บทที่ 7 ผจญภัยในป่าหิมพานต์
"ระวัง!"
รัญจวนตวาดลั่นพร้อมกระชากบังเหียนม้าให้เบี่ยงตัวหลบ ทันใดนั้น เงาสีมรกตขนาดมหึมาพุ่งพาดผ่านศีรษะนางไปเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด! มันคือ กุญชรวารี สัตว์เทพที่มีกายเป็ช้างทว่าท่อนล่างเป็ปลา เกล็ดสีครามสะท้อนแสงแดดระยิบระยับ มันะโขึ้นมาจากลำธารอาถรรพ์ที่ขวางทางอยู่เบื้องหน้า พ่นละอองน้ำมหาศาลที่มีฤทธิ์ทำให้หลับใหลเข้าใส่คณะเดินทาง
"พสุธา! กำแพงดิน! อัคนี! เผาม่านน้ำนั่นซะ!"
สิ้นคำสั่ง พสุธากระแทกฝ่ามือลงพื้นดิน บังเกิดกำแพงหินมหึมาผุดขึ้นมาป้องกันเหล่าเนตรอสูรไว้ได้ทันท่วงที ขณะที่อัคนีขยับปลายนิ้ว เปลวไฟสีดำอมน้ำเงินลุกโชนพรึ่บทั่วอากาศ ระเหยละอองน้ำมหาศาลให้กลายเป็ไอในพริบตา รัญจวนถีบตัวทะยานออกจากหลังม้าประดุจลูกศร!
นางเคลื่อนไหวด้วยความเร็วที่เหนือขีดจำกัดของมนุษย์ วิเคราะห์จุดตายด้วยทักษะจารชน ฉับ! คมมีดกรีดผ่านจุดรวมปราณหลังใบหูของสัตว์เทพอย่างแม่นยำ กุญชรวารีชะงักกงันก่อนที่รัญจวนจะกระแทกฝ่ามือแฝงพลังอสูรเข้าที่หน้าผากจนสัตว์ร้ายต้องหมอบราบสั่นเทิ้มด้วยความเกรงบารมี
ยังไม่ทันได้หยุดพัก เสียงกรีดร้องแหลมสูงจนแก้วหูแทบะเิดังกึกก้องมาจากฟากฟ้า เงาทมิฬขนาดมหึมาแผ่ขยายปกคลุมผืนป่าจนมืดมิดประดุจสุริยุปราคา วิหคเทวะทัณฑิมา สัตว์ปีกขนาดั์ที่มีส่วนหัวเป็ช้างทว่ามีพละกำลังมหาศาลพอจะโฉบช้างทั้งตัวขึ้นไปกินบนยอดเขา มันพุ่งดิ่งลงมาจากก้อนเมฆด้วยความเร็วเสียง กรงเล็บโลหะที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าเหล็กกล้ากางออกหมายจะฉีกร่างของทุกคนให้เป็ชิ้นๆ
"เป้าหมายถูกล็อค... วิเคราะห์จุดบอดสำเร็จ" รัญจวนพึมพำลอดไรฟัน แววตาของนางนิ่งสงบประดุจน้ำแข็งขั้วโลก
นางสั่งการอย่างรวดเร็วประดุจระบบประมวลผลการรบชั้นยอด
"กาฬทมิฬ! แปลงกายเป็เงาสังหาร พุ่งขึ้นไปพันธนาการปีกซ้ายของมันไว้! อัคนี! สร้างศรเพลิงพิฆาตให้ข้า เดี๋ยวนี้!"
รัญจวนถีบตัวทะยานขึ้นไปบนยอดไม้สูงด้วยความพริ้วไหวประดุจภูตผี นางคว้าศรเพลิงสีนิลที่อัคนีเนรมิตขึ้นมาไว้ในมือ ท่วงท่านั้นหาใช่การง้างธนูแบบธรรมดา ทว่านางกลับบิดกายกลางอากาศ 360 องศาเพื่อสร้างแรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลาง รีดเร้นพลังอสูรบริสุทธิ์ทั้งหมดลงไปที่แขนขวา
"หายไปซะ!"
นางเหวี่ยงศรเพลิงนั้นพุ่งแหวกอากาศประดุจขีปนาวุธนำวิถีจากโลกอนาคต! ศรเพลิงแหวกม่านอากาศจนเกิดคลื่นกระแทกปักเข้าที่ขั้วปีกของนกั์อย่างแม่นยำจนะเิออกเป็วงกว้าง ร่างมหึมาของทัณฑิมาเสียการทรงตัว ร่วงหล่นลงมากระแทกพื้นดินเสียงดังสนั่นหวั่นไหวดั่งอุกกาบาตตก
รัญจวนหมวนกายร่อนลงมาหยุดตรงหน้าวิหคั์ที่กำลังชักดิ้นชักงอ นางปักมีดสั้นอาคมลงบนพื้นดินเบื้องหน้ามัน รัศมีอสูรสีชาดแผ่ขยายกดทับจนอากาศรอบด้านหนักอึ้งประดุจตะกั่ว วิหคเทวะทัณฑิมาที่เคยดุร้ายพลันสิ้นฤทธิ์ มันหมอบราบลงก้มกราบแทบเท้าของนางด้วยความศรัทธาและหวาดกลัวในอำนาจที่เหนือกว่าอย่างสิ้นเชิง
เมื่อจัดการนกั์ได้พวกเขาไม่รอช้ายิ่งเร่งรีบเดินทาง ยิ่งลึกเข้าไป อากาศยิ่งหนาแน่นด้วยไอสังหารที่รุนแรงกว่าเดิม บรรยากาศรอบด้านเงียบสงัดจนน่าขนลุก ทันใดนั้น เงาสีดำวูบวาบพุ่งทะยานผ่านพุ่มไม้ด้วยความเร็วที่เหนือกว่าเสียง แม้แต่เนตรอสูรของเมรียังแทบจับภาพไม่ทัน!
โฮก!!!
เสียงคำรามกึกก้องที่ทำเอาต้นไม้ใหญ่สั่นสะท้อนประดุจเกิดแผ่นดินไหว เสือโคร่งขนาดั์ที่มีขนสีดำสนิทประดุจหินนิล ลำตัวสลักเสลาด้วยลายพาดกลอนสีเงินยวงที่เรืองแสงวาบ ๆ ทุกครั้งที่มันเคลื่อนไหว ที่สำคัญคือกลางหลังของมันมีปีกนกอินทรีย์ขนาดั์สีเทาหม่นสยายกว้าง มันคือ นิลพยัคฆ์เหินลม สัตว์นักล่าระดับสูงสุดของป่าหิมพานต์ที่ขึ้นชื่อเื่ความหยิ่งพยองและไร้ปรานีที่สุดในห่วงโซ่อาหาร
มันพุ่งทะยานจากอากาศลงมาหมายจะฉีกร่างของรัญจวนเป็ชิ้นๆ ด้วยกรงเล็บอาบยาพิษ ทว่าจารชนสาวกลับกระตุกยิ้มเหี้ยม แววตาของนางวาวโรจน์ด้วยความสนุกสนานแบบที่คนสติปกติไม่มีวันทำ
"อยากลองดีกับข้าอย่างนั้นหรือ? เ้าเหมียว!"
รัญจวนไม่ได้หลบ ทว่านางกลับสวนกลับด้วยท่วงท่าที่โเี้และแม่นยำประดุจเครื่องจักรสังหาร นางสไลด์ตัวลงต่ำลอดใต้ท้องของเสือั์ที่กำลังพุ่งผ่าน มือขวาคว้าหมับเข้าที่ขาหลังของมัน ส่วนมือซ้ายกระแทกหมัดอสูรทลายทัพเข้าที่จุดรวมประสาทกลางอกของมันอย่างจัง!
ปัง!!!
แรงกระแทกมหาศาลทำให้ร่างมหึมาของเสือั์กระเด็นหวืดไปกระแทกต้นไม้ใหญ่จนหักโค่น แต่มันยังไม่ยอมแพ้ นิลพยัคฆ์คำรามลั่นด้วยความโกรธจัด สยายปีกกว้างพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าเพื่อเตรียมโฉบลงมาจู่โจมอีกครั้ง ทว่ารัญจวนกลับเร็วกว่า! นางถีบตัวจากพื้นดินพุ่งขึ้นไปยืนบนหลังของมันกลางอากาศประดุจเงาตามตัว
"ขึ้นที่สูงแล้วคิดว่าจะรอดเหรอ?"
รัญจวนใช้แขนเรียวบางทว่าแข็งแกร่งประดุจปลอกเหล็กล็อคคอเสือั์ไว้แน่น อีกมือหนึ่งรีดเร้นพลังอสูรสีชาดจนกลายเป็โซ่ตรวนิญญารัดกระดูกสันหลังของมันไว้ นางไม่ได้ใช้มีดสังหาร แต่นางใช้จิตสังหารที่รุนแรงและมืดมิดยิ่งกว่าป่าหิมพานต์ทั้งป่ารวมกันกดทับลงไปในจิติญญาของสัตว์ร้าย
"สยบต่อข้า... หรือจะให้ข้าควักหัวใจเ้าออกมากินแทนอาหารเช้า!"
เสียงของรัญจวนเย็นะเืเสียจนน้ำในอากาศกลายเป็น้ำแข็ง รัศมีอสูรที่แผ่ออกมานั้นกดดันจนนิลพยัคฆ์ที่เคยหยิ่งยโสรู้สึกถึงความตายที่มาประชิดคอหอยเป็ครั้งแรกในชีวิต มันััได้ว่าสตรีผู้นี้ไม่ใช่เหยื่อ แต่คือบรรพบุรุษแห่งความตายที่แท้จริง
ร่างมหึมาที่เคยเกรี้ยวกราดพลันสั่นเทิ้มประดุจใบไม้ร่วง มันร่อนลงแตะพื้นอย่างอ่อนแรง ก่อนจะค่อย ๆ หมอบราบแทบเท้าของรัญจวน ท่าทางดุดันมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงเสียงครางเครือในลำคอที่แสดงถึงการยอมจำนนต่อจอมราชันย์อย่างหมดใจ
"ดีมาก... จากนี้ไปเ้าชื่อนิลกาล"
รัญจวนลูบหัวเสือั์ด้วยท่าทางที่เปลี่ยนจากนางมารเป็นายหญิงผู้เมตตาในพริบตา ทว่าสิ่งที่ทำให้ขุนพลอสูรทั้งสามถึงกับอ้าปากค้าง คือเมื่อรัญจวนสะบัดมือ พลังงานลึกลับที่นางสื่อสารผ่านจิตพลันทำให้ร่างมหึมาของเสือั์หดเล็กลงจนเหลือเท่าแมวตัวโต ๆ ทว่ายังมีปีกเล็ก ๆ ที่ดูน่าเกรงขามและน่ารักไปพร้อมกัน
"นายหญิง! ท่านสยบนิลพยัคฆ์ที่แข็งแกร่งที่สุดในเขตป่าชั้นนอกได้ในเวลาเพียงชั่วอึดใจ!"
กาฬทมิฬอุทานด้วยความนับถืออย่างที่สุด
"ในโลกที่ข้าจากมา ของแบบนี้เขาเรียกว่าสยบสัตว์เลี้ยง "
รัญจวนเอ่ยพลางอุ้มนิลกาลที่บัดนี้ทำท่าทางคลอเคลียนางอย่างประจบประแจง
"ไปสอดแนมทางข้างหน้าซะ หากเจอพวกมนุษย์หน้าโง่คนไหนหลงเข้ามา ขย้ำมันให้จมเขี้ยว แล้วคาบหัวมันมาให้ข้าดู!"
เ้าแมวป่าจำแลงรับคำสั่งก่อนพุ่งตัวหายไปในม่านหมอกอย่างรวดเร็ว เสียงหัวเราะที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจของรัญจวนดังกึกก้องไปทั่วป่าหิมพานต์ การผจญภัยที่แท้จริงได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว และดูเหมือนว่านางพญาอสูรคนนี้กำลังจะเปลี่ยนป่าอาถรรพ์ที่น่าเกรงขามให้กลายเป็สนามเด็กเล่น ส่วนตัวของนางเสียแล้วสิ!
ในขณะที่ป่าหิมพานต์กำลังสว่างไสวด้วยแสงทิพย์และการผจญภัยที่เปี่ยมไปด้วยพลัง ทว่าบรรยากาศภายในวังหลวงศิขรินทร์กลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง
ความเงียบงันที่น่าอึดอัดปกคลุมไปทั่วทุกตารางนิ้ว ยอดปราสาททองคำที่เคยทอประกายบัดนี้ดูหม่นหมองประดุจถูกเมฆหมอกแห่งความตายเข้าบดบัง ทางเดินหินอ่อนที่เคยสะอาดสะอ้านกลับมีเศษใบไม้แห้งปลิวว่อนไปตามลม ไร้ซึ่งเสียงหัวเราะของเหล่านางสนมกำนัลที่เคยเริงร่า เหลือเพียงเสียงฝีเท้าของทหารยามที่เดินตรวจตราด้วยท่าทางหวาดระแวง
นับั้แ่ขุมทรัพย์มหาศาลของวังหลวงถูกรัญจวนกระชากกลับคืนไป ความพินาศลึกลับก็กัดกินหัวใจของเขตพระราชฐานทันที ภายในกำแพงวังที่เคยอร่ามเรืองด้วยแผ่นทองคำและมณีประดับ บัดนี้เหลือเพียงรอยกะเทาะของหินและอิฐที่เย็นชืด เครื่องเรือนสลักเสลาอันเป็ดั่งหน้าตาของราชวงศ์ถูกดูดกลืนหายไปทิ้งไว้เพียงห้องโถงที่ว่างเปล่าและเสียงลมพัดผ่านช่องโหว่ที่เคยมีสมบัติสถิตอยู่ บรรยากาศภายในวังหลวงอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความตายที่ไร้รูปพรรณ และความหวาดกลัวที่เริ่มก่อตัวขึ้นท่ามกลางข้าราชบริพารที่เริ่มตระหนักว่าความมั่งคั่งที่คอยค้ำจุนชีวิตพวกตนได้อันตรธานไปสิ้นแล้ว
ณ ท้องพระโรงหลวงที่บัดนี้ดูโอ่โถงทว่าอ้างว้าง
พระเ้าชัยเสนประทับอยู่บนบัลลังก์ที่ครั้งหนึ่งเคยบุด้วยผ้าไหมทองเลิศเลอ ทว่าบัดนี้มันกลับเหลือเพียงโครงไม้และหินที่เย็นชืด ฉลองพระองค์ที่ทรงสวมใส่ดูหลวมโคร่งไปถนัดตา พระพักตร์ที่เคยสง่างามสำอางบัดนี้ซูบตอบ ขอบพระเนตรดำคล้ำจากการไม่ได้พักผ่อนมาหลายราตรี เขาจ้องมองไปยังหีบทองคำใบสุดท้ายที่เหลือเพียงเศษเหรียญด้วยดวงตาที่คลั่งแค้นและสิ้นหวัง
"เงิน... เงินอยู่ที่ไหนหมด!!!"
ชัยเสนตวาดลั่นจนเสียงแหบพร่า เขาขว้างหีบเปล่าลงจากแท่นบรรทมแรงกระแทกนั้นทำให้นิ้วของเขาสั่นระริก
เขากำลังตกอยู่ในนรกแห่งความวิตกกังวล แผนการอันยิ่งใหญ่ที่จะสร้างกองทัพมหึมาเพื่อยกพลไปบดขยี้แคว้นศัตรูและรวบรวมแผ่นดินให้เป็หนึ่งเดียว แผนการที่เขาเคยวาดฝันว่าจะกลายเป็จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ บัดนี้มลายหายไปต่อหน้าต่อตา! กองพลทหารเกราะเหล็กที่สั่งทำพิเศษ รถศึกอาคมที่ต้องใช้มณีธาตุในการขับเคลื่อน และการจ้างกองกำลังทหารรับจ้างจากทั่วสารทิศ... ทุกอย่างต้องใช้เงินทองมหาศาลที่เขาเคยมี ทว่าบัดนี้เขากลับไม่มีแม้แต่เงินจะจ่ายค่าเบี้ยหวัดให้ทหารยามหน้าประตูวังด้วยซ้ำ!
"ข้าจะทำอย่างไรดี... ข้าจะทำอย่างไร!"
เขาะโก้องพลางทึ้งผมตัวเองจนยุ่งเหยิง ความคิดในสมองปั่นป่วนจนแทบจะะเิออกเป็เสี่ยงๆ หากศัตรูรู้ว่าศิขรินทร์บัดนี้เป็เพียงถุงเงินเปล่าพวกมันย่อมไม่รอช้าที่จะบุกเข้ามาขยี้หัวใจกษัตริย์ที่ไร้กำลังผูี้ให้จมดิน
"ฝ่าา... เสวยอะไรสักหน่อยเถิดเพคะ"
เสียงหวานอาบยาพิษของจันทรเทวีดังขึ้นเบา ๆ นางเดินเข้ามาพร้อมถาดอาหารจืดชืด ทว่าบัดนี้แม้แต่ใบหน้าที่เคยงดงามประดุจดอกบัวขาวของนางก็ดูหมองหม่นลง รัศมีที่เคยสว่างไสวกลับกลายเป็ความอับเฉา ผิวกายที่เคยผุดผ่องเริ่มปรากฏรอยคล้ำจาง ๆ ประดุจคนต้องมนตร์ดำเสียเอง
"ข้ากินไม่ลง!" ชัยเสนตวาดลั่นพลางปัดถาดอาหารจนร่วงหล่น
"จันทรเทวี เ้าบอกข้าว่าหากกำจัดนางั์นั่นไป แผ่นดินจะสงบสุข แต่ดูสิ! ตอนนี้นางขนเอาสมบัติของแคว้นนี้ไปด้วย และทิ้งไว้เพียงซากปรักหักพัง! ความยิ่งใหญ่ของข้า กองทัพของข้า ทุกอย่างหายไปพร้อมกับนาง!"
จันทรเทวีเม้มริมฝีปากแน่นจนห้อเื ดวงตาคู่สวยฉายแววริษยาและหวาดกลัว นางพยายามปั้นสีหน้าให้ดูเป็กังวลก่อนจะเอ่ยรายงาน
"ฝ่าา... มีสายรายงานจากชายแดนเพคะ ว่าพระนางวรัญณีพานางสิบสองบุกฝ่าเข้าไปในป่าหิมพานต์แล้วเพคะ ป่าต้องห้ามที่แม้แต่ยอดนักรบที่เป็มนุษย์ยังไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยชื่อ ป่านนี้นางคงถูกสัตว์ร้ายรุมฉีกทึ้งจนไม่เหลือซากแล้วเพคะ อย่าทรงกังวลไปเลย..."
จันทรเทวีแสยะยิ้มบางเบาภายใต้เงามืด แผนการของนางหาใช่เพียงการกำจัดเสี้ยนหนามหัวใจ แต่มันคือการเปิดทางเพื่อกลืนกินวังศิขรินทร์ที่ไร้ซึ่งเกราะคุ้มกันอย่างวรัญณี นางเตรียมหยิบยื่นความวินาศให้แก่ชัยเสนและอาณาจักรนี้ด้วยมือของนางเอง บัดนี้หมากทุกตัวถูกวางไว้แล้ว เหลือเพียงรอให้ป่าหิมพานต์ทำหน้าที่เป็สุสานของนกพญาหงส์ที่ปีกหัก
**** เ้าแห้งชัยเสน ถูกคนวางแผนบนหัวยังไม่รู้ตัวอีก ****
