“สมุนไพรก็น่าจะมีเ้าว่าไหมน้องเล็ก ผลไม้ไม่เห็นมีเลยหรือเป็เพราะมันไม่มีต้นของมันอยู่ หรือว่าไม่ใช่ฤดูกาลของมัน”
“ป่าด้านนอกน่าจะถูกเก็บไปแล้วพี่รอง ถ้าอยากกิน วันหลังต้องเดินเข้าไปในส่วนลึก วันนี้ไม่มีอะไรหรอกเรากลับกันเถอะ เดี๋ยวท่านแม่จะเป็ห่วง”
“ ต้นไม้แถวนี้ต้นใหญ่ ถ้าปลูกบ้านท่านปู่คงต้องมาตัดแถวนี้ไปเป็แน่ มันอยู่รอยต่อเขตที่ท่านปู่ซื้อพอดี”สองพี่น้องพากันเดินออกจากป่า
“ท่านแม่ข้ากับพี่รองกลับมาแล้วเ้าค่ะ พวกเราแค่ไปสำรวจป่าเท่านั้น”
“ใช่แล้วท่านแม่เข้าไปไม่ลึกข้าก็เห็นกระต่ายวิ่งแล้ว ป่าที่นี่อุดมสมบูรณ์ พวกเราจะไม่อดอยากอีกต่อไป”ลี่ถังพูดด้วยความตื่นเต้น เขายังอยากกินเนื้อกระต่าย
“โอ๊ะ!ดูเหมือนท่านปู่กับท่านพ่อจะกลับมาแล้ว ต้องไปช่วยท่านปู่กับท่านพ่อขนของก่อน”ลี่ถังวิ่งไปหาเมื่อเห็นว่าเกวียนจอดนิ่งสนิทแล้ว
“ลาน้อยเ้ากินหญ้าอยู่ตรงนี้นะอย่าไปไหน ข้าจะไปดูท่านพ่อกับท่านปู่ก่อน”ทุกคนไปช่วยกันขนของ
“ปู่ว่ายังไม่ต้องขนหรอก!ทิ้งไว้บนนี้แหละ เอาอาหารที่ซื้อมาลงมาแบ่งกันกินก็พอ หลังจากกินเสร็จจะได้ช่วยกันตัดไม้ มาทำกระโจมชั่วคราวก่อน”
“เนื้อตุ๋น ข้าได้กินเนื้อแล้ว ในเมืองมีอุดมสมบูรณ์มีเนื้อให้ข้ากิน ท่านปู่มันราคาแพงหรือไม่”ลี่ถังพูดด้วยตาเป็ประกาย เขาได้แต่คิดว่า ดีแล้วที่มีเื่กับท่านลุง ทำให้เดินทางมาถึงเมืองนี้ ไม่อย่างนั้นป่านนี้ พวกเขาคงจะอดอยากเหมือนเดิมเป็แน่
ทั้งเจ็ดคนนั่งล้อมวงกันกินข้าวอยู่ใต้ต้นไม้ โดยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม มีอาหารกินมีพื้นที่ทำกิน ถ้าปลูกบ้านเสร็จมีที่อยู่พวกเขาไม่ได้หวังอะไรมากกว่านี้
หลังจากกินข้าวเสร็จก็มาช่วยกันตัดไม้ตัดหญ้ามาทำกระโจม “ท่านปู่ขายหินสีได้เยอะไหมเ้าคะ บ้านจะสร้างเองหรือว่าให้ช่างมาสร้างให้เ้าค่ะ”
“ขายหินได้มายี่สิบตำลึงทอง ขายโสมคนสองต้นได้มาอีกสิบตำลึงทอง เพราะอายุไม่ถึงสองร้อยปี ถ้าจ้างช่างปลูกบ้านไม่เกินสิบตำลึงทอง เพราะว่าไม้ก็เอามาจากในป่า”
“ปูสอบถามราคาแล้ว พรุ่งนี้ช่างจะมาดูพื้นที่แล้วตกลงราคากันอีกครั้งหนึ่ง ทุกอย่างเป็เพราะเ้าซินหยาง เ้าเป็ตัวนำโชคของบ้านเรา”
“นั่นสิย่าก็คิดเหมือนกัน ว่าเ้าเป็ตัวนำโชค ถ้าไม่มีเ้าป่านนี้ไม่รู้ว่าจะเป็ยังไงกัน ไม่มีทั้งหินสีสมุนไพรไหนจะอักษรโบราณที่ช่วยทำให้ ทุกคนแข็งแรง จนปู่และพ่อของเ้าขุดหินสีได้มาเยอะ ขายจนสามารถซื้อที่ดินและปลูกบ้านได้”
“ท่านปู่ท่านย่าก็ชมข้าเกินไปเ้าค่ะ ทุกคนต่างช่วยและมีส่วนร่วมด้วยกันทั้งนั้น ถึงข้าบอกไปถ้าท่านพ่อกับท่านปู่ไม่เชื่อ ก็ไม่มีประโยชน์ เพราะข้าจะไปขุดเองก็ไม่ได้”
“ไม่รู้ล่ะข้าถือว่าน้องเล็กเป็ตัวนำโชค ของบ้านเรา”ลี่ถังพูดขึ้นมาบ้าง
คืนนี้พวกเขาพักผ่อนอย่างเต็มที่ ด้วยท้องที่อิ่มและรู้สึกปลอดภัย ไม่ต้องอยู่เวรยาม ถึงจะอยู่ใกล้ป่าแต่ก็ปลอดภัยกว่าหลายเดือนที่ผ่านมา
ช่างเข้ามาดูบ้านั้แ่เช้า ท่านปู่ตกลงสร้างเป็บ้านหลังใหญ่เผื่อทุกคนตอนโต โดยทำเป็ห้าห้องนอน ห้องครัวห้องน้ำแยกออกเป็สัดส่วน ราคาทั้งหมดจากไม่เกินสิบตำลึงทองกำลังกลายเป็ สิบห้าตำลึงทองรวมล้อมรั้วด้วย
นายช่างใหญ่มีคนงานเยอะ มากกว่าห้าสิบคน แบ่งกลุ่มหนึ่งไปล้อมรั้ว รอบแต่ตัวบ้านประมาณห้าหมู่ อีกสิบหมู่เป็ป่าซึ่งสองพ่อลูกต้องล้อมเองทีหลัง ไม้สร้างบ้านตัดจากในป่าให้ตัดในส่วนที่อยู่ในพื้นที่ก่อน ถ้าไม่พอถึงเข้าไปตัดเพิ่มในป่า
แค่วันเดียว พื้นที่ดินเตรียมปลูกบ้านถูกการปรับหน้าดินเรียบร้อย ไม้ก็ถูกตัดมากองรวมกันไว้ เตรียมสร้างในวันถัดไป นายช่างแจ้งจะมีคนมาช่วยงานเพิ่ม เหลือแต่ก้อนอิฐ ที่ทางร้านขนมาเอง
“มีตำลึงนี่ดีจริงๆเลย ทำอะไรก็รวดเร็วสั่งได้ สงสัยข้าต้องหาวิธีให้ตัวเองมีตำลึงแล้วล่ะ ใช่ไหมพี่รอง”
“น้องเล็กเ้าคิดเผื่อทุกคนแล้ว แค่มีหินสีสมุนไพรพวกเราก็มีอยู่มีกินกันแล้ว ข้าได้ยินท่านพ่อกับท่านปู่คุยกัน หลังจากสร้างบ้านเสร็จแล้ว พื้นที่บางส่วนจะปลูกผักไว้กินเอง และจะลองปลูกสมุนไพร แต่ให้เ้าเป็คนเลือกว่าจะปลูกอะไร”
“จริงหรือพี่รอง ต้องถามท่านปู่สมุนไพรในเมือง ตัวไหนที่หายากและมีราคาดี เราก็จะปลูกตัวนั้นแต่สมุนไพร มันใช้ระยะเวลาที่ยาวนานกว่าพืชผักทั่วไปนะ ปลูกตอนนี้ได้ใช้ตอนที่เรามีอายุเยอะแล้ว”
“นั่นน่ะสินะอย่างนั้นต้องหาอาชีพอื่นทำ ถ้าพวกเรารอสมุนไพรโตจนเก็บขายได้ต้องใช้เวลานาน ถ้าเป็สมุนไพรที่อายุสั้นล่ะน้องเล็ก”
“สมุนไพรอายุสั้นมีอยู่ทั่วไป ต้องไปดูที่ร้านยาว่าพวกเขา้าสมุนไพรอายุสั้นประเภทไหน สั้นยังไงก็หลายปีอยู่ดี นอกจากจะเก็บมาจากในป่า แล้วมาปลูกต่อบำรุงรักษาให้ดี”
“ขุดจากในป่าก็ไม่เลวนะน้องเล็ก เอามาปลูกต่อสักสองสามปีก็เก็บขายได้แล้ว ระหว่างที่รอสมุนไพรโต เราก็ไปหาหินสีและสมุนไพรในป่าใหญ่ ไปขายก่อนก็ได้นี่นา”
“คงต้องเป็อย่างนั้นแหละ ข้าต้องหาวิธีอื่นที่ได้ตำลึงเยอะ โดยไม่ต้องเหนื่อยและรอเวลานาน ขอเวลาคิดก่อนว่าต้องทำยังไง ข้าก็อยากเป็เด็กที่นอนตื่นสาย ไม่ต้องทำอะไรเยอะเหมือนคนอื่นบ้าง”
ลี่กันพาท่านแม่และภรรยา ไปซื้อผ้าพับที่จะมาตัดทำผ้าปูและผ้าม่าน รอช่างสร้างเสร็จจะได้ติดผ้าม่านเลย
ใช้เวลาแค่ห้าวัน ช่างห้าสิบคนก็สร้างบ้านหลังใหญ่ ให้พวกเขาจนเสร็จ ลี่จูจ่ายตำลึงเพิ่มอีกสองตำลึงทอง เพื่อให้ช่างสร้างโต๊ะตู้เตียงเก้าอี้ วันที่เจ็ดหลังที่อยู่ในแคว้นตงไห่นี้ พวกเขาก็มีบ้านอยู่แล้ว
ลี่จูและลูกชายตามด้วยลูกสะใภ้เข้าไปซื้อ เครื่องนอนในเมือง ที่นอนแบบหนาผ้าห่มผ้าปู ผ้าพับที่จะนำมาตัดเสื้อผ้าใหม่ให้กับทุกคนหลังที่ได้ย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านใหม่แล้ว
ทุกคนต่างดีใจ มีห้องนอนเป็ของตัวเองคนละห้อง ไม่มีวิธีขึ้นบ้านใหม่ ให้แต่ผู้สูงอายุอย่างปู่กับย่าช่วยกันติดอักษรโบราณไว้ตรงประตูหน้า แล้วเดินหอบตำลึงเข้าบ้านไปก่อน ตามด้วยลูกชายลูกสะใภ้และหลาน ที่หอบข้าวของมีค่าอย่างหินสี
“พวกเ้าเลือกห้องกันได้ตามสบาย ปู่ย่าขอด้านหลังจะได้เงียบสงบ ห้องใหญ่ก็ให้เป็พ่อแม่ของพวกเ้าอยู่”พอผู้เป็ปู่พูดจบเด็กน้อยทั้งสามคนมองห้องของตัวเอง
ซินหยางเลือกห้อง ที่ต่อจากท่านปู่ท่านย่า มีหน้าต่างที่มองออกไปแล้วเห็นป่าได้กว้างกว่าทุกห้อง “ห้องนี้แหละตื่นเช้ามาจะได้เห็นป่าเขาเขียว ทำคอกให้เ้าลาไว้ตรงโน้นจะได้มองเห็น ต้องหาดอกไม้มาปลูกแซมสักหน่อย”เด็กน้อยในหัวเต็มไปด้วยความฝัน
ซินหยางเอาตำราโบราณสามเล่ม มาวางไว้โต๊ะหัวเตียงที่ลากมาไว้ข้างหน้าต่าง
เป็คืนแรกที่ซินหยางได้นอนอย่างมีความสุข บนที่นอนนุ่ม ผ้าห่มหนาอากาศก็ดี “สว่างแล้วเหรอ ข้ายังนอนไม่เต็มอิ่มเลย”
“น้องเล็กเ้าตื่นหรือยัง เ้าไม่อยากไปสำรวจป่าต่อหรือ พี่รองชวนท่านพ่อกับท่านปู่ไปด้วย พวกท่านให้มาถามเ้าว่าจะไปด้วยไหม”
“ข้าตื่นแล้วพี่รอง แต่ขอเวลาล้างหน้าล้างตาเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน ใส่ชุดใหม่เข้าป่าไม่ได้เดี๋ยวขาดหมด”ซินหยางส่งแต่เสียงออกมาจากในห้องเท่านั้น
“นี่คือการมาสำรวจป่าเท่านั้น ว่าใกล้บ้านเรามีสัตว์ที่มีอันตรายไหม หลังจากนี้ปู่กับพ่อของเ้าก็จะเริ่มตัดไม้มาล้อมรั้วแล้ว”ลี่จูพูดขึ้นหลังจากเดินเข้าป่ามาได้พักหนึ่ง
“ท่านปู่เ้าคะแล้วพี่รองไม่ต้องไปเรียนหนังสือหรือเ้าคะ ถ้าสำนักอยู่ไกลก็ขี่ลาน้อยไปได้”
“ปู่ให้พ่อเ้ามองหา สำนักศึกษาที่อยู่ไม่ไกลจากที่นี่”
“วันก่อนตอนเข้าเมือง พ่อมองไว้อยู่ แต่ดูเหมือนเขาจะรับแต่ผู้ชายน่ะ เ้าและพี่สาวต้องหาที่เรียนกับอาจารย์ข้างนอก”
“ข้ายังไม่อยากเรียนตอนนี้เ้าค่ะท่านปู่ท่านพ่อ ส่งพี่ใหญ่กับพี่รองไปเรียนก่อนเถอะ ข้า้าศึกษาเองจากตำราทั้งสามเล่มนั้น”ชายชราพยักรับรู้ แต่สายตากับมองไปที่ลูกชาย
“หลายปู่เ้ายังเล็ก รออีกสักปีสองปีก็ได้ ไม่แน่ว่าตอนนั้นอาจจะมีสำนักศึกษาเปิดรับผู้หญิงก็ได้”
“พวกเ้าเงียบลงก่อน เหมือนปู่จะได้ยินเสียงไก่อยู่ไม่ไกลจากแถวนี้ แต่จะเอาอะไรไปจับมันล่ะ มีแต่มีดคงจัดการพวกมันไม่ทัน”
“ท่านปู่ถ้าเราจับไปเลี้ยงไว้กินไข่ละเ้าคะ เราไม่มีอาวุธมีแต่สองมือที่จะใช้จับพวกมัน หรือไม่ก็”ซินหยางมองหาก้อนหิน และเก็บขึ้นมาหลายก้อน
“ถ้าจะเลี้ยงไว้กินไข่เราไปหาซื้อพันธุ์มาจากในเมืองก็ได้ ไก่ป่าพวกนี้ เลี้ยงยากไข่ก็ไม่มีให้เ้ากินหรอก”
“ตุ๊ก กุ๊ก กุ๊ก!”
ทั้งสี่คนแอบแหวกต้นหญ้าดู เจอไก่ป่าฝูงหนึ่งไม่ต่ำกว่าสามสิบตัว กำลังจิกกัดคุ้ยเขี่ย หาอาหารอยู่ในโพรงใต้ต้นไม้ มีแต่ใบไม้เหี่ยวแห้งที่ร่วงหล่นลงมาบนพื้นทับถมกัน อย่างหนา
“ถ้าต้อนพวกมันเข้าไปในโพรงได้ ก็สามารถจับมันได้หลายตัวเลย เ้าทั้งสองอย่าเข้าไป วิ่งไล่จับอยู่ข้างนอก เดี๋ยวจะกลายเป็ วิ่งไปที่เดียวกันทั้งหมด จะชนกันได้”
ลี่จูและลี่กันส่งสัญญาณ ก่อนจะวิ่งเข้าไปพร้อมกัน เพื่อให้ไก่ใหนีเข้าไปในโพรงไม้
“ฟึ่บ ขวับ กะต๊าก ปึก!”
ไก่ทั้งฝูงใ บินหนีออกไปคนละทิศละทาง แต่ตัวที่อยู่โพรงไม้ก็ติดอยู่ตรงนั้น อยู่ประมาณห้าตัว
ซินหยางใช้ก้อนหิน ขว้างใส่ด้วยความไวตกไปบนพื้นสามตัว “เร็วเข้าพี่รองรีบไปจับ ก่อนมันจะบินหนีไปได้”ลี่ถังรีบวิ่งเข้าไปหิ้วไก่สามตัวที่ร่วง จับสองขาไว้รีบอย่ากลับมาหาน้องสาว
“พี่รองถือไว้ก่อน เดี๋ยวข้าตัดเถาวัลย์มามัดขามันไว้”พอมัดขาไก่สามตัวเสร็จ ปู่และพ่อก็ถือไก่มาห้าตัว
“ท่านพ่อท่านปู่ ไก่ที่พวกท่านถือมาไม่ได้รับาเ็นี่นา อย่างนี้ก็เอาไปเลี้ยงได้นะสิ”ลี่ถังพูดด้วยความดีใจ วันนี้ได้ไก่ถึงตั้งแปดตัวเลยน่ะ
“พวกเรากลับกันเถอะ ในป่าไม่มีสัตว์อันตรายอะไร ดูจากไก่มันไม่ได้ระวังภัยเลย กลับไปจะได้ตัดไม้มาล้อมรั้ว และเริ่มปลูกผักที่มีอายุสั้นกินก่อน”ลี่จูจัดการมัดขาไก่แล้วเดินนำกลับบ้าน
ลู่อินกับลูกสะใภ้ช่วยกันขุดดิน เพื่อเตรียมปลูกผักมีลำธารไหลผ่านอยู่ไม่ไกล ส่วนหวังจิ้นให้ปักผ้าอยู่บนบ้าน
“ท่านย่าท่านแม่พวกเรากลับมาแล้ว เห็นไหมพวกเราได้ไก่มาตั้งแปดตัว ชีวิตข้าได้กินเนื้อทุกวันแล้วตอนนี้”ลี่ถังพูดด้วยความตื่นเต้นตาเป็ประกาย พร้อมแลบลิ้นมาเลียริมฝีปาก
“นี่ท่านแม่มาขุดดินเตรียมปลูกผักแล้วหรือ ไม่รอพวกเราที่เป็ผู้ชายมาขุดล่ะ ลำบากกันมาตั้งนาน พักอยู่สบายสักสองสามวันก่อนก็ได้”ลี่กันพูดขึ้นหลังจากเห็นแม่และภรรยาขุดดินเตรียมปลูกผัก
“แม่เห็นผืนดินสีดำ แล้วอยากปลูกผักขุดตากแดดไว้ก่อนสักสองสามวัน แล้วค่อยมาขึ้นแปลงปลูกผัก”
ซินหยางยืนมองทุกคนกำลังมีความสุขกัน แต่นางกำลังรู้สึกเหงาและเศร้าอย่างบอกไม่ถูก
