ขับออกจากสกุลเชียวหรือ ผู้เฒ่าเคอกำลังคิดสิ่งใดอยู่? นั่นเป็ถึงหลานสาวแท้ๆ ของเขา ผู้ใดจะขับเืเนื้อเชื้อไขออกไปได้บ้าง?
ตาเฒ่าผู้นี้คงถูกทำให้ะเืจิตใจมากเกินไป จนสมองไม่กระจ่างแจ้งแล้วกระมัง?
ไม่เอ่ยถึงเื่ที่เคอโยวหรานมิได้ทำความผิดร้ายแรงอันใด เพราะต่อให้นางทำความผิดร้ายแรงก็ใช่ว่าบอกจะขับออกจากสกุลแล้วขับออกไปได้
หากสตรีผู้หนึ่งถูกขับออกจากสกุล เช่นนั้นภายหน้านางจะมีชีวิตอยู่อย่างไร?
ยามกวาดตามองออกไปทั่วหล้า ไม่มีบุรุษสกุลใดยินดีรับสตรีที่ถูกขับออกจากสกุล ยิ่งไม่เอ่ยถึงเื่สตรีที่ถูกขับออกจากจวนมิอาจมีชีวิตอยู่ต่อไป เพราะแม้บุรุษถูกกระทำเช่นนี้ ชะตาชีวิตก็ยังยากบรรยายด้วยประโยคเดียว
สายตาของต้วนเหลยถิงฉายแววเย็นะเืกว่าเดิมหลายส่วน เขาจดจ้องผู้เฒ่าเคอโดยไม่ปริปากสิ่งใด
ผู้เฒ่าเคอถูกสายตาของชายหนุ่มทำให้รู้สึกหวาดกลัวจนถอยไปด้านหลังเล็กน้อย ชายชราสูดหายใจเข้าลึกและไม่มองต้วนเหลยถิง เพียงเอ่ยไปทางเคอโยวหรานว่า
“เคอโยวหราน ปู่จะให้โอกาสเ้าอีกครั้ง เผยวิธีทำ ‘เกี๊ยวน้ำมรกต’ ออกมา ไม่เช่นนั้นปู่จะให้อารองของเ้าเขียนหนังสือขับออกจากสกุลหนึ่งฉบับเพื่อขับเ้าออกจากสกุลเคอ”
“หากจะไล่เคอโยวหราน มิสู้ไล่ข้าออกไปด้วยเถิด!” เพิ่งจะสิ้นเสียงผู้เฒ่าเคอ หนึ่งน้ำเสียงราบเรียบทว่าเปี่ยมพลังพลันดังขึ้นจากทางด้านหลังของเขา
ทุกคนต่างหันไปมองแล้วขมวดคิ้วตามๆ กัน ด้วยนึกไม่ออกว่าคนผู้นี้คือใครภายในชั่วขณะ
ผู้เฒ่าเคอจดจ้องผู้มาเยือนแล้วเอ่ยด้วยความอัดอั้นตันใจ “เ้าคือผู้ใด เื่ภายในจวนของข้า เกี่ยวข้องอันใดกับเ้า?”
ทุกคนก็อยากจะถามเช่นกัน เื่นี้มิได้เกี่ยวข้องกับบุรุษร่างสูงใหญ่กำยำ องอาจผึ่งผาย และเปี่ยมกลิ่นอายสง่างามมีความรู้ผู้นี้แต่อย่างใด ทันใดนั้นพลันได้ยินเคอโยวหรานเอ่ยว่า
“ท่านปู่ หากท่านจะขับข้าออกจากสกุลเคอ เช่นนั้นบิดาของข้าย่อมมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยเ้าค่ะ”
“บิดาของเ้า?” ผู้เฒ่าเคองุนงง
ทุกคนในหมู่บ้านเถาหยวนต่างพากันงุนงง ตั้งใจมองพิจารณาผู้ที่อยู่ตรงหน้าั้แ่หัวจรดเท้าอย่างละเอียด
คล้ายคลึงกับเคอต้าส่าหลายส่วนจริงๆ แต่ก็ยังรู้สึกว่าไม่เหมือนอยู่บ้าง
เมื่อก่อนผมของเคอต้าส่ายุ่งเหยิง บนใบหน้าเปรอะเปื้อนน้ำมูกจนมอมแมมยิ่งนัก และเสื้อผ้าบนกายยังขาดรุ่งริ่งอีกด้วย
แม้ถงซื่อจะเย็บปะให้เขาอยู่ตลอด ทั้งยังคอยซักผ้าให้เขาทุกวัน แต่ก็ยังมิอาจต้านทานการเคี่ยวกรำของเคอต้าส่าได้อยู่ดี
ยามเสื้อผ้าสะอาดอยู่บนกายเขา เพียงเวลาไม่ถึงหนึ่งก้านธูปก็จะถูกทำให้สกปรกจนหมด ภายในหนึ่งวันทำขาดจนเกิดรูโหว่หลายช่อง เทียบมิได้แม้แต่ขอทานตามตรอกเสียด้วยซ้ำ
ยามปกติหากไม่กัดเล็บทำท่าทางโง่เซ่อก็หลบอยู่ด้านหลังถงซื่อพลางเอ่ยเสียงอ่อนว่า “สะใภ้ ข้ากลัว พวกเขารังแกข้า ฮือๆ...”
ทว่าคนผู้นี้ร่างกายสูงใหญ่เปี่ยมความสง่า ให้กลิ่นอายเช่นบัณฑิต ทั้งยังดูเหมือนกวีผู้รู้หนังสือยิ่งกว่าเคอเจิ้งหนานที่เป็ซิ่วไฉของหมู่บ้านเสียอีก
ชุดสีน้ำเงินครามบนกายแม้จะทำจากผ้าฝ้ายธรรมดา แต่กลับมีรูปแบบงดงามประณีต ทำให้ขับข้อดีบนร่างกายของคนผู้นี้ออกมาได้อย่างถึงที่สุด
เช่นนี้จะเหมือนคนโง่ผู้นั้นได้อย่างไร? แท้จริงแล้วเกิดความผิดพลาดประการใดขึ้นกันแน่?
ผู้เฒ่าเคอถามด้วยความไม่มั่นใจ “เ้าคือต้าส่าหรือ?”
เคอต้าส่าเอ่ยเย้ยหยันว่า “ท่านพ่อจำกระทั่งบุตรชายของตนเองมิได้แล้วหรือขอรับ?
ดังคาด ตอนข้าอยู่ในจวนก็เป็ดั่งภาระของพวกท่าน ในเมื่อพวกท่านอยากขับโยวหรานออกจากสกุล
มิสู้ขับพวกเราทั้งครอบครัวออกไปด้วยเลยเถิด จะได้ไม่ต้องติดสอยห้อยท้ายชื่อจวนผู้เฒ่าเคอให้ท่านต้องอับอายขายหน้า”
“ไอ้หยา...” ทุกคนต่างพากันอุทานด้วยความประหลาดใจ
ภายในฝูงชนมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์แ่เบาดังขึ้น
“มิใช่กระมัง? นี่คือเคอต้าส่าจริงๆ หรือ? เขาไม่ได้ปัญญาทึบหรืออย่างไร?”
“เ้าทึ่มในหมู่บ้านของพวกเราสามารถกล่าววาจาฉะฉานและยาวถึงเพียงนี้ได้เชียวหรือ? หรือว่าวันนี้ข้ายังนอนไม่ตื่น? กำลังฝันอยู่ใช่หรือไม่?”
“์! สายฟ้าจาก์ผ่าคนจนกลับเป็ปกติเสียแล้วหรือ?”
......
เสียงเอ่ยด้วยความตกตะลึงและเสียงอุทานด้วยความประหลาดใจครั้งแล้วครั้งเล่าดังไปทั่วลานเรือนของจวนผู้ใหญ่บ้านเฉิน
มีคนจำนวนไม่น้อยทำหน้าราวกับเห็นผี ล้วนรู้สึกว่าใต้หล้านี้ช่างน่าเหลือเชื่อนัก
เคอโยวหรานฟังคำวิพากษ์วิจารณ์ของพวกเขาอย่างไม่เก็บมาใส่ใจ
ล้อเล่นแล้วกระมัง เมื่อมีการรักษาของหมอเทวะ การบำรุงของน้ำสระบัว และการสอนสั่งของต้วนต้าหลาง หากบิดาของนางยังคงสติทึ่มทื่อต่างหากจึงจะเรียกว่าน่าเหลือเชื่อ
ผู้เฒ่าเคอชี้ไปทางเคอต้าส่าพลางร้องะโด้วยความโมโห “เมื่อก่อนเ้าแกล้งโง่เพื่อหลอกพวกเราทุกคนใช่หรือไม่?”
“หึๆ...” เคอต้าส่าแค่นหัวเราะเย้ยหยัน “เมื่อก่อนข้าแกล้งโง่หรือไม่ ท่านพ่อยังจะไม่รู้อีกหรือ? ยามนี้ข้าเพียงโชคดีที่มีบุตรสาวดี นางเชิญท่านอาจารย์เทพเซียนมารักษาข้าจนหายดีก็เท่านั้นขอรับ
ครั้นเอ่ยถึงเื่นี้ ข้ายังต้องขอบคุณท่านพ่อจริงๆ ที่ซื้อถงซื่อมาเป็ภรรยาของข้า ตลอดหลายปีมานี้นางต้องอดทนตรากตรำทั้งทำงานหนักและฟังคำดุด่า คอยดูแลข้าอย่างเอาใจใส่ คลอดบุตรและเลี้ยงดูบุตรให้ข้า ถึงได้มีตัวข้าในวันนี้”
ผู้เฒ่าเคอเอ่ยอย่างไม่อยากจะเชื่อ “เ้ามิได้แกล้งโง่จริงๆ หรือ?”
เคอต้าส่าเดินไปยังข้างกายของเคอโยวหราน ยืนขนาบข้างกับต้วนเหลยถิงเพื่อคุ้มกันเคอโยวหรานไว้ตรงกลาง
หากมิใช่ว่าเขาออกมาดูเพราะไม่วางใจ คงไม่รู้ว่าโยวหรานของเขาถูกผู้อื่นกลั่นแกล้งรังแกจนเป็เช่นนี้ กระทั่งขับออกจากสกุลก็ยังเอ่ยออกมาแล้ว
แท้จริงแล้วนางไปทำความผิดชั่วช้าอันใด ถึงต้องถูกขับออกจากสกุลกัน?
โยวหรานของเขาดีถึงเพียงนี้ เหตุใดต้องถูกคนเหล่านี้กลั่นแกล้งรังแกด้วย?
หลังจากเคอต้าส่าหายดี ความทรงจำที่ยังหลงเหลืออยู่ในสมองของเขาล้วนคือถงซื่อกับบุตรสาวทั้งสามคน
ส่วนความทรงจำเกี่ยวกับผู้เฒ่าเคอและทุกคนในจวนล้วนหลงเหลือเพียงน้อยนิด ทั้งยังเป็ความทรงจำที่ไม่ดีทั้งสิ้น
ในยามนี้ เขามองผู้เฒ่าเคอราวกับมองศัตรูก็มิปาน ปรากฏความรู้สึกไม่พอใจอย่างยิ่ง
ครั้นผู้เฒ่าเคอเห็นอีกฝ่ายเป็เช่นนี้ก็มั่นใจแล้วเช่นกันว่าอาการของเคอต้าส่าหายดีแล้ว จึงอดมิได้ที่จะวางอำนาจเช่นผู้เป็บิดาเอ่ยว่า
“ต้าส่า ในเมื่อเ้าหายดีแล้ว เช่นนั้นก็ควรจะช่วยพวกเราคนสกุลเคอเอาวิธีทำ ‘เกี๊ยวน้ำมรกต’ มามิใช่หรือ จะได้สร้างคุณงามความดีให้คนสกุลเคอสักหน่อยเป็อย่างไร?”
“มีสิทธิ์อันใด?” เคอต้าส่าแค่นหัวเราะเสียงเย็น “เคล็ดลับของสกุลต้วน มีสิทธิ์อันใดเอาไปให้สกุลเคอ? ราชสำนักมีกฎหมายข้อใดบัญญัติเอาไว้เช่นนี้ด้วยหรือขอรับ?”
“เ้า...” ผู้เฒ่าเคอพบว่าหลังจากบุตรชายคนโตผู้นี้ไม่โง่ ช่างยากรับมือกว่าเมื่อก่อนอย่างแท้จริง
คำกล่าวไม่กี่ประโยคนี้ตอกกลับตนเสียจนไร้สิ่งใดจะเอ่ย
ดวงตาของผู้เฒ่าเคอกลิ้งกลอกไปมา เขารับปากเ้ารองเคอเจิ้งหนานเอาไว้แล้วว่าจะต้องเอาวิธีทำและช่องทางหาเงินของผู้ใหญ่บ้านเฉินมาให้จงได้
ยามนี้วิธีทำเป็ของสกุลต้วน และคนทั้งสกุลยังเป็ดั่งน้ำมันกับเกลือที่ไม่เข้ากัน เช่นนี้จะทำอย่างไรดี?
ครั้นคิดเช่นนี้ ผู้เฒ่าเคอก็มองไปทางเคอโยวหรานแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงดุดันว่า “โยวหราน เ้าไม่กลัวถูกขับออกจากสกุลจริงๆ หรืออย่างไร? วิธีทำ ‘เกี๊ยวน้ำมรกต’ สำคัญยิ่งกว่าการปกป้องครอบครัวอีกหรือ?”
เคอโยวหรานตอบอย่างไม่สะทกสะท้าน “ท่านปู่ นี่มิใช่ปัญหาแค่เื่เคล็ดลับ แต่ยังเป็ปัญหาเื่ขอบเขตการเป็มนุษย์ด้วยเ้าค่ะ
สิ่งของของผู้อื่นก็คือของผู้อื่น หากยอมหักหลังสกุลต้วนเพียงเพราะคำขู่ เช่นนั้นในภายหน้าข้ากับท่านพ่อจะยังมีหน้าเป็คนต่อไปได้อย่างไรเ้าคะ?
ในสิบลี้แปดหมู่บ้านนี้ พวกเรายังจะลงหลักปักฐานได้อย่างไร? ยามออกจากจวนไม่กลัวว่าจะจมฟองน้ำลายตายหรือเ้าคะ?”
ผู้เฒ่าเคอเหยียดเอวตรงพลางเอ่ย “มีคนสกุลเคอคอยคุ้มครองพวกเ้า ข้าก็อยากเห็นเช่นกันว่าผู้ใดกล้าพูดจาซี้ซั้ว?”
ท่าทางของชายชราดูวางมาดราวกับเป็ท่านปู่แสนดีผู้หนึ่งที่กำลังปกป้องบุตรชายและหลานสาว
เคอโยวหรานแค่นหัวเราะ “ท่านปู่เป็ตัวแทนของคนทั้งสกุลเคอั้แ่เมื่อใดกันเ้าคะ? หรือจะบอกว่าเพราะผู้นำสกุลกำลังล้มป่วย ท่านปู่จึงคิดจะมาแทนที่เสียแล้ว?”
ครั้นผู้เฒ่าเคอได้ยินพลันตื่นตระหนกจนเหงื่อเย็นโซมกาย ขณะกำลังจะชี้หน้าเคอโยวหรานด้วยความโมโหกลับนึกถึงนิ้วมือที่หักของเคอเจิ้งซี จึงฝืนกดมือที่ยกขึ้นของตนลงไปแล้วกำหมัดเอ่ยว่า
“ได้ ย่อมได้ ในเมื่อเ้าไม่ฟังปู่ ทั้งยังใส่ร้ายป้ายสีปู่ซี้ซั้ว เช่นนั้นข้าผู้เฒ่าเคอก็ไม่มีหลานสาวอกตัญญูเยี่ยงนี้
เื่อื่นข้าอาจจะตัดสินใจไม่ได้ แต่หากเป็เื่การขอขับไล่บุตรกับหลานออกจากจวน ข้าก็ยังมีอำนาจนี้อยู่
ข้าจะให้อารองของเ้าเขียนหนังสือขับออกจากสกุลแล้วส่งไปให้ผู้เฒ่าแต่ละสกุล...”
