ต่งปี้อู่นึกหยามเหยียดสุนัขรับใช้เช่นนี้ แต่เขาต้องไปจวนสกุลเฉิน หากพาคนผู้นี้ไปด้วยก็นับว่าดีเช่นกัน
เพราะถึงอย่างไรเื่ที่เขากำลังจะไปทำก็ค่อนข้างเสียหน้า หากมีสุนัขรับใช้ตามไปด้วย ตนก็เสียหน้าน้อยลงสักนิดมิใช่หรือ
เฮ้อ นี่มันเื่อันใดกัน? ถูกเคอเสี่ยวหรูใช้แผนการแล้วยังต้องอดกลั้นเอาไว้ ช่างอัดอั้นตันใจเสียจริง
ต่งปี้อู่ทอดถอนใจอยู่ในใจนับครั้งไม่ถ้วน ทว่าบนใบหน้ากลับไม่แสดงออกพลางเอ่ยว่า “ในเมื่อเป็เยี่ยงนี้ เช่นนั้นก็นำทางเถิด!”
“อ้อ ท่านเชิญทางนี้” ปู่รองสกุลเคอนำทางให้ต่งปี้อู่ด้วยท่าทางนอบน้อม จากนั้นมุ่งหน้าไปทางจวนผู้ใหญ่บ้านเฉิน
เคอเจิ้งหนานทอดมองแผ่นหลังที่กำลังจากไปของคนทั้งสองก่อนจะหันไปสบตากับผู้เฒ่าเคอ มุมปากของพวกเขาต่างยกยิ้มพึงพอใจ ลอบคิดในใจว่าเคอเสี่ยวหรูช่างฉลาดหลักแหลม เื่ที่สั่งนางเอาไว้ลุล่วงได้อย่างงดงามทีเดียว
ต่งปี้อู่เพิ่งจะก้าวเข้ามาในลานเรือนของจวนผู้ใหญ่บ้านเฉิน สายตาของปู่รองสกุลเคอพลันสอดส่องไปทุกทิศ จับจ้องห้องทำเต้าหู้ของผู้ใหญ่บ้านเฉินภายในเวลาอันรวดเร็ว
ต่งปี้อู่หรี่ดวงตาเมื่อได้กลิ่นหอมหวานของเต้าหู้ ก่อนจะหันไปเห็นห้องทำเต้าหู้เช่นเดียวกับปู่รองสกุลเคอ
คนทั้งสองต่างคนต่างมีแผนการในใจและพากันเงียบกริบ ดวงตาของต่งปี้อู่หลุบลงเล็กน้อยโดยไม่รู้ว่ากำลังคิดสิ่งใด
ปู่รองสกุลเคอร้องเรียกเสียงดังว่า “ผู้ใหญ่บ้านเฉินอยู่ในจวนหรือไม่? เถ้าแก่น้อยสกุลต่งในตัวเมืองมาเยี่ยมเยียนแล้ว”
ผู้ใหญ่บ้านเฉินที่กำลังจัดแจงเอกสารแยกจวนของสกุลเฉินเดินออกมารับ ครั้นเห็นคนทั้งสองที่อยู่ในลานเรือนก็ถึงกับขมวดคิ้วโดยมิอาจสังเกตเห็น
ไม่นานนัก ผู้ใหญ่บ้านเฉินพลันเผยรอยยิ้ม ‘มืออาชีพ’ แล้วเอ่ยว่า “ไม่ทราบว่าคุณชายน้อยสกุลต่งมาเยือนจวนของข้าด้วยมีเหตุใดหรือ? พวกเราเข้าไปสนทนากันในห้องให้ละเอียดเป็อย่างไร?”
ต่งปี้อู่ประสานมือคารวะก่อนตอบ “ครั้งนี้มาเยือนด้วยเื่เล็กน้อยไม่กี่เื่ขอรับ ข้าพูดในลานเรือนเป็พอ
วันนี้ต้องมารบกวนผู้ใหญ่บ้านเฉินเพราะอับจนหนทางจริงๆ เคอเสี่ยวหรูภรรยาของข้าเพิ่งตรวจพบว่าตั้งครรภ์ได้ไม่นาน ยามนี้ไม่ค่อยอยากอาหารอยู่บ้าง
ได้ยินว่าสะใภ้ทั้งสองในจวนของผู้ใหญ่บ้านเฉินฝีมือทำอาหารล้ำเลิศ จึงอยากจะรบกวนพวกนางช่วยทำอาหารสักหน่อยขอรับ
แน่นอนว่าในเมื่อรบกวนพวกนางแล้ว ข้าย่อมชดเชยเป็เงินค่าแรงอย่างแน่นอน”
ต่งปี้อู่กล่าววาจาเช่นนี้อย่างเกรงอกเกรงใจยิ่งนัก แต่ผู้ใหญ่บ้านเฉินกลับขมวดคิ้ว อย่าว่าแต่เคอเสี่ยวหรูเป็เพียงผู้อ่อนาุโภายในหมู่บ้านเถาหยวน
เพราะเดิมทีการให้ผู้าุโรุ่นย่าทั้งสองคนมาทำอาหารให้นางกินก็เป็เื่ที่ไม่สมควร
ต่อให้ไม่เอ่ยถึงเื่อื่นๆ ทั้งสิบลี้แปดหมู่บ้านนี้มีผู้ใดไม่รู้บ้างว่าสกุลต่งมีทายาทสืบทอดเพียงคนเดียว จึงให้ความสำคัญเื่ทายาทเป็อย่างยิ่ง
ทำอาหารสักมื้อไม่นับว่าเป็อันใด แต่หากทำให้เคอเสี่ยวหรูเป็อันใดเพราะอาหารมื้อนี้ เช่นนั้นสกุลเฉินของพวกเขาก็คงต้องหมางใจกับสกุลต่งเสียแล้ว
ในบรรดาจวนที่ชอบก่อเื่และใช้เล่ห์เหลี่ยมหลายจวน จวนสกุลเคอจัดอยู่อันดับหน้าสุด ผู้ใหญ่บ้านเฉินรู้ดีอย่างยิ่งว่าคนทั้งครอบครัวนั้นสันดานเลว
อยากกินอาหารฝีมือสะใภ้ทั้งสองของเขาย่อมเป็เื่เท็จ แต่อยากวางอำนาจในหมู่บ้านเถาหยวนต่างหากที่เป็เื่จริง
หากตกลงทำอาหารมื้อนี้ เช่นนั้นมิเท่ากับตกหลุมพรางจวนสกุลเคอหรอกหรือ?
ครั้นคิดเช่นนี้ ผู้ใหญ่บ้านเฉินจึงเอ่ยด้วยความลำบากใจว่า “คุณชายน้อยต่ง มิใช่ว่าพวกข้าไม่อยากตอบรับคำขอนี้ แต่เมื่อวานสะใภ้ทั้งสองของข้าเพิ่งจะต้องลมเย็น
ร่างกายของสตรีตั้งครรภ์อ่อนแอเป็อย่างยิ่ง หากเอาโรคภัยไปติดฮูหยินน้อยระหว่างทำอาหารคงจะไม่ดีนัก ท่านว่าจริงหรือไม่?”
เมื่อสะใภ้ทั้งสองคนที่กำลังทำงานอยู่ในห้องทำเต้าหู้ได้ยินบทสนทนาจากภายนอกก็หันไปสบตากัน พวกนางต่างเข้าใจความหมายของพ่อสามีจึงหลบอยู่ในห้องทำเต้าหู้ไม่กล้าออกไป
ต่งปี้อู่หรี่ดวงตาและไม่เอ่ยสิ่งใด เขาคิดเอาไว้ั้แ่ก่อนมาแล้วว่าเดิมทีเคอเสี่ยวหรูก็ก่อความวุ่นวายโดยไร้เหตุผล
ไม่รู้ว่านางอยากให้ตนเสียหน้าต่อหน้าผู้ใหญ่บ้านเฉินหรือไม่? หรือว่าอยากจะวางอำนาจบาตรใหญ่ในหมู่บ้านเถาหยวน มิเช่นนั้นก็อาจจะเป็ทั้งสองอย่าง
แต่ไม่ว่าอย่างไร ด้วยคำขอนี้ เขากับผู้ใหญ่บ้านเฉินล้วนกลายเป็ฝ่ายพ่ายแพ้
หากสกุลเฉินตกปากรับคำเื่นี้ เช่นนั้นก็ต้องเป็ฝ่ายต่ำต้อยกว่าโดยปริยาย หากไม่ตอบตกลง เช่นนั้นก็สร้างความหมางใจกับสกุลต่งของพวกเขา
ทว่าการที่เขายอมมาก้มหัวให้ผู้ใหญ่บ้านเฉิน ไม่ว่าจะเชิญคนทำกับข้าวได้หรือไม่ก็ล้วนเสียหน้าไปแล้ว ทั้งสองฝ่ายจึงมิได้รับผลประโยชน์อันใด
ต่งปี้อู่ไม่พูดสิ่งใด ปู่รองสกุลเคอจึงเอ่ยเช่นสุนัขจิ้งจอกแอบอ้างบารมีเสือ “ข้าว่านะท่านอาเฉิน คุณชายน้อยต่งมาเชิญน้องสะใภ้ทั้งสองไปทำกับข้าวก็เพราะให้เกียรติพวกท่าน ท่านควรจะประจักษ์เอาไว้ถึงจะเป็การดี”
ผู้ใหญ่บ้านเฉินพลันจดจ้องปู่รองสกุลเคอด้วยสายตาดุดัน ใช้ความน่าเกรงขามจากการเป็ผู้ใหญ่บ้านมานานปีเอ่ยว่า
“เ้ารองเคอ ข้าพูดไปชัดเจนแล้วว่าสะใภ้ทั้งสองของข้าต้องลมเย็น กำลังป่วยจะทำอาหารได้อย่างไร? เหตุใดจึงคอยยุยงความสัมพันธ์ระหว่างข้ากับคุณชายน้อยต่งเช่นนี้? เ้ามีจุดประสงค์อันใด?”
ปู่รองสกุลเคอหวาดหวั่นเพราะความน่าเกรงขามของผู้ใหญ่บ้านเฉินจนถึงกับถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว ครั้นหางตาเหลือบไปเห็นต่งปี้อู่ที่อยู่ข้างกายก็ราวกับเห็นแกนหัวใจ รีบสงบสติอารมณ์เอ่ยว่า
“ข้าว่านะท่านอาเฉิน คุณชายน้อยต่งแค่มาเชิญน้องสะใภ้ทั้งสองไปทำกับข้าวเท่านั้น ท่านบ่ายเบี่ยงครั้งแล้วครั้งเล่าเช่นนี้ไม่ค่อยดีนักกระมัง?”
ผู้ใหญ่บ้านเฉินไม่แยแสปู่รองสกุลเคอที่เป็ดั่งไม้กวนอุจจาระ ทำเพียงหันไปกล่าวกับต่งปี้อู่โดยตรงว่า
“คุณชายน้อยต่ง เมื่อครู่ข้าพูดไปชัดเจนมากแล้ว หรือว่าพวกเ้ายัง้าใช้อำนาจข่มผู้อื่น?”
ทุกคนล้วนแต่เป็คนฉลาด ต่งปี้อู่จะไม่เข้าใจความหมายของผู้ใหญ่บ้านเฉินได้อย่างไร จึงหยักยกมุมปากเอ่ยว่า “ในเมื่อเป็เช่นนี้ เพราะข้าได้ล่วงเกินแล้ว ยามนี้จึงขอตัวลานะขอรับ”
ครั้นเห็นต่งปี้อู่เตรียมจะออกไป ปู่รองสกุลเคอพลันร้อนรนใจเสียแล้ว จุดประสงค์ที่มาเยือนจวนสกุลเฉินของเขายังไม่ทันบรรลุ จะจากไปทั้งเช่นนี้ได้อย่างไร
เขารีบแทรกกายไปขวางหน้าต่งปี้อู่อย่างว่องไวแล้วเอ่ยว่า “คุณชายน้อยต่ง สะใภ้ทั้งสองของผู้ใหญ่บ้านเฉินไม่สบายจริงหรือไม่ เื่นี้ควรจะตรวจสอบดูสักหน่อยมิใช่หรือ?”
ต่งปี้อู่ขมวดคิ้ว ยามนี้สกุลต่งไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว กว่าพวกเขาจะหาทางหนีทีไล่ได้ ทำได้เพียงเก็บหางวางตัวสงบเสงี่ยมเท่านั้น แม้จะเป็เื่วุ่นวายเล็กๆ น้อยๆ ก็อาจสร้างความพินาศย่อยยับได้
คนผู้นี้ช่าง...? หรืออีกฝ่ายไม่เข้าใจว่าการที่ผู้ใหญ่บ้านเฉินบอกว่าสะใภ้ทั้งสองไม่สบายเป็คำกล่าวปฏิเสธเช่นนั้นหรือ?
หากกลายเป็เื่ใหญ่ สกุลต่งของเขาเป็ฝ่ายไร้เหตุผลคงไม่ส่งผลดีแม้แต่น้อย ในเมื่อเวลานี้เขามาจวนผู้ใหญ่บ้านเฉินแล้ว กลับไปค่อยเอาอกเอาใจเคอเสี่ยวหรูเป็พอ คนผู้นี้กลับอาศัยบารมีของตนหาเื่ไม่ยอมเลิกราเสียได้?
ก่อนหน้าไม่ควรยอมให้คนเช่นนี้ติดตามมาที่นี่ด้วย พลาดแล้วจริงๆ
ครั้นเห็นต่งปี้อู่ไม่พูดสิ่งใด ปู่รองสกุลเคอยังคงเอ่ยต่อไปว่า “คุณชายน้อยต่ง หากท่านไม่สะดวกตรวจสอบเอง มิสู้ให้ข้าช่วยตรวจดูให้ท่านเป็อย่างไร?”
เพิ่งจะสิ้นคำกล่าว ปู่รองสกุลเคอก็ไม่ปล่อยโอกาสให้ผู้ใดได้สติตอบสนอง พลันแทรกกายเข้าไปในห้องทำเต้าหู้อย่างว่องไว ทุกการกระทำเป็เวลาชั่วเสี้ยววินาทีเท่านั้น
หัวใจของผู้ใหญ่บ้านเฉินถึงกับกระตุก รีบหันกายไล่ตามฝีเท้าของปู่รองสกุลเคอไปทันที
ต่งปี้อู่หรี่ดวงตาและตามไปด้วยเช่นกัน ครั้นเข้าไปข้างในก็พบเพียงหินโม่สามก้อนกับลาเตี้ยที่ถูกปิดตาทั้งสามตัว
บนหลังของพวกมันยังมีท่อนไม้ไผ่ยาวมัดเอาไว้ ห้อยด้วยหูหลัวปอ [1] ที่แกว่งไปมาไม่ต่างกับเบ็ดตกปลา โดยจะเข้าไปในปากลาเตี้ยให้มันได้กินหนึ่งคำเป็ครั้งคราว เมื่อเป็เช่นนี้จึงทำให้มันลากหินโม่ไปเรื่อยๆ อย่างไม่หยุดพัก
วิธีการเช่นนี้ช่างแปลกใหม่ยิ่งนัก ทว่านอกจากนี้กลับไม่มีผู้ใดอยู่ที่นี่แม้แต่คนเดียว
ข้างในสุดของห้องโม่นี้มีประตูบานเล็กปิดสนิท ไม่รู้ว่าเชื่อมต่อไปยังที่ใด?
ด้านล่างหินโม่ทุกก้อนมีถังไม้วางเอาไว้หนึ่งใบ ด้านในบรรจุของเหลวสีขาวน้ำนมประมาณครึ่งถัง กลิ่นหอมหวานลอยอบอวลไปทั้งห้องโม่ ช่างหอมหวนเหลือเกิน
ต่งปี้อู่รู้สึกว่ากลิ่นหอมนี้ช่างคุ้นเคยยิ่งนัก แต่กลับคิดไม่ออกว่าคือสิ่งใด
ครั้นผู้ใหญ่บ้านเฉินไล่ตามมาถึงก็วางใจลงได้ครึ่งหนึ่ง โชคดีที่ก่อนหน้านี้เชื่อคำกล่าวของเคอโยวหราน จึงสร้างประตูเล็กเชื่อมระหว่างห้องโม่ไปยังห้องอื่นเอาไว้
---------------------------------------
เชิงอรรถ
[1] หูหลัวปอ 胡萝卜 หมายถึง แคร์รอต
