ตอนที่ 3 โอสถทิพย์และการผลัดผิว
ภายในกระท่อมไม้หลังจวนแม่ทัพโหย่วที่ผุพังจนแทบจะทานทนต่อแรงลมไม่ได้ ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมราวกับสุสานที่ถูกทิ้งร้าง แสงแดดรำไรที่ลอดผ่านช่องว่างของหลังคาตกลงมาบนพื้นฝุ่นหนา ราวกับจะตอกย้ำถึงความโดดเดี่ยวของสตรีที่ถูกขนานนามว่าเป็กาลกิณี ทว่าหากใครได้ล่วงล้ำเข้ามาในยามนี้ ย่อมต้องตกตะลึงจนสิ้นสติ
บนแคร่ไม้ที่ปูด้วยฟางแห้ง ไป๋ซู่หลาน หรือในดวงิญญาคือ ไป๋ลู่ กำลังกึ่งนั่งกึ่งนอน แขนเรียวบางราวกับกิ่งไม้แห้งของนางยื่นออกมาเบื้องหน้า ที่หลังมือขาวซีดมีเข็มโลหะขนาดเล็กปักคาอยู่ เชื่อมต่อกับสายยางโปร่งแสงที่โยงไปยังถุงของเหลวสีใสซึ่งแขวนอยู่กับกิ่งไม้ที่ปักไว้ข้างแคร่
มันคือภาพที่ขัดแย้งกับยุคสมัยอย่างรุนแรง ของเหลวที่ไหลหยดลงมาตามจังหวะที่แม่นยำคือสารอาหารและน้ำเกลือเข้มข้นที่ไป๋ลู่ดึงออกมาจากมิติหีบโอสถ นางรู้ดีว่าร่างกายนี้ขาดสารอาหารมานานปี บวกกับพิษที่ได้รับทำให้เซลล์ในร่างกายเสื่อมโทรมลงอย่างหนัก หากไม่กู้คืนสภาพร่างกายเบื้องต้น การรักษาใบหน้าย่อมไร้ผล
“เปราะบางราวกับแก้วที่ร้าวระแหง” ไป๋ลู่พึมพำ แววตาของนางนิ่งเฉียบดุจน้ำแข็งที่สลักมาจากขั้วโลก นางมองหยดน้ำเกลือที่ไหลเข้าสู่เส้นเืด้วยสายตาเชิงวิเคราะห์ ราวกับกำลังเฝ้าดูรายงานผลการทดลองในห้องปฏิบัติการชั้นสูง
ความเ็ปจากการถูกพิษแทรกซึมมานับสิบปีทำให้เส้นประสาทของร่างกายนี้ไวต่อัั ทว่านางกลับไม่แม้แต่จะกระพริบตา ความอดทนของนางนั้นสูงส่งจนน่ากลัว เป็ความสุขุมที่ถูกเคี่ยวกรำมาในสมรภูมิคาวเืที่นางจากมา
หลังจากน้ำเกลือถุงแรกหมดลง ความรู้สึกอบอุ่นจางๆ เริ่มแผ่ซ่านไปตามปลายนิ้วมือและเท้า ลมหายใจที่เคยหอบถี่และแ่เบาเริ่มมีความหนักแน่นขึ้น ไป๋ลู่ขยับกายเล็กน้อย นึกถึงสิ่งที่สำคัญที่สุดในยามนี้
นางแตะกำไลหยกิญญาเบาๆ พลันเบื้องหน้าปรากฏหน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าอ่อนที่ส่องสว่างท่ามกลางความมืดสลัวของกระท่อม มันคือเครื่องสแกนระดับโมเลกุลที่นางพัฒนาขึ้นเพื่อใช้วิจัยโรคหายาก นางหยิบเซนเซอร์ขนาดจิ๋วขึ้นมาทาบลงบนรอยปานแดงบนใบหน้าซีกซ้าย
ติ๊ด! ติ๊ด!
เสียงสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์ดังขึ้นเบาๆ ก่อนที่ข้อมูลนับพันบรรทัดจะหลั่งไหลลงมาบนหน้าจอ แววตาของนางหรี่ลงขณะอ่านค่าวิเคราะห์
“พิษกัดกร่อนเยื่อใย ส่วนประกอบหลักคือสารปรอท ชาดแดง และสารสกัดจากรากหญ้าหนอนไหมเพลิง มีการสะสมในชั้นิักำพร้าและชั้นหนังแท้ลึกถึง 5 มิลลิเมตร โครงสร้างเซลล์ถูกแช่แข็งให้คงสภาพอักเสบเรื้อรัง” นางแสยะยิ้มที่มุมปาก เป็รอยยิ้มที่สวยงามทว่ากลับเย็นเยียบจนทำให้บรรยากาศรอบกายพลอยลดอุณหภูมิลงไปด้วย
“ฮูหยินหลู ท่านช่างมีความเพียรสูงส่งนัก สั่งสมพิษบนหน้าข้ามาสิบกว่าปี เพียงเพื่อให้ข้ากลายเป็ปีศาจที่คนทั้งโลกชิงชัง”
นางดับหน้าจอลง ก่อนจะก้าวเข้าสู่มิติหีบโอสถอีกครั้ง ภายในห้องปฏิบัติการที่ขาวสะอาดตาและเต็มไปด้วยเครื่องมือทันสมัย ไป๋ลู่เดินตรงไปยังตู้เก็บสารสกัดชีวภาพ นางหยิบหลอดแก้วหลายใบออกมาผสมกันด้วยท่าทางที่คล่องแคล่วและแม่นยำอย่างยิ่ง
นางใช้เครื่องเหวี่ยงสารความเร็วสูงแยกสกัด ยาถอนพิษสูตรเข้มข้น ที่ดัดแปลงโครงสร้างเพื่อยับยั้งการทำงานของรากหญ้าหนอนไหมเพลิงโดยเฉพาะ จากนั้นจึงนำไปผสมกับ ครีมบำรุงผิวระดับนาโน ที่มีคุณสมบัติเร่งการสร้างสเต็มเซลล์ิัใหม่
กระบวนการปรุงยาเต็มไปด้วยความเงียบเชียบและตึงเครียด ทุกหยดของสารสกัดถูกควบคุมด้วยน้ำหนักมือที่มั่นคงยิ่งกว่าเข็มทิศทองคำ เมื่อครีมสีมุกนวลส่งกลิ่นหอมสะอาดจางๆ ออกมา ไป๋ลู่จึงปิดฝาหลอดแก้วด้วยความพึงพอใจ
ทว่าในจังหวะที่นางกำลังจะก้าวออกจากมิติ เสียงท้องร้องประท้วงเบาๆ ก็ทำให้ชะงักฝีเท้า นางหันไปมองคลังเสบียงที่จัดเรียงไว้อย่างเป็ระเบียบที่มุมหนึ่งของมิติ
“ลืมไปเสียสนิท กองทัพต้องเดินด้วยท้องสินะ”
นางเอื้อมมือไปหยิบ ซาลาเปาไส้หมูแดง ที่ถูกเก็บรักษาไว้ในระบบควบคุมอุณหภูมิออกมาลูกหนึ่ง มันยังคงส่งไอร้อนกรุ่นและมีกลิ่นหอมหวานของแป้งสาลีชั้นดีผสมกับกลิ่นซอสหมูแดงที่เคี่ยวจนเข้าเนื้อ ไป๋ลู่ประคองซาลาเปาลูกอวบขาวนั้นไว้ในมือ ความอบอุ่นจากแป้งนุ่มๆ แผ่ซ่านเข้าสู่ฝ่ามือที่เคยเย็นชืด
นางกลับออกมานั่งบนแคร่ไม้ในกระท่อมดังเดิม แล้วเริ่มกัดคำแรกอย่างช้าๆ รสชาติหวานเค็มที่กลมกล่อมของไส้หมูแดงะเิออกในปาก แป้งซาลาเปานุ่มเนียนที่ละลายบนลิ้นทำให้ความตึงเครียดที่สะสมมาเริ่มผ่อนคลายลง
ท่ามกลางกระท่อมร้างที่หนาวเหน็บและการถูกตราหน้าว่าเป็ตัวกาลกิณี การได้กินซาลาเปาหมูแดงรสเลิศนี้กลับเป็ความสุขเล็กๆ ที่งดงามและนุ่มนวลอย่างประหลาด นางเคี้ยวอย่างใจเย็น ดื่มด่ำกับทุกรสััราวกับกำลังเฉลิมฉลองชัยชนะครั้งแรกในาชีวิตครั้งใหม่นี้
“รสชาติดีจริงๆ” นางพึมพำขณะเช็ดมุมปาก แววตาที่เคยแข็งกร้าวอ่อนแสงลงชั่วครู่ ก่อนจะกลับมานิ่งเฉียบดุจเดิม
เมื่อพลังกายเริ่มกลับคืนมา ไป๋ลู่หยิบหลอดครีมที่ปรุงขึ้นออกมา นางส่องกระจกทองเหลืองบานเก่าที่สะท้อนใบหน้าอัปลักษณ์ของตนเองด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ราวกับสิ่งที่เห็นไม่ใช่ใบหน้าของมนุษย์ แต่เป็โจทย์คณิตศาสตร์ที่ต้องหาคำตอบ
นางใช้นิ้วเรียวยาวแตะเนื้อครีมสีมุก ทาลงบนรอยปานแดงซีกซ้ายอย่างแ่เบา ทันทีที่ครีมััผิว ความรู้สึกแรกคือความร้อนผ่าวราวกับถูกไฟลวก พิษที่ฝังรากลึกมานานปีกำลังปะทะกับตัวยาอย่างรุนแรง
“อึก!” ไป๋ลู่กำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าในฝ่ามือ เหงื่อเม็ดเป้งผุดขึ้นตามไรผม ใบหน้าซีกซ้ายของนางสั่นระริก กล้ามเนื้อบิดเกร็งจากปฏิกิริยาเคมีล้างพิษระดับเซลล์
แต่นางกลับไม่ส่งเสียงร้องออกมาแม้แต่คำเดียว นางนั่งนิ่งราวก้อนหิน เฝ้ามองการเปลี่ยนแปลงผ่านกระจกด้วยดวงตาที่สงบเยือกเย็น พิษกัดกร่อนเยื่อใยเริ่มถูกขับออกมาเป็ของเหลวสีคล้ำข้นคลักซึมออกมาตามรูขุมขน กลิ่นเหม็นคาวของสารปรอทตลบอบอวลไปทั่ว
เวลาผ่านไปหลายชั่วยาม ไป๋ลู่ใช้สำลีสะอาดชุบน้ำยาฆ่าเชื้อเช็ดทำความสะอาดผิวหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทุกครั้งที่เช็ดออก นางจะเห็นความเปลี่ยนแปลงที่น่าทึ่ง
ปานแดงที่เคยหนาเตอะ ขรุขระ และดูน่าสยดสยองประดุจเปลือกไม้ไหม้ไฟ เริ่มบางลงเรื่อยๆ สะเก็ดสีแดงเืหมูค่อยๆ หลุดลอกออกเป็แผ่นบางๆ เผยให้เห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ภายใต้คำสาปนับทศวรรษ
ิัใต้ปานแดงนั้นไม่ได้เน่าเฟะอย่างที่ใครเข้าใจ แต่มันกลับขาวเนียนละเอียดดุจหยกขาวชั้นดีที่ผ่านการขัดเกลามาอย่างพิถีพิถัน ผิวของนางใสจนเห็นเส้นเืฝอยจางๆ ดูนุ่มนวลราวกับกลีบดอกบัวที่เพิ่งแย้มบานท่ามกลางสายหมอกยามเช้า
แม้จะยังมีความแดงเรื่อจากการอักเสบที่ยังหลงเหลืออยู่บ้าง แต่ก็ไม่อาจบดบังความงามอันล้ำลึกที่ปรากฏออกมาได้ ใบหน้าของไป๋ซู่หลานในยามนี้ หากมองจากซีกขวาคือโฉมสะคราญที่หาได้ยากยิ่ง แต่เมื่อมองภาพรวมที่เริ่มชัดเจนขึ้น นางกลับงดงามจนแทบจะหยุดลมหายใจของผู้ที่พบเห็น
“นี่คือโฉมหน้าที่แท้จริงของนางสินะ” ไป๋ลู่แตะผิวแก้มที่นุ่มเนียนนั้นเบาๆ ความรู้สึกอัศจรรย์ใจสายหนึ่งวาบผ่านในหัวใจ
“งดงามถึงเพียงนี้ ถึงว่าฮูหยินหลูถึงได้หวาดหวั่นนัก หากท่านแม่ทัพกลับมาเห็นบุตรีที่มีใบหน้าเช่นเดียวกับหญิงที่เขารักมากที่สุด ท่านแม่ทัพคงหวนคิดถึงอดีตรักอีกครั้งเป็แน่ ฮูหยินหลูจึงรับไม่ได้และอิจฉาในความงามนี้มากซินะ และตำแหน่งของนางในจวนนี้ย่อมสั่นคลอน”
นางปิดหน้าต่างมิติ แสงสีฟ้าจางหายไป เหลือเพียงแสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามาในกระท่อม ไป๋ลู่นอนลงบนแคร่ไม้ แผ่นหลังัักับฟางแห้งที่หยาบกระด้าง แต่นางกลับรู้สึกเบาสบายอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
พิษร้ายที่เคยกดทับร่างกายและจิตใจเริ่มเจือจางลง ความงามที่ถูกฝังไว้ใต้หน้ากากปีศาจกำลังจะตื่นขึ้นเพื่อทวงความยุติธรรม
“ในเมื่อข้ากลับมามีชีวิตอีกครั้งด้วยหัตถ์เทวะนี้” นางหลับตาลงช้าๆ มุมปากยกขึ้นเล็กน้อยเป็รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยแผนการ
“ข้าจะทำให้พวกท่านได้รู้ว่า ความงามที่ข้ามี ไม่ใช่เพียงสิ่งประดับกาย แต่มันคือคมมีดที่จะเชือดเฉือนพวกท่านให้ย่อยยับในวันหน้า”
รุ่งสางที่กำลังจะมาถึง จะไม่ใช่เพียงการเริ่มต้นวันใหม่ของไป๋ซู่หลาน แต่มันคือปฐมบทแห่งการเปลี่ยนแปลง ที่เริ่มต้นจากความลับใต้สะเก็ดปานแดงในกระท่อมร้างแห่งนี้
ลมหายใจที่สงบนิ่งและมั่นคงท่ามกลางความอ้างว้าง คือสัญญาณเตือนภัยที่ทรงพลังที่สุดที่จวนแม่ทัพโหย่วเคยประสบมา
ท่ามกลางความเงียบสงัดที่เย็นเยียบ กลิ่นอายของความตายที่เคยอบอวลอยู่ในกระท่อมร้างแห่งนี้เริ่มจางหายไปทีละน้อย แทนที่ด้วยกลิ่นสะอาดจางๆ ของน้ำยาฆ่าเชื้อที่ระเหยออกมาจากสายน้ำเกลือ ไป๋ลู่หลับตาลงนิ่ง ปล่อยให้หยดของเหลวที่เปี่ยมด้วยสารอาหารเข้มข้นไหลผ่านเข็มเข้าสู่กระแสเือย่างช้าๆ ร่างกายที่เคยแห้งเหี่ยวราวกับทุ่งหญ้าที่ขาดน้ำมานานปี เริ่มรู้สึกถึงความชุ่มชื้นที่แผ่ซ่านออกมาจากภายใน ทุกจังหวะการเต้นของหัวใจที่เคยแ่เบาเริ่มกลับมามีจังหวะที่หนักแน่นขึ้นทีละนิด
นางใช้เวลาใน่ที่ร่างกายกำลังฟื้นฟูนี้ สำรวจคลังเวชภัณฑ์ในมิติอย่างละเอียดอีกครั้ง ภายในห้องปฏิบัติการที่แยกตัวออกจากกาลเวลาและสถานที่แห่งนี้ ทุกอย่างถูกจัดวางอย่างเป็ระเบียบตามมาตรฐานสูงสุด ผนังสีขาวสะอาดสะออนสะท้อนแสงไฟนีออนที่นุ่มนวล ตู้กระจกนิรภัยบรรจุหลอดแก้วที่บรรจุเซรั่มสกัดจากเทคโนโลยีชีวภาพขั้นสูง เครื่องเหวี่ยงสารความเร็วสูงส่งเสียงครางเบาๆ ราวกับกำลังขับกล่อมิญญาที่เหนื่อยล้าของนาง
“หากคนในโลกนี้รู้ว่าข้ากุมอำนาจในการสั่งเป็สั่งตายผ่านหลอดแก้วเหล่านี้ พวกเขาจะยังกล้าเรียกข้าว่าตัวกาลกิณีอยู่หรือไม่?”
นางพึมพำกับตนเอง มุมปากหยักขึ้นเป็รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความทิฐิและความเฉลียวฉลาด ขณะที่มือเรียวบางที่เริ่มมีเนื้อนวลขึ้นเล็กน้อยหยิบ ซาลาเปาไส้หมูแดง ลูกที่สองออกมา แป้งที่ขาวเนียนสม่ำเสมอนั้นนุ่มจนแทบจะละลายในมือ ทันทีที่นางบิออก ไอร้อนที่พวยพุ่งออกมาพร้อมกับกลิ่นซีอิ๊วชั้นดีและหมูแดงที่เคี่ยวจนเปื่อยยุ่ยทำให้จิตใจของนางสงบลงอย่างประหลาด นางค่อยๆ ละเมียดละไมลิ้มรสชาติที่คุ้นเคยจากโลกเดิม รสชาติที่เป็ความทรงจำเพียงอย่างเดียวที่เชื่อมโยงนางเข้ากับตัวตนเดิม ตัวตนที่เป็ศัลยแพทย์ผู้ยิ่งใหญ่ ไม่ใช่คุณหนูใหญ่ผู้อาภัพ
เมื่อความหิวโหยได้รับการเติมเต็ม พลังกายพุ่งพล่านจนถึงขีดสุด ไป๋ลู่จึงเริ่มขั้นตอนสำคัญที่สุด นางใช้เครื่องสแกนเลเซอร์ความถี่ต่ำฉายไปที่ใบหน้าซีกซ้ายอีกครั้ง หน้าจอโฮโลแกรมแสดงภาพโครงสร้างเนื้อเยื่อที่กำลังเปลี่ยนแปลง หลังจากทาครีมนาโนไปได้เพียงไม่กี่ชั่วยาม เซลล์ที่เคยถูกแช่แข็งด้วยพิษเรื้อรังเริ่มตื่นตัวและผลักดันสารพิษออกสู่ผิวชั้นนอก
ความเ็ปจากการผลัดผิวเริ่มทวีความรุนแรงขึ้น มันไม่ใช่ความเจ็บแสบธรรมดา แต่เป็ความรู้สึกเหมือนเข็มนับหมื่นเล่มกำลังทิ่มแทงจากใต้ชั้นิัแท้เพื่อชำระล้างความโสโครกที่ฝังรากมานานสิบปี สะเก็ดสีแดงเืหมูที่เคยหนาและขรุขระเริ่มมีรอยปริแตกดุจแผ่นดินที่แตกระแหงในหน้าแล้ง
ไป๋ลู่หยิบกระจกทองเหลืองขึ้นมาส่องดูพฤติกรรมของเซลล์ผิวอย่างใจเย็น นางมองดูของเหลวข้นสีคล้ำที่ถูกขับออกมาจากรูขุมขนอย่างไม่รังเกียจ สำหรับนาง นี่คือความงดงามของการเยียวยา คือาที่นางกำลังได้รับชัยชนะ
นางใช้ผ้าก๊อซสะอาดชุบสารละลายไอโซโทนิกค่อยๆ เช็ดทำความสะอาดสะเก็ดที่หลุดลอกออก ทุกครั้งที่แผ่นสะเก็ดสีแดงเข้มหลุดติดผ้ามา ิัที่อยู่เบื้องล่างจะปรากฏออกมาให้เห็นชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ มันเป็ผิวที่ขาวจัดจนเกือบจะโปร่งแสง ละเอียดอ่อนและนุ่มนวลราวกับผิวของทารกที่เพิ่งกำเนิด รอยนูนของปานแดงที่เคยบิดเบือนรูปหน้าของนางค่อยๆ ราบเรียบลง เผยให้เห็นโครงสร้างกระดูกโหนกแก้มที่งดงามสมส่วน
“ฮูหยินหลู ท่านคงคิดไม่ถึงสินะว่า ภายใต้ความอัปลักษณ์ที่ท่านจงใจสร้างขึ้น จะซ่อนใบหน้าที่งดงามล้ำเลิศเกินกว่าที่บุตรีของท่านจะจินตนาการได้”
แววตาของนางในกระจกฉายแสงแห่งความอำมหิตที่เยือกเย็น ความงามที่กำลังจะปรากฏโฉมนี้จะเป็เพียงอาวุธชนิดหนึ่งที่นางจะใช้เพื่อทำลายทุกอำนาจที่เคยกดขี่นาง ใบหน้าครึ่งซ้ายที่เริ่มนวลเนียนผสมผสานกับใบหน้าครึ่งขวาที่สมบูรณ์แบบอยู่แล้ว ทำให้ไป๋ซู่หลานในยามนี้ดูราวกับเทพธิดาที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดของปีศาจ
นางค่อยๆ ทาครีมบำรุงขั้นสุดท้ายเพื่อปิดผนึกความชุ่มชื้นและกระตุ้นการสร้างเม็ดสีผิวให้สม่ำเสมอ ผิวหน้าซีกซ้ายแม้จะยังมีความชมพูระเรื่อจากการไหลเวียนของเืที่รวดเร็วผิดปกติ แต่ปานแดงที่เคยเป็เครื่องหมายแห่งความอัปยศนั้นหายไปแล้วกว่าแปดส่วน เหลือเพียงเงาจางๆ ที่หากไม่สังเกตให้ดีก็แทบมองไม่เห็น
ไป๋ลู่ก้าวเท้าลงจากแคร่ไม้ ความมั่นคงในทุกก้าวย่างของนางแสดงถึงความแข็งแกร่งของร่างกายที่ได้รับการฟื้นฟูจนเกือบสมบูรณ์ นางมองออกไปนอกหน้าต่างที่เริ่มเห็นแสงสีทองแห่งรุ่งอรุณรำไร สัญญาณของวันใหม่ที่จวนแม่ทัพโหย่วจะต้องสั่นะเืกำลังจะเริ่มต้นขึ้น
นางไม่ได้เป็เพียงศัลยแพทย์ผู้เยียวยาตนเองอีกต่อไป แต่นางคือผู้ที่จะกุมชะตาชีวิตของทุกคนในจวนแห่งนี้ด้วยหัตถ์ที่พระเ้าประทานมาให้ ลมหายใจที่สงบนิ่งของนางคือจุดเริ่มต้นของพายุที่จะกวาดล้างทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางทางนาง
