เหตุการณ์เกิดขึ้นเร็วมาก หวางเจาหวาที่เพิ่งรู้สึกตัวทำได้เพียงวิ่งเอาตัวมาบังฮั่วเสี่ยวเหวินไว้พร้อมกับพูดเสียงเย็นว่า “ยังขายหน้าไม่พออีกหรือ? ต้องให้ทุกคนรู้เื่ดีงามที่คุณทำหรือไร?”
ชายในชุดเครื่องแบบอีกคนเข้ามาแย่งปืนล่าสัตว์ในจังหวะที่เขาไม่ทันระวังด้วยเช่นกัน เขายิ้มและบอกว่า “ก็แค่เด็กที่ไม่รู้เื่รู้ราว นายอย่าไปถือสาหาความเลย”
“เด็กที่ไม่รู้เื่รู้ราว?” หยางเสวียเหวินคิดในใจว่านี่ไม่ใช่เด็กธรรมดา เขามองฮั่วเสี่ยวเหวินนิ่งๆ วางถุงในมือลงพื้นและพูดจาอวดดี “คอยดูเถอะ”
ระหว่างทานมื้อเย็นทุกคนกินอาหารอย่างไม่สบอารมณ์นัก มีเพียงหยางซวี่ที่กินผัดมันฝรั่งเส้นคำโตโดยไม่รู้เื่อะไร เขาคอยพูดจายิ้มแย้มและคีบกับข้าวให้แต่ละคนไม่หยุด
ฮั่วเสี่ยวเหวินทิ้งกับข้าวที่หยางซวี่คีบให้อย่างรังเกียจ เธอกินอย่างลวกๆ แล้วไปนอน
“เสี่ยวเหวิน อย่าทำเช่นนี้” อาจเพราะกลัวสามีที่อยู่ห้องติดกันได้ยิน หวางเจาหวาเลยพูดเสียงเบามาก “ฉันรู้ว่าเธอโกรธเกลียดคุณอาหยาง แต่ทำเช่นนี้ไปก็ไม่มีผลดีต่อเธอ ถึงเวลาแล้วฉันเองก็อาจปกป้องเธอไม่ได้”
ฮั่วเสี่ยวเหวินหันไปทางอื่น หลบเลี่ยงไม่สบตากับหวางเจาหวา “ฉันเกลียดเขา”
เด็กตัวแค่นี้ทำหน้าดื้อรั้น หวางเจาหวากุมมือเธอด้วยความสงสาร “เสี่ยวเหวิน น้าหวังดีกับเธอนะ”
ฮั่วเสี่ยวเหวินไม่ตอบ ถอดเสื้อผ้าแล้วเข้านอน
เธอถูกปลุกด้วยเสียงพูดคุยกันด้านนอก อาจเพราะเมื่อคืนนอนไม่หลับ วันต่อมาจึงนอนยาวจนถึงเวลาอาหาร
“ซวี่เอ๋อร์ พวกเราไปกินถังหูลู่กันดีไหม?” หยางเสวียเหวินยืนอยู่หน้าประตู มองหยางซวี่ที่สูงเพียงครึ่งหนึ่งของตัวเองด้วยความรัก
“ดีครับ” ไม่รู้ว่าหยางซวี่ชอบกินถังหูลู่จริงหรือเปล่า เห็นเพียงเขาปรบมือร้องว่าดี
“อากาศหนาว อย่าพาลูกเล่นนานเกินไป” หวางเจาหวากำชับ เห็นฮั่วเสี่ยวเหวินเดินเกียจคร้านออกมาก็บอกให้ล้างหน้าเตรียมกินข้าวด้วยรอยยิ้ม
‘เธอไม่โกรธฉันสักนิดเลยหรือ?’ ฮั่วเสี่ยวเหวินสงสัย ช่างเถอะ คิดไม่ออกก็เลิกคิด เธอพยักหน้าและเดินเข้าไปในห้องครัว
อากาศหนาวมากขึ้นทุกวันแต่กลับไม่มีหิมะตก ฮั่วเสี่ยวเหวินรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย พอไม่มีหยางซวี่ตามติด เธอก็รู้สึกสบายแบบที่ไม่เคยััมาก่อน
“เสี่ยวเหวิน”
ฮั่วเสี่ยวเหวินหันไปมองแต่ไม่เจออะไรทั้งนั้น จังหวะที่กำลังจะเดินจากไปเพราะคิดว่าหูฝาด เสียงนั้นก็ดังขึ้นอีกครั้ง
เมื่อหันมองไปทางที่มาของเสียง เธอพบว่าเป็จางเจียิที่ยืนอยู่ด้านหลังต้นไม้ต้นหนึ่ง คอยมองไปรอบๆ ไม่หยุด
“พี่เจียิ” ฮั่วเสี่ยวเหวินวิ่งเข้าไปหา จางเจียิทำเสียงชู่ว์ บอกให้เธอเบาเสียงลง
ฮั่วเสี่ยวเหวินมองไปรอบๆ ตามเขา ซึ่งไม่มีอะไรทั้งนั้น เขากำลังกังวลอะไร? ทำอย่างกับว่ากำลังลักลอบพบชู้
“เสี่ยวเหวิน พวกเรากลับบ้านกันเถอะนะ?” จางเจียิจ้องฮั่วเสี่ยวเหวิน สุดท้ายแล้วเขาก็แยกจากกับเธอไม่ได้ มิเช่นนั้นคงไม่มาหาทุกวันเช่นนัเ
ฮั่วเสี่ยวเหวินคิดไม่ถึงว่าเขาจะพูดแบบนี้ เธอรีบหาข้ออ้าง “ฉันรับปากคุณน้าหวางไว้แล้ว…ต้องดูแลหยางซวี่”
“เธอทำไปเพื่อช่วยพี่ใช่หรือไม่?” จางเจียิเหมือนไม่ได้ยินสิ่งที่เธอพูด เขาพูดเองเออเอง “พี่ก็สงสัยอยู่ว่าเหตุใดอยู่ดีๆ ตำรวจนายนั้นก็ปล่อยตัว ทั้งยังมีน้ำใจจะช่วยส่งกลับบ้านที่แท้เขาก็อยากได้ตัวเธอ”
ฮั่วเสี่ยวเหวินใผงะ เขารู้ได้อย่างไร?
คงเป็การคาดเดาของเขาแน่ๆ การไม่มีครอบครัวั้แ่เด็กทำให้เขาต้องโตไวกว่าเด็กคนอื่น
“เื่ราวไม่ได้เป็เช่นที่พี่คิด ไว้วันหน้ามีโอกาสจะอธิบายให้ฟัง”
วันหน้าเขาน่าจะแต่งงานแล้วกระมัง หรือไม่เธอก็หนีไปแล้ว
“ฉันจะฟังตอนนี้” จางเจียิยืนยัน เขาดื้อรั้นกว่าเธอเสียอีก
ฮั่วเสี่ยวเหวินรู้ว่าตอนนี้พูดอะไรกับเขาไปก็เปล่าประโยชน์ เธอจึงตัดสินใจตะคอกใส่ “พี่ไปเถอะ”
ไม่มีการร้องไห้โวยวายแบบที่เธอคิดไว้ จางเจียิยอมไปแต่โดยดี ไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง
แค่นี้ก็ยอมปล่อยแล้วหรือ?
หัวใจของฮั่วเสี่ยวเหวินปวดแปลบๆ หากไม่ใช่เพราะจางเจียิมีแต่แก้ปัญหาด้วยการใช้กำลัง บางทีการพูดความจริงกับเขาอาจช่วยแก้ปัญหาได้
เป็เวลาหลายวันที่ฮั่วเสี่ยวเหวินเห็นจางเจียิมาแอบมองดูตัวเธอจากไกลๆ เธอไม่ชอบใจนัก เขาทำตัวลับๆ ล่อๆ ราวกับว่าการพบเธอเป็เื่น่าขายหน้า
หยางเสวียเหวินไม่ชอบฮั่วเสี่ยวเหวินมากขึ้นเรื่อยๆ เขาเกือบลงมืออยู่หลายต่อหลายครั้ง ฮั่วเสี่ยวเหวินรู้สาเหตุเป็อย่างดี เพราะเมื่อใดที่หยางเสวียเหวินเล่าเื่ระหว่างทานข้าวว่าได้ผลประโยชน์อะไรมาบ้างด้วยความภูมิใจ เธอจะคอยพูดถากถางทุกครั้ง
ฮั่วเสี่ยวเหวินได้คืบจะเอาศอก ในที่สุดหวางเจาหวาก็ทนไม่ไหว ค่อยๆ เลิกช่วยเหลือเธอไปเอง
ในวันนี้ฮั่วเสี่ยวเหวินทำเื่ใหญ่ เธอแอบไปบ้านของสวีเถียนโดยใช้การเล่นซ่อนแอบกับหยางซวี่เป็ข้ออ้าง
บ้านของสวีเถียนอยู่ห่างออกไปสองหมู่บ้าน เธอถามทางจนเจอบ้านของสวีเถียน และกว่าจะกลับถึงบ้านหยาง ฟ้าก็มืดเสียแล้ว
“ทำไมกลับมาคนเดียว ซวี่เอ๋อร์ล่ะ?” หวางเจาหวาทิ้งฟืนลงพื้น เธอรู้สึกแปลกใจ ปกติสองคนนี้ตัวติดกันไม่ใช่หรือ?
‘แย่ล่ะ หยางซวี่’ ฮั่วเสี่ยวเหวินเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตัวเองทิ้งหยางซวี่ไว้ เขารู้จักแค่การกินนอน คงไม่เกิดอะไรขึ้นกระมัง?
“ตอนเที่ยงฉันไปเข้าห้องน้ำ บอกให้เขารอ แต่พอออกมาก็ไม่เจอแล้ว” ท่ามกลางความลนลานเธอโกหกคำโตออกไป
“ไม่ต้องกังวล ซวี่เอ๋อร์คงไปไม่ไกล” หวางเจาหวาแสร้งทำเป็ปลอบอย่างใจเย็นทว่าเสียงของเธอกลับกำลังสั่น
พวกเขาออกตามหาในที่ที่เป็ไปได้ทั้งหมด แต่ไม่พบร่องรอยของหยางซวี่เลยแม้แต่น้อย
“แกตายหรือไร? คนหายไปทั้งคนแต่ไม่รู้เื่” ยังไม่ทันฟังหวางเจาหวาพูดจบ แม่ของหยางเสวียเหวินก็อ้าปากด่าแล้ว
“แม่ ตามหาซวี่เอ๋อร์ก่อนเถอะค่ะ” หวางเจาหวารู้นิสัยของแม่สามีดี นางรีบเบี่ยงเบนความสนใจ
เวลานี้แล้วยังจะมีอารมณ์มาทะเลาะอยู่อีก ฮั่วเสี่ยวเหวินเบะปาก ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นจริงๆ
หวางเจาหวาไม่กล้าชักช้า รีบเรียกทุกคนในหมู่บ้านที่พอจะเรียกได้ให้ช่วยตามหา คนจำนวนยี่สิบสามสิบคนแทบจะพลิกหมู่บ้านหา ในที่สุดก็พบหยางซวี่ที่ใต้หน้าผาแห่งหนึ่ง
เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุหวางเจาหวาสลัดหน้ากากทั้งหมดออก เธอร้องไห้โหยหวน ปลอบอย่างไรก็ปลอบไม่อยู่
ใครเข้ามาแสดงความเสียใจจะถูกไล่ด้วยการด่าและทุบตีหมด
ฮั่วเสี่ยวเหวินไม่เคยเห็นหวางเจาหวาเป็เช่นนี้มาก่อน หล่อนเหมือนหมาป่าที่าเ็ ไม่มีใครกล้าแตะต้อง
ผ่านไปนานแค่ไหนไม่รู้ ชาวบ้านเริ่มหมดความอดทนและแยกย้ายกันกลับไป
พ่อของหยางเสวียเหวินเห็นฮั่วเสี่ยวเหวินยืนน้ำตาไหลก็ถอนหายใจ จากนั้นจึงพาภรรยากลับไป เดี๋ยวพวกเขาต้องไปขอบคุณคนที่ช่วยมาตามหาหยางซวี่อีก
หวางเจาหวาอุ้มลูกชายด้วยความระมัดระวัง ขณะที่กำลังเดินผ่านฮั่วเสี่ยวเหวิน หล่อนเห็นน้ำตาอันจอมปลอมของฮั่วเสี่ยวเหวินที่ไหลรินออกมาก็พูดขึ้นว่า “เธอคงพอใจแล้วสินะ!”
