“องค์ชาย ทำไมท่านถึงลดตัวเป็ธุระให้กับพ่อค้าเหล่านี้?” เมื่อเห็นว่าจู่ทงจากไปแล้ว จิ้งหยวนก็หยักหน้าให้เล็กน้อยแล้วถาม เพราะตามความทรงจำ ญาติผู้น้องคนนี้ถึงจะเป็องค์ชาย แต่เขาไม่มีผู้สนับสนุนชิงบัลลังก์เหมือนกับองค์ชายคนอื่น ในอดีตอาจจะมีตระกูลจิ้งเป็กำลัง แต่ตอนนี้ตระกูลจิ้งไม่เหลืออำนาจใดๆ ในราชสำนัก
หากองค์ชายสามหันไปหาพวกพ่อค้า จิ้งหยวนที่มีมุมมองจากอีกโลกก็รู้ได้ว่าสิ่งนี้มันเป็การกระทำที่อันตรายสุดๆ ตราบใดที่พวกขุนนางเห็นว่าองค์ชายคนไหนเริ่มสร้างขุมกำลัง หาผู้สนับสนุนคล้าย้าจะเข้าสู่ศึกชิงบัลลังก์ในอนาคต
พวกเขาและองค์ชายเ่าั้ก็จะพุ่งเป้ามาโจมตี ตัดกำลังแต่เนิ่นๆ ไม่ให้เติบใหญ่กลายมาเป็อีกหนึ่งคู่แข่ง และผลลัพธ์ในตอนท้ายก็คือความตาย ซึ่งจะดีกว่าหากอยู่อย่างเงียบๆ ไม่ให้คนพวกนั้นหันมาเพ่งเล็ง
แต่ใช่ว่าองค์ชายอู่เค่อจะไม่รู้ เขานั้นฉลาดและมีความรับผิดชอบมาั้แ่ยังเด็ก แม้แต่ราชครูก็ยังประเมินว่านิสัยและความสามารถขององค์ชายอู่เค่อเหมือนกับฝ่าา แล้วเขาจะมองไม่ออกได้ยังไงถึงสถานการณ์อันตรายของตัวเอง
“พี่ชาย ท่านก็รู้ไม่ใช่หรือ ว่าข้าทำงานในที่ว่าการเมืองหลวง ข้าต้องพบเจอคนมากมายในแต่ล่ะวัน พ่อค้าต่างเมืองคนนี้ส่งบรรณาการให้วังเค่อตลอดทุกปีไม่ขาด เมื่อเขาได้ยินว่าวังเค่อของข้าค่อนข้างสนิทสนมกับพี่ชาย เขาจึงอ้อนวอนขอติดตามมาอยากเข้าร่วมเป็ตัวแทนจำหน่อย ใช่ว่าข้าอยากจะเข้าไปยุ่งกับอำนาจการค้าหรือกิจการของพวกเขาสักหน่อย”
อู่เค่อพูดด้วยใบหน้าขมขื่น สถานะของพ่อค้านั้นต่ำมาก แม้ว่าองค์จักรพรรดิอู่เิหลี่จะพยายามยกฐานะพ่อค้ามาหลายครั้ง แต่แิแบบเก่าที่ราชสำนักเน้นไปทางจารีต ก็ยากที่จะยอมเปลี่ยนธรรมเนียมเดิมที่เคยทำและปฏิบัติมาเป็พันๆ ปี
อีกอย่าง วังเค่อของเขาไม่มีขุนนางสนับสนุนเื่การเงิน ต่างจากวังเฉวียนของรัชทายาทกับวังถงขององค์ชายสอง ที่มีขุนนางและเื้ัมากมายคอยสนับสนุนไม่ขาด จะอาศัยเพียงเบี้ยองค์ชายจากคลังหลวงและเงินเดือนจากราชการทางแค่เดียวก็ไม่พอเลี้ยงผู้คนในวังเค่อของตัวเอง สินน้ำใจที่พ่อค้าบางคนนำมาเป็เครื่องบรรณาการจึงจำเป็ต้องรับยากจะปฏิเสธ
จิ้งหยวนรู้ว่าสำหรับต้าชวี สินน้ำใจนี้ไม่ใช่การติดสินบน แต่มันเป็อะไรที่คล้ายค่าผ่านทาง ที่จะมอบให้แก่เ้าหน้าที่เพื่อเวลามาทำกิจการค้าขายหรือเื่สำคัญต่างๆ เ้าหน้าที่เ่าั้จะคอยเป็กระบอกเสียงและอำนวยความสะดวกให้เวลามีปัญหาอะไรขึ้นมา
“หืม กระหม่อมมีนัดคุยกับกลุ่มตัวแทนในตอนบ่าย เช่นนั้นก็ให้เขารออีกสองชั่วยาม!”
“ส่วนเื่ตัวแทนจะเป็ได้หรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับศักยภาพของคู่แข่งและความสามารถของเขาเอง” จิ้งหยวนวางแผนว่าจะเริ่มขายให้กับโลกภายนอก เขาี้เีเกินกว่าจะจัดกองคาราวานเพื่อเร่ขาย
“ขอบใจท่านมากพี่ใหญ่ ท่านไม่รู้หรอกว่าข้าถูกกดดันจากกลุ่มคนเหล่านี้ขนาดไหน” อู่เค่อนอนไม่หลับมาหลายวันแล้ว และเขาก็กังวลใจมากก่อนที่จะมาที่นี่ แต่ก็ไม่คาดคิดว่าแทนที่จิ้งหยวนจะปฏิเสธ เขากลับยอมรับได้ง่ายๆ ไม่ได้เป็คนใจกระด้างเหมือนแต่ก่อน
จริงสิ แล้วตกลงองค์ชายมาที่จวนของกระหม่อมเพราะอะไร คงไม่ใช่มีแค่เื่ของพ่อค้าคนนั้นหรอกนะ?” จิ้งหยวนเอ่ยถาม ตามความทรงจำ องค์ชายอู่เค่อมักจะยุ่งอยู่ตลอด และวันนี้ก็ไม่ใช่วันหยุด หากไม่มีเื่งานหรือเื่ร้ายแรงก็ยากที่จะเห็นเขาออกมาจากที่ว่าการ
“เอ่อ…จะว่าอย่างไงดี”
“อันที่จริง ข้ามาก็เพราะเื่ของสหายของ….”
“อ๊ากกกก เ้าแบกข้าเบาๆ หน่อย”
เมื่อองค์ชายอู่เค่อกำลังจะพูดถึงเื่นี้ ท่านใดนั้นเสียงร้องเหมือนหมูถูกเชือดร้องออกมาจากทางเข้าใหญ่ ก่อนที่จิ้งหยวนจะหันไปแล้วเห็นว่าคนที่เข้ามาคือฮัวเหลียงและหยานเอี้ยนผู้คุ้นตา แต่ที่แตกต่างไปหน่อยในเวลานี้ คือเหมือนว่าหยานเอี้ยนน่าจะถูกใครทุบตีมาอีกแล้ว ซึ่งพิจารณาได้จากศีรษะพองโตสองตาคล้ำม่วงมีสภาพเวทนาที่ดูไม่จืด
“ข้าจะฟ้องบิดาเ้า ข้าจะฟ้องตระกูลฮัวให้หมด"
พี่ใหญ่ พี่ใหญ่ช่วยข้าฟ้องร้องขุนพลฮัวต่อฝ่าาที...ตาแก่คนนั้นทุบตีข้าอีกแล้ว..ฮือ.ๆ .”
T^T
จิ้งหยวนที่เห็นว่าหยานเอี้ยนวิ่งเข้ามา ล้มตัวลงกอดขาขอร้องทั้งน้ำตา ปากร้องหาเขาแต่ดันไปกอดขาขององค์ชายอู่เค่อเพราะตาปูดมองไม่ออก องค์ชายอู่เค่อที่ยักไหล่คล้ายจะบอกว่านี่แหละคือจุดประสงค์หลักของการมา
จากเสียงร้องของหยานเอี้ยนและใบหน้าอันขมขื่นของฮัวเหลียงที่ยืนอยู่ไม่ไกล จากที่พยายามจับใจความ ก็ปรากฏว่าคนทั้งสองเหมือนจะไปเที่ยวคอคณิกาแล้วโดนขุนพลฮัวพบจนเกิดการทุบตีอีกแล้ว
“พอๆ สาเหตุก็เป็เพราะพวกเ้าหาเื่ใส่ตัวไม่ใช่หรือ? ไปเที่ยวแต่ก็ไม่รู้ว่าหอนั้นลุงฮัวจะเดินผ่าน”
“แล้วอีกอย่างนะ เหตุใดถึงมาขอพักที่จวนของข้าแทนที่จะกลับตระกูลของตัวเอง?”
จิ้งหยวนรู้สึกเซ็งเล็กน้อย ที่เ้าของร่างคนก่อนเก่าเลือกคบแต่สหายที่โคตรจะเป็ตัวซีเค็ตหายากไม่เหมือนใคร
“พะ..พี่ยะ..อุ๊ย..เจ็บๆ พี่ใหญ่ สภาพเช่นนี้หากกลับตระกูล ข้าคงโดนเยอะกว่าเดิมเป็แน่” หยานเอี้ยนพูดออกมาด้วยความทุกข์เล็กน้อย พร้อมๆ กับชี้ไปที่ใบหน้าที่บวมปูดของตัวเอง แต่อย่างนั้นเขาก็ยังหันไปผิดทาง พูดกับจิ้งหยวนแต่หันหน้าไปคุยกับต้าเซี่ยนแทน
“ข้าก็เช่นกัน แม้บิดาจะให้อภัยแต่ความโกรธของเขาคงไม่สงบลงโดยง่าย เดินๆ อยู่แล้วโดนดาบขว้างใส่คงไม่เข้าท่า ให้พวกเราพักที่จวนของท่านสักสองสามวันเถอะ ข้าสัญญาว่าพวกเราจะอยู่เงียบๆ ไม่กวนใจ” ฮัวเหลียงเองก็ได้แต่ขอร้องออกมาอย่างน่าสงสาร พ่อของเขาบอกว่าหากทำอีกจะตัดขาทิ้งแล้วโยนให้หมากิน หากกลับไปตอนนี้ เขามั่นใจเลยว่าพ่อของเขาต้องหยิบดาบมาไล่ฟันอย่างไม่ต้องสงสัยเลย
เมื่อเห็นคนเสเพลทั้งสองอ้อนวอนออกมาอย่างน่าสงสาร จิ้งหยวนก็ได้แต่ต้องยอมรับ ว่าโชคของเขาในวันนี้เหมือนจะหมดลง
“ต้าเซี่ยน หาห้องว่างให้แขกทั้งสองคนนี้พักหน่อยสักสองสามวัน ไม่ต้องจำเป็หรูหราขอเป็แต่ห้องเล็กๆ ให้พวกเขาได้ซุกหัวนอนก็พอ”
เชี๊ย!!
ทำไมท่านขี้ตืดขนาดนี้!!!
“...”
“...”
ทั้งสองหนุ่มได้ยินก็เต็มไปด้วยความใ ที่จิ้งหยวนไม่ให้พวกเขานอนด้วยเหมือนคราวก่อนๆ แต่กลับไล่ให้ไปนอนในห้องเก็บของเรือนเล็กๆ ด้านหลังแทน
ก็แน่ละ
ปัจจุบันจิ้งหยวนไม่ใช่จิ้งหยวนคนเก่า เป็ธรรมดาที่เขาจะไม่้าให้คนอื่นเข้ามานอนในห้องส่วนตัว แถมในเวลานี้ด้วยกิจการของจวนสกุลจิ้งจึงทำให้เรือนและหลายอาคารหลังมีแต่สินค้าและแผนงานต่างๆ ในอนาคตที่กำลังจะเกิด จนทำให้มีเพียงแค่ห้องเก็บของช่องเล็กๆ เท่านั้นที่ว่างให้พวกเขาได้ซุกหัวนอน และถึงจะมีห้องโถงใหญ่ที่ไม่มีอะไร แต่ก็เป็ไปไม่ได้ที่จะให้ตัวป่วนสองคนเดินไปทั่วรบกวนการทำงาน
“นายท่าน กลุ่มตัวแทนได้มารอท่านที่ห้องโถงหลักแล้วขอรับ”
จากจัดการเื่ที่พักให้ทั้งสองคนจนเวลายาวมาถึง่บ่าย ต้าเซี่ยนที่กลับมาก็รายงานถึงตัวแทนที่เคยนัดไว้
“ไปกันเถอะ”
จิ้งหยวนได้ยินก็พยักหน้า เตรียมตัวออกไปพบปะกับคนเ่าั้ เพื่อดูว่าศักยภาพของพวกเขาในเื่การค้าว่าเปิดกว้างหรือคับแคบอยู่แต่ในกรอบเดิมๆ ที่เอาแต่เร่ขายเป็กองคาราวาน ไม่ยอมรับปรับตัวกับทัศนคติการค้าแบบใหม่ที่จิ้งหยวน้าจะทำ
“...”
“...”
