สัตว์อสูริญญาสามหัวตัวหนึ่งเพลานี้กำลังหลับใหลอยู่ในเขตต้องห้าม
แม้ว่าจะมีเขตต้องห้ามกั้นอยู่หนึ่งชั้น หากพวกศิษย์สามัญก็สามารถััได้ถึงพลานุภาพทรงพลังที่แพร่งพรายออกมาจากมัน มันเป็สัตว์อสูริญญาที่แข็งแกร่งอย่างมิต้องสงสัย เดาว่าน่าจักเป็ขั้นสร้างลมปราณสูงสุด
กระทั่งขุนเขากระบี่เทียนหยวนยังมิกล้าคิดปล่อยสัตว์อสูริญญาตัวนี้ในหุบเขาจึงใช้เขตต้องห้ามกักขังมันไว้ เพราะเมื่อใดที่สัตว์อสูริญญาขั้นสร้างลมปราณสูญเสียการควบคุมจักต้องเกิดการสูญเสียอันไม่คาดคิดกับขุนเขากระบี่เทียนหยวนเป็แน่
สัตว์อสูริญญาที่ถูกคุมขังอยู่ในเทือกเขาล้วนแล้วมิใช่สัตว์สามัญ สัตว์อสูรที่มีสามหัวล้วนมีพร์แข็งแกร่งยิ่งกว่าสัตว์อสูรขั้นพลังเดียวกันหลายเท่า
สุนัขโลกันตร์สามหัวเป็สัตว์อสูริญญาที่พบเจอได้ยากยิ่งในทวีปเฉียนหยวน ครั้งหนึ่งเคยถูกมองว่าสูญพันธุ์ไปแล้ว จนกระทั่งผู้เยี่ยมยุทธ์ขุนเขากระบี่เทียนหยวนพบลูกสุนัขโลกันตร์สามหัวเข้าโดยบังเอิญจึงนำมันกลับมาเลี้ยงในสำนัก
แต่เพลานี้สุนัขโลกันตร์สามหัวมิใช่ลูกสุนัขอีกต่อไป มันมีพลังขั้นสร้างลมปราณสูงสุด เมื่อใดที่โตเต็มวัยความแข็งแกร่งอาจเทียบได้กับผู้าุโในสำนัก ถ้าให้เวลามันอีกสักหน่อยเป็ไปได้ว่าจักกลายเป็สัตว์อสูริญญาในตำนาน
มีข่าวลือว่าสุนัขโลกันตร์สามหัวเป็สายเืที่หลงเหลือจากยุคดึกดำบรรพ์ ครั้นใดเมื่อกระตุ้นสายโลหิตในกายาสำเร็จ พลานุภาพย่อมเทียบทัดกับบรรพบุรุษ ถึงยามนั้นจักต้องสร้างความอึกทึกไปทั่วทั้งแว่นแคว้น
เนื่องจากความพิเศษของสุนัขโลกันตร์สามหัว ขุนเขากระบี่เทียนหยวนจึงกักขังมันเอาไว้ในเทือกเขา ซึ่งปกติแล้วจะมีจอมยุทธ์คุ้มกันอย่างแ่า เพียงลมพัดใบหญ้าไหว[1] ขุนเขากระบี่เทียนหยวนก็จักสังเกตเห็นได้ในทันที
ทว่า่นี้มิใช่แค่มีการทดสอบศิษย์ภายในขุนเขากระบี่เทียนหยวน หากยังมีการแข่งขันระหว่างสำนักจัดขึ้นในภายหลัง กอปรกับการสูญเสียที่เกาะหลัวโหว จอมยุทธ์ที่คอยคุ้มกันสุนัขโลกันตร์สามหัวจึงถูกย้ายออกไปทำหน้าที่อื่นทำให้ศิษย์เหล่านี้มีโอกาสใช้ประโยชน์จากมัน
แม้แต่ผู้ที่ริเริ่มแผนการอย่างชวีหลิงเฟิงเองก็คิดไม่ถึงว่าพวกศิษย์สามัญจะเสนอความคิดเื่สุนัขโลกันตร์สามหัวขึ้นมา ถ้าสุนัขโลกันตร์สามหัวถูกปล่อยออกมาแล้วสำนักรู้เข้า ถึงเป็เขาก็รับผิดชอบไม่ไหว
อักขระิญญาที่กักขังสุนัขโลกันตร์สามหัวลึกลับสุดแสน นักหลอมอักขระิญญาที่เขียนอักขระเช่นนี้ได้ในขุนเขากระบี่เทียนหยวนมีอยู่ไม่มากนัก
ถึงการเขียนอักขระิญญาต้องห้ามต้องจะใช้ทรัพยากรและคนจำนวนมาก ทว่าในการทำลายอักขระิญญาต้องห้ามนั้นทำลายเพียงเส้นอักขระเดียวก็เพียงพอแล้ว
ตอนที่ขุนเขากระบี่เทียนหยวนเขียนอักขระิญญาต้องห้ามขึ้นมา พวกเขามิได้นึกถึงว่าจะมีศิษย์ในสำนักคิดทำลายอักขระต้องห้ามนี้ ทั้งยังไม่คิดมาก่อนว่าจะมีคนที่มีอุปกรณ์เฉพาะอย่างเหล็กหมาดอักขระิญญา
“ฉึบ!” ศิษย์สามัญผู้นั้นกดปลายแหลมของเหล็กหมาดอักขระิญญาตัดเส้นอักขระิญญาเส้นหนึ่ง รอยขีดข่วนเล็กๆ พลันประจักษ์ระหว่างเส้นอักขระหลากสี!
อักขระิญญาต้องห้ามหยุดทำงานทันใด เสียงคำรามดังสะท้อนออกมาจากเขตต้องห้าม!
สุนัขโลกันตร์สามหัวที่กำลังหลับใหลพลันลืมตาขึ้น ความกระหายเืสาดส่องผ่านดวงตาทั้งสอง
มันถูกกักขังในอักขระิญญาต้องห้ามมาั้แ่เล็ก พยายามทำลายอักขระิญญาต้องห้ามไม่รู้กี่ครั้ง ทว่าสุดท้ายก็ล้มเหลวทุกครั้ง
แต่วันนี้ต่างออกไป มันััได้อย่างชัดเจนว่าอักขระิญญาต้องห้ามที่กักขังมันมานานหลายสิบปีค่อยๆ อ่อนแรงลง มิอาจพันธนาการมันได้อีกต่อไป!
“โฮกกกก!” สุนัขโลกันตร์สามหัวส่งเสียงคำราม ง้างกรงอันแหลมคมตะปบทำลายอักขระิญญาต้องห้าม!
“ตู้มมม!” พลังน่าพรั่นพรึงกระแทกใส่สุนัขโลกันตร์สามหัว ร่างใหญ่ั์กลิ้งกับพื้นหลายสิบตลบก่อนที่จะหยุดลง
ทว่าสุนัขโลกันตร์สามหัวหาได้หวาดกลัวไม่ ในทางกลับกันแววตามันกลับเต็มไปด้วยความตื่นเต้น พลังของอักขระิญญาต้องห้ามอ่อนแอลงมากแล้ว ยามนี้มันสามารถทำลายอักขระิญญาต้องห้ามได้แล้ว!
“โฮกกก!” สุนัขโลกันตร์สามหัวคำราม แสงทมิฬพุ่งออกมาจากหัวทั้งสาม!
“ตู้มมม!” ลำแสงสีดำสามเส้นแสงพุ่งออกมาจากปาก พวกมันผสานรวมเป็หนึ่งในอากาศพุ่งเข้าจู่โจมอักขระิญญาต้องห้าม
แต่เดิมทีอักขระิญญาต้องห้ามขับเคลื่อนพลังมิได้สมบูรณ์อยู่แล้ว พอถูกลำแสงทมิฬโจมตีพลันเกิดช่องเล็กๆ ท่ามกลางม่านแสงหลากสี!
“ฟึ่บ!” เห็นเพียงเงาดำแวบผ่าน สุนัขโลกันตร์สามหัวพุ่งทะลวงผ่านช่องเล็กๆ หัวทั้งสามแหงนหน้ามองฟ้า เปล่งเสียงคำรณเอ็ดอึงนภาลัย!
ผู้าุโลองกระบี่หน้าเปลี่ยนสีชักกระบี่ขึ้นมาโจมตีทันควัน “บัดซบ!”
อย่างไรก็ตาม สุนัขโลกันตร์สามหัวราวกับคาดเดาการกระทำของผู้าุโลองกระบี่ได้ มันขยับเท้าทั้งสี่ก่อนที่จักหายวับไปในพริบตา
“เคร้ง!” ผู้าุโลองกระบี่โจมตีความว่างเปล่ากลางอากาศ ถึงจักเป็ยอดยุทธ์เฉกเช่นเขาก็มิอาจััได้ถึงพิกัดของสุนัขโลกันตร์สามหัว
“สุนัขโลกันตร์สามหัว ผ่านมาตั้งนานหลายปีแล้วยังมีพลังแฝงอื่นเก็บซ่อนเอาไว้อยู่อีกรึ!” ผู้าุโลองกระบี่แค่นเสียงหึ แล้วหายเข้าไปในเทือกเขา
สำหรับผู้าุโลองกระบี่ถึงสุนัขโลกันตร์สามหัวจะเ้าเล่ห์ หากมันก็เป็แค่สัตว์อสูรขั้นสร้างลมปราณสูงสุด มีสายเืดึกดำบรรพ์แล้วอย่างไร อยู่เบื้องหน้าเขามันมิต่างอันใดกับหมาข้างถนน
ผู้าุโลองกระบี่มิได้ยโสโอหัง ทว่าเขาเชื่อมั่นในพลังของตัวเองเป็อย่างมาก เขามิได้รายงานเื่นี้กับสำนักเพราะคิดว่าสามารถจัดการเื่นี้ได้
“อักขระิญญาต้องห้ามถูกทำลาย” ณ วังวิหารแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ท่ามกลางเมฆาสูงสุดของขุนเขากระบี่เทียนหยวน ชายชราที่อยู่ในวังวิหารถอนหายใจออกมาเล็กน้อย
“อักขระิญญาต้องห้ามอันไหนงั้นหรือ?” ชายหนุ่มอีกคนถาม
“สุนัขโลกันตร์สามหัว!” ชายชราตอบ
ในยุคดึกดำบรรพ์สุนัขโลกันตร์สามหัวเป็สัญลักษณ์ของภัยพิบัติ เมื่อใดที่มันประจักษ์กายจะนำมาซึ่งหายนะอันไม่มีที่สิ้นสุด
หลังจากยุคดึกดำบรรพ์ล่มสลาย หมู่ชนต่างก็คิดว่าสุนัขโลกันตร์สามหัวสูญพันธุ์ไปแล้ว กระทั่งจอมยุทธ์ขุนเขากระบี่เทียนหยวนนำมันกลับมาที่สำนัก คนในยุคสมัยนี้จึงได้เห็นสัตว์แห่งหายนะในตำนาน
“อย่างไรเสียมันก็เป็แค่ตำนาน บางทีสุนัขโลกันตร์สามหัวอาจจะมิได้น่ากลัวอย่างที่ตำนานกล่าวไว้ก็เป็ได้” ชายหนุ่มยิ้มเล็กน้อย
“บางทีงั้นรึ ไม่มีผู้ใดสามารถพิสูจน์ข้อเท็จจริงนั้นได้ พวกเราเองก็รู้แค่เื่ราวเล็กๆ น้อยๆ จากซากโบราณ!” ชายชรายิ้มพลางส่ายหัว สุนัขโลกันตร์สามหัวเป็แค่สัตว์อสูรขั้นสร้างลมปราณ ไม่จำเป็ต้องถึงมือเขาประเดี๋ยวก็มีคนในขุนเขากระบี่เทียนหยวนจัดการเื่นี้!
“พวกเราจะไม่เดือดร้อนใช่หรือไม่” ศิษย์สามัญอีกคนมองเหล็กหมาดอักขระิญญา ร่างทั้งร่างสั่นเทิ้มไม่หยุด
เขาเห็นดวงตาอำมหิตของสุนัขโลกันตร์สามหัว ขณะที่มองราวกับเห็นมหาสมุทรโลหิต ขุนเขากระบี่เทียนหยวนอาจต้องนองเืก็เพราะเขา!
“ไม่หรอก ขุนเขากระบี่เทียนหยวนมีจอมยุทธ์ตั้งมากมาย สัตว์อสูรแค่ตัวเดียวจะสร้างปัญหาให้กับผู้าุโในสำนักได้อย่างนั้นรึ?” ศิษย์สามัญผู้นั้นปลอบใจ
สุนัขโลกันตร์สามหัวซ่อนคลื่นพลังของตัวเองโจนทะยานอยู่ในหุบเขา มันวิ่งเร็วมากคล้าย้าปลดปล่อยความอึดอัดที่ถูกขังอยู่ในเขตต้องห้ามมานาน
สุนัขโลกันตร์สามหัวเกลียดชังมนุษย์เข้ากระดูกดำ ถ้ามิใช่เพราะพวกมนุษย์จับมันขังเอาไว้ในหุบเขานี้ มันย่อมมีชีวิตที่ดีกว่าหลายสิบปีที่ผ่านมา
“ฆ่า!” เมื่อพบมนุษย์สุนัขโลกันตร์สามหัวก็ลงมือฆ่าอย่างไม่ลังเล กินมนุษย์ผู้นั้นเข้าไปทั้งตัว
ทุกมวลกล้ามเนื้อของจอมยุทธ์อุดมไปด้วยพลังลมปราณ สำหรับสุนัขโลกันตร์สามหัวแล้วนั้นมันคืออาหารอันโอชะที่พบเจอได้ยากยิ่ง หลังจากที่กินศิษย์หลายสิบคนติดต่อกัน มันก็เริ่มเสพติดความรู้สึกยามได้ลิ้มรสชาติของมนุษย์เข้าเสียแล้ว
“บัดซบ!” ผู้าุโลองกระบี่ไล่ตามมา พอเห็นเืไหลเจิ่งนองตามทางก็เป็โทสะสุดแสน ทว่าขณะนั้นสุนัขโลกันตร์สามหัวก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยแล้ว
ถ้าสุนัขโลกันตร์สามหัวไม่ซ่อนพลังลมปราณไว้ ผู้าุโลองกระบี่ย่อมหามันเจอในเวลาไม่ถึงสามลมหายใจ หากแต่เพลานี้มิต่างอะไรกับงมเข็มในมหาสมุทร!
“บัดซบ!” ผู้าุโลองกระบี่เหวี่ยงกระบี่ด้วยความคับแค้น แสงกระบี่ทองคำพุ่งขึ้นฟ้า ทำลายเมฆขาวสลายหายไปกลางอากาศ
“ฟิ้ว!” ทันใดนั้นลมพัดกระโชกแรง ผู้าุโลองกระบี่ใจสั่นสะท้าน ยกกระบี่ตั้งรับตามสัญชาตญาณ!
“เคร้ง!” หัวหนึ่งของสุนัขโลกันตร์สามหัวกัดกระบี่ของผู้าุโลองกระบี่!
“ตายซะ!” ผู้าุโลองกระบี่แสยะยิ้ม ลมปราณมหาศาลส่งผ่านจากฝ่ามือเข้ามาสู่กระบี่!
หากสุนัขโลกันตร์สามหัวคิดจักหนี ผู้าุโลองกระบี่ไม่มีทางจับตัวมันได้อย่างแน่นอน ทว่ามันกลับพุ่งตรงเข้ามาจู่โจม ทำเช่นนั้นมิต่างอะไรกับฆ่าตัวตาย ด้วยพลังของผู้าุโลองกระบี่ย่อมสามารถสังหารสุนัขโลกันตร์สามหัวได้อย่างง่ายดายเพียงกระบี่เดียว!
“ตายซะเถอะ!” แสงสีทองสาดส่องบนกระบี่ยาว แสงจรัสแจ้งแปรเปลี่ยนเป็งูหลามั์กลืนกินสุนัขโลกันตร์สามหัว!
แววตาของสุนัขโลกันตร์สามหัวประกายแสงไม่แยแส มันอ้าปากปล่อยตราประทับอันหนึ่ง!
ในตอนนั้นผู้าุโลองกระบี่ใจหล่น “ตุ้บ” ตกลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม เขามีลางสังหรณ์ไม่ดีบางอย่าง เขาััได้ถึงอันตรายจากตราประทับนั่น
“ครืนน!” อักขระิญญาหลายเส้นอักขระปรากฏบนตราประทับ แสงกระบี่ของผู้าุโลองกระบี่สลายหายไปในทันที กระทั่งกระบี่ยังหม่นหมองปราศจากแสง กลายเป็เพียงเหล็กขึ้นสนิมในพริบตา
ม่านตาของผู้าุโลองกระบี่หดเล็กเหลือเท่ารูเข็ม เขาทิ้งกระบี่แล้วะโถอยหลังหนีอย่างรวดเร็ว เขาใช้ลมปราณหล่อเลี้ยงกระบี่ยาวมานานหลายสิบปี คิดไม่ถึงเลยว่ามันจักถูกทำลายได้ง่ายปานนี้!
“นั่นมันอะไร เหตุใดถึงได้น่ากลัวเฉกเช่นนี้!” ผู้าุโลองกระบี่ตะลึงจังงัน
ขณะนั้นเองสุนัขโลกันตร์สามหัวขับเคลื่อนตราประทับอีกครั้ง มันพุ่งตรงเข้ามามาดหมายสยบผู้าุโลองกระบี่เสีย!
“โฮกกก!” ผู้าุโลองกระบี่คำรามออกมาดั่งสัตว์ป่า แสงสีทองสว่างจรัสแจ้งทั้งสรรพางค์กาย หางขนาดใหญ่ประจักษ์กลางแสงสีทองพุ่งเข้าปะทะกับตราประทับ!
“อั่ก!” ตราประทับลอยกระเด็น ผู้าุโลองกระบี่เองก็กระอักโลหิต ตัวกระเด็นไปอีกทางเช่นเดียวกัน!
“สมบัติโบราณดึกดำบรรพ์!” ผู้าุโลองกระบี่มองตราประทับที่ลอยอยู่กลางอากาศด้วยความใ!
[1] อุปมาหมายถึง เหตุการณ์เปลี่ยนแปลงเล็กน้อย
