“นั่นเ้า..ถืออะไรมาด้วย”
“่เย็น ท่านแม่เรียกข้าไปพบ บอกว่าอยากให้ข้าเรียนเื่การปักผ้าด้วย ผู้หญิงจำเป็ต้องเรียนรู้สิ่งนี้ไว้” ชายหนุ่มพยักหน้า
“แล้วเหตุใดจึงถือมาด้วย”
“ข้าอยากให้ท่านดู ว่าฝีมือข้าเป็เช่นใดบ้าง” หลันฮวายื่นผ้า ที่มีการปักลวดลาย ดอกไม้อย่างง่าย ๆ ไว้
“ดอกเหมย” เขาเห็นแล้วจึงพูดเปรยออกมา ก่อนรอยยิ้มแสดงความดีใจของหลันฮวาจะคลี่ออก
“ท่านมองออกด้วยฤา ว่าที่ข้าปักนี้เป็ดอกเหมย”
“เหตุใดจะมองไม่ออก”
“เช่นนั้นฝีมือการปักผ้าของข้า ก็นับว่าใช้ได้ จริงฤาไม่” หลันฮวาเอ่ยถาม พร้อมรอคำตอบด้วยความหวัง ชายหนุ่มก้มมองดูลายบนผ้าปักอีกครั้ง จึงพยักหน้าขึ้นลง
“เช่นนั้น ข้าให้ผ้าผืนนี้แก่ท่าน ตอบแทนที่ท่านจะสอนข้านับเลข ดีฤาไม่” หวงซีเหรินอึกอักเล็กน้อย แต่เมื่อเห็นความตั้งใจของหญิงสาว เขาจึงรับไว้โดยไม่ขัด
หลันฮวานับเลยหลักหน่วยจนถึงหลักร้อย ทวนซ้ำอยู่หลายรอบ
“เจ็ดสิบแปด เจ็บสิบเก้า เจ็บสิบ!” หลังจากนางพูดจบก็โดนเขาใช้มือดีดหน้าผากเป็การลงโทษ นางหลับตาปี๋พลันขยี้ไปบริเวณที่รู้สึกเจ็บ
“กว่าจะนับได้ หน้าผากข้า คงบวมปูดเป็ลูกตำลึง” นางบ่นอุบอิบ ก่อนจะเงยหน้าเห็นสายตาเข้มมองตรงมา หญิงสาวจึงยิ้มแหย ๆ แล้วตั้งสมาธิเริ่มนับจากหนึ่งใหม่อีกรอบ
นานหลายชั่วยามนางก็ยังคงนับผิดอยู่เรื่อย ๆ และต้องนับใหม่จนกว่านับถึงหลักร้อยโดยไม่มีการผิด ซีห่าวใช้ความอดทนทดสอบและสอนนางด้วยความใจเย็นอย่างถึงที่สุด เพราะบางครั้งเมื่อนางอยากนอกเื่ ก็จะหาเื่อื่นมาชวนเขาคุยไปเรื่อย ๆ เพื่อที่จะไม่ต้องโดนดีดหน้าผากอีก เป็เช่นนี้อยู่หลายชั่วยาม
“แปดสิบแปด แปดสิบเก้า แล้ว...อะไรนะ” ซีห่าวเตรียมง้างมือ ขึ้นมาตรงหน้าหญิงสาว ก่อนนางจะรีบพูดขึ้น
“เก้าสิบ ใช่สิ เก้าสิบ” หลังจากนางตอบถูก เขาจึงหดมือกลับไป ก่อนเสียงหัวเราะเยาะ ของนางจะดังลอดออกมาด้วยความดีใจอย่างถึงที่สุด
เสียงหัวเราะของหลันฮวาดังลอดออกไปด้านนอก ที่มีไป๋เยี่ยนและหวงเฉิงเซ่อยืนฟังอยู่ไม่ไกลนัก รอยยิ้มของไป๋เยี่ยนเผยออกมาพร้อมกับหันไปยังสามีด้วยความสุขใจ
“ท่านเห็นฤาไม่ ว่าพวกเขามีความสุขมากเพียงใด มิใช่เพียงเพราะความงามของนางเพียงอย่างเดียว แต่ข้าเชื่อด้วยว่าซีเหรินหลงรักทุกอย่างที่เป็นาง ท่านอย่าได้หวาดระแวงถึงชาติกำเนิดของนางอีกเลย ไม่ว่านางจะเป็ใคร เมื่อลูกรักแล้วเราก็ควรรักด้วย” หวงเฉิงเซ่อปล่อยยิ้มให้กับคำพูดของภรรยา พลางดึงนางเข้ามาโอบไว้แบบหลวม ๆ
“ข้ารู้แล้ว นับจากนี้ไป ข้าจะวางเื่ทุกอย่างเกี่ยวกับนางลง ไม่ว่านางจะเป็ใครมาจากไหนก็ตาม ในเมื่อซีเหรินตัดสินใจแล้วข้าก็จะไม่ทำให้เขาลำบากใจ” สองสามีภรรยายังคงได้ยินเสียงนั้นลอดออกมาจากห้องของลูกชาย ก่อนจะตัดสินใจเดินกลับไป ปล่อยให้ซีเหรินมีความสุขอยู่กับสิ่งที่เขาเลือก
“พรุ่งนี้เ้าค่อยมาเรียนใหม่ วันนี้ดึกมากแล้วเ้าควรไปพักผ่อน” เมื่อหวงซีเหรินััถึงเวลาที่ผ่านเลยมา จึงยุติการสอนเพียงเท่านั้น พร้อมกับหญิงสาวเข้าใจได้อย่างง่ายดายและไม่คิดต่อต้าน
“เช่นนั้นข้ากลับไปนอนก่อน แต่ว่าพรุ่งนี้ข้าไม่อาจไปรอท่านที่โรงสินค้าได้” ซีเหรินขมวดคิ้วเล็กน้อย
“เหตุใดจึงไปไม่ได้ หากเ้าไม่ไปท่านพ่อกับท่านแม่อาจสงสัยถึงความสัมพันธ์ของเรา” เขาพูดขึ้น ก่อนที่รอยยิ้มแสนสวยของหลันฮวาจะคลี่ออก
“ท่านแม่จะสอนข้าทำอาหารอีกหลายอย่าง รวมถึงการปักผ้าด้วยเช่นกัน แต่ท่านไม่ต้องห่วง คืนพรุ่งนี้ข้าจะมาเรียนการนับเลขจากท่านอีก จนกว่าข้าจะนับได้ถึงหลักพัน” หญิงสาวพูดด้วยแววตาตั้งมั่น ก่อนที่ซีเหรินจะดึงมือนางลุกขึ้นช้า ๆ แล้วพาไปส่งยังหน้าประตู
“ข้าไปละนะ” หลันฮวายกมือขึ้นแล้วส่งยิ้มอ่อนให้เขา ก่อนจะหันตัวเดินกลับไป พร้อมซีเหรินยืนมองนางจนลับสายตา เขาจึงกลับเข้ามาในห้อง ก่อนจะหยิบเอาผ้าปักลายดอกเหมยขึ้นมา พร้อมรอยยิ้มที่แสดงออกมาอย่างไม่รู้ตัว
“ฝีมือเท่านี้ เหตุใดจึงโอ้อวดนัก” ซีเหรินส่ายศีรษะแล้วเก็บผ้าปักลายดอกเหมยไว้แนบกาย
สายลมพัดโบกไสว ยอดหญ้าและต้นไม้พากันกวัดแกว่งไปมาเบา ๆ ตามแรงลมที่มาปะทะ ร่างของหญิงชราพยายามเดิมตามกลุ่มคนด้านหน้าซึ่งเป็ทางขึ้นเขาที่ข้างลาดชัน กลุ่มคนของซีห่าวเดินขึ้นไปด้วยความยากลำบาก ทว่ายังคงเห็นทางเดินเก่าพอให้เดินตามขึ้นไปได้เป็ระยะ
“ยายฝู เดินให้ไว ๆ หน่อยได้ฤาไม่ เช่นนี้แล้วจะถึงศาลเ้าร้างเมื่อใดกัน” เฒ่าเกอไห่ะโดังออกมา ก่อนที่หญิงชราจะพยายามออกแรงเดินตามให้ทันกลุ่มคนด้านหน้า
ไม่นานนักเฒ่าเกอไห่ก็เห็นศาลเ้าร้างรำไร อยู่ด้านหน้า ก่อนที่ฝีเท้าของซีห่าว จะรีบพาทุกคนมุ่งตรงไปยังศาลเ้านั้น เมื่อมาถึงจุดหมายแล้ว ชายหนุ่มทอดสายตามองไปรอบ ๆ ด้วยความรู้สึกสังเวชใจอย่างถึงที่สุด ก่อนจะหันไปยังยายฝูอีกครั้งหนึ่งด้วยสายตาคับแค้นใจแทนใต้เท้าตงซัน
