เตาหลอมโอสถขนาดตั้งอยู่กลางแจ้ง ไฟที่เกิดจากพลังปราณกำลังลุกโชน ร่างบอบบางของหญิงสาวในชุดสีขาวนั่งนิ่ง ใช้สมาธิในการกับหลอมโอสถอย่างเต็มที่ เพราะนี่เป็่สุดท้าย ที่โอสถจะหลอมออกมาเป็เม็ดแล้ว
“อีกนิดเดียวจะสำเร็จแล้ว”หญิงสาวพูดพร้อมกับยื่นมือ หยิบโอสถเพิ่มพลังให้แก่ตัวเอง แต่…! โอสถที่นางเอาวางไว้ใกล้กับตัว ได้หายไปแล้ว
“ไม่น่ะ!! โอสถข้าหายไปไหน พลังข้าจะหมดแล้ว เตาหลอมโอสถ!”นางหันไปเจอชายหนุ่มที่ยืนอยู่ไม่ใกล้ โอสถจับตัวเป็ก้อน ขั้นควบแน่น หากขาดพลังไปหล่อเลี้ยงตอนนี้ เตาหลอมจะะเิทันที
“ท่านพี่! ช่วยส่งโอสถของท่านมาให้ข้าก่อนได้ไหม โอสถข้าที่เตรียมไว้หายไปแล้ว มันจำเป็ต้องใช้ ไม่งั้นต้องเสียสมุนไพรทั้งหมด!”นางไม่สามารถใช้มิติได้ จิตจะว่อกแว่กมากกว่านี้ไม่ได้
ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาในชุดสีขาว หันมามองแล้วยกยิ้มที่มุมปาก
“ข้าไม่มีโอสถติดตัวมาเลย!”พูดจบเขารีบก้าวเท้าเดินหนีไป
“ไม่น่ะ! ใครก็ได้ช่วยข้าที! ช่วยส่งไฟพลังปราณ เข้าไปที่เตาหลอม ก่อนที่… ทำไม…? มันมีรอยร้าว!”
“ท่านพี่!! ช่วยข้าด้วยอย่าเพิ่งไป ช่วยข้าก่อน!”หญิงสาวร้องะโให้ช่วยเสียงดังลั่น พลังของนางไม่เหลือแม้จะขยับตัวแล้ว ชายหนุ่มเดินจากไป ไม่แม้จะหันกลับมามอง
“ไม่น่ะ!” หญิงสาว รู้ว่าอยู่ต่อไม่ได้ เตาหลอมโอสถกำลังจะแตกะเิ เป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อยในไม่ช้านี้ นางจะทำอย่างไรดี นั่นหมายถึงชีวิตของนาง และวิถีเซียนที่อุตส่าห์บำเพ็ญมา!
“บึ้มมมม!”
นางใช้พลังเฮือกสุดท้าย หนีออกมาได้ไม่ใช่กี่ก้าวเท่านั้น เตาหลอมโอสถะเิออกเป็เสี่ยงๆ ร่างของนางล้มลงกับพื้น ได้รับาเ็หนัก แต่ถึงกระนั้นก็รู้สึกว่า มีร่างหนึ่งที่มารับแรงกระแทก บังตัวนางเอาไว้
ในความเ็ปนั้น นางมองดูร่างที่บังแรงะเิ แต่มันรุนแรงเกินไป ร่างของเขาค่อยๆสลายหายไป “ศิษย์น้องเ้าทำไมถึงได้ทำอะไร บ้าบิ่นเช่นนี้กัน”
“ฮุ่ยเจียง! ไม่ๆเ้า ทำไมถึงทำแบบนี้”สองมือได้แต่ไขว่คว้าร่างของศิษย์น้อง ที่ค่อยๆสลายหายไป แต่ดวงตาของเขามองมาที่นางตลอด
“ฮุ่ยเจียง เ้ารอข้าก่อน! ข้าจะตามจะไป และสัญญาว่าจะตามหาเ้าให้เจอ เด็กโง่!”
“อึ้งเย่วเ้าเป็อะไรไป? โอ้!อาจารย์มาช้าไปแล้ว”
ชายชราในชุดสีขาวสองคน ผู้เป็อาจารย์วิ่งมายังที่เกิดเหตุ พบร่างลูกศิษย์เอก ที่มีความสามารถ ในการหลอมโอสถ แต่ครั้งนี้นางถึงกับถูก เตาหลอมโอสถะเิใส่ จนร่างกายเริ่มสลายหายไปต่อหน้า ไม่มันมีทางเป็ไปได้
“เป็แบบนี้ไปได้ยังไง อึ้งเย่วหลอมโอสถจนแทบจะหลับตาหลอมได้แล้ว ทำไมถึงเกิดเหตุ เต้าหลอมะเิได้!”
“ท่านอาจารย์! ยังมีฮุ่ยเจียงที่วิ่งเข้ามาช่วยนาง ร่างกายเขาก็สูญสลายหายไปด้วย ข้ามองเห็นจากที่ไกลๆ เลยรีบวิ่งมาดู แต่มาถึงช้ากว่าอาจารย์ทั้งสอง”เนี่ยนเจินเด็กหนุ่มวัยสิบหกปี เพื่อนสนิทฮุ่ยเจียง วิ่งเข้ามารายงานอาจารย์ เขาใที่ทุกอย่างเกิดขึ้นไวมาก
“เื่นี้ต้องตรวจสอบให้ดี ต้องมีอะไรมากกว่านั้น ใครกันนะที่้ากำจัดนาง!”
ภาพของผู้คนอยู่ในชุดสีขาว ยืนอยู่รอบเตาหลอมที่ะเิ คือรูปภาพสุดท้ายที่เห็น ในความฝัน
“นี่ข้าฝันอีกแล้วหรือ? ทำไมถึงฝันซ้ำๆแบบนี้มาหลายครั้งจนจำได้แล้ว”
เด็กหญิงวัยแปดปี ลุกจากที่นอน เดินออกมายืนตรงหัวเรือ นอนต่อไปก็คงไม่หลับ
สายลมที่พัดมาพร้อมกับคลื่นทะเล มาปะทะกับใบหน้า แม้จะเป็ยามกลางคืน มองไม่เห็นสิ่งใด กลับเป็สิ่งที่นางชอบ ผมยาวถูกมัดเป็หางม้า เด็กหญิงยืนกอดอก นึกถึงชีวิตของตัวเองที่ผ่านมา
เมืองเยียน จวนตระกูลไท่ที่ใหญ่ไม่แพ้ใคร ในเมืองนี้ มีบ่าวรับใช้เป็ร้อย ร้านค้าที่ทำรายได้ หลายร้านตำลึงและสมบัติมีเต็มห้องคลัง
“ไสหัวออกไปทั้งแม่ทั้งลูกเลย ใบหย่าข้าก็เขียนไว้เรียบร้อยแล้ว”
ลู่เสียน ชายวัยสี่สิบรูปร่างสูงโปร่ง หน้าตาคมสันที่ยังดูดี แม้จะใกล้วัยกลางคนแล้ว เขากำลังขับไล่ภรรยาเอก และบุตรสาวออกจากบ้าน
เฟยจูหญิงสาววัยยี่สิบห้า ที่แต่งเข้ามาอย่างมีหน้ามีตา เพราะฐานะทางบ้านไปต่างกัน แต่พอมาอยู่ที่จวนตระกูลไท่ ถึงรู้ว่า เขามีภรรยาพร้อมลูกถึงสี่คน ซุกซ่อนเอาไว้ กว่านางจะรู้ก็เป็เวลาผ่านมาถึงสองปีแล้ว
ที่น่าใมากกว่านั้นคือ ลูกสาวที่นางคลอดออกมา มีใบหน้าที่อัปลักษณ์ สองแก้มเป็ไปด้วยปานดำทั้งหน้า ทำให้ผู้เป็พ่อยิ่งรังเกียจ สองแม่ลูกเพิ่มขึ้น แต่ก็ทนเลี้ยงมาได้ถึงหกปี เขาไม่เคยนอนร่วมเตียงกับนาง ยกเว้นวันส่งตัวเข้าห้องหอเท่านั้น
ที่ว่าเลี้ยงก็คือ เลี้ยงแบบตัวอัปมงคลของบ้าน ถูกไล่ไปอยู่ท้ายจวนเพราะไม่อยากให้ ผู้คนพบหน้าตาลูกสาวคนเล็ก ที่เกิดจากภรรยาเอก
และสาเหตุที่ทำให้เขาทนไม่ได้ จนต้องเขียนใบหย่า และไล่ออกจากจวนเพราะว่า เด็กหกขวบทุกคนจะต้องมีพลังธาตุ แต่ลูกสาวคนนี้ของเขาไม่มี หน้าตาอัปลักษณ์ไม่พอสมองยังทึบ เรียนรู้ได้ช้ากว่าคนทั่วไป
“เ้าไปเสีย! รถม้ารออยู่หน้าจวนแล้ว อย่ามีปัญหา เด็กคนนี้ไม่ใช่ว่า ไม่ได้เป็ลูกของข้าหรอกหรือ พลังธาตุไม่มีหน้าตาก็อัปลักษณ์!”
“ท่านอย่าได้พูดอะไรอีกเลย ใครเป็ยังไงก็รู้อยู่เต็มอก หย่ากันแล้วก็จบ แต่สินเดินของข้าอยู่ไหน ถ้าไม่คืนให้ข้ามา ข้าจะไปฟ้องทางการ ให้ท่านได้เสียหน้าไปทั้งตระกูลเลย”
“สินเดิมอะไรของเ้า ไม่ใช่ว่าขายมารักษาลูกของเ้าไปหมดแล้วหรือ ข้าไม่มีให้อยากฟ้องอะไรก็ฟ้องเลย”เ้าของคำพูดคือหญิงชรา แม่ของลู่เสียน
“ร้านค้าของข้า ยังอยู่ตั้งสองร้าน ไหนจะที่ดินทำกินให้ชาวบ้านเช่า ของพวกนี้เป็เพราะข้า เอาตำลึงส่วนตัวซื้อไว้ทั้งนั้น พวกท่านจะยึดไปแบบนี้ไม่ได้”
“ให้ไปดีๆไม่ชอบ ถ้าฟ้องขึ้นมาข้าจะบอกว่าเ้ามีชู้ ลูกถึงออกมาแบบนี้ อัปลักษณ์ไม่พอพลังธาตุก็ไม่มี ไม่ใช่ว่าเ้าไปท้องกับคนงานหรอกหรือ”ลู่เสียนพูดพร้อมกับชี้หน้าสองแม่ลูก
“พูดมากทำไม! จับตัวมันสองแม่ลูกโยนขึ้นไปบนรถม้า เอาไปทิ้งไว้นอกเมืองโน้น ให้มันทั้งสองหาทางกลับไปบ้านเดิมเอง ไปถึงคงไม่แคล้วจะถูกไล่ออกจากบ้าน เพราะโดนสามีหย่า”หญิงชราเรียกบ่าวรับใช้ ให้จับสองแม่ลูกขึ้นรถไป
“ข้าขอให้ตระกูลของพวกเ้าจงพินาศย่อยยับ โกงได้แม้กระทั่งภรรยาตัวเอง”เฟยจูพูดไม่ทันจบ ถูกบ่าวรับใช้ตีท้ายจนสลบ แล้วอุ้มไปโยนไว้บนรถม้า
“แม่!ท่านแม่ อย่าทำร้ายท่านแม่ของข้า!”
“จัดการให้มันสงบปากสงบคำ จับขึ้นรถม้าอย่าให้เสียงดังไปถึงข้างนอก”
สองแม่ลูกถูกจับโยนขึ้นรถม้า ปลายทางคือเมืองต้าตู ซึ่งเป็บ้านเดิมของเฟยจู
คนขับรถม้าสงสาร ถ้าจะทิ้งไว้กลางทาง อย่างน้อยนางเคยเป็เ้านายมาก่อน จึงขับรถม้าส่งถึงเมืองต้าตู ต้องใช้เวลานานถึงเจ็ดวัน กลับไปเขาต้องหาเื่ แก้ตัวที่หายมานาน
ตระกูลกัวพอรู้เื่จากลูกสาว ก็ได้เพียงแต่เจ็บใจเท่านั้น ทำอะไรไม่ได้ เพราะตอนนี้ตระกูลย่ำแย่ ไม่เหมือนแต่ก่อน ที่มีตำลึงมากมาย
“เฟยจูเ้ากับลูกก็พักอยู่ที่นี่เถอะ แต่หลานข้าทำไมหน้าตาถึงเป็แบบนั้น แถมพลังก็ไม่มีอีก ช่างเป็เวรกรรมของเ้าเสียจริง เฟยจู”
เด็กน้อยมาอยู่ที่บ้าน ถูกเด็กข้างบ้านรังแกทั้งที่เป็ญาติกัน เพราะทำอะไรเชื่องช้า แถมหน้าตาก็อัปลักษณ์ บางครั้งไม่ได้ออกจากบ้านไปไหน เก็บตัวอยู่กับแม่ไม่ไปไกลบ้าน
ต้องอยู่แบบหลบซ่อนตัว อยู่แต่ในบ้านมานานถึงสองปี เพื่อป้องกันการต้องถูกรังแก ล้อเลียนเื่หน้าตา แต่ก็หลบไม่ได้ตลอด เพราะเด็กน้อยก็อยากออกไปวิ่งเล่นข้างนอกบ้าง
ยามออกไปนอกบ้านก็ต้องปิดหน้า เหลือแต่ลูกตาไม่ให้ใครเห็น แต่เด็กในละแวกบ้านใกล้เรือนเคียง ก็ยังหาโอกาสมารังแกอยู่ตลอด
“นังเด็กอัปลักษณ์ ออกไปจากหมู่บ้านข้าเลย”
“นั่นน่ะสิมาทำไมก็ไม่รู้ อีกหน่อยคนทั้งหมู่บ้านไม่ซวยไปรึ”
“ใช่แล้วขนาดคนเมืองเยียน ยังไล่มาเลย”
กลุ่มเด็กชายห้าคน พากันขว้างปาก้อนหินใส่เด็กหญิง พวกเขาไม่อยากเข้าใกล้คนอัปลักษณ์
“ท่านแม่! ถ้าถูกพวกเขาปาก้อนหินใส่ ข้าเจ็บเ้าค่ะ!”จูเฟยได้แต่ทำแผลให้ลูกเท่านั้น ซึ่งก็มีแผลแทบทุกวัน
“เป็เคราะห์กรรมอะไรของแม่และเ้ากันนะ ชายผู้นั้นหลอกลวงแม่ั้แ่ยังไม่มีเ้า พอมีลูกก็ไม่เหมือนชาวบ้านอีก”เฟยจูได้แต่กอดลูก ที่อ่อนแอไม่สู้คน แถมพลังธาตุก็ไม่มี
“เฟยจู พ่อว่าเ้าส่งลูกให้ไปอยู่กับพี่ชายเ้าเถอะ เขาล่องเรือทำการค้า ไม่ได้พบเจอหน้าผู้คน อยู่แต่ในทะเลหลายเดือนกว่าจะขึ้นฝั่งทีหนึ่ง จะได้ไม่ถูกเพื่อนรุ่นเดียวกันล้อ เื่หน้าตาและโดนทำร้าย”
“ท่านพ่อก็เห็นว่าลูกของข้า สมองทึบคิดอะไรก็ช้า ถ้าให้ไปอยู่กับพี่ใหญ่ จะไม่กลายเป็เอาภาระไปให้หรือเ้าคะ”
“ไม่เป็ไรหรอก อยู่บนเรือมีคนของเราอยู่ ช่วยกันดูแลก็ได้แล้ว อยู่แถวนี้แล้วสงสาร ถูกรังแกมาทุกวัน จะไม่ให้ออกจากบ้านก็ไม่ได้ จะไม่ให้เด็กพวกนั้นเข้าบ้าน เป็ญาติพี่น้องกันทั้งนั้น”
“เ้าลองคิดดูก็แล้วกัน อีกไม่กี่วันพี่ชายเ้าจะมาแล้ว มาพักอยู่ห้าวันก็เดินทางต่อ”ลู่จิวชายชราวัยห้าสิบ พ่อของเฟยจู
“นั่นสิลูก! ไม่แน่ว่าไปเห็นทะเลสายน้ำ ต่างบ้านต่างเมือง อาการของเฟยหย่า อาจจะดีขึ้นก็ได้”
ถึงเด็กน้อยจะสมองทึบ แต่ก็อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้ากินข้าวเองได้ เพียงแต่จะช้ากว่าเด็กปกติทั่วไปเท่านั้น
“เฟยหย่า ลูกอยากไปเที่ยวทะเลไหม เดี๋ยวลุงของเ้าจะมารับ ไปเที่ยวทะเลนั่งเรือใหญ่ เดินทางไปท่องเที่ยวไกล ได้เห็นหลายสิ่งหลายอย่าง เ้าอยากไปไหม แต่แม่ไม่ได้ไปกับเ้าด้วยน่ะ”
“ข้าอยากไปเ้าค่ะ แต่ข้าก็อยากให้ท่านแม่ไปด้วย ข้ากลัว”
“แม่ไปไม่ได้หรอกลูก ต้องอยู่ช่วยท่านตาท่านยาย เพราะตอนนี้ตระกูลเรากำลังเดือดร้อน เื่ตำลึง หนี้สินจากการค้าที่ขาดทุน ลุงของเ้าก็ต้องเร่งหาตำลึงมาใช้หนี้ เหมือนกัน”
“เสียดายสินเดิม ถ้าได้มาเป็บางส่วน น่าจะช่วยพวกท่านได้บ้าง ชายผู้นั้นและตระกูล ช่างใจร้ายใจดำกับพวกเราเหลือเกิน”
“อยู่บนเรือเ้าไม่ต้องกลัวถูกเด็กที่ไหนรังแก ไม่ได้ไปกับใครที่ไหน ท่านลุงก็คือพี่ชายของแม่ ท่านจะดูแลเ้าอย่างดี เ้าไม่ต้องกลัว”
“ถ้าท่านแม่อยากให้ลูกไป ข้าไปก็ได้เ้าค่ะ ท่านแม่จะได้ทำงานช่วยท่านตาท่านยาย”
“ลูกต้องดูแลตัวเองให้ดีนะ อาบน้ำเองเปลี่ยนเสื้อผ้า หาข้าวกินถ้าหิวก็ให้บอกลุงของเ้า ลูกต้องทำเองทั้งหมด อย่าได้เป็ภาระของท่านลุงของเ้าล่ะ”
เฟยจูถอนหายใจ ไม่รู้ว่าลูกจะทำตามคำพูดที่สั่งสอนไปหรือไม่ กลัวว่าเดินออกจากบ้านไปก็ลืมแล้ว
อู๋ทงกลับมาถึงบ้านรู้เื่ราวของน้องสาว ก็เป็เดือดเป็แค้น แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ มีแต่จะจดจำไว้เท่านั้น เห็นหน้าหลานสาวที่อัปลักษณ์ยิ่งช้ำใจ น้องสาวของเขาช่างโชคร้ายยิ่งนัก
“ข้าจะรับหลานสาวไปด้วย บนเรืออยู่ด้วยกันสิบสองคน มีผู้หญิงถึงสี่คนน่าจะช่วยกันดูแลได้”อู๋ทงชายวัยสามสิบปี
“พี่ใหญ่แล้วภรรยากับลูกของท่านล่ะ พวกเขาเดินทางไปด้วยไหม ข้ากลัวว่าเฟยหย่าจะทำให้พวกเขา ไม่ชอบใจเพราะนิสัยรูปร่างหน้าตาของลูกข้า พี่ใหญ่ก็เห็นอยู่”
“เื่นั้นเ้าไม่ต้องเป็ห่วง พวกเขาไม่เหยียบแม้กระทั่งเรือส่งสินค้า ถ้าเปลี่ยนสามีได้นางคงเปลี่ยนไปแล้ว ส่วนลูกชายกำลังศึกษาเล่าเรียนอยู่”
“พี่สะใภ้ก็ดีกับท่านไม่ใช่หรือ ทำไมถึงกลายเป็ แบบนี้ไปได้”
“เพราะการค้าขาดทุน มาสามปีแล้วยังไงเล่า ตระกูลของนางไม่อยากรับรู้ พวกเขากลัวจะได้รับใช้หนี้ไปด้วย”
สองพี่น้องยืนปรึกษากันเสร็จ เฟยจูเก็บเสื้อผ้าและอาหารให้กับลูกสาว ถึงจะเป็ห่วงแต่ก็ต้องให้ลูกไป ไม่เพียงแต่เด็กที่รังแก แม้แต่ผู้ใหญ่บางคนที่นางสังเกตเห็น ยังมีท่าทีรังเกียจ เด็กที่คิดช้าทำช้าและหน้าตาอัปลักษณ์
