เมื่อเห็นไช่เอี๋ยนนิ่งเงียบไป เจินซิ่วก็นึกว่าเธอไม่ยอมปล่อยตัวหยางเฉินไปง่ายๆ คิดได้ดังนั้นเธอก็หันไปหาหยางเฉิน และก้มหน้ากล่าวเสียงค่อยว่า
"ลุง ฉันไม่ดีเอง ลุงเลยพลอยติดร่างแหไปด้วย”
หยางเฉินยิ้มพลางเอามือหยิกแก้มสีชมพูของเธอพร้อมกล่าวว่า "เด็กโง่ ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว"
เจินซิ่วที่ถูกหยิกแก้มอย่างกะทันหันก็รีบถอยหลัง ใบหน้าเด็กสาวเริ่มแดงเล็กน้อยเนื่องจากความอาย
"ไช่เอี๋ยน ผมรับประกันได้เลย เด็กคนนี้ไม่ได้เลวร้ายอะไร ปัญหาสำคัญคือสามคนนั้น ทางที่ดีอย่าปล่อยพวกมันไป ไม่อย่างนั้นพวกมันต้องมาทำร้ายเจินซิ่วอีกแน่ๆ" หยางเฉินกล่าวว่า
ไช่เอี๋ยนยิ้มขึ้น สีหน้าแสดงออกว่ากำลังสนใจเื่นี้อย่างมาก เธอกล่าวว่า "อยากให้ฉันเชื่อนายงั้นเหรอ?"
"ผมแค่ผู้ชายตัวเล็กๆ แต่คุณเป็ถึงสารวัตรผู้ยิ่งใหญ่ ก็เรานั้นมันคนละชั้นกันนี่" หยางเฉินกล่าว
"ฉันจะเชื่อนายก็ได้ แต่นายต้องบอกเหตุผลอื่นๆ มาอีก ฉันไม่คิดว่านายจะเป็แค่ผู้ชายตัวเล็กๆ ฉันกล้ารับประกันได้เลย" ไช่เอี๋ยนชี้มือไปที่หยางเฉิน ทำให้หน้าอกที่ใหญ่ดุจขุนเขากระเพื่อมขึ้นลง
หยางเฉินเห็นเข้าเต็มสองตาแต่ก็แสร้งทำเป็กระแอมไอ “แค่กๆ” พร้อมกล่าวว่า "พวกเราเป็เพื่อนกันแล้วไม่ใช่เหรอ..."
ไช่เอี๋ยนได้ยินดังนั้นก็ดูเหมือนจะมีความสุขอย่างมาก เธอพยักหน้ากล่าวว่า "ดี! นายช่วยฉันไว้มาก ถ้างั้นวันนี้ฉันจะรับฟังสิ่งที่นายพูด"
เจินซิ่วได้ยินดังนั้นก็ตกตะลึงไปในทันที เธอไม่อยากจะเชื่อว่าเื่ทั้งหมดจะจบลงง่ายดายเช่นนี้
"เจินซิ่ว" ไช่เอี๋ยนกล่าวกับเจินซิ่วด้วยสีหน้าจริงจัง "เธอมาที่นี่ครั้งแรกตอนยังเป็เด็กผู้หญิงอายุต่ำกว่าสิบแปดปี แต่กลับลักทรัพย์ ขับรถซิ่ง ทั้งยังมีเื่ทะเลาะวิวาท เดินในเส้นทางนี้ย่อมไม่มีอนาคตอย่างแน่นอน วันนี้หยางเฉินช่วยเธอไว้ เพราะเชื่อใจว่าเธอจะกลับตัวกลับใจ ดังนั้นหากในภายหลัง เธอมาที่นี่อีก แน่นอนว่าฉันจะลงโทษเธอให้หนักขึ้น"
เจินซิ่วกัดริมฝีปากบาง น้ำตาไหลอาบสองข้างแก้ม ลุกขึ้นยืนโค้งคำนับถึงสามติดต่อกัน
"สารวัตรไช่ ขอบคุณมากนะคะ ฉันจะเป็คนดี และไม่ทำเื่ที่ผิดกฎหมายอีก..."
ไช่เอี๋ยนยิ้ม เธอลูบเส้นผมของเจินซิ่วพร้อมกล่าวว่า "ต้องขอบคุณลุงคนนั้นของเธอนะ"
เจินซิ่วมองไปที่หยางเฉินทั้งน้ำตา ใบหน้าของเธอตอนนี้เต็มไปด้วยความอบอุ่น
ไช่เอี๋ยนสามารถแก้ปัญหาทั้งหมดได้อย่างง่ายดาย นั่นทำให้หยางเฉินคิดว่าการมีเพื่อนที่มีตำแหน่งใหญ่โตนั้นก็ไม่เลวเลยทีเดียว
หลังจากพูดคุยกันสักพักแล้ว หยางเฉินจึงถามไช่เอี๋ยนเกี่ยวกับเื่ที่ผ่านมาของเจินซิ่ว
มันกลับกลายเป็ว่าแม่ของเจินซิ่วเป็ชาวเกาหลี พ่อของเธอเป็นักธุรกิจจีน แต่แล้วเพียงหนึ่งปีหลังจากแต่งงาน ธุรกิจของพ่อเจินซิ่วก็ล้มละลาย แล้วปล่อยให้การสองแม่ลูกใช้ชีวิตด้วยกันเพียงลำพัง แต่ไม่นานนักแม่ของเจินซิ่วก็ด่วนจากไปด้วยโรคมะเร็งปากมดลูก เจินซิ่วจึงต้องโตขึ้นมาในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า และเริ่มถูกบังคับให้ทำเื่ไม่ดีต่างๆ มากมาย จนถูกตำรวจจับไปหลายต่อหลายครั้ง
แน่นอนว่าระหว่างที่ไช่เอี๋ยนเล่า เจินซิ่วไม่อาจทนรับฟังได้ เธอเดินไปทำเื่รถเข็นของเธอกับตำรวจคนอื่นๆ
เมื่อจัดการเื่ทุกอย่างแล้ว หยางเฉินและเจินซิ่วก็เดินออกมาข้างนอกสถานีตำรวจและเตรียมตัวจะกลับบ้าน
แต่ในขณะนั้นเองเจินซิ่วกลับรั้งแขนหยางเฉินแล้วพูดว่า ''ลุง! หยุดก่อน'' ด้วยท่าทีขวยเขินเล็กน้อย
หยางเฉินรู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยนี้ เจินซิ่วที่เผ็ดร้อนกลับกลายเป็ขี้อาย และยังระวังคำพูดมากกว่าเดิม
"ว่าไงสาวน้อย?" หยางเฉินถาม
เจินซิ่วกัดฟันแน่น และดึงแขนหยางเฉินเข้าไปในมุมหนึ่งที่ลับตาคน จากนั้นดึงสร้อยสีแดงออกจากคอ มันเป็สร้อยคอรูปพระจันทร์เสี้ยว สีแวววาวสะท้อนแสง
เจินซิ่วยัดสร้อยนั้นใส่ในมือของหยางเฉินทันที สองตากะพริบถี่รัว และกล่าวอย่างอายๆ ว่า
"ฉันให้ลุง"
"มันคืออะไร" หยางเฉินถามด้วยสายตาชั่วร้าย "นี่ไม่ใช่สัญลักษณ์แทนความรักหรอกเหรอ คุณเจินซิ่ว ฉันแต่งงานแล้วนะ อา... เธอกำลังจะทำให้ฉันมีปัญหาเสียแล้ว"
เจินซิ่วทำหน้าตาไร้เดียงสาพร้อมกล่าวว่า "ลุงอย่าหลงตัวเองไปหน่อยเลยน่า มันคือของที่แม่ทิ้งไว้ให้ฉัน เป็เครื่องรางที่เอาไว้ป้องกันตัว"
หยางเฉินยิ้ม เขากล่าวว่า "ของแม่เธองั้นเหรอ ของแบบนี้ฉันรับไว้ไม่ได้หรอก"
"ลุงเป็คนแรกที่ยื่นมือเข้าช่วยฉัน ดังนั้นฉันเลยคิดนี่อาจช่วยปกป้องลุงได้ ฉันไม่จำเป็ต้องใช้มันแล้ว ฉันมีลุงคอยปกป้องอยู่แล้ว"
"เด็กโง่ เห็นฉันเป็อาจารย์หนูกันภัยหรือไง?” หยางเฉินลูบศีรษะเจินซิ่ว ทำให้เธอเกิดความรู้สึกมากมายออกมาไม่รู้จบ
เจินซิ่วเบ้ปาก เธอตอบเขา "ตราบใดที่ฉันคิดถึงลุง ลุงก็จะสามารถปกป้องฉันได้แล้ว และนี่จะทำให้ลุงไม่อาจลืมฉัน"
หยางเฉินหยิบสร้อยรูปจันทร์เสี้ยวขึ้นมาใส่พร้อมกล่าวว่า
"เอาล่ะ ฉันจะรับมันไว้ แต่เธอต้องทำตัวดีๆ ล่ะ อย่าคิดว่าจะทำอะไรก็ได้ ฉันจะคอยแอบดูเธอเรื่อยๆ"
เจินซิ่วได้ยินดังนั้นก็แสดงใบหน้ายินดีออกมา แต่ก็กลับมาเหงาหงอยอย่างฉันพลัน
"ฉันไม่มีโทรศัพท์ให้ติดต่อ... แต่ว่า... ฉันจะตั้งแผงลอยใกล้ๆ ขายอาหารเช้าและอาหารกินเล่นมื้อดึก ถ้าลุงมีเวลาก็แวะมาหาฉันบ้างนะ"
"เมื่อถึงเวลานั้นก็อย่าลืมคิดเงินฉันก็แล้วกัน" หยางเฉินกล่าวอย่างสนุกสนาน
เจินซิ่วหัวเราะอย่างร่าเริงพร้อมกล่าวว่า "ถ้าลุงพาพี่สะใภ้มาด้วย ฉันจะคิดราคาพิเศษให้ก็แล้วกัน แต่ว่าลุงแต่งงานแล้วจริงเหรอ?"
"เห็นฉันเป็คนชอบพูดเล่นหรือไง?" หยางเฉินกล่าวด้วยรอยยิ้ม
เจินซิ่วก้มหน้ากระซิบเบาๆ ว่า "อือ" จากนั้นจึงแสดงสีหน้าร่าเริงออกมาอีกครั้ง
"ถ้าลุงมากับพี่สะใภ้ ฉันจะลดให้เป็พิเศษก็แล้วกัน อา... ลดให้ห้าสิบเปอร์เซ็นต์เลยเป็ไง!?"
"ยัยขี้เหนียว..." หยางเฉินดีดหน้าผากของเจินซิ่ว
หยางเฉินรู้สึกดีต่อเจินซิ่วอย่างประหลาด อาจเพราะเธอเป็เด็กกำพร้าเช่นเดียวกับเขา
เมื่อมองเจินซิ่วจากไปพร้อมรถเข็นแผงลอยของเธอ หยางเฉินก็รู้ว่าเธอเป็เด็กสาวอายุสิบแปดที่เก่งกาจและเข้มแข็ง
หยางเฉินมองสร้อยจันทร์เสี้ยวที่คอ และต้องตกตะลึงออกมาเล็กน้อย ในตอนแรกนั้นเขาไม่ได้ให้ความสนใจมันเท่าไรนัก แต่เมื่อมองดีๆ แล้วมันกลับทำขึ้นจากแพลทินัม แต่ตามที่ไช่เอี๋ยนเล่าว่าพ่อของเธอเคยเป็นักธุรกิจมาก่อน และอาจมีมรดกตกทอดมาถึงเจินซิ่วบ้างก็ไม่ได้แปลกอะไร
ในเวลานี้ด้านหน้าของสถานีตำรวจมีเพียงไช่เอี๋ยน และหยางเฉิน หลังจากเจินซิ่วไปแล้วไช่เอี๋ยนก็กระแอมไอออกมาสองครั้งกล่าวอย่างซุกซนว่า
"ลุงหยางคะ ดูเหมือนว่าน้องสาวคนเล็กจะทำให้คุณลุงหวั่นไหวซะแล้ว?"
หยางเฉินเก็บจี้ลงกระเป๋าไป เขาคิดจะเก็บมันเอาไว้เป็อย่างดี ชายหนุ่มยิ้มและกล่าวว่า "ไช่เอี๋ยนระวังคำพูดหน่อย ถึงแม้ว่าผมจะไม่ใช่คนดีอะไรนัก แต่ผมไม่ได้คิดอะไรกับเจินซิ่วจริงๆ "
"นายจะบอกว่านายคิดกับเจินซิ่วแค่น้องสาวอย่างนั้นเหรอ?" ไช่เอี๋ยนหรี่ตาลง
"อันที่จริงถ้าเธอเป็น้องสาวของผมจริงๆ ก็ดีสิ"
"เชื่อนายก็บ้าแล้ว..." ไช่เอี๋ยนกระซิบเสียงแ่ จากนั้นเธอก็ยื่นกล่องสีดำมาที่ด้านหน้าหยางเฉิน
"อันนี้ของนาย"
เห็นไช่เอี๋ยนแปรเปลี่ยนอารมณ์ฉับพลันแบบนี้ หยางเฉินก็รู้สึกประหลาดใจขึ้นมาทันที
"มันคืออะไรครับ?"
"นายเปิดดูเองสิ" ไช่เอี๋ยนในตอนนี้มีรูปลักษณ์ที่เปลี่ยนไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง
หยางเฉินรับกล่องมาอย่างระมัดระวัง รู้สึกว่ากล่องใบนี้ค่อนข้างหนัก และเมื่อเปิดมันออกมาหยางเฉินก็ถึงกับพูดไม่ออก
ภายในกล่องเป็ตาข่ายสีทองอ่อนที่ทำขึ้นอย่างประณีต ข้างในเป็นาฬิกาโรเล็กซ์เรือนหรูหรา ที่เพียงแค่มองก็รู้ได้ในทันทีว่ามันเป็ระดับท็อปเกรดที่ประดับไปด้วยทอง และชิ้นเพชรเป็จำนวนมาก
ไช่เอี๋ยนเห็นหยางเฉินมองไปที่นาฬิกาและนิ่งเงียบไป ก็พูดขึ้นอย่างประหม่าว่า
"นายชอบหรือเปล่า?"
หยางเฉินเงยหน้าขึ้น มองไปที่ไช่เอี๋ยนอย่างสงสัย
"คุณให้ผมจริงๆ เหรอครับ?"
"นี่เป็นาฬิกาของผู้ชาย" ไช่เอี๋ยนล้วงมือทั้งสองข้างเข้าไปในกระเป๋ากางเกง ก่อนจะก้มหน้าลง จากนั้นใช้ปลายเท้าแตะพื้นเบาๆ ซึ่งเป็กริยาที่ดูแปลกตาเป็อย่างมาก
หยางเฉินปิดกล่องเข้าไปตามเดิมแล้วยิ้มกล่าวว่า "ขอบคุณครับ แต่ผมรับมันไว้ไม่ได้ มันราคาแพงเกินไป"
"นาฬิกานี่ไม่ได้มีค่าอะไรเลย... ฉัน... ฉันอยากขอบคุณนายที่ช่วยฉันไว้ และเห็นว่านายยังไม่มีนาฬิกาใส่ ก็เลยจะซื้อให้นาย" ไช่เอี๋ยนอธิบายไม่เป็ศัพท์
หยางเฉินส่ายหัวกล่าวว่า "คุณให้นาฬิกาผมมาผมก็ต้องใส่มัน แต่นี่อาจทำให้คนอื่นเข้าใจพวกเราผิดไปได้"
ไช่เอี๋ยนหน้าขาวซีด "ฉันให้ของขวัญนาย แล้วทำให้นายอับอายอย่างนั้นเหรอ?"
หยางเฉินขมวดคิ้ว "คุณก็รู้ว่าผมไม่ได้หมายความว่าแบบนั้น แต่แค่มันไม่เหมาะสมก็เท่านั้นเอง"
"ฉันรู้แล้ว..." ไช่เอี๋ยนน้ำตาซึมเล็กน้อย"ปากนายบอกว่าเราเป็เพื่อนกัน แต่นายกลับเห็นฉันเป็คนโง่และไร้ประโยชน์ นายคิดว่าฉันไม่สมควรที่จะเป็เพื่อนกับนายใช่หรือเปล่า? นายถึงไม่รับของขวัญจากฉัน"
หยางเฉินฝืนยิ้มออกมา และคิดว่าจะเป็แบบนั้นได้ยังไงกัน?
"ไช่เอี๋ยน ผมไม่ได้คิดแบบนั้นเลยนะ ของขวัญชิ้นไม่ใช่ของขวัญธรรมดา ผมรับมันไว้ไม่ได้จริง " หยางเฉินไม่รู้ว่าจะอธิบายยังไง
"เอาคืนมา!"
ไช่เอี๋ยนคว้ากล่องนาฬิกา และจ้องมองหยางเฉินด้วยสีหน้าโกรธเกรี้ยว จากนั้นหันหลังเดินจากไปพลางกล่าวพึมพำอย่างขุ่นเคือง
"หยางเฉินงี่เง่า! ฉันอุตส่าห์ซื้อของขวัญให้นายเป็คนแรก แต่นายกลับกล้าปฏิเสธฉัน! จะไปตายที่ไหนก็ไป!..."
หยางเฉินมองไช่เอี๋ยนจากไป ก็ถอนหายใจออกมา ถ้าเป็ผู้หญิงคนอื่นๆ เขาก็สามารถรับมันไว้ได้ แต่ไช่เอี๋ยนนั้นเป็เพื่อนกับหลินรั่วซี มีแค่โม่เชี่ยนนีเขายังรู้สึกปวดหัวขนาดนี้ ไม่ต้องพูดถึงหากมีไช่เอี๋ยนมาอีกคน...
