เสียงจากมิติลับดังขึ้นในความคิดของชูชิง
"ข้าสามารถอ่านความคิดของต้าลี่ได้ชัดเจนขึ้นแล้ว 'เถาอี้เฉินปักใจเชื่อว่า เถาจี้หยวน หรือก็คือต้าลี่ เป็ต้นเหตุที่ทำให้บิดาของเขาคือเถาจี้หลินต้องตาย ความแค้นนี้ฝังลึกถึงขั้นอยากเอาชีวิต แต่ติดที่คำสั่งเสียสุดท้ายของบิดาผู้ล่วงลับ ซึ่งห้ามไม่ให้เถาอี้เฉินทำร้ายเถาจี้หยวนอย่างเด็ดขาด'"
ชูชิงขมวดคิ้วด้วยความสับสน "แล้วลุงต้าลี่ไม่ได้อธิบายความจริงให้เถาอี้เฉินฟังเลยเหรอคะ?"
"ไม่เลย"
"ทำไมล่ะคะ?"
"เพราะแม้แต่ตัวเถาจี้หยวนเอง ก็รู้สึกผิดบาป เขาเชื่อว่าตัวเองมีส่วนทำให้พี่ชายแท้ๆ ต้องตาย ความละอายต่อตระกูลเถาและหลานชายทำให้เขาอยากจะจบชีวิตตัวเองลง แต่คำสั่งเสียของพี่ชายก็ผูกมัดเขาไว้เช่นกัน... ให้เขามีชีวิตอยู่ต่อไป เพื่อปกป้องตระกูลเถาจากเคราะห์กรรม"
"เคราะห์กรรมแบบไหนกันคะ?"
"ข้อมูลส่วนนี้ข้ายังอ่านไม่ได้เ้าค่ะ บางที... แม้แต่เ้าตัวก็อาจจะไม่รู้รายละเอียดเหมือนกัน"
เื่ราวชักจะซับซ้อนขึ้นทุกที ชูชิงถามต่อ "แล้วผู้นำตระกูลเถาล่ะคะ ท่านปู่เถาเองก็เชื่อว่าลูกชายคนเล็กทำให้ลูกชายคนโตตายเหมือนกันหรือ?"
"ในความทรงจำของต้าลี่ ท่านปู่เถาเชื่อเช่นนั้น แต่ความจริงจะเป็อย่างไร คงต้องรอให้เ้าได้พบกับท่านปู่เถาตัวจริง ข้าถึงจะอ่านความคิดที่แท้จริงของท่านได้"
"แล้วสาเหตุการตายที่แท้จริงของเถาจี้หลินคืออะไรกันแน่คะ?"
"ข้าไม่เห็นภาพเหตุการณ์นั้นในหัวของต้าลี่เลย มีเพียงความเชื่อฝังใจว่าเขาคือต้นเหตุแห่งการสูญเสีย... แต่มีอีกข้อมูลหนึ่งที่น่าสนใจ ชิงชิง... ในบันทึกกรรมของตระกูลเถา นับั้แ่รุ่นของเถาจี้หลินเป็ต้นมา ผู้ชายในตระกูลนี้ล้วนอายุสั้นทั้งสิ้น"
ชูชิงชะงัก นึกย้อนไปถึงฝันร้ายที่เธอเคยเห็นหลังกลับชาติมาเกิด ภาพเครื่องบินะเิที่คร่าชีวิตเธอและเถาอี้เฉิน ผู้ซึ่งต้องจบชีวิตลงั้แ่อายุยังน้อย
"หรือว่าเคราะห์กรรมที่ว่า คือคำสาปให้ผู้ชายตระกูลเถาต้องตายก่อนวัยอันควร?"
"ใช่ มีความเป็ไปได้สูง แต่ข้าสงสัยว่ามันไม่ใช่เื่เหนือธรรมชาติอย่างคำสาปหรอก... แต่น่าจะเป็การตามล่าล้างแค้นจากศัตรูที่้าให้ตระกูลเถาสิ้นไร้ทายาทสืบสกุลเสียมากกว่าเ้าค่ะ"
"ฆ่าล้างตระกูลเลยเหรอคะ..." ชูชิงขนลุกซู่
"ถูกต้อง ดังนั้นการที่ต้าลี่ยืนกรานจะเปลี่ยนนามสกุล นอกจากการตอบแทนบุญคุณครอบครัวท่านแล้ว อาจจะเป็กุศโลบายเพื่อเปลี่ยนชะตาของตระกูลเถาด้วย"
"ยิ่งฟังยิ่งงงค่ะ ตกลงลุงต้าลี่เขารู้หรือไม่รู้กันแน่?"
"ทั้งหมดนี้เป็เพียงการคาดเดาจากข้อมูลที่ข้าอ่านได้เพียงบางส่วน หากท่านอยากรู้ความจริง ต้องลองหลอกถามเขาดู การพูดคุยจะช่วยกระตุ้นความทรงจำของเขา และข้าจะช่วยอ่านใจให้ท่านเอง"
"เข้าใจแล้ว"
ชูชิงถอนจิตออกจากมิติ
เธอตั้งใจจะคุยกับต้าลี่ให้รู้เื่ แต่ตอนนี้ที่บ้านมีทั้งคุณตา คุณยาย และน้องสาวอยู่พร้อมหน้า จึงไม่สะดวกนัก เธอจำต้องรอเวลา
หลังมื้อเย็น
เมื่อต้าลี่ทานอิ่มและกำลังจะเดินออกไปสูดอากาศนอกบ้าน ชูชิงเห็นโอกาสจึงรีบตามไป
"ลุงต้าลี่คะ หนูขอไปเดินเล่นย่อยอาหารด้วยคนได้ไหมคะ?"
ชูเฉียนได้ยินดังนั้นก็ทำท่าจะตามไปด้วย แต่ชูชิงไหวตัวทัน รีบเบรกน้องสาวไว้ก่อน
"เสี่ยวเฉียนจ๊ะ หนูอยู่บ้านทบทวนตัวหนังสือกับคุณตาเถอะ เดี๋ยวเดือนกันยายนนี้พี่จะส่งหนูเข้าโรงเรียนแล้วนะ ต้องเตรียมตัวให้พร้อม"
คำว่า 'โรงเรียน' มีมนต์ขลังเสมอสำหรับเด็กที่ถูกกีดกันโอกาสมาตลอดอย่างชูเฉียน ดวงตาของเด็กน้อยเป็ประกายวาววับ ลืมเื่เดินเล่นไปเสียสนิท
"จริงเหรอคะพี่สาว งั้นหนูไม่ไปแล้วค่ะ หนูจะตั้งใจเรียนตัวหนังสือให้เก่งๆ เลย!"
ต้าลี่เห็นท่าทางไร้เดียงสาของหลานสาวคนเล็กก็ยิ้มเอ็นดู เขาไม่ได้ทักท้วงอะไร แม้จะพอเดาออกว่าชูชิงจงใจกันน้องสาวออกไป
ท่ามกลางความเงียบสงบของยามค่ำคืน ชูชิงและต้าลี่เดินเคียงคู่กันไปตามทางเดินในหมู่บ้าน
"แปลกจังนะคะ..." ชูชิงเริ่มเปิดประเด็น "ยายแก่จางชุนฮวานั่น ปกติไม่เคยยอมเสียเปรียบใคร แต่วันนี้พอขายไข่เสร็จก็หายเงียบไปเลย ไม่มาหาเื่อีก"
ต้าลี่หัวเราะหึๆ "ทำไมล่ะ อยากให้มันมาหาเื่รึไง?"
"ก็ตอนนี้หนูมีลุงต้าลี่คอยหนุนหลังนี่คะ ถ้าแกกล้ามา ก็มีแต่จะเสียหน้ากลับไป หนูชอบดูเวลาแกหน้าแตกที่สุดเลยค่ะ"
"ฮ่าๆๆ ร้ายไม่เบานะเรา... เอาน่า ถ้าอยากเห็น พรุ่งนี้ฉันพาไปบุกบ้านมันเลยเป็ไง ไปทำให้มันเสียหน้าถึงถิ่นเลย"
"พรุ่งนี้หนูไม่ว่างหรอกค่ะ เช้ามืดต้องไปช่วยคุณยายขายซาลาเปาที่ตลาดในเมือง แล้วต้องแวะเอาอาหารไปส่งพ่อกับแม่ที่โรงพยาบาลในอำเภอ เสร็จแล้วยังต้องขึ้นเขาซินซานไปหาสมุนไพรอีก..."
ชูชิงร่ายยาวเหยียดถึงภารกิจในวันรุ่งขึ้น
ต้าลี่ฟังแล้วก็ยิ้ม ก่อนจะหยุดเดินแล้วหันมามองหน้าหลานสาวบุญธรรมอย่างรู้ทัน
"ชิงชิง... เธอมีเื่อยากจะถามฉันใช่ไหม?"
ชูชิงยิ้มเจื่อนๆ "ลุงรู้ทันหนูอีกแล้ว"
"ว่ามาสิ"
ชูชิงปรับสีหน้าจริงจังขึ้น "หนูแค่อยากรู้ว่า... ลุงพอจะจำได้ไหมคะว่าเคยไปขัดแข้งขัดขาใครไว้หรือเปล่า? เื่ที่ลุงความจำเสื่อมและถูกหมูป่าทำร้าย มันเป็แค่อุบัติเหตุจริงๆ หรือมีใครจงใจทำร้ายลุงกันแน่? ถ้าเป็ฝีมือคน หนูเป็ห่วงว่าลุงอาจจะยังไม่ปลอดภัย"
ต้าลี่ถอนหายใจยาว แววตาสั่นไหวเล็กน้อย "บางที... อาจจะเป็อุบัติเหตุ หรือบางทีก็อาจจะเป็ฝีมือคนจริงๆ ก็ได้"
"ลุงคะ... การที่ลุงตัดสินใจเปลี่ยนนามสกุลอย่างเด็ดขาดแบบนั้น มันทำให้หนูอดคิดไม่ได้ว่าความจำของลุงกลับมาแล้ว และลุงอาจจะมีความแค้นฝังลึกอะไรกับตระกูลเถาอยู่หรือเปล่า?"
เมื่อต้องสบตาใสซื่อที่เปี่ยมด้วยความห่วงใยของชูชิง ต้าลี่ก็ไม่อาจโกหกได้ลงคอ
"ชิงชิง... พูดตามตรงนะ ความจำฉันกลับมาบ้างแล้ว แต่ภาพในหัวมันยังสับสนปนเปไปหมด ฉันยังเรียบเรียงมันไม่ได้ทั้งหมด ขอเวลาฉันหน่อยนะ ถ้าทุกอย่างชัดเจนเมื่อไหร่ ฉันสัญญาว่าจะบอกเธอเป็คนแรก ตกลงไหม?"
คำตอบที่จริงใจนั้นทำให้ชูชิงพอใจ "ได้ค่ะลุง แค่ลุงไม่ปิดบังหนู หนูก็สบายใจแล้ว"
"แต่มีสิ่งหนึ่งที่ฉันมั่นใจมาก" ต้าลี่กล่าวต่อด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "การที่ฉันอยากเปลี่ยนนามสกุล ไม่ใช่เพราะเกลียดแค้นตระกูลเถา แต่สัญชาตญาณมันบอกฉันว่า มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นที่จะทำให้ตระกูลเถาสงบสุขได้ ฉันต้องออกจากการเป็คนตระกูลเถา... ฉันอธิบายเหตุผลไม่ได้ชัดเจนนัก แต่มันเป็ความรู้สึกที่รุนแรงมาก และเธอก็วางใจเถอะ นามสกุลหลี่ที่ฉันจะใช้นี้ จะไม่นำภัยมาสู่ครอบครัวเราแน่นอน ฉันมั่นใจ"
ชูชิงพยักหน้าเข้าใจ สิ่งที่ต้าลี่พูดสอดคล้องกับข้อมูลจากมิติอย่างน่าประหลาด
"ลุงคะ... เป็ไปได้ไหมว่า ศัตรูของตระกูลเถากำลังเล็งเป้ามาที่ลุงโดยเฉพาะ การกำจัดลุงอาจจะเป็ส่วนหนึ่งของแผนการร้าย ดังนั้นการที่ลุงซ่อนตัวและเปลี่ยนตัวตน อาจจะเป็วิธีปกป้องตระกูลเถาที่ดีที่สุดก็ได้นะคะ"
คำพูดของชูชิงเหมือนไปสะกิดต่อมความทรงจำบางอย่างของต้าลี่
เขาดูตื่นเต้นขึ้นมาทันที "ชิงชิง ที่เธอพูดมามีเหตุผลมาก... ในความทรงจำเลือนรางของฉัน มีคำสั่งเสียของพี่ชายที่บอกให้ฉันมีชีวิตอยู่ต่อไป ยิ่งนานยิ่งดี เหมือนกับว่าการมีอยู่ของฉันคือกุญแจสำคัญ แต่... ภาพในหัวอีกด้านหนึ่ง มันกลับบอกว่าฉันคือคนฆ่าพี่ชายตัวเอง ฉันเ็ปกับภาพนั้นมาก แต่มันก็ดูเหมือนความฝันที่จับต้องไม่ได้พิกล"
ชูชิงผู้ผ่านการเกิดใหม่และมีความรู้จากอนาคต นึกถึงความเป็ไปได้ทางจิตวิทยาขึ้นมา
"ลุงคะ... เคยได้ยินเื่การสะกดจิตไหมคะ? เป็ไปได้ไหมว่ามีใครบางคนพยายามฝังความทรงจำเท็จลงไปในหัวของลุง ทำให้ลุงเชื่อว่าตัวเองเป็ฆาตกร เพื่อให้ลุงรู้สึกผิดจนอยากฆ่าตัวตาย แต่จิตใต้สำนึกส่วนลึกของลุงที่รักพี่ชายมาก ยังคงจดจำคำสั่งเสียนั้นไว้ได้?"
"สะกดจิตเหรอ?" ต้าลี่ขมวดคิ้ว "ถ้ามีคนทำแบบนั้นจริง ทำไมถึงยังเหลือความทรงจำเื่คำสั่งเสียไว้ล่ะ? มันขัดแย้งกันเองนะ"
"นั่นสินะคะ... หนูคงอ่านนิยายมากไปหน่อย" ชูชิงแกล้งหัวเราะกลบเกลื่อน "เอาเป็ว่าตอนนี้ลุงอย่าเพิ่งไปคิดมากกับเื่ที่ยังไม่ชัดเจนเลยค่ะ ใช้ชีวิตในหมู่บ้านเป่ยซินให้มีความสุขไปก่อนดีกว่า"
ต้าลี่เงยหน้ามองท้องฟ้ายามราตรี ดวงตาที่เคยสับสนค่อยๆ สงบลง "อืม... ฉันก็คิดแบบนั้น ชีวิตเมื่อก่อนถึงจะร่ำรวยล้นฟ้า แต่มันเหนื่อยเหลือเกิน... เหนื่อยใจ ตอนนี้ได้มาใช้ชีวิตเรียบง่ายแบบนี้ ก็ถือว่าเป็กำไรชีวิตแล้วล่ะ ฉันจะไม่เอาอดีตมาทำลายปัจจุบันอีกแล้ว"
ทั้งสองยืนรับลมเย็นๆ และพูดคุยสัพเพเหระกันอีกครู่หนึ่ง ก่อนจะพากันเดินกลับเข้าบ้าน ท่ามกลางแสงดาวที่ส่องสว่างนำทาง
