บทที่ 102 การเผชิญหน้าของศัตรู
“นายน้อย ตระกูลเมิ่งคงอยากจะถ้ำนักพรตโบราณนี้ไว้แต่เพียงผู้เดียว ไม่คิดเลยว่าตระกูลเมิ่งที่อยู่ในทางใต้จะได้รับข่าวนี้ด้วย ช่างรู้ข่าวรวดเร็วมาก! ตรงกันข้ามกับตระกูลเจียงและตระกูลอวิ๋นที่ตั้งอยู่ทางเหนือกลับไม่รู้ข่าวอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว มันแปลกจริงๆ!” เฉินเสวียนพูดในสิ่งที่เขาคิดสงสัยอยู่ด้านหลังลู่อวี่
ลู่อวี่เองก็ไม่ค่อยแน่ใจเช่นกันว่ามันเกิดเื่อะไรขึ้น จับตาดูนักพรตที่เป็ผู้นำของตระกูลเมิ่งผู้ที่ทำให้สัตว์ประหลาดเฒ่าหลิวยอดฝีมือขั้นเกิดเทพเ้าที่ซ่อนตัวผู้นั้น ใกลัวหนีไป เขาพูดด้วยความไม่พอใจว่า “แต่เพียงผู้เดียว? พวกเขาฝันหวานแล้วล่ะ ข้ามาอยู่ที่นี่ตั้งหลายวันแล้ว ยังไม่พูดเลยว่าจะถ้ำนักพรตโบราณนี้ไว้แต่เพียงผู้เดียว เ้าพวกหมาแมวไม่กี่ตัวจากตระกูลเมิ่งมาเบ่งอวดใหญ่โตเช่นนี้รอบเดียว ทำราวกับจะถ้ำนักพรตโบราณนี้ไว้แต่เพียงผู้เดียว ไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำเลยจริงๆ!”
หลังจากหยุดครุ่นคิดกับความสงสัยของเฉินเสวียน เขาก็กล่าวออกมาด้วยความไม่แน่ใจว่า “แม้ว่าตระกูลเจียง และตระกูลอวิ๋นต่างก็ตั้งอยู่ในดินแดนทางเหนือ แต่ก็ตั้งอยู่ทางใต้สุดของดินแดนทางเหนือ ซึ่งค่อนข้างใกล้กับพื้นที่ราบตอนกลาง พวกเขาทั้งสองตระกูลควรจะให้ความสำคัญกับพื้นที่ราบตอนกลางถึงจะถูก แต่หากพิจารณาจากพฤติกรรมของนักพรตสันโดษพวกนั้น เห็นได้ชัดว่าไม่ได้้าขายข้อมูลให้กับตระกูลและสำนักใหญ่ๆ คงกลัวว่าจะไม่ได้ประโยชน์แต่กลับจะทำให้เกิดปัญหา คิดว่าที่ตระกูลเมิ่งรู้ข่าวน่าจะเป็เื่บังเอิญเสียมากกว่า”
เวลานี้เมิ่งเทียนซิ่งซึ่งยืนอยู่ด้านหลังนักพรตขั้นเกิดเทพเ้าผู้นั้น จู่ๆ ก็ออกมาจากฝูงชนและะโเสียงดัง “คนด้านล่าง พวกเ้าฟังข้านะ เ้าของถ้ำนักพรตโบราณแห่งนี้ มีส่วนเกี่ยวข้องมากมายกับตระกูลเมิ่งของเรา ดังนั้นทุกคนควรรีบถอยออกไป ไม่เช่นนั้นเมื่อถึงเวลาหากไม่ระมัดระวังอาจส่งผลร้ายแรงได้ จะมาว่าตระกูลเมิ่งของเราไร้มารยาทไม่ได้!”
ใบหน้าขอเมิ่งเทียนซิ่งแดงก่ำในเวลานี้ มีความฮึกเหิมอยู่ไม่น้อย ั้แ่ครั้งก่อนที่เขาถูกนายน้อยจอมเสเพลเกเรของตระกูลลู่ทุบตีอย่างรุนแรง เขาก็ถูกตระกูลกักตัวให้อยู่แต่ในตระกูล และถูกบังคับให้จำศีลภาวนาฝึกฝนอย่างหนัก จนกระทั่งระดับพลังยุทธ์ของเขาถึงขั้นฟันฝ่าในที่สุดเมื่อไม่นานมานี้ และรอดจากทัณฑ์์ของขั้นฟันฝ่ามาได้ ถึงได้มาปรากฏตัวต่อหน้าผู้คนอย่างภาคภูมิใจ
แน่นอนว่าสิ่งที่ทำให้เขาหัวใจเต้นฮึกเหิมมากยิ่งขึ้น ก็คือผู้เฒ่าที่มีความสัมพันธ์กันทางสายเืคนหนึ่งของตระกูลเมิ่งที่เดินทางออกหาประสบการณ์มาหลายปีประสบความสำเร็จ มีพลังยุทธ์ขั้นกำเนิดเทพเ้าอยู่นอกตระกูล สิ่งนี้ทำให้ตระกูลเมิ่งมียอดฝีมือขั้นเกิดเทพเ้าเพิ่มมาอีกคน ทำให้ตระกูลเมิ่งมีความแข็งแกร่งเพิ่งมากขึ้น! แม้ว่าผู้เฒ่าที่มีความสัมพันธ์กันทางสายเืผู้นี้ของตระกูลเมิ่งนี้จะไม่มีความรู้สึกเป็ส่วนหนึ่งกับตระกูลเมิ่งมากนัก แต่อย่างไรก็เป็สายเืของตระกูลเมิ่งอยู่ดี อีกทั้งยังบังเอิญได้รู้ข่าวเกี่ยวกับถ้ำนักพรตโบราณแห่งหนึ่ง ถึงได้เดินทางมาที่นี่ด้วยความหยิ่งผยอง คิดที่จะเข้ายึดครองที่นี่ไว้แต่เพียงผู้เดียว ซึ่งแสดงให้เห็นถึงอำนาจในตอนนี้ของตระกูลเมิ่ง เขายังสามารถใช้ประโยชน์จากมันได้ไม่น้อยเลยแล้วจะไม่ให้มีความสุขได้อย่างไรเล่า?
ทว่าบุรุษผู้นี้กลับเงียบขรึมมาโดยตลอด ดังนั้นครั้งนี้ที่มาก็มีหน้าที่รับผิดชอบในการดำเนินการและปกป้องนายน้อยทั้งสองของเขาเท่านั้น ส่วนเื่อื่นมันไม่อยู่ในสายตาของเขาทั้งสิ้น
นักพรตที่มาที่นี่เพื่อตามล่าหาสมบัติที่อยู่ด้านล่างต่างตกตะลึงและโกรธจัดเมื่อได้ยินเช่นนี้ ตระกูลเมิ่งช่างไร้เหตุผลสิ้นดี เหตุใดถึงได้บ้าอำนาจเช่นนี้ มาถึงก็จะไล่ทุกคนไป แล้วยังคิดไม่ถึงอีกว่าจะหน้าด้านกล้าพูดว่าเ้าของของถ้ำนักพรตโบราณนี้มีความสัมพันธ์อันดีกับตระกูลเมิ่งของเขา พวกเขาเหล่านี้มาถึงที่นี่กันอย่างน้อยก็สองสามวันแล้ว จะไม่รู้ได้อย่างไรว่านี่คือถ้ำของนักพรตโบราณที่มีอายุอย่างน้อยหมื่นกว่าปีแล้ว แต่ตระกูลเมิ่งช่างกล้าบอกว่ามีความสัมพันธ์อันดีกับตระกูลของพวกเขา!
อาศัยเพียงมีอำนาจที่แข็งแกร่งกว่าผู้คน แต่คนส่วนใหญ่ล้วนโกรธแต่ไม่กล้าพูดออกมา เมื่อครู่ยอดฝีมือขั้นเกิดเทพเ้าก็ใกลัวจนหนีไปแล้วคนหนึ่ง แล้วนักพรตเช่นพวกเขาที่มีระดับพลังยุทธ์สูงสุดเพียงขั้นตงซวนจะเป็คู่ต่อสู้ของตระกูลเมิ่งได้อย่างไร? แต่จะให้พวกเขาจากไปกันเช่นนี้ ก็ไม่ค่อยที่จะเต็มใจนัก ดังนั้นก็เลือกที่จะเงียบและค่อยสังเกตดูสถานการณ์แล้วค่อยมาว่ากันอีกที หากมีคนออกหน้า พวกเขามีกันตั้งมากมายก็ไม่จำเป็ที่ต้องไปกลัวตระกูลเมิ่งเช่นกัน
ตู้เสวียนเฉิงมองดูนักพรตขั้นเกิดเทพเ้าผู้นั้นของตระกูลเมิ่งด้วยสีหน้าเรียบเฉย และพูดกับลู่อวี่ที่อยู่ด้านข้างว่า “สหายน้อยลู่ นักพรตขั้นเกิดเทพเ้าผู้นี้ของตระกูลเมิ่ง คงจะบรรลุขั้นพลังยุทธ์มาขั้นเกิดเทพเ้าได้ไม่ถึงหนึ่งปี ต่อให้วิทยายุทธ์ คาถาและอาวุธวิเศษดีไม่น้อย ก็ไม่ใช่คู่ปรับของข้า ไม่ทราบว่าสหายน้อยมีแผนการอย่างไร? ส่วนนักพรตขั้นตงซวนพวกนั้นก็ไม่ใช่ยอดฝีมืออะไรนัก ดังนั้นเพียงฝีมือของสหายน้อย ก็คงจะปกป้องตัวเองได้อย่างเหลือเฟือ!”
ลู่อวี่ส่ายหน้าและตอบกลับไป “อันตรายในถ้ำนักพรตโบราณนั้นไม่อาจคาดเดาได้ นักพรตสันโดษด้านล่างเหล่านี้มันไม่ได้อยู่ในสายตาของข้า ขนาดสัตว์ประหลาดเฒ่าหลิวที่วิ่งหนีไปเมื่อครู่นี้ข้ายังไม่ให้เ้าไล่ไปเลย ตอนนี้ตระกูลเมิ่งมาแล้ว ก็ให้พวกเขาจัดการกับเอง ในเมื่อมาแล้ว ย่อมต้องแบกรับความเสี่ยงนี้ เพียงตระกูลเมิ่งไม่มายุ่งกับข้า และหากสามารถยืมมือจากตระกูลเมิ่งเข้าไปในถ้ำได้ก็เป็ทางเลือกที่ไม่เลวเลย!”
แน่นอนว่าในบรรดานักพรตสันโดษเ่าั้ก็ต้องมีคนที่แข็งแกร่งอยู่ กองกำลังขนาดเล็กที่มีคนมากกว่าสิบคนก้าวออกมาด้านหน้า ผู้นำกลับเป็ยอดฝีมือ่ปลายขั้นตงซวนผู้หนึ่ง เป็บุรุษที่มีใบหน้ารูปสี่เหลี่ยม คิ้วดกตาโต ดูราวกับมีอายุเพียงสามสิบเท่านั้น เขาพูดด้วยสีหน้าจริงจังว่า “ทุกอย่างเรียงลำดับหน้าหลัง ถึงก่อนมีสิทธิ์ก่อน พวกเรานักพรตสันโดษเองก็ไม่กล้าที่จะเข้าถ้ำนักพรตโบราณนี้ไว้แต่เพียงผู้เดียว เพียงการฝึกฝนนั้นก็ยากลำบากมากแล้ว หาก้าได้รับโอกาสและโชคชะตา ก็ต้องเพียรพยายามฝึกฝน ตระกูลเมิ่งทำเช่นนี้ย่อมวางอำนาจบาตรใหญ่เกินไป หรือว่าเจ็ดตระกูลใหญ่ในเทียนตูเป็คนที่ไร้เหตุผลเช่นนี้กันหมดหรือ?”
บุรุษผู้นี้มีแซ่ว่าหลี่ และมีนามว่าถัง เป็ประมุขของสำนักเล็กๆ หนึ่ง มีระดับพลังยุทธ์ใน่ปลายขั้นตงซวน หากไม่เกิดเื่ใหญ่อะไรขึ้น สำนักนี้จะต้องมีบทบาทอย่างแน่นอนในอนาคต
เมื่อเห็นมีคนออกหน้า จู่ๆ ก็มีคนในบรรดานักพรตเข้าร่วมและเริ่มส่งเสียงดัง
“ประมุขหลี่พูดถูก พวกเ้าคิดว่าถ้ำนักพรตโบราณนี้เกี่ยวข้องอะไรกับตระกูลเมิ่งของเ้า? เื่ในสมัยโบราณนานมามีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง!”
“ตระกูลเมิ่งได้รับการสืบทอดมาไม่กี่พันปีเท่านั้น จะเกี่ยวข้องอะไรกับถ้ำนักพรตโบราณนี้เมื่อหมื่นปีก่อนได้อย่างไร ไร้ยางอายจริงๆ!”
“ตระกูลเมิ่งใช้กำลังที่มีรังแกผู้อื่น พวกเรามาร่วมมือกัน จะปล่อยให้พวกเขาได้ไปง่ายๆ ไม่ได้อย่างแน่นอน!”
เมื่อเห็นนักพรตสันโดษด้านล่างะโกันโหวกเหวก เมิ่งเทียนซิ่งถึงกับหน้าถอดสี ไม่นานก็เอ่ยเยาะเย้ยอย่างชั่วร้าย “หุบปาก! เ้าพวกกลุ่มแกว่งเท้าหาเสี้ยน ในโลกแห่งการบำเพ็ญเพียร ผู้อ่อนแอก็ต้องตกเป็เหยื่อผู้แข็งแกร่งเสมอ ตระกูลเมิ่งของเราจะสถานที่แห่งนี้แต่เพียงผู้เดียว แล้วพวกเ้าจะทำอย่างไรได้?”
นักพรตท่านอื่นๆ ของตระกูลเมิ่งก็ให้ความร่วมมือเป็อย่างดี ทันทีที่เมิ่งเทียนซิ่งพูดจบ นักพรตผู้หนึ่งของ่ปลายขั้นตงซวนก็หันฝ่ามือและโจมตีไปที่กลุ่มนักพรตที่อยู่กันที่หนาแน่นที่สุด ความเร็วนั้นรวดเร็วไม่น้อย แสงสีฟ้าเท่ารอยฝ่ามือที่ใหญ่หลายฟุตถูกฟาดลงมาจากที่สูงทันใด
นักพรตสันโดษพวกนั้น ไม่คิดว่าตระกูลเมิ่งที่บอกว่าจะลงมือก็ลงมือทันที เมื่อเห็นฝ่ามือสีฟ้าขนาดั์นั้น ถึงกับก็วิ่งหนีกันไปคนละทิศทางด้วยความกลัว แม้ว่าพลังยุทธ์ของนักพรตเช่นพวกเขาพวกนี้ดูเหมือนจะไม่ได้ด้อยไปกว่านักพรตของตระกูลเมิ่ง แต่ไม่ว่าจะวิทยายุทธ์ในการฝึกฝน หรืออาวุธวิเศษที่ใช้ทั้งหมด ก็ไม่สามารถเทียบได้กับตระกูลใหญ่เหล่านี้ได้เลย เวลานี้จะกล้าดีเผชิญหน้ากับตระกูลเมิ่งได้อย่างไร!
“ตูม!” เสียงดังสนั่น ก้อนหินสีเข้มบนพื้นแตกกระจายเป็ชิ้นๆ ทันที มันปลิวพุ่งไปทุกทิศทาง แรงกระแทกโดนตัวนักพรต จนเกิดเสียงตุบตับ มีนักพรตหลายคนมากที่มีพลังยุทธ์ไม่พอถึงกับถูกกระแทกและได้รับาเ็
เมื่อก้มมองดูบนพื้นดินอีกครั้ง ตอนนี้ก้อนหินที่นักพรตสันโดษยืนอยู่ก็มีหลุมขนาดใหญ่ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางมากกว่าสิบฉื่อ และลึกสองถึงสามจั้งเผยออกมาให้เห็น นี่เพราะนักพรตผู้นั้นของตระกูลเมิ่งออมมือให้ และไม่อยากจะปลุกเร้าความโกรธแค้นของทุกคนถึงได้ปล่อยพลังออกมาเพียงฝ่ามือเดียว
ชายชราขั้นตงซวนของตระกูลเมิ่งที่ดูเหมือนจะอายุหกเจ็ดสิบปี ที่ใช้พลังของฝ่ามือเมื่อครู่นี้พูดออกมาอย่างเ็า “ใครกล้าโวยวายเสียงดังอีกต้องตาย!”
ในเวลานี้นักพรตสันโดษทุกคนต่างหวาดกลัวกับวิธีการบ้าอำนาจของตระกูลเมิ่งกันไปหมดแล้ว ต่อให้ข้าวของในถ้ำนักพรตโบราณจะดีเพียงไหน ก็ไม่สำคัญเท่ากับชีวิต เมื่อเห็นว่าตระกูลเมิ่งตั้งใจแน่วแน่แล้วว่าจะขับไล่พวกเขาออกไปให้ได้พวกเขาจึงทำได้เพียงขยับเดินออกไปอย่างช้าๆ แม้แต่กลุ่มนักพรตที่ยืนขึ้นออกหน้าในตอนแรกก็คิดที่จะออกไปหลังจากลังเลและไตร่ตรองดูอีกครั้ง
หากออกไปกันเช่นนี้ ตระกูลตัวเองก็จะดูอ่อนแอเกินไปจนน่าอาย ดังนั้นหลังจากเดินไปได้ระยะหนึ่ง หลี่ถังก็หันกลับมาและพูดด้วยน้ำเสียงที่เ็าว่า “ไม่มีสิ่งใดคงทนถาวร แม้ภูผาจะไม่เคลื่อน แต่สายธารบนภูผายังรินไหล ไม่มีสิ่งใดไม่เปลี่ยนแปลง หวังว่าพวกเราจะพบกันอีก!”
แม้ว่าเขาจะพูดอย่างแข็งกร้าว แต่มันก็เป็เพียงท่าทีที่แข็งนอกอ่อนใน เพียงเพราะ้ารักษาหน้าไว้หน่อยเท่านั้น ใครก็ตามที่มีสายตาที่เฉียบแหลมก็ดูออกกันหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มของพวกเขาในหมู่นักพรตสันโดษแล้วก็ไม่ถือว่าอ่อนแอ เพราะมีนักพรตสามท่านที่มีพลังยุทธ์อยู่ขั้นตงซวน หากไม่ใช่เพราะตระกูลเมิ่งมีนักพรตขั้นเกิดเทพเ้ามาด้วยผู้หนึ่ง พวกเขาทุกคนคงกล้าที่จะลงมือประชันฝีมือความแข็งแกร่งกับตระกูลเมิ่งกันสักหน่อยแล้ว
เมิ่งเทียนซิ่งคิดไม่ถึงว่าครั้งแรกที่ตัวเองออกมาปรากฏตัว กลับถูกคนหักหน้า และไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ ตอนนี้กลับมาพูดว่าอะไรนะหวังว่าจะพบกันอีก เช่นนี้จะแก้แค้นตัวเองหรือตระกูลเมิ่งกันแน่?ถึงกับรู้สึกโกรธและโมโหเดือดดาลไม่น้อยอยู่ในใจ ก่อนจะแสยะยิ้มอย่างชั่วร้ายและพูดเสียงดังว่า “หวังว่าจะมีโอกาสพบกันอีก? หากพวกเ้ากลับมาคุกเข่าขอโทษข้าตอนนี้ ก็จะเลิกแล้วต่อกัน ไม่อย่างนั้นก็อย่าหวังว่าจะได้ออกไปวันนี้ เอาชีวิตของพวกเ้าทิ้งไว้ให้ข้าตรงนี้แหละ!”
หลี่ถังโกรธจัด แต่ใบหน้าของเขากลับค่อยๆ ซีดขาว เขาบอกกับตัวเอง ไม่ว่านักพรตขั้นตงซวนของตระกูลเมิ่งจะแข็งแกร่งเพียงไหน เขาคิดว่าสามารถจัดการกับพวกนั้นได้ แต่อีกฝ่ายมียอดฝีมือขั้นเกิดเทพเ้า นี่แหละคือเหตุผลหลักที่เขายอมถอยให้แบบสมัครใจ แต่ใครจะรู้ว่าคนพวกนี้กัดไม่ปล่อย อีกทั้งยังมาดูถูกให้ตัวเองและคนอื่นๆ ไปคุกเข่าขอโทษ เสียชีพได้ แต่ไม่ยอมเสียศักดิ์ หากถูกบีบบังคับจนไม่มีทางเลือก งั้นมันคงต้องสู้กันสักครั้ง แต่น่าเสียดายสำหรับลูกศิษย์พวกนี้ที่มากับตัวเอง ที่ต้องมาแลกชีวิตเพราะความโกรธของตัวเอง
นักพรตขั้นเกิดเทพเ้าผู้นั้นของตระกูลเมิ่งก็หันสายตามาในเวลานี้เช่นกัน เขาตรึงพลังไว้ที่ตัวคนเหล่านี้ ซึ่งเห็นได้ชัดว่าหากคนเหล่านี้ทำการเปลี่ยนแปลงใดๆ ก็จะฆ่าพวกเขาทันที
ในขณะที่ทั้งสองฝ่ายตกอยู่ในสถานการณ์ตึงเครียด “ฮ่า!” เสียงหัวเราะเยาะก็ดังก้องไปทั่วทั้งหุบเขา แม้ว่าเสียงจะแ่เบา แม้แต่คนที่มีระดับพลังยุทธ์ต่ำที่สุดก็สามารถได้ยินอย่างชัดเจน
“ใครมาทำลับๆ ล่อๆ อยู่ที่นี่?” เมิ่งเทียนซิ่งผู้มียอดฝีมือขั้นเกิดเทพเ้าอยู่เคียงข้าง มีหรือจะยำเกรงอะไร ะโเสียงดังโดยที่ไม่แม้แต่จะดู เพื่อแสดงถึงอำนาจบาตรใหญ่!
“เ้าหนูเทียนซิ่ง เ้ายังไม่พัฒนาเลยนะ สุนัขจิ้งจอกอ้างบารมีเสือพอเสแสร้งทำอะไรก็มักราบรื่นไปทุกเื่ ตระกูลเมิ่งของพวกเ้าอบรมสั่งสอนลูกหลานได้น่าผิดหวังจริงๆ!”
ทุกคนในตระกูลเมิ่งโกรธจัด แต่ไม่ว่าพวกเขาจะค้นหากันอย่างไรก็หาคนที่พูดไม่พบว่าอยู่ที่ไหน แม้แต่ยอดฝีมือขั้นเกิดเทพเ้าผู้นั้นก็เหมือนกัน ทำได้เพียงขมวดคิ้วแน่นและมีลางสังหรณ์ที่ไม่ดีเกิดขึ้นในใจ
“ไร้สาระ ไอ้คนซ่อนหัวโผล่หาง ช่างกล้าพูดดังหน้าไม่อาย หากแน่จริงก็ออกมายืนต่อหน้าคุณชายเทียนซิ่งแล้วพูดสิ!” เมิ่งเทียนซิ่งโกรธจนอกแตก เมื่อครู่ถูกกลุ่มมดนักพรตสันโดษหักหน้า ตอนนี้มีคนะโออกมาตบหน้าอีกคน หรือว่าเมิ่งเทียนซิ่งอย่างเขาไม่น่าเกรงขามเลยหรือ ใครก็รังแกได้เช่นนั้นหรือ!?
แต่ก่อนที่เขาจะพูดจบ ก็สังเกตเห็นหมอกสีขาวกลิ้งอยู่ไม่ไกล จากนั้นก็มีร่างคนหลายร่างโผล่ออกมาจากหมอก
“เ้าเช่นนั้นหรือ! ลู่อวี่?” ไม่เพียงแต่เมิ่งเทียนซิ่งเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเมิ่งเทียนอวิ๋นที่ไม่เปิดเผยตัวที่ยืนอยู่ข้างหลังด้วยถึงกับชักสีหน้าตามๆ กัน เขาจำได้ทันทีที่เห็น เหมือนนายน้อยตระกูลลู่ลู่อวี่ คุณชายผู้สูงศักดิ์ที่ออกมาหาประสบการณ์ข้างนอก
เพียงแต่น้ำเสียงที่ตกตะลึงและโมโหของเมิ่งเทียนซิ่งแฝงไปด้วยความหวาดกลัว ในขณะที่เมิ่งเทียนอวิ๋นยิ่งประหลาดใจมากกว่า!
พี่น้องทั้งสองเคยได้รับาเ็อย่างหนักด้วยน้ำมือของลู่อวี่ เมิ่งเทียนซิ่งพบกับลู่อวี่ครั้งแรกระหว่างทางกลับตระกูลลู่ หลังจากปะทะคารมกันก็ถูกทุบตี อีกทั้งยังโดนแย่งชิงเอาแหวนลับของเขาไป แต่เมิ่งเทียนอวิ๋นเจอกันในระหว่างการต่อสู้ระหว่างทั้งสองตระกูล และได้รับาเ็สาหัสจวนจะตายจากนิ้วทะลวงฟ้าของลู่อวี่บนเวทีประลอง หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ตอนนี้เขาคงกลายเป็คนพิการไปแล้ว ดังนั้นสองคนนี้จึงแค้นลู่อวี่เข้ากระดูกดำไม่รู้ลืม แล้วจะจดจำเขาไม่ได้ได้อย่างไร!
