“แฮกๆ”
จั๋วอวิ๋นเซียนเหนื่อยล้าอย่างยิ่ง เขาไม่เคยรู้สึกเหนื่อยเช่นนี้มาก่อน เหมือนพลังแฝงในร่างกายของเขาถูกกระตุ้นออกมาใช้จนหมด จากนั้นค่อยๆ เข้าใกล้ขีดจำกัดมากขึ้นทีละน้อยๆ เขาพยายามทะลวงขีดจำกัดครั้งแล้วครั้งเล่า!
ถึงแม้เขาจะหมดเรี่ยวแรง ทว่าลมหายใจของเขากลับมั่นคงยิ่งขึ้น บริสุทธิ์มากขึ้นทีละน้อยๆ ดุจดังพื้นดินที่กำลังหลับลึก ทั้งกว้างใหญ่ไพศาลและหนาแน่นมั่นคง
เพียงชั่วพริบตา จั๋วอวิ๋นเซียนเข้าสู่สภาวะลึกลับ
ทุกลมหายใจของเขาราวกับพายุฝนไร้สุ้มเสียง ทุกครั้งที่ใจเต้นราวกับฟ้าผ่าะเืฟ้าดิน ทุกความคิดราวกับคลื่นมหาสมุทร ส่วนตัวเขาคือท้องนภาและผืนพิภพ ชีวิตผลิดอกออกผลก็เพราะเขา ทุกสรรพสิ่งมีชีวิตนิรันดร์ก็เพราะเขา
วิถีธรรมชาติ มนุษย์์รวมเป็หนึ่ง
……
เมื่อััได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของจั๋วอวิ๋นเซียน ความรู้สึกของเฉียนโม่กับโอวหยางเปลี่ยนไปทันที สายตาของเฉียนโม่เผยความรู้สึกประหลาดใจ ส่วนโอวหยางกลับรู้สึกซับซ้อน
เมื่อโอวหยางหลับตาลง จั๋วอวิ๋นเซียนในตอนนี้ราวกับหลอมรวมเข้ากับธรรมชาติรอบด้าน ทั้งที่ยืนอยู่ด้านหน้า กลับััถึงพลังชีวิตไม่ได้เลย สภาพเช่นนี้เหมือนกับเฉียนโม่อย่างไรอย่างนั้น เพียงแต่เฉียนโม่ยากแท้หยั่งถึง น่ากลัวยิ่งกว่า
‘มนุษย์์รวมเป็หนึ่ง’ เป็สภาวะที่ลึกลับอย่างหนึ่ง หากจะให้กล่าวอย่างชัดเจนแล้วมันคือการรู้แจ้ง ความแข็งแกร่งมิได้เพิ่มขึ้น ระดับพลังก็มิได้เพิ่มขึ้น ทว่ากลับทำให้รู้สึกกระจ่างใส หนึ่งความคิดหมื่นสรรพสิ่งก่อกำเนิด หนึ่งความคิดหมื่นสรรพสิ่งดับสูญ
เมื่อเห็นจั๋วอวิ๋นเซียนถอยไปครึ่งก้าวและใช้พลังเฮือกสุดท้ายแทงไปที่โอวหยาง โอวหยางไม่รู้สึกตัวแม้แต่น้อย เขายืนนิ่งกับที่ไม่ขยับเขยื้อน ยังคงหลับตาอยู่ที่เดิม
กระบี่นี้ดูธรรมดา ไม่ช้าไม่เร็ว
กระบี่นี้ดุจเทพเซียน สูงส่งสง่างาม
กระบี่นี้หวนคืนต้นกำเนิด อิสรเสรี
“พรวด!”
เมื่อโอวหยางลืมตาอีกครั้ง กระบี่ของจั๋วอวิ๋นเซียนจ่อที่คอของเขาแล้ว หากเข้าใกล้อีกเพียงนิด เขาคงตายอย่างไม่ต้องสงสัย
“ฉึบ!”
จั๋วอวิ๋นเซียนเก็บกระบี่ เขายืนเผชิญหน้ากับอีกฝ่าย ในใจมิได้รู้สึกโศกเศร้าหรือยินดี
โอวหยางวางสองมือลงแล้วกล่าวอย่างไร้อารมณ์ “ไป๋เฮ่อ เ้าแข็งแกร่งมาก อย่างน้อยพลังแฝงของเ้าก็สูงมากกว่าทุกคนที่ข้าเคยพบเจอมา ต่อให้บุตรแห่ง์อย่างเซียวอี้หรานก็เทียบกับเ้ามิได้ แต่พลังแฝงมิได้หมายถึงพลัง มีเพียงอัจฉริยะที่เติบโตขึ้นมาได้ ถึงจะเป็ผู้แข็งแกร่งอย่างแท้จริง”
พูดยังไม่ทันจบ โอวหยางก็ะเิพลังออกมา ั์กระดูกขาวถือขวานปรากฏด้านหลังของเขา นี่ถึงจะเป็พลังที่แท้จริงของเขา ‘ระดับกายาศักดิ์สิทธิ์’
เฉียนโม่มิได้สนใจเื่นี้แม้แต่น้อย โอวหยางก็มิได้สั่งให้ั์กระดูกขาวโจมตีจั๋วอวิ๋นเซียน เพียงแต่พลังอำนาจแห่งกายาศักดิ์สิทธิ์ ะเืฟ้าะเืดิน เพียงแค่ยืนตรงจุดนั้นจั๋วอวิ๋นเซียนก็ไร้เรี่ยวแรงตอบโต้อย่างสิ้นเชิง ทำได้เพียงอดทนรับอยู่เงียบๆ!
สะกด! สะกด! สะกด!
แรงกดดันน่าหวาดกลัวปกคลุมจั๋วอวิ๋นเซียนเอาไว้ ราวกับมีูเาั์กดทับบนร่างของเขาจนขยับตัวไม่ได้ ยากจะอดทนไหว ด้วยเหตุนี้ร่างกายและเข่าของเขาจึงค่อยๆ ย่อลง ค่อยๆ ทรุดลง
จิตใจของข้า ชีวิตนิรันดร์!
ิญญาของข้า อิสรเสรี!
ปณิธานของข้า ก้าวข้ามเหนือสรรพสิ่ง!
ก้าวข้าม! ก้าวข้าม! ก้าวข้าม!
จิตใจของจั๋วอวิ๋นเซียนยกระดับขึ้น เขายืดกายตั้งตรง ในร่างกายปรากฏกลิ่นอายสูงส่งขึ้น กายาศักดิ์สิทธิ์กดดันได้เพียงร่างกายของเขา แต่มิอาจสะกดปณิธานของเขาได้
ครั้งนี้ไม่เพียงโอวหยางที่รู้สึกใ แม้แต่เฉียนโม่ก็ตกตะลึงไม่น้อย! โดยเฉพาะเฉียนโม่ เพราะมีเพียงนางที่เข้าใจว่าการก้าวข้ามเหนือสรรพสิ่งนั้นมีความหมายอย่างไร
“เ้า…”
เดิมทีโอวหยางยังคิดจะสั่งสอนจั๋วอวิ๋นเซียนด้วยการชี้แนะสักสองสามประโยค แต่ทันใดนั้นเขาก็คิดได้ว่า สิ่งที่ตัวเองคิดจะทำนั้นมากเกินไปแล้ว!
“ลาก่อน!”
เมื่อกล่าวจบโอวหยางหันหน้าจากไปทันที รวดเร็ว เรียบง่าย จากไปด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ ดั่งเช่นยามที่เขามาครั้งแรก
แต่จั๋วอวิ๋นเซียนรู้สึกว่า พวกเขาจะต้องได้พบกันในอีกสักวันหนึ่ง ส่วนผลกรรมระหว่างเขากับนิกายเซียนโม่เหมิน ต้องจบลงสักวันหนึ่งเช่นกัน
……
“เ้าหนู เมื่อครู่นี้รู้สึกอย่างไรบ้าง?”
เฉียนโม่มิได้ขวางทางโอวหยาง กลับกันนางหันมามองจั๋วอวิ๋นเซียน “เ้าในตอนนี้ รู้สึกได้ใจมากใช่หรือไม่ แม้แต่ผู้แข็งแกร่งก็มิอาจกดดันเ้าได้?”
“ไม่เลย”
จั๋วอวิ๋นเซียนกล่าวด้วยความเคร่งขรึม “ผู้แข็งแกร่งระดับกายาศักดิ์สิทธิ์แข็งแกร่งมากจริงๆ หรืออาจเป็โอวหยางที่แข็งแกร่งมาก เพียงแค่เขาคิดก็กดดันข้าจนหายใจไม่ออกแล้ว หากจะลงมือขึ้นมาจริงๆ ข้าคงรับมิได้แม้แต่กระบวนท่าเดียวแน่! พลังอันยิ่งใหญ่สามารถสะกดทุกสิ่งอย่าง ไม่ว่าแผนการแบบใดล้วนไร้ประโยชน์”
เฉียนโม่พยักหน้าด้วยความพอใจเล็กน้อย “ไม่เลว ไม่เลว ดูเหมือนเ้าจะมิได้เหิมเกริมและมิได้ถูกชัยชนะทำให้หลงละเลิง ดังคำกล่าวว่าหนึ่งนักรบจัดการสิบคน ไม่ว่ามีวิธีการใดๆ ก็เป็ตัวช่วยเพียงเท่านั้น พลังถึงจะเป็รากฐานที่แท้จริง ข้าหวังว่าเ้าจะจดจำสิ่งนี้เอาไว้”
“ขอรับ”
จั๋วอวิ๋นเซียนรู้ว่าเฉียนโม่ปรารถนาดีกับเขา เขาจึงรู้สึกอบอุ่นมาก เขามิได้รู้สึกแค้นเคืองแม้แต่น้อย ความรู้สึกเช่นนี้ต่างจากฉินตงหวู่
“แต่ตอนนี้เ้ายังอ่อนแอเกินไป”
เฉียนโม่เปลี่ยนน้ำเสียงกล่าวว่า “วิชาบนแผ่นดินเซียนฉยงของพวกเ้าล้วนขาดตกบกพร่อง บ้างไม่สมบูรณ์ บ้างก็สุดโต่งเกินไป ถึงแม้จะไม่ค่อยเหมาะสมกับวิถีเซียนมากนัก แต่เนื่องจากพลังิญญาฟ้าดินแห่งนี้แห้งเหือดไปแล้ว วิชาเช่นนี้กลับเหมาะสมต่อการบำเพ็ญของพวกเ้า อาจจะลำบากไปบ้าง แต่นับว่าเป็วิธีขัดเกลาจิตใจที่ไม่เลวเลย…ในด้านของการบำเพ็ญแล้ว ข้ามิอาจชี้แนะเ้าได้มากเท่าไร พวกสมบัติิญญาข้าก็ไม่มี แต่ข้าสามารถมอบของหลายอย่างให้เ้าได้ คิดเสียว่าเป็การขอบคุณที่เ้าเอาผลไม้ิญญามาให้ข้ามากมายเพียงนั้น”
“หืม?”
จั๋วอวิ๋นเซียนตกตะลึง เขารีบโบกมือพลางกล่าวว่า “ผลไม้ิญญาเ่าั้มิได้มีค่าอันใด”
เฉียนโม่มองจั๋วอวิ๋นเซียนอย่างนิ่งเฉย นางกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ “ใช่ ผลไม้ิญญานั้นเป็ของที่มีอยู่ในมิติมายาสุญญตาอยู่แล้ว มิได้ล้ำค่าก็จริง แต่ของที่ข้าจะมอบให้เ้าก็มิได้ล้ำค่าเช่นกัน”
“……”
จั๋วอวิ๋นเซียนมึนงง เขาไม่รู้ว่าควรตอบอย่างไร สุดท้ายจึงทำได้เพียงแสร้งนิ่งเงียบ เอาเถอะ ท่านเป็ผู้าุโ ท่านว่าอย่างไรก็เป็อย่างนั้น ขอแค่ท่านพอใจก็พอแล้ว
จากนั้นเฉียนโม่กล่าวต่อว่า “วัตถุศักดิ์สิทธิ์ของเผ่าสมุทร ‘กระดูกิญญาั’ ไม่มีประโยชน์กับเด็กสาวเผ่าสมุทรเท่าไร แต่สำหรับเ้าแล้วมันเป็ของดีเลยทีเดียว เ้าเก็บเอาไว้ใช้เถอะ แล้วก็แก่นอสูรของเต่าทมิฬหมื่นปีก็เป็ของที่ไม่เลว…”
เมื่อจั๋วอวิ๋นเซียนได้ยินก็ใทันที “ผู้าุโ นี่…ท่านคงมิได้คิดจะฆ่าเต่าทมิฬะตัวนั้นหรอกกระมัง?”
“โฮก!”
เต่าทมิฬะที่อยู่กลางอากาศกู่ร้องด้วยความน่าสงสาร มันตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว
เฉียนโม่ถลึงตาจ้องจั๋วอวิ๋นเซียนอย่างไม่สบอารมณ์ จากนั้นหันไปกล่าวกับเต่าทมิฬะว่า “ไม่ต้องร้อง ข้ามิได้จะสังหารเ้า ก็แค่แก่นอสูรมิใช่หรือ มิได้จะเอาชีวิตเ้าเสียหน่อย”
เมื่อพูดจบเฉียนโม่ก็ส่งพลังเซียนาเข้าไปในร่างกายของเต่าทมิฬ มันตัวสั่นเล็กน้อย จากนั้นร่างกายขนาดมหึมาถึงกับค่อยๆ หดเล็กลง
“เป็อย่างไรบ้าง เ้าเต่าน้อย ได้ประโยชน์ไปแล้วก็รีบคายแก่นอสูรออกมาเสีย”
เมื่อได้ยินเฉียนโม่เร่งรัด จั๋วอวิ๋นเซียนเหงื่อตกอย่างห้ามไม่ได้ ที่จริงแล้วเขาอยากจะถามเฉียนโม่มากว่า ถึงอย่างไรเต่าทมิฬะก็มีชีวิตมานับหมื่นปีแล้ว ท่านไปเรียกอีกฝ่ายว่าเ้าเต่าน้อยเช่นนี้ ไม่กลัวอายุของตัวเองถูกเปิดเผยหรือ?
ทันใดนั้นจั๋วอวิ๋นเซียนรู้สึกเหนื่อยใจอย่างบอกไม่ถูก
ท้ายที่สุดเต่าทมิฬจึงคายแก่นอสูรออกมาอย่างไม่ยินยอม จากนั้นเฉียนโม่ก็โยนมันให้จั๋วอวิ๋นเซียน
