ลูคัสส่งความคิดผ่านการเชื่อมต่อทางจิตถึงหัวหน้ากลุ่ม บอกเล่าภาพที่เขาเห็นในห้องใต้ดินที่มืดครึ้มนี้อย่างละเอียด "ผมเห็นผู้ชายสามคนเฝ้ากระจกบานใหญ่ แต่สิ่งที่แปลกคือ กระจกนี้ไม่สะท้อนเงาของคนเ่าั้เลย มันสะท้อนเพียงผนังหินและเงาของโคมไฟเท่านั้น คาดว่าภายในกระจกนั้นมีมิติเอกเทศซ้อนทับอยู่ เป็ที่ซ่อนแท้จริงของพวกมัน"
หัวหน้ากลุ่มฟังข้อมูลอย่างเงียบ ๆ แล้วขบคิดถึงความเป็ไปได้ของสถานการณ์ เขาชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกวาดตามองสมาชิกคนอื่น ๆ ที่ยืนรอคำสั่งอย่างตึงเครียด เขารู้ดีว่าการเข้าไปในมิติที่ไม่รู้จักอาจเป็กับดักที่พวกเขาไม่มีทางหนีได้ แต่ในเวลาเดียวกัน มันก็อาจเป็ทางเข้าเดียวที่จะไปหาพวกมัน
"ลูคัส นายแน่ใจใช่ไหม?" หัวหน้ากลุ่มถามย้ำด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น
ลูคัสพยักหน้าอย่างมั่นใจ "ครับ ผมมั่นใจ"
หัวหน้ากลุ่มสูดลมหายใจลึก เขาไม่สามารถเสี่ยงนำทั้งกลุ่มเข้าไปโดยไม่มีแผนสำรองได้ จึงส่งความคิดผ่านการเชื่อมต่อไปยังมาดามเอสเธอร์ ที่อยู่ในกลุ่มบุกทางด้านหน้า เพื่อแจ้งสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้
"มาดามเอสเธอร์ เราพบสิ่งผิดปกติในห้องใต้ดินของคฤหาสน์ เราสงสัยว่ากระจกบานใหญ่ที่อยู่ที่นี่อาจเป็ทางเข้าสู่มิติที่องค์กรแปรอักษรใช้ซ่อนตัว แต่การเข้าไปโดยไม่เตรียมพร้อมอาจเป็กับดักได้ เรา้าคำสั่งสนับสนุนจากคุณ"
เงียบไปชั่วอึดใจ ก่อนที่เสียงของมาดามเอสเธอร์จะดังขึ้นในความคิดของเขา "รับทราบ ฉันจะจัดกลุ่มสนับสนุนจากหน่วยปราบปรามเพิ่มทันที กลุ่มแทรกซึมเตรียมพร้อมสำหรับการโจมตีจากภายในคฤหาสน์ ส่วนฉันจะดูแลการควบคุมสถานการณ์ที่ทางด้านหน้า เราจะโจมตีแบบสายฟ้าแลบ"
หัวหน้ากลุ่มแทรกซึมรับทราบคำสั่งจากมาดามเอสเธอร์และเริ่มกระจายกำลังอย่างเงียบเชียบ เตรียมพร้อมสำหรับการโจมตีจากภายใน สมาชิกในกลุ่มแทรกซึมเคลื่อนไหวอย่างระมัดระวัง เพื่อเตรียมพื้นที่สำหรับการบุกที่กำลังจะเกิดขึ้น
ด้านนอกคฤหาสน์ มาดามเอสเธอร์กำลังประสานงานกับกลุ่มต่าง ๆ โดยส่งข้อความทางความคิดไปยังกลุ่มของเอ็ดเวิร์ดและกลุ่มสนับสนุนจากกองวิทยาการ พร้อมคำสั่งให้เตรียมพร้อมทันที "กลุ่มสองและกลุ่มสาม ทุกคนเตรียมดื่มยามองเห็นในที่มืด รอคอยสัญญาณจากกลุ่มแทรกซึม หากได้รับข้อความแจ้งเตือนจากพวกเขา เราจะเข้าประจำตำแหน่งและโจมตีพร้อมกัน"
ในขณะเดียวกัน มาดามเอสเธอร์ส่งความคิดไปยังกลุ่มสนับสนุนของหน่วยวิทยาการซึ่งนำโดยศาสตราจารย์ลอเรนซ์เพื่อจัดเตรียมพิธีกรรมพิเศษ
"ศาสตราจารย์ เมื่อกลุ่มแทรกซึมส่งสัญญาณบุก เรา้าให้คุณและกลุ่มทำพิธีกรรมเวทมนตร์เพื่อดับแสงไฟในคฤหาสน์ทั้งหมด สิ่งนี้จะช่วยให้กลุ่มของเราที่ดื่มยามองเห็นในที่มืดสามารถบุกเข้าไปได้โดยไม่ถูกตรวจพบ"
ศาสตราจารย์ลอเรนซ์รับทราบและเริ่มสั่งการให้สมาชิกในหน่วยวิทยาการจัดเตรียมสำหรับพิธีกรรมดับแสง ทุกอย่างต้องเตรียมพร้อมและคำนวณเวลาอย่างแม่นยำเพื่อให้แสงในคฤหาสน์ดับลงทันทีที่กลุ่มแทรกซึมส่งสัญญาณ
สมาชิกแต่ละคนดื่มยามองเห็นในที่มืดเพื่อให้สามารถมองเห็นได้ชัดเจนในความมืดที่ปกคลุมรอบตัว จากนั้นพวกเขานำกล่องใบหนึ่งออกมา
พวกเขากางแผนที่เมืองหลวงออกและวางลงบนพื้นอย่างระมัดระวัง ก่อนที่สมาชิกคนหนึ่งจะชี้นิ้วลงบนจุดที่ตั้งของคฤหาสน์บนแผนที่เป็การกำหนดตำแหน่งสำหรับพิธีกรรมที่กำลังจะเริ่มขึ้น ข้าง ๆ กล่องนั้นมีแก้วน้ำหมึกสีเข้มถูกนำมาวางเตรียมไว้พร้อมใช้งาน
เมื่อทุกอย่างพร้อม สมาชิกอีกคนหนึ่งเปิดกล่องออก ภายในกล่องเผยให้เห็นปากกาขนนกที่มีสีคลุมเครือ มองไม่ชัดเจนในความมืด แต่เมื่อเอาไฟส่องดูจึงจะเห็นได้ว่ามันเป็สีม่วงเข้ม เมื่อกล่องถูกเปิดออก สมาชิกที่ชี้นิ้วลงบนแผนที่รีบหยิบปากกาขนนกออกมา จุ่มปลายปากกาลงในน้ำหมึกที่เตรียมไว้ และวาดวงกลมลงบนจุดที่นิ้วชี้อยู่ ซึ่งก็คือจุดที่คฤหาสน์ตั้งอยู่ในแผนที่
ทันทีที่เขาเริ่มวาดวงกลม รอยบาดในรูปทรงวงกลมก็ปรากฏขึ้นบนหน้าอกของเขา รอยบาดนี้ลึกขึ้นเรื่อย ๆ ยิ่งเวลาผ่านไปาแก็ยิ่งสาหัส เมื่อเขาวาดเสร็จสมบูรณ์ เขารีบเก็บปากกาขนนกใส่กลับเข้าไปในกล่องเพื่อหยุดผลข้างเคียงของมัน สมาชิกคนอื่นที่เห็นว่าเขามีอาการเ็ปรีบเข้ามาช่วยเหลือ และทายาที่มีลักษณะข้นเหนียวสีทองอมแดงลงบนรอยบาด บรรเทาความเ็ปทำให้เขารู้สึกดีขึ้น
ตอนนี้จุดที่พิธีกรรมจะส่งผลได้ถูกกำหนดลงไปแล้ว
ทางด้านเอ็ดเวิร์ดที่อยู่ในกลุ่มสองกำลังตรวจสอบการวางแผนของกลุ่มตนเอง สมาชิกในกลุ่มดื่มยามองเห็นในที่มืดแล้วและเตรียมอาวุธพร้อมสำหรับการบุกเงียบ ๆ ผ่านทางด้านหลังของคฤหาสน์ เขาส่งข้อความทางความคิดไปยังมาดามเอสเธอร์ "กลุ่มสองพร้อมสำหรับการบุก"
ในห้องใต้ดิน หัวหน้ากลุ่มแทรกซึมมองดูการเตรียมการของกลุ่มและรอคอยสัญญาณจากมาดามเอสเธอร์ เมื่อพิธีกรรมและการประสานงานพร้อม กลุ่มของเขาจะส่งข้อความทางความคิดให้หน่วยวิทยาการเริ่มดับแสงในคฤหาสน์
เวลาผ่านไปเพียงไม่นาน ก่อนที่หัวหน้ากลุ่มแทรกซึมจะส่งสัญญาณแจ้งเตือนออกไป "พร้อมบุก ทุกหน่วยเตรียมตัว"
ทันทีที่ข้อความดังขึ้นในความคิดของทุกคน แสงในคฤหาสน์ก็ดับลงในทันใด ความมืดครอบคลุมทั่วทุกห้องในคฤหาสน์ ราวกับเงาแห่งรัตติกาลกลืนกินทุกสิ่ง มาดามเอสเธอร์และเอ็ดเวิร์ดนำกลุ่มของตนเคลื่อนไหวอย่างเงียบเชียบผ่านความมืดมิด สมาชิกในกลุ่มที่ดื่มยามองเห็นในที่มืดก้าวเดินไปอย่างไร้เสียง หลีกเลี่ยงการสร้างความเคลื่อนไหวที่อาจทำให้สมาชิกในห้องใต้ดินรู้ตัว
ขณะที่แสงภายในคฤหาสน์ดับลง ทุกคนในกลุ่มแทรกซึมที่ดื่มยามองเห็นในที่มืดก้าวเดินไปอย่างเงียบเชียบ แทรกซึมขึ้นสู่ชั้นบนและเตรียมตัวประจำตำแหน่งในจุดที่สามารถมองเห็นทางเข้าหลักและโถงกลางของคฤหาสน์ เพื่อรอคอยการประสานงานกับกลุ่มของมาดามเอสเธอร์และเอ็ดเวิร์ดที่บุกเข้ามาจากด้านนอก
กลุ่มของมาดามเอสเธอร์เคลื่อนตัวเข้าทางประตูหน้า เผชิญหน้ากับยามเฝ้าที่มองไม่เห็นพวกเขาในความมืด พวกเขาสามารถปราบยามเ่าั้ได้โดยไม่ให้เกิดเสียงใด ๆ ขึ้น
กลุ่มแทรกซึมที่ประจำอยู่ตามจุดต่าง ๆ บนชั้นสองก็ช่วยกันคอยเฝ้าดูและขัดขวางการเคลื่อนไหวของสมาชิกองค์กรแปรอักษรที่พยายามเคลื่อนเข้ามาในโถงกลาง ทำให้กลุ่มของมาดามเอสเธอร์สามารถบุกเข้ามาได้โดยไร้สิ่งกีดขวาง
ด้านหลังคฤหาสน์ กลุ่มของเอ็ดเวิร์ดก็ได้รับสัญญาณจากหัวหน้ากลุ่มแทรกซึมผ่านการเชื่อมต่อทางจิตว่า "พวกเราประจำอยู่เหนือโถงกลางและพร้อมสนับสนุนการโจมตีจากด้านใน คุณและมาดามเอสเธอร์สามารถบุกได้อย่างเต็มที่"
กลุ่มของเอ็ดเวิร์ดที่ลอบเข้าด้านหลังคฤหาสน์ก็สามารถหลบเลี่ยงยามที่เฝ้าด้านหลังและเข้าถึงจุดควบคุมโดยไร้การตรวจจับ
แผนการที่ประสานงานกันระหว่างหน่วยต่าง ๆ ดำเนินไปอย่างเงียบเชียบและรอบคอบ ขณะที่คฤหาสน์มืดมิดไร้แสงสว่าง ความร่วมมือของทุกหน่วยสร้างแรงกดดันมหาศาลให้กับฝ่ายตรงข้ามโดยที่พวกเขายังไม่รู้ตัว
หลังจากกำจัดยามเฝ้าคฤหาสน์ได้สำเร็จและจัดการเคลียร์พื้นที่เบื้องต้นเสร็จสิ้น กลุ่มต่าง ๆ ก็ค่อย ๆ ไปรวมตัวกันที่ทางเข้าห้องใต้ดิน เพื่อเตรียมบุกเข้าไปในพื้นที่ซ่อนตัวที่คาดว่ามีสมาชิกระดับสูงขององค์กรแปรอักษรรวมตัวอยู่ อย่างไรก็ตาม เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดเสียงฝีเท้าของคนจำนวนมาก หัวหน้ากลุ่มแทรกซึมจึงตัดสินใจให้เพียงกลุ่มเล็ก ๆ ประกอบด้วยเขา มาดามเอสเธอร์ เอ็ดเวิร์ด ร้อยโทเพอร์ซิวัล และสมาชิกคนสำคัญจากแต่ละหน่วยเท่านั้นที่จะเข้าด้านใน ส่วนสมาชิกที่เหลือจะยืนรออยู่ห่าง ๆ คอยเฝ้าระวังและเตรียมพร้อมสนับสนุนหากจำเป็
หัวหน้ากลุ่มแทรกซึมส่งสัญญาณเบา ๆ ให้ทุกคนเตรียมตัว สมาชิกในกลุ่มที่ได้รับเลือกเดินอย่างแ่เบาเข้าไปในทางเดินของห้องใต้ดิน บรรยากาศในทางเดินมืดสนิท จากผลของยามองเห็นในที่มืดที่ช่วยให้พวกเขาสามารถมองเห็นเส้นทางตรงหน้าได้ ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความระมัดระวัง ปราศจากเสียงหรือการเคลื่อนไหวที่ไม่จำเป็
เมื่อพวกเขาก้าวเข้ามาในห้องใต้ดินที่มืดและเงียบจนแทบไร้เสียงใด ๆ มาดามเอสเธอร์ก็ส่งสัญญาณทางความคิดไปยังสมาชิกที่เหลือซึ่งรออยู่ภายนอก "พวกเราจะเริ่มการบุกแล้ว รออยู่ที่จุดเดิมและเตรียมพร้อมรับมือหากมีการเคลื่อนไหวผิดปกติ"
สมาชิกที่อยู่ด้านนอกตอบรับคำสั่งอย่างเงียบ ๆ ทางความคิด ขณะที่มาดามเอสเธอร์หันมาทางกลุ่มเล็ก ๆ ที่เข้ามาในห้องใต้ดินพร้อมเธอ สายตาเข้มแข็งและมุ่งมั่นของเธอปรากฏชัด แม้ในความมืดสนิท
ทุกคนพยักหน้าเงียบ ๆ ก่อนเริ่มเคลื่อนตัวอย่างแ่เบาไปตามทางเดินแคบ ๆ ในห้องใต้ดิน เสียงฝีเท้าเบาราวกับไม่ััพื้น ขณะที่พวกเขาเดินลึกเข้าไป บรรยากาศรอบ ๆ ชวนให้รู้สึกถึงแรงกดดันและความอึดอัด
เมื่อเดินไปถึงจุดที่ลึกที่สุด มาดามเอสเธอร์หยุดทุกคนตรงมุมทางเข้าห้องที่ดูเหมือนจะเป็ห้องลึกสุด ทุกคนหันมองไปยังประตูที่ปิดไว้ ด้านในมีแสงเลือนรางส่องออกมาอย่างไม่น่าจะเป็ไปได้ ความสว่างที่เห็นนั้นขัดกับแผนที่พวกเขาเตรียมไว้
เอ็ดเวิร์ดขมวดคิ้วเล็กน้อยพลางส่งความคิด "แปลกจริง ๆ แสงไฟนี่ควรจะดับไปหมดแล้ว ตามพิธีกรรมที่ศาสตราจารย์ลอเรนซ์ทำขึ้น"
มาดามเอสเธอร์มองแสงที่ลอดออกมาด้วยแววตาเคร่งเครียด เธอส่งสัญญาณให้ทุกคนหยุดนิ่งเพื่อขบคิดสถานการณ์ "หรือว่ามีบางสิ่งขัดขวางพิธีกรรมของเรา?"
ทุกคนหันมองกันอย่างเงียบ ๆ ความสงสัยและความระมัดระวังทวีขึ้น แสงไฟที่ยังคงส่องออกมาเบื้องหน้าเหมือนเป็การท้าทายให้พวกเขาเข้าไปตรวจสอบ
"เราจะทำอย่างไรต่อไป?" สมาชิกคนหนึ่งถามผ่านความคิด
มาดามเอสเธอร์สูดลมหายใจลึก "เราจะต้องเดินหน้าต่อ เพอร์ซิวัล คุณใช้พลังเปลี่ยนภายในห้องนั้นให้มืดสนิทซะ จากนั้นเอ็ดเวิร์ดทำให้พวกคนที่อยู่ในห้องนั้นเผลอ"
"เมื่อเราเข้าไปด้านใน อย่าปล่อยให้ใครมีโอกาสเรียกกำลังเสริมหรือใช้พลังใด ๆ ทุกคนรู้หน้าที่ของตัวเองดี เราจะเข้าประชิดตัวจัดการพวกเขาทันที ถ้าใครสังเกตเห็นการเคลื่อนไหวที่น่าสงสัย ให้แจ้งผ่านความคิดทันที เราต้องมั่นใจว่าการบุกครั้งนี้จะราบรื่นที่สุด"
ทุกคนพยักหน้าเงียบ ๆ เตรียมพร้อมสำหรับการบุก มาดามเอสเธอร์ส่งสัญญาณผ่านความคิดไปหาเพอร์ซิวัลให้ใช้พลังทันที
เพอร์ซิวัลปล่อยพลังทำให้ห้องด้านในจมสู่ความมืดมิดในพริบตา จากนั้น เอ็ดเวิร์ดรับสัญญาณต่อ ใช้พลังทำให้ผู้คนในห้องสับสนและเผลอไผล ทำให้พวกเขาไม่ทันได้ระวังถึงการโจมตีที่กำลังจะเกิดขึ้น
มาดามเอสเธอร์ก้าวนำบุกเข้าไปในห้องใต้ดินอย่างไม่ลังเล สมาชิกในกลุ่มต่างเตรียมพร้อมอย่างเต็มที่ กล้ามเนื้อทุกส่วนตึงเครียด พลังถูกงัดออกมาในระดับสูงสุดพร้อมสำหรับการปะทะศัตรูที่อาจซุ่มอยู่เบื้องหน้า
เมื่อทุกคนก้าวเข้าไป ภายในห้องใต้ดินกลับปรากฏภาพที่คาดไม่ถึง บรรยากาศในห้องนั้นเงียบสงัดและมืดมิด คนที่พวกเขาคาดหวังว่าจะพบกลับไม่อยู่ในห้อง
ห้องนั้นว่างเปล่าอย่างสิ้นเชิง ไม่มีเงาของศัตรูหรือสมาชิกขององค์กรแปรอักษรแม้แต่คนเดียว ราวกับว่าทุกคนหายไปโดยไร้ร่องรอย มีเพียงกระจกบานใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางห้อง ในสายตาของพวกเขา ผิวกระจกนั้นสะท้อนเพียงแต่ความมืดรอบ ๆ ตัว สร้างความรู้สึกแปลกให้กับกลุ่มที่ยืนเฝ้ามองอยู่ มันราวกับเป็หน้าต่างที่เปิดไปสู่อีกมิติหนึ่ง แต่กลับไร้ซึ่งเงาและการสะท้อนใด ๆ นอกจากความว่างเปล่า
มาดามเอสเธอร์หันไปสั่งเพอร์ซิวัล "ยกเลิกพลังก่อน"
เพอร์ซิวัลพยักหน้ารับคำ เขาถอนพลังที่ใช้ปกคลุมห้องในทันที แสงไฟจากโคมไฟที่เลือนรางเริ่มกลับมาส่องสว่างทั่วห้องใต้ดินอีกครั้ง เผยให้เห็นรายละเอียดที่เคยซ่อนอยู่ในเงามืด
เมื่อแสงสว่างกลับคืนมา ทุกคนมองกระจกนั้นอีกครั้งอย่างพินิจพิเคราะห์ ทว่าในครั้งนี้กระจกกลับสะท้อนภาพของบรรยากาศรอบ ๆ ห้องใต้ดินอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็ผนังหิน หรือโคมไฟที่ส่องแสง แต่สิ่งที่แปลกประหลาดคือ กระจกนั้นไม่สะท้อนเงาของพวกเขาเลย ราวกับว่าพวกเขาไม่มีตัวตนอยู่ตรงนั้น
