ตอนที่ 11
ฉันเจอเธอแล้ว
“แคร่ก... แคร่ก...”
ศพที่ลุกขึ้นนั่งในห้องดับจิตเริ่มขยับเขยื้อนร่างกาย พวกมันคลานลงมาจากเตียงเข็นด้วยท่าทางแข็งทื่อราวกับซอมบี้
ฉากที่ชวนขนหัวลุกขนาดนี้ทำให้ผู้ชมในห้องไลฟ์สดถึงกับคร่ำครวญ แม้จะเคยผ่านสมรภูมิหน้าจอมามาก แต่ภาพที่เห็นตรงหน้ามันสยองจนหนังศีรษะชาไปหมด
เมื่อเห็นคอมเมนต์ถาโถมมาด้วยข้อความ [ขอพลังคอมเมนต์คุ้มครอง] จนเต็มหน้าจอ มุมปากของชิงหลี่ก็ยกยิ้มอย่างเ้าเล่ห์
เพื่อให้รายการไลฟ์สดมีสีสันขึ้นอีกนิด เธอก็ร่ายมนตร์อย่างรวดเร็ว ยันต์ในปลายนิ้วมอดไหม้เป็เถ้าถ่าน ทันใดนั้น ไอหยินที่มองไม่เห็นและผีนับร้อยตัวก็ปรากฏขึ้นในกล้องไลฟ์สดอย่างไม่ทันตั้งตัว!
ผีหน้าตาอัปลักษณ์ยืนตระหง่านอยู่หลังศพ พวกมันเชิดร่างศพที่แข็งทื่อให้ขยับเขยื้อน ค่อยๆ ก้าวเท้าเข้าหาเบื้องหน้าทีละก้าว…
[ เชี่ยยยย ]
[ เชี่ยยย (คำอุทาน) ]
[ เมนต์บนนี่อัจฉริยะจริงๆ เวลานี้ยังจะมาใส่หมายเหตุในวงเล็บอีก ]
[ แม่เ้า จู่ๆ ผีโผล่มาเพียบเลยได้ไงวะนั่น? ]
[ พวกผียืนอยู่หลังศพ... สรุปคือพวกมันกำลังเชิดศพอยู่ใช่ไหม? ]
มีคนเริ่มมองเห็นความจริงเข้าแล้ว
“คุณชิงหลี่ครับ... เรา... เราหนีกันดีไหมครับ?”
หลินจื่อโจวอยากจะร้องไห้แต่ไม่มีน้ำตา ขาทั้งสองข้างสั่นพะเยิบพะยาบจนคุมไม่อยู่
ใบหน้าของชิงหลี่ยังคงประดับด้วยรอยยิ้มราบเรียบดุจสายน้ำ เธอเอ่ยอย่างเนิบนาบว่า “ใจเย็นๆ เคสเล็กๆ”
ก็แค่ศพไม่กี่ร้อยร่างกับผีไม่กี่ร้อยตัวเองไม่ใช่เหรอ?
[ ยัยหนูบ้านนอกเลิกโม้เหอะ ถ้าแกหนีตอนนี้ฉันสัญญาว่าจะไม่ดูถูกแกเลย ]
ผู้ชมคนหนึ่งเพิ่งจะพิมพ์คอมเมนต์เสร็จ แต่กลับเห็นชิงหลี่ชูมือเรียวขาวนุ่มนิ่มขึ้น ในมือนั้นมีแผ่นยันต์สีเหลืองหม่น 5 ใบที่วาดลวดลายประหลาดด้วยชาดสีแดง
แม้จะผ่านหน้าจอ แต่ผู้คนนับไม่ถ้วนกลับััได้ถึงกลิ่นอายอันทรงพลังที่แผ่ออกมาจากยันต์เ่าั้
ศพทั้งหมดหยุดชะงักกะทันหัน ราวกับภาพหน้าจอถูกกดปุ่มหยุดสต็อป
ริมฝีปากของชิงหลี่ขยับพะงาบๆ ร่ายคาถาที่ลึกซึ้งและซับซ้อน ยันต์ธรรมดา 5 ใบพลันส่องแสงเจิดจ้าบาดตาจนผู้ชมในไลฟ์แทบตาบอดไปตามๆ กัน
“ทำลาย!”
เสียงใสๆ ะโก้องฝ่าแสงจ้า ดุจเสียงกลองศึกที่ตัดสินชะตา
“เปรี้ยงงงงง! ——”
เสียงะเิดังสนั่น สายฟ้านับไม่ถ้วนผ่าฝ่าความมืดมิดของห้องดับจิตลงมาพร้อมๆ กัน เสียงกรีดร้องโหยหวนปานจะขาดใจสลายกลายเป็เถ้าถ่านในชั่วพริบตา
เศษซากศพกระเด็นกระดอนไปทั่วทุกทิศทาง
ภาพนี้สั่นะเืหัวใจทุกคนที่ดูอยู่
เนิ่นนานกว่าจะมีคอมเมนต์หนึ่งปรากฏขึ้น: [ ปาฏิหาริย์แห่งเทพ ] คำสองคำนี้ปักลึกลงไปในใจของทุกคน
พวกเขารู้สึกเหมือนได้เห็น—เทพเ้า—ตัวจริง!
เมื่อสายฟ้าสงบลงพร้อมกับฝุ่นที่เริ่มจางหาย สภาพของห้องดับจิตก็ปรากฏแก่สายตา
ผีร้ายทั้งหมดกลายเป็เถ้าธุลี พื้นปูนที่แตกละเอียดเต็มไปด้วยเศษเนื้อเศษซากแขนขาที่กระจัดกระจาย ไม่เหลือศพไหนที่สมบูรณ์เลยแม้แต่ร่างเดียว
“เรียบร้อย”
ชิงหลี่หัวเราะเบาๆ พลางปัดฝุ่นที่ติดอยู่บนเสื้อนวมตัวเก่ง วางมาดผู้ชนะอย่างมีสไตล์
พอเห็นห้องไลฟ์เงียบกริบ เธอก็บุ้ยปากอย่างไม่พอใจ: “ทุกคนอย่าลืมเปย์ของขวัญนะคะ”
อุตส่าห์สร้างฉากอลังการให้ดู แถมใช้ยันต์สายฟ้าไปรวดเดียว 5 ใบ ถ้าไม่ได้ของขวัญนี่ขาดทุนยับเลยนะ!
คำเตือนของชิงหลี่ทำให้ผู้ชมที่ตะลึงจนค้างได้สติ ของขวัญเริ่มถูกส่งมารัวๆ จนเต็มหน้าจอราวกับได้ฟรี
แต้มความนิยม: 30 ล้าน+ แต้มความนิยม: 50 ล้าน+ แต้มความนิยม: 100 ล้าน+!
สตรีมเมอร์หน้าใหม่ที่ไลฟ์ครั้งแรกแล้วมียอดแต้มความนิยมทะลุร้อยล้านและยังคงพุ่งทะยานไม่หยุด นี่คือการทุบสถิติสูงสุดเป็ประวัติการณ์ของแพลตฟอร์ม
แม้แต่ระบบที่แสนเย่อหยิ่งยังอยู่เฉยไม่ได้ รีบโผล่มาแนะนำ: [ คำเตือน: แต้มความนิยมสามารถใช้ซื้อไอเทมในมอลล์ได้นะครับ ]
“ฉันจำได้ว่าตอนที่กำจัดผีครั้งแรก พวกคุณยังใจดีแจกไอเทมให้ฟรีชิ้นหนึ่งเลย ทำไมคราวนี้ไม่มีล่ะ?” ชิงหลี่เลิกคิ้วถามด้วยน้ำเสียงกวนๆ
เธอเริ่มสงสัยตะหงิดๆ ว่าระบบแอบอมของรางวัลของเธอไปหรือเปล่า?
ระบบเงียบหายไปทันที: [ ...... ]
ไม่ใช่ว่ามันอยากจะอมหรอกนะ แต่มันไม่เคยมีใครกำจัดผีทีเดียว 438 ตัวมาก่อนเลยโว้ยยย ระบบหลักเลยไม่ได้เตรียมของรางวัลสำหรับสเกลนี้ไว้!
ทันใดนั้น สายตาของชิงหลี่ก็เปลี่ยนไปฉับพลัน แววตาคมกริบ: “คิดจะหนีเหรอ?”
ขวานั์ในมือถูกเหวี่ยงออกไปสุดแรง จามเข้าที่เสาปูนค้ำยันห้องดับจิต
ห้องดับจิตทั้งห้องสั่นะเืเบาๆ ฝุ่นปูนร่วงกราวลงมา
“อ๊ากกกกกก! ——”
เสียงร้องโหยหวนดังสะท้อน เด็กชายที่หายตัวไปเมื่อครู่ปรากฏตัวขึ้นข้างเสาปูน ทว่าร่างกายของเขาถูกฟันขาดเป็สองท่อน ลำตัวส่วนบนที่กำลังคลานหนีทำเอาเครื่องในไหลลงมากองกับพื้น
ดวงตาที่เคยชั่วร้ายและอาฆาต บัดนี้เต็มไปด้วยความหวาดกลัวสุดขีด เขาไม่เคยเจุ์ที่น่าสยดสยองขนาดนี้มาก่อนในชีวิต
“จับ... ได้... แล้ว...”
ชิงหลี่ค่อยๆ เดินเข้าไปหาทีละก้าว ใบหน้าที่ดูเยาว์วัยใสซื่อดูไร้พิษสง แต่กลับน่ากลัวยิ่งกว่าผีร้ายหลายเท่านัก
เธอยกยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาวเรียงสวย
“หนีสิ... ดูซิว่าจะหนีไปไหนได้?”
“ไม่... อย่า... อย่าทำผม!”
เด็กชายร้องลั่นด้วยความขวัญเสีย เมื่อก่อนเคยซ่าแค่ไหน ตอนนี้สภาพอนาถยิ่งกว่านั้นหลายเท่า
“ไม่ต้องห่วงค่ะ หนูเป็คนดี ‘ให้เกียรติคนชราและรักใคร่เด็กน้อย’ อยู่แล้ว” ชิงหลี่ยิ้มอย่างอ่อนโยนที่สุด
ผู้ชมที่มองดูเด็กชายที่ถูกฟันขาดสองท่อนถึงกับนิ่งอึ้ง: [ ...... ]
เออ... ยัยหนู "รักเด็ก" ได้ใจจริงๆ!
ยันต์แผ่นหนึ่งถูกแปะลงบนหน้าผากเด็กชาย ดวงตาของเขาเริ่มพร่ามัว ร่างกายค่อยๆ สลายหายไปทีละนิด
“จบ... จบแล้วใช่ไหมครับ?”
หลินจื่อโจวเดินขาสั่นพั่บๆ เข้ามาหา
ห้องดับจิตที่เคยคึกคักไปด้วยศพและผี บัดนี้เหลือเพียงชิงหลี่และเขาที่เป็คนเป็เพียงสองคน เขาถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก
ทว่าชิงหลี่กลับมีสีหน้าเรียบเฉย เธอออกแรงดึงเพียงนิด ขวานั์ที่ฝังอยู่ในเสาปูนก็หลุดออกมาอยู่ในอุ้งมือเธออย่างมั่นคง
“ยังไม่จบ” เสียงของชิงหลี่เย็นเยือก
หลินจื่อโจวที่เพิ่งจะคลายใจก็กลับมาเกร็งอีกรอบ เขากลืนน้ำลายอึกใหญ่ เดินตามหลังชิงหลี่ไปอย่างว่าง่าย
แผ่นหลังที่ดูบอบบางนั่นกลับให้ความรู้สึกปลอดภัยอย่างบอกไม่ถูก
ชิงหลี่เดินลึกเข้าไปในส่วนที่ลึกที่สุดของห้องดับจิต ไฟฉุกเฉินบนเพดานกะพริบถี่ๆ สะท้อนกับคมขวานที่เย็นเฉียบจนดูเหมือนแสงสังหาร
“หนาว... หนาวอีกแล้วครับ”
หลินจื่อโจวกระชับเสื้อแน่น แม้ยันต์คุ้มครองตรงหน้าอกจะแผ่ความร้อนออกมาไม่หยุด แต่ไอเย็นนี้มันเสียดแทงลึกเข้าไปถึงิญญา
ชิงหลี่หยุดฝีเท้า หลินจื่อโจวก็รีบเบรกตามทันที
เบื้องหน้าของพวกเขา คือผนังปูนที่เพิ่งฉาบเสร็จใหม่ๆ
ผนังปูนสีเทาเข้มดูแปลกแยกจากผนังสีซีดรอบๆ อย่างเห็นได้ชัด หรือว่าข้างหลังนี้จะมีความลับซ่อนอยู่?
“ปัง! ——”
ชิงหลี่ไม่ลังเลเลยสักนิด เธอจามขวานใส่เต็มแรง เศษปูนแตกกระจายร่วงกราว และสิ่งที่ซ่อนอยู่หลังผนังปูนนั้นก็ปรากฏออกมาสู่สายตา
ศพ…
จะพูดให้ถูกคือ ศพแห้งที่ไม่มีหัว
ศพแห้งนั้นมีขนาดตัวไม่ใหญ่โตนัก สวมชุดคนไข้เก่าๆ ที่หลวมโพรก นั่งตัวตรงในท่าทางสงบเสงี่ยม มีหยากไย่พันรอบตัวจนดูรุงรัง และเห็นแมลงที่ชอบความมืดชื้นเจาะทำรังอยู่ในร่างนั้น
ทว่า…
ดวงตาของหลินจื่อโจวจ้องเขม็งไปที่มือของศพแห้งร่างนั้น มือที่แห้งเหี่ยวทั้งสองข้างกำลัง "โอบกอดศีรษะที่ยังคงดูสดใหม่สมบูรณ์" ไว้หัวหนึ่ง ซึ่งหน้าตาของหัวนั้น... เหมือนกับรูปถ่ายในประวัติคนไข้ที่เขาเจอในห้องทำงานเป๊ะๆ
นั่นคือศีรษะของ — มู่ฉิง
“เจอตัวแล้วนะ...”
ชิงหลี่ทวนคำพูดเดิม มือเรียวเอื้อมไปลูบไล้ใบหน้าบนศีรษะดวงนั้นอย่างอ่อนโยน
