้างหลงเหยียนด้วยความเร็วปานสายฟ้า
หลงเหยียนรีบใช้วิชากายเคลื่อนไหว ฉวยเอาเงาของยอดฝีมือทั้งสอง หันไปยิ้มเย้ยหยันกับเทียนหลางคล้ายท้าทาย จากนั้นก็หายไปตรงหน้ายอดฝีมือทั้งสองราวกับสายลมที่พัดผ่านไป
“บัดซบ เ้าหลงเหยียนนั่นเร็วเกินไปแล้ว”
จนถึงตอนนี้ พวกเขาถึงรู้ว่าหลงเหยียนเคลื่อนไหวเร็วมากเพียงใด
“ต่อให้เมื่อครู่เขาไม่จับตัวเว่ยเชียนมู่ คาดว่าด้วยความเร็วของเ้าหมอนี่ก็คงหนีพ้น เป้าหมายที่เขาทำแบบนี้เพราะอยากหยามหน้าเว่ยเชียนมู่กับเทียนหลางหรือ?”
เมื่อนึกข้อนี้ได้ เวลานี้ มีหรือที่ยังจะเจอตัวหลงเหยียน
เทียนหลางใช้มือหนึ่งอุ้มเว่ยเชียนมู่ ความแค้นในแววตามากเสียจนไม่อาจบรรยายออกมาได้ ยิ่งไปกว่านั้น ยอดฝีมือทั้งสองไม่กล้าเข้าใกล้เขา กลัวว่าเทียนหลางจะะเิอารมณ์ใส่ตัว
ไม่ว่าอย่างไรเว่ยเชียนมู่ก็เป็ถึงหลานของตงจวิน ทั้งยังมีความรู้สึกดีต่อเทียนหลาง เดิมทีอยากหาสถานที่เงียบๆ จัดการนางเสียหน่อย ตอนนี้ดูหน้าตาที่โศกเศร้าของนาง รวมกับสิ่งที่หลงเหยียนทำเมื่อครู่ มีหรือที่เขาจะมีอารมณ์ทำเื่อย่างว่า
“พี่เทียนหลาง ท่านต้องแก้แค้นให้ข้านะ”
“ฮึ!” เทียนหลางแค่นเสียงแล้วเดินจากไป
เว่ยเชียนมู่เห็นเทียนหลางแสดงกิริยากับตนเช่นนี้ ใบหน้าที่น่ารังเกียจของหลงเหยียนก็ปรากฏในความคิด ความแค้นในใจก็เพิ่มขึ้น
“หลงเหยียน เ้ารอก่อนเถิด เป็เพราะเ้าคนเดียว หากไม่ใช่เพราะเ้า พี่เทียนหลางก็คงไม่โมโห พี่เทียนหลางถึงไม่ไยดีข้า ต่อให้จะฆ่าเ้าในนี้ไม่ได้ เมื่อไรที่กลับสำนักตงฟาง ข้าจะบอกท่านปู่ให้ท่านฆ่าเ้าเสีย”
เห็นแผ่นหลังของเทียนหลาง เว่ยเชียนมู่ก็ทรุดนั่งร้องไห้
ยอดฝีมือทั้งสองเดินเข้ามาปลอบใจ “คุณหนูมู่ เทียนหลางไม่ได้โกรธท่านหรอก เขา... เขาแค่โมโหเ้าหลงเหยียนนั่นมากเท่านั้นเอง” เมื่อนึกถึงร่างกายที่แวววาวของนาง ชายทั้งสองก็อดรู้สึกดีไม่ได้!
ถึงกระนั้น เมื่อนึกถึงแววตาที่เคียดแค้นของเทียนหลางก่อนจากไป พวกเขาก็หวาดกลัว
“ไสหัวไป พวกเ้าทั้งสองรีบไสหัวไป”
…
ไม่รู้ว่าหลงเหยียนหนีไปไกลเพียงใด สุดท้ายเขาก็หยุดลง หายใจหอบ จากนั้นสิงโตน้อยก็โผล่ศีรษะออกมาจากถุงผ้าเฉียนคุน
“พี่เหยียน เมื่อครู่ของท่านแข็งแล้วใช่ไหม”
“สิงโตน้อย ความคิดหยาบคาย!” คาดว่าต่อให้เทียนหลางหาตนเจอ ถึงอย่างไรก็คงไม่ง่ายเช่นนั้นแล้ว
เพื่อความปลอดภัย หลงเหยียนถอดป้ายประจำตัวของตนเก็บไว้ในถุงผ้าเฉียนคุน ไม่แน่เทียนหลางอาจรู้ตำแหน่งของตนผ่านป้ายประจำตัวนี่ก็ได้
มีเพียงมารดาเท่านั้นที่รู้เื่ป้ายประจำตัวของหลงเหยียน แววตาหลงเหยียนเจือความลังเล
“ท่านแม่ เป็ท่านจริงหรือ ท่านอยากดึงความสามารถข้าออกมา หรืออยากให้ข้าตายกันแน่?”
จนถึงตอนนี้หลงเหยียนก็ยังไม่เข้าใจ เหตุใดเว่ยเวยต้องทำเช่นนี้ด้วย
ในเมื่อเทียนหลางมีพลังถึงระดับชีพธรณี ส่วนตนอยู่ระดับชีพมนุษย์เริ่มแรกเท่านั้น ความแตกต่างของสองระดับนี้ ต่อให้หลงเหยียนเติบโตรวดเร็วเพียงใด เขาก็ต้องใช้เวลา
สิ่งที่หลงเหยียน้าทำต่อจากนี้คือการหาสถานที่เงียบๆ เพื่อฝึกบรรลุพลัง์ จากนั้นก็ผสานพลังสายฟ้าระลอกที่สิบ
เร่งให้ตนกลายเป็นักรบสายฟ้า
“สิงโตน้อย เ้ามีวิธีอะไรหรือไม่? ในเมื่อการที่จะผสานพลังสายฟ้า ข้าจำเป็ต้องหาสถานที่เงียบๆ ถึงจะได้”
สิงโตครุ่นคิดก่อนจะเอ่ยออกไป “โลกเฉียนคุน มองไปแล้วก็เหมือน์และผืนดินกว้างใหญ่ ทว่าในความเป็จริง ที่นี่เป็ห่วงห้วงมิติว่างขนาดใหญ่เท่านั้น พี่เหยียน เราลองไปหาเทือกเขากันเถิด ไม่แน่ที่นั่นอาจมีที่พักที่เราตามหาอยู่ก็ได้”
ขณะที่พูดอยู่นั้น หลงเหยียนก็พุ่งออกไปด้วยความเร็ว พลังจิตที่แข็งแกร่งปล่อยออกไปรอบๆ มุ่งหน้าด้วยความเร็วสูง หนีปีศาจอสูรขนาดใหญ่ ใช้เวลาฝึกให้น้อยที่สุด
ไม่นานหลงเหยียนก็เจอที่พักฝึกวิชาในซอกหุบเขาสูงชันกลางป่าลึก
หลงเหยียนคลานเข้าไปอย่างยากลำบาก ด้านในเป็ที่ว่างที่เพียงพอแก่การอยู่เพียงคนเดียว ลักษณะคล้ายหลุมซ่อนตัวของปีศาจอสูรขนาดเล็ก
ครั้งนี้หลงเหยียนเรียนรู้แล้ว เขากลืนยาซ่อนิญญา เริ่มฝึกวิชาโดยมีสิงโตน้อยเฝ้าข้างกาย
มันเป็สัตว์เทพระดับทองคำ มีพละกำลังทะลุทะลวง ทว่าพละกำลังเทียบเท่าระดับชีพมนุษย์ขั้นล่างของมนุษย์ แน่นอนว่าปีศาจอสูรทั่วไปก็ไม่กล้าเข้าใกล้
“เทียนหลางถูกหยามหน้า คิดว่าเขาต้องโมโหมากแน่ ตอนนี้พวกเขาคงกำลังหากริชทลายิญญานั่นอยู่กระมัง”
หลงเหยียนหลับตาลง นั่งขัดสมาธิ เริ่มรวบรวมพลังปราณในตัว จากนั้นเหนือศีรษะของเขาก็ปรากฏลำแสงจางๆ ที่คุ้นเคย
ลำแสงขยายวงกว้างออกไป ทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้า เมฆบนชั้นฟ้าและหลุมดำขนาดใหญ่เริ่มก่อตัว แม้กระทั่งหลงเหยียนยังััได้ถึงความร้อนระอุ รังสีปกคลุมไปทั่วพร้อมขยายใหญ่อย่างช้าๆ
พละกำลังเช่นนี้ เกรงว่าอาจทำให้ทั้งูเาราบเป็หน้ากลอง
ครั้งนี้หลงเหยียนใช้กายธาตุพลังขับเคลื่อนพลังปราณทั้งหมดในหินวิเศษ ชีพมนุษย์ภายในตัวของเขาก็ร้อนมากยิ่งขึ้น บนชีพมนุษย์ ิญญาัของหลงเหยียนก็เปลี่ยนเป็ดุร้าย
“ข้าหลงเหยียนต้องทำได้ ต้องทำได้…”
หลังจากเสียงะโดังกึกก้อง หลงเหยียนก็จมเข้าสู่การฝึกกายอย่างเต็มตัว เกิดหลุมดำขนาดใหญ่บนท้องฟ้า ครั้งนี้ทำให้หลงเหยียนเสียเวลาไปสองวัน ชั้นเมฆก่อตัวกันแ่า เสียงสายฟ้าดังสนั่น
เกรงว่าผู้ฝึกยุทธ์ที่อยู่ในโลกเฉียนคุนคงไม่มีทางเชื่อ ความพิศวงที่เกิดขึ้นบนท้องฟ้าในเวลานี้ จะมาจากความตั้งใจของใครบางคน
หลงเหยียนทิ้งทุกอย่างไปก่อน ใช้สมาธิทั้งหมดเพื่อรับพลังสายฟ้า เขาเตรียมพร้อมมาดีแล้ว เมื่อผ่านพ้นความเป็ความตาย ไม่แน่อาจเกิดการเปลี่ยนแปลง
มองความเป็ความตายตรงหน้า ทุกอย่างจะผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว ความไม่เที่ยงบนโลกใบนี้จะถูกผดุงโดยข้า ความ้าชัยชนะในวันนี้ ขอฟ้าโปรดประทาน เมื่อวันหน้าสำเร็จ ชัยชนะจะถูกคว้ามา
ไม่เสียแรงที่ข้าได้เกิดมาหนึ่งชาติ ได้ลองหนึ่งครั้ง ััความรักอย่างลึกซึ้ง เป็วีรบุรุษท่ามกลางสายโลหิต
ผู้ฝึกยุทธ์ใช้ทั้งชีวิตในการฝึกวรยุทธ์ บรรลุพลังของตัวเอง นั่นคือตัวแทนที่แสดงให้เห็นถึงความหาญกล้า หลงเหยียนพบว่าตอนนี้เขาบรรลุความหมายของชีวิตมนุษย์แล้ว
--------------------
