“หยุดนะ! เหลิ่งเฟิ่งเซียน พวกเ้าคิดจะไปที่ใดกัน?”
เสียงประหลาดเสียงหนึ่งดังขึ้นมาดึงดูดความสนใจของผู้คนรอบด้าน
เมื่อทุกคนหันไปมองกลับเห็นจู้หย่งเลี่ยกับศิษย์คนอื่นขวางทางพวกเหลิ่งเฟิ่งเซียนเอาไว้ ไม่ยอมหลีกทาง
เมื่อเหลิ่งเฟิ่งเซียนกับศิษย์ของตำหนักเซวียนหนี่ว์เห็นว่าสถานการณ์ไม่ชอบมาพากล จึงคิดจะหนีไปเงียบๆ ตอนที่ทุกคนไม่ทันสังเกต คาดไม่ถึงว่าจะถูกจู้หย่งเลี่ยจับตามองไว้ เมื่อผู้คนรอบข้างล้อมวงเข้ามา หากพวกนางคิดหนีคงเป็ไปมิได้แล้ว
“พวกเ้าคิดจะทำอันใด? ข้าเป็ถึงศิษย์ศักดิ์สิทธิ์แห่งตำหนักเซวียนหนี่ว์ ยังไม่รีบหลีกทางให้อีกหรือ!”
เหลิ่งเฟิ่งเซียนแสร้งทำเป็แข็งกร้าว แต่สายตากลับเริ่มลนลานแล้ว
“เหอะ!”
เหมยซิ้งหงเดินหน้าเข้าไปกล่าวว่า “แม่นางเหลิ่ง ที่นี่คือเมืองซานเซียน พวกเ้าหนีไม่พ้นหรอก ข้าว่าเ้ารีบส่งมอบวัตถุศักดิ์สิทธิ์ของเผ่าสมุทรออกมาดีกว่า มิเช่นนั้นอย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจ”
ทุกคนถูกเหลิ่งเฟิ่งเซียนหลอกไปแล้วครั้งหนึ่งจึงโมโหมาก หากมิใช่เพราะเหลิ่งเฟิ่งเซียน พวกเขาจะทำากันอีกครั้งจนเกือบตายทั้งเมืองได้อย่างไร
“หากพวกเ้ากล้าเข้ามา ข้าจะทำลายกระดูกัแท้จริงเสีย!”
ขณะพูดเหลิ่งเฟิ่งเซียนหยิบกระดูกัแท้จริงครึ่งท่อนออกมากำไว้ในมือแน่น ผู้คนรอบด้านไม่กล้าเคลื่อนไหวโดยพลการ
ไม่มีใครรู้ว่าเหลิ่งเฟิ่งเซียนมีวิธีทำลายกระดูกัแท้จริงหรือไม่ หากเกิดปัญหาขึ้นมา เกรงว่าทั้งเผ่ามนุษย์และเผ่าสมุทรจะเกิดาพายุโลหิตอีกครั้ง!
ขณะที่ทุกคนกำลังลังเล เหลิ่งเฟิ่งเซียนะเิพลังออกมาพร้อมพุ่งไปทางฉินตงหวู่
“ตูม!”
ฉินตงหวู่พ่ายแพ้ในกระบวนท่าเดียว นางถูกเหลิ่งเฟิ่งเซียนจับตัวไปแล้วใช้กระบี่จ่อที่ลำคอของนาง
ในทุกคนที่อยู่ที่นี่ฉินตงหวู่ไม่เพียงมีพลังต่ำต้อย ยังมีสถานะพิเศษด้วย ดังนั้นเหลิ่งเฟิ่งเซียนจึงจับตัวอีกฝ่าย ใช้วิธีนี้ข่มขู่ทุกคน
ดังคาดฉินตงหวู่ถูกจับ ผู้คนรอบไม่กล้าเคลื่อนไหวโดยพลการ รวมทั้งกองทัพเผ่าสมุทรด้วย
ไม่ว่าใครก็มองออกว่าฉินตงหวู่กับจั๋วอวิ๋นเซียนมีความสัมพันธ์แน่นแฟ้น และจั๋วอวิ๋นเซียนเพิ่งช่วยชีวิตองค์หญิงสามแห่งเผ่าสมุทรไป ยิ่งไปกว่านั้นฉินตงหวู่ยังได้ชื่อว่าเป็ศิษย์ของเ้าเกาะใหญ่อีกด้วย หากพวกเขาลงมือทำให้เกิดเื่อะไรขึ้น มิใช่ว่าจะเป็การสร้างความแค้นให้ตัวเองหรอกหรือ?
“ปล่อยพวกเราไป มิเช่นนั้นข้าจะสังหารนาง!”
เหลิ่งเฟิ่งเซียนข่มขู่อย่างโเี้ ความภาคภูมิใจในตำหนักเซวียนหนี่ว์อะไรกัน ศักดิ์ศรีศิษย์ศักดิ์สิทธิ์อะไรกัน นางโยนมันทิ้งทั้งหมด
ถึงแม้ทุกคนจะดูถูกการกระอันทำต่ำช้าของนางมากเพียงใด แต่ไม่ยอมรับมิได้ว่า เหลิ่งเฟิ่งเซียนฉลาดมากจริงๆ
……
ด้านเผ่าสมุทรพวกเขาอยากจะเคลื่อนไหวมาก ส่วนฝั่งเ้าเกาะทั้งสามกลับมีสีหน้าลังเล
จั๋วอวิ๋นเซียนมองเหลิ่งเฟิ่งเซียนอย่างเ็า จิตสังหารพวยพุ่งในใจ นี่เป็ครั้งที่สองแล้วที่คนข้างกายของเขาถูกคุกคามชีวิต ความรู้สึกเช่นนี้ราวกับเป็าแฝังลึกถึงกระดูก
“เหอะ! พวกขยะไม่ได้เื่!”
เหลิ่งเฟิ่งเซียนเผยสีหน้าหยิ่งทะนง นางรู้สึกได้ใจ
ทว่าทันใดนั้นเองกำแพงเมืองสั่นไหวรุนแรง ูเารอบด้านสั่นะเื ท้องฟ้าหมู่เมฆปั่นป่วน
“กะ...เกิดอะไรขึ้น!”
ขณะที่ทุกคนกำลังมึนงง จั๋วอวิ๋นเซียนก้าวหายไปจากที่เดิม เมื่อเขาปรากฏตัวอีกครั้งก็ยืนอยู่เหนือเหลิ่งเฟิ่งเซียนแล้ว!
เพลิงอัสนีพิฆาต ดาบตัดิญญา แผดเผาสายเื...
ภายในชั่วพริบตานั้นจั๋วอวิ๋นเซียนะเิพลังทั้งหมดออกมา กลิ่นอายน่ากลัวกระจายไปทั่วฟ้าดิน
เหลิ่งเฟิ่งเซียนโดนเพลิงอัสนีพิฆาตกับดาบตัดิญญาเข้าไปโดยไร้การป้องกัน ทำให้ิญญาสั่นสะท้านจนยืนนิ่งอยู่กับที่
จากนั้นก็มีแสงสะท้อนกะพริบไหว เงาร่างสีขาวพุ่งลงมาจากฟากฟ้า
วิชากระบี่ร่ายรำ ระบำกระเรียนเก้า์
สง่างามดุจเทพเซียน วิชาเซียนทะยานสู่์
……
เป็วิชากระบี่ที่งดงามมาก! และเป็จิตกระบี่ที่น่ากลัวมากเช่นกัน!
“พรวด!”
กระบี่แทงเข้าที่หน้าผากของเหลิ่งเฟิ่งเซียน ทิ้งรอยเืเอาไว้
“ปะ...เป็ไปได้อย่างไร?”
พลังชีวิตของเหลิ่งเฟิ่งเซียนค่อยๆ หายไป จิตสำนึกจมจ่อมสู่ความมืดมิด จนกระทั่งนางตาย ดวงตาของนางยังเผยแววไม่อยากจะเชื่อ
ไม่มีใครสามารถอธิบายวิชากระบี่นั้นได้ สังหารในกระบวนท่าเดียว ฟ้าดินก็มิอาจต้านทาน!
“ครืนๆ...”
พื้นดินสั่นไหวรุนแรง กำแพงเมืองเกิดรอยแตกร้าว
หลังจากจั๋วอวิ๋นเซียนเก็บถุงเก็บของของเหลิ่งเฟิ่งเซียนแล้ว ก็พาฉินตงหวู่กลับเข้ามาในฝูงชน
อีกด้านหนึ่งเมิ่งชิงชิงกำลังจะสั่งให้กองทัพสมุทรจัดทัพ กลับพบว่าเต่าทมิฬะเหมือนกำลังหวาดกลัวอะไรบางอย่าง ขาทั้งสี่ข้างหดกลับเข้าไปในกระดอง เหมือนกับเต่าหัวหดตัวหนึ่ง
จากนั้นก็เกิดภาพประหลาดขึ้น...พื้นดินสั่นไหว พื้นของเกาะสามเซียนลอยขึ้นเหนือน้ำทะเล อีกทั้งยังลอยขึ้นอย่างต่อเนื่อง
“มันเกิดเื่อะไรขึ้น!”
“คงมิใช่เกิดเื่อะไรเพิ่มอีกกระมัง!”
หลังจากอาการตกตะลึง ทุกคนมารวมตัวกันโดยสัญชาตญาณ คิดจะหาความรู้สึกปลอดภัย สำหรับสตรีจากตำหนักเซวียนหนี่ว์ ตอนนี้ปกป้องตัวเองยังยาก จึงไม่มีใครมีเวลาไปสนใจพวกนาง
หลายวันมานี้ เกาะสามเซียนเกิดภัยพิบัติมากมาย ภัยพิบัติลูกนี้สงบลงก็เกิดภัยพิบัติครั้งใหม่ขึ้นอีก
……
“ฮึม ฮึม ฮึม!”
ทันใดนั้นเงาขนาดใหญ่ั์ก็ลอยขึ้นเหนือน้ำ ยกเกาะสามเซียนทั้งเกาะขึ้นมา
เมื่อทุกคนมองออกไป ถึงค้นพบอย่างน่าใว่า เกาะสามเซียนตั้งอยู่บนแผ่นหลังของเงาร่างนี้ มิใช่เกาะอะไรทั้งนั้น
ใหญ่มาก! ใหญ่มากจริงๆ!
ผู้คนไม่น้อยเผยสีหน้าหวาดกลัว เ้าเกาะสามเซียนก็ใมากเช่นกัน พวกเขาไม่รู้ว่ามันคือตัวอะไรกันแน่? ทั้งยังไม่เคยคิดมาก่อนว่าใต้เกาะสามเซียนถึงกับซ่อนความลับน่ากลัวเช่นนี้เอาไว้!
จั๋วอวิ๋นเซียนกำลังลังเล เขาควรพาฉินตงหวู่กับเด็กสองคนมา แล้วใช้ยันต์ข้ามมิติหนีออกจากที่นี่หรือไม่
“เอ๊ะ? หางของสัตว์ั์หุบเหว น่าสนใจดีนะ!”
ในน้ำเสียงสงสัย มีเงาร่างที่งดงามปรากฏตัวกลางอากาศ นางก้าวขึ้นไปบนท้องฟ้าทีละก้าว ราวกับเป็นางเซียนมาเยือนโลกมนุษย์ ความงดงามสูงส่ง บริสุทธิ์ไม่แปดเปื้อน
สตรีนางนี้สวมผ้าคลุมหน้า แต่มีกลิ่นอายสูงส่งสง่างาม ต่อให้เป็องค์หญิงเผ่าสมุทรเมื่ออยู่ต่อหน้านางก็ยังจืดจางลงไปไม่น้อย
“นางนั่นเอง?”
มีผู้คนไม่น้อยเคยได้ยินประวัติความเป็มาของสตรีนางนี้ จึงไม่กล้าสบตาอีกฝ่าย คนโเี้ที่แม้แต่นายน้อยแห่งนิกายเซียนไท่เซวียนกับผู้าุโยังกล้าสังหาร นางมิใช่คนที่พวกเขาสามารถล่วงเกินได้
“กลับไปเสีย!”
สตรีสวมผ้าคลุมหน้ากดมือลงเบาๆ พลังไร้ลักษณ์สะกดเงาร่างขนาดใหญ่ลงไป หลังจากนั้นเกาะสามเซียนจึงกลับสู่น่านน้ำอีกครั้ง
คลื่นลมสงบลง ฟ้าดินเงียบสงบ เหมือนทุกอย่างกลับคืนสู่ปกติ
เป็พลังที่น่าหวาดกลัวมาก! นี่คือพลังของมนุษย์หรือ? พลังอำนาจแห่งเซียนแท้จริงคงเป็เช่นนี้กระมัง!
ทุกคนรู้สึกะเืใจ ไม่ว่ามนุษย์หรือเผ่าสมุทรต่างก็มิกล้าเคลื่อนไหวบุ่มบ่าม ไม่กล้าแม้กระทั่งหายใจเสียงดัง
เมิ่งชิงชิงรู้สึกหวาดกลัวอย่างแท้จริง เพราะนางพบว่าสตรีสวมผ้าคลุมหน้ายืนอยู่ด้านหน้าตนเอง แต่นางกลับััอีกฝ่ายมิได้เลย
สตรีเช่นนี้เป็มนุษย์ เป็ผี หรือเป็เซียนกันแน่?
……
จั๋วอวิ๋นเซียนเดินไปหาสตรีสวมผ้าคลุมหน้าภายใต้สายตาใด้วยใบหน้าสงบนิ่ง
พวกฉินตงหวู่กับเหมยซิ้งหงล้วนมีสีหน้าร้อนรน แต่ก็ไม่กล้าเคลื่อนไหว
“ผู้าุโใช่ท่านหรือไม่?”
จั๋วอวิ๋นเซียนเดินมาถึงด้านหน้าสตรีสวมผ้าคลุมหน้า เขารู้สึกคุ้นเคยมาก อีกทั้งยิ่งเข้าใกล้ความรู้สึกนี้ก็ยิ่งรุนแรงมากขึ้น
“ยังจำข้าได้ นับว่าเ้าเป็คนดีอยู่บ้าง”
สตรีถอดผ้าคลุมหน้าลง เผยใบหน้าที่งดงามไร้ที่เปรียบ นางก็คือิญญาเซียนโบราณที่จั๋วอวิ๋นเซียนปลดผนึกออกมาในมิติมายาสุญญตา ‘เฉียนโม่’
เมื่อเห็นใบหน้าของเฉียนโม่ ความรู้สึกแปลกหน้าและคุ้นเคยพุ่งเข้ามาในจิตใจของจั๋วอวิ๋นเซียน
