ถังซินหยุนขบริมฝีปากเบาๆ นางเผยสีหน้าเด็ดเดี่ยวฟาดฟันใส่ลำตัวอสรพิษหลากสีที่พุ่งออกมาจากพงหญ้าด้านขวา ประกายไฟแลบแปลบจากจุดที่ฟันถูกตัวอสรพิษสายรุ้ง แม้จะถูกฟันจนปลิวกระเด็นแต่มันกลับไม่ได้รับาเ็อันใด
ถังซินหยุนฉวยโอกาสชั่วขณะนี้กวาดตามองป้าจ้าว จึงพบว่าแม้สตรีวัยกลางคนจะโหมจู่โจมราวคลุ้มคลั่งก็ยังไม่อาจฝ่าวงล้อมของศัตรูออกมาได้ ได้ยินเสียงที่เสี่ยวไป๋ร่ำร้องเปี่ยมด้วยความเดือดดาลและสิ้นหวัง ดวงตาถังซินหยุนก็ฉายแววสิ้นหวังแต่ก็ถูกแทนที่ด้วยความมุ่งมั่นไม่หวั่นไหวในทันที นางใช้กระบี่ในมือต้านรับการโจมตีจากค้างคาวสีดำอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันก็พยายามขยับเข้าใกล้ป้าจ้าวทีละน้อย
หลังจากแยกทางกับพวกไป๋หยุนเฟยทั้งสามในเมืองกู่ยี่ นางและป้าจ้าวก็เร่งรุดเดินทางอย่างระมัดระวัง พวกนางมาถึงเมืองเกายี่ในยามเช้าของวันนี้ แต่คิดไม่ถึงว่าหลังจากเข้าเมืองได้ไม่นานจะถูกซุ่มจู่โจมโดยไม่ทันตั้งตัว หากไม่ใช่เพราะเสี่ยวไป๋ตื่นตัวขึ้นทั้งคู่คงถูกคร่ากุมั้แ่เริ่มถูกจู่โจมแต่แรกแล้ว
หลังจากศัตรูเผยตัวออกมา ทั้งถังซินหยุนและจ้าวม่านฉาก็ตระหนักได้ทันทีว่าอีกฝ่ายมาจากสำนักเ้าอสูร ทั้งยังมาเพื่อชิงเสี่ยวไป๋กลับคืนไป เมื่อเข้าใจกระจ่างทั้งสองจึงรีบหลบหนีออกจากเมืองเกายี่ทันที กระนั้นศัตรูกลับไม่ล้มเลิกความพยายาม พวกมันไล่ติดตามพวกนางที่พยายามหลบหนีอย่างไม่ลดละ สุดท้ายพวกนางก็ถูกศัตรูสกัดไว้ได้ที่บริเวณนี้และถูกบีบให้ต้องต่อสู้อย่างดุเดือด
เสียงครวญครางแ่เบาจากป้าจ้าวสร้างความตื่นตระหนกให้แก่ถังซินหยุนยิ่ง นางรีบหันกลับไปมองก็เห็นป้าจ้าวกำลังหลบเลี่ยงการจู่โจมจากใต้ดิน ขณะเดียวกันวานริญญาก็ส่งเสียงกรีดร้องออกมา พลังสีเหลืองของธาตุดินทะลักออกจากตัวมันและผนึกรวมอยู่ที่แขนขวา เมื่อรวบรวมพลังได้มากพอแขนขวามันก็พลันยืดออกอีกครึ่งหนึ่งขณะที่เล็บของมันผนึกแสงสีส้มเข้มข้นไว้โดยรอบ วานริญญาอาศัยการถีบขาอันทรงพลังกับพื้น กระโจนใส่จ้าวม่านฉาพร้อมกับเหวี่ยงแขนขวาโจมตีใส่หว่างเอวของนางอย่างหักโหม
“ป้าจ้าว!!”
ถังซินหยุนร่ำร้องอย่างแตกตื่นขณะที่ถูกค้างคาวั์ตรงหน้าบีบให้ถอยหลัง ชั่วขณะที่นางจะพุ่งเข้าไปหาป้าจ้าว ก็พลันมีลมหมุนปรากฏขึ้นที่ด้านหลังกวาดใส่ถังซินหยุนที่ไร้การป้องกันจนลอยออกไป แม้ลมหมุนจะไม่ทรงพลังแต่ก็ยังยกร่างของนางขึ้นในอากาศสูงหลายวา จากนั้นก็เหวี่ยงถังซินหยุนกระแทกพื้นอย่างหนักหน่วง
ส่วนอีกด้าน ป้าจ้าวถูกวานริญญาจู่โจมใส่หว่างเอวจนเซไปสองก้าว นางอดไม่ได้ต้องกระโลหิตออกมาคำหนึ่ง โดยที่เอวด้านซ้ายปรากฏรอยแผลลึกขึ้นสี่รอย
หลังจากกระอักโลหิตออกมา สายตาป้าจ้าวก็ฉายแววคลุ้มคลั่ง นางโคจรพลังิญญาอย่างเร่งร้อนพร้อมกับยกกระบี่ยาวที่เปล่งแสงสีส้มขึ้นมา จากนั้นป้าจ้าวคำรามเสียงต่ำพร้อมกับวาดคมกระบี่ใส่พื้นเบื้องล่างโดยไม่ลังเล
นี่เป็เคล็ดิญญาเดียวกับที่เคยใช้ต่อสู้กับไป๋หยุนเฟยในเมืองกู่ยี่นั่นเอง เพียงแต่พลังที่ใช้ออกยามนี้กลับเหนือกว่าหลายเท่าตัว พื้นดินในรัศมีห้าวารอบตัวป้าจ้าวถูกม้วนขึ้นตามแสงสีส้มเจิดจ้าที่ผนึกรวมเป็คมกระบี่ทะลวงผ่านพื้นดินออกไป เดิมทีวานริญญาคิดจะรุกไล่ต่อแต่ก็ถูกพลังแสงสีส้มซัดใส่ ปรากฏเืเนื้อกระเซ็นซ่านจากไหล่ของมันจนปรากฏแผลลึกจนถึงกระดูกขึ้น
คนจากสำนักเ้าอสูรเมื่อได้เห็นก็ตื่นตระหนกยิ่ง มันรีบเร่งเร้าพลังิญญาขึ้น วานริญญาก็พลันส่งเสียงกรีดร้องแสบแก้วหู พลางหลบเลี่ยงกระบี่แสงนับไม่ถ้วนพร้อมกับพยายามจะล่าถอย
ภายในชั่วไม่กี่ลมหายใจ กระบี่แสงนับร้อยเล่มก็พุ่งวาบทะลวงใส่พื้นรอบกายป้าจ้าว พริบตานั้นพื้นทางด้านขวาของนางก็เริ่มสั่นะเืก่อนจะได้ยินเสียงเอี๊ยดอ๊าดดังขึ้น ดวงตาป้าจ้าวพลันกระจ่างวูบก่อนจะแค่นเสียงพลางรั้งกระบี่ยาวในมือขึ้น เมื่อป้าจ้าวเคลื่อนไหวกระบี่แสงนับร้อยเล่มรอบกายก็คล้ายได้รับคำสั่ง จึงมาชุมนุมอยู่เหนือศีรษะนางขึ้นไปราวห้าวา พริบตาต่อมาพวกมันก็ผนึกรวมกันกลายเป็กระบี่แสงสีส้มเจิดจ้าขนาดมหึมา
แทบจะเป็เวลาเดียวกับที่ป้าจ้าวชูกระบี่ขึ้น กระบี่มหึมาที่เกิดจากพลังมหาศาลก็ก่อรูปร่างโดยสมบูรณ์ นางไม่รอช้ารีบวาดกระบี่ชี้ไปด้านขวา ยามชี้ไปยังจุดที่พื้นดินบังเกิดเสียง‘แกรก’ขึ้น กระบี่พลังงานขนาดั์ที่ลอยอยู่เหนือศีรษะก็ทิ่มแทงลึกลงไปที่บริเวณนั้นทันที
“ชี่!!”
เสียงกรีดร้องดังก้องทั่วบริเวณคราหนึ่งจากนั้นพื้นดินก็สั่นะเืจนน่ากลัว ไม่ช้าก็ไม่ได้ยินเสียงอันใดอีก กระบี่ั์ค่อยๆแตกออกกลายเป็สะเก็ดแสงก่อนจะสลายไปในที่สุด มองเห็นจ้าวม่านฉาคุกเข่าลงข้างหนึ่งใช้กระบี่ยันตัวเองไม่ให้ล้มลงกับพื้นพร้อมกับหอบหายใจ
สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ ทำให้ใบหน้าของชายวัยกลางคนหน้ายาวกลายเป็แดงฉาน มันอดไม่ได้ต้องกระอักโลหิตออกมาพร้อมสีหน้าฉายแววเหลือเชื่อ
แม้จะาเ็สาหัส แต่ป้าจ้าวยังสามารถใช้เคล็ดิญญาอันร้ายกาจกำจัดอสูริญญาตัวหนึ่งไปได้ ทั้งหมดเกิดขึ้นภายในเวลาไม่ถึงอึดใจ ขณะที่อู๋เซินมองดูอู๋หลินที่กระอักโลหิตออกมา มันก็แค่นเสียงเ็าราวกับไม่พอใจ เมื่อมองไปยังป้าจ้าวอีกครั้งสายตาก็ทอแววเดือดดาล มันโบกมือขวาวิหคสายฟ้าที่อยู่ห่างออกไปก็ร้องเสียงยาว หลังจากหลบเลี่ยงคมมีดสายลมจากเสี่ยวไป๋ก็พลันวกกลับมาพุ่งใส่ป้าจ้าว
ชั่วขณะนั้น ถังซินหยุนที่ล้มลงกับพื้นยังไม่ทันได้ยืนขึ้น ยามมองเห็นว่าวิหคสายฟ้ากำลังจะจู่โจมทำอันตรายป้าจ้าวซึ่งกำลังฟื้นตัว นางก็สีหน้าแปรเปลี่ยน ยามอับจนปัญญาจึงได้แต่ร้องว่า “เสี่ยวไป๋!”
ความคิดของเสี่ยวไป๋เชื่อมโยงกับถังซินหยุน มันจึงเข้าใจเจตนาของนางได้ทันที ขณะที่ตอบรับด้วยเสียงร้องแ่เบาก็สยายปีกพุ่งเข้าหาป้าจ้าวด้วยความเร็วที่ไม่ด้อยกว่าวิหคสายฟ้าแม้แต่น้อย
อีกด้านหนึ่ง สายตาของฟางฮ่าวและไท่ผิงก็ทอประกายวูบก่อนจะมีปฏิกิริยาโดยพร้อมเพียง วิหควายุที่ด้านหลังเสี่ยวไป๋พลันหยุดชะงักก่อนจะสยายปีกออก บังเกิดคมมีดสายลมมากมายกรีดฝ่าอากาศดังหวีดหวิว กระนั้นมันไม่ได้มุ่งเป้าที่เสี่ยวไป๋ แต่กลับเล็งเป้ามาที่ถังซินหยุนที่กำลังประคองตัวลุกขึ้นแทน!!
อินทรีขนทองก็ส่งเสียงร้องออกมาพร้อมกับโฉบลงราวกับเงาสีทอง มันไล่ตามคมมีดสายลมอย่างว่องไวพร้อมกับกรงเล็บแหลมคมราวเหล็กกล้าที่ทอแสงสีทองเข้มข้น
เสี่ยวไป๋เพิ่งบินไปได้ไม่กี่สิบวาก็พบความผิดปกติที่ด้านหลัง เสี่ยวไป๋ไม่ลังเลแม้แต่น้อย มันส่งเสียงกรีดร้องพร้อมกับละทิ้งการช่วยเหลือจ้าวม่านฉาในทันที พลังิญญาทะลักออกจากร่างเสี่ยวไป๋ที่หันกลับอย่างฉับพลัน มันบินกลับมาถึงข้างกายถังซินหยุนได้ทันเวลาพอดี จากนั้นสยายปีกออกเพื่อคุ้มกันถังซินหยุนทันที
“ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ” เสียงปะทะดังสะท้อนจากหลังของเสี่ยวไป๋ จากนั้นขนสีขาวของมันก็ปลิวเวียนว่อน มิหนำซ้ำยังมีหยดเืกระเซ็นออกมาร่วมกับขนอีกด้วย...
แสงสีทองโฉบวาบผ่านก่อนจะได้ยินเสียงดังทึบแว่วเข้าหูของถังซินหยุน จากนั้นเืสดๆก็กระเซ็นซ่านใส่ใบหน้าของนาง ใต้ปีกซ้ายของเสี่ยวไป๋ก็ปรากฏแผลลึกขึ้นสามรอยแล้วเืก็ฉาบย้อมขนสีขาวราวหิมะของมันในทันที
ขณะเดียวกันก็มีเสียงหนักทึบดังสะท้อนมาจากทางป้าจ้าว แม้นางจะสามารถหลบหลีกวิหคสายฟ้าได้อย่างหวุดหวิด แต่ก็ยังคงถูกตะกุยไหล่ขวาเปิดเนื้อออกจนโลหิตกระเซ็นซ่าน ที่สำคัญหลังจากถูกวิหคสายฟ้าตะกุยใส่ด้วยกรงเล็บแฝงพลังธาตุอัสนีก็ร่างชาด้าน จนความเคลื่อนไหวของป้าจ้าวเฉื่อยชาลง
โชคร้ายที่ในห้วงวิกฤตเช่นนี้อู๋เซินกัดฟันโบกมือออกพร้อมกับสีหน้าฉายแววมุ่งร้าย ดวงตาของวานริญญาก็ปรากฏแววกระหายเื หลังจากจึงะโขึ้นในอากาศสูงห้าวา มันก็กระโจนใส่ป้าจ้าวที่กึ่งคุกเข่าอยู่ที่พื้น!
ถังซินหยุนคล้ายจะแตกตื่นต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกะทันหันจนทำอะไรไม่ถูก กระนั้นคู่ต่อสู้ของนางกลับไม่ได้แตกตื่นด้วย หลังจากวิหควายุและอินทรีขนทองทำร้ายเสี่ยวไป๋จนาเ็แล้ว พวกมันก็โฉบลงอีกครั้งโดยไม่ชะงักแม้แต่น้อย ทั้งสองตัวหวังจะชิงความได้เปรียบด้วยการจู่โจมอย่างต่อเนื่อง ส่วนวิหคสายฟ้าหลังจากร้องออกมาก็พุ่งเข้าหาเสี่ยวไป๋อีกครา มันพุ่งเข้าไปด้วยความเร็วปานสายฟ้าจนมองดูคล้ายเกาทัณฑ์สีม่วง
ชั่วพริบตาที่เลินเล่อกลับส่งผลให้ตกอยู่ในสถานการณ์อันสิ้นหวัง
อู๋เซินเหยียดยิ้มเ็าที่มุมปาก แม้จะต้องสิ้นเปลืองพลังมากกว่าที่คิดไว้ แต่สถานการณ์ในยามนี้นับว่าแน่นอนแล้ว ที่จริงหากไม่ใช่เพราะไม่อาจลงมือสังหารถังซินหยุนเนื่องจากนางก่อพันธะิญญากับปักษาไร้เงาไว้ ย่อมไม่มีทางที่ถังซินหยุนกับจ้าวม่านฉาจะสามารถยืนหยัดได้นานถึงเพียงนี้ ยามนี้พวกมันเพียงต้องนำปักษาไร้เงาและหญิงสาวนี้กลับไปก็นับได้ว่าทำงานสำเร็จ ส่วนสตรีวัยกลางคนนั้นจะปล่อยให้อู๋หลินได้ระบายโทสะที่ถูกนางฆ่ากุ้งก้ามปฐีของมันไป
จู่ๆ สีหน้าอู๋เซินก็ชะงักค้าง ขนทั่วร่างลุกชี้ชันราวแท่งเข็ม มันมีปฏิกิริยาโดยสัญชาติญาณ แสงสีม่วงบนร่างสาดแสงเจิดจ้าพร้อมกับกระโจนไปด้านซ้ายอย่างไม่ลังเลโดยไม่นำพาว่าจะเสียกิริยาปานใด
ลำแสงสีแดงฉานพุ่งเข้าใส่พร้อมกับที่เสียงคำรามกึกก้องดังสะท้อนข้างหูของทุกคนที่ในบริเวณนั้น
“หยุดมือ!!”
