เซี่ยยวี่หลัวกำลังยิ้มยามที่นางแย้มรอยยิ้ม คิ้วงามโก่งโค้งช่างดูดียิ่งนัก แววตาเป็ประกายเหมือนดวงดาราทอแสงแต่ก็กว้างไกลไร้ขอบเขตดั่งทางช้างเผือก อ้างว้างวังเวง ไม่มีความอบอุ่นแม้แต่น้อย
เมื่อนางยิ้มกลับดูน่าสะพรึงกลัวกว่าเวลาโมโหเสียอีก
เถียนเอ๋อทำใจดีสู้เสือกล่าวต่อ "ว่าอะไร บอกว่าเ้าหน้าตาเหมือนนางจิ้งจอก! "
อิจฉา นางกำลังอิจฉาอย่างเห็นได้ชัด
เซี่ยยวี่หลัวแย้มรอยยิ้มจับใบหน้ารูปไข่ของตนเองที่งดงามถึงขีดสุด เอ่ยวาจายั่วโมโหจนเถียนเอ๋อแทบคลั่ง"หน้าตาดีก็เป็ความผิดของข้างั้นหรือ? ใครให้บิดามารดาของท่านไม่มอบหน้าตาเช่นข้าให้ท่านเล่า!ช่วยไม่ได้ ท่านอิจฉาไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา! "
เถียนเอ๋อโมโหจนแทบกระอักเื"เ้า เ้ามันหน้าไม่อาย! บากหน้าอยากเป็อนุของเซียวเหลียง เอาตัวเข้าแลกเพื่อหาเงินซื้ออาหารดีๆให้เด็กสองคนกิน เซียวยวี่ต้องขอบคุณเ้าจริงๆ ! "
รอยยิ้มบนใบหน้าเซี่ยยวี่หลัวพลันแข็งทื่อ
เซียวจื่อเซวียนจะพุ่งขึ้นหน้าอีกเซี่ยยวี่หลัวขวางเขาไว้
"เื่ระหว่างสตรี สตรีย่อมจัดการเอง พวกเ้าที่เป็บุรุษอย่าได้ยื่นมือเข้ามายุ่งประเดี๋ยวจะถูกหาว่าเ้าเป็ชายชาตรีรังแกนางที่เป็หญิงอ่อนแอเอาได้! " เซี่ยยวี่หลัวกล่าวเป็เชิงหยอกล้อ
เซียวจื่อเซวียนหัวเราะขำขันแทบแย่ พี่สะใภ้ใหญ่กล่าววาจาถากถางด้วยสีหน้านิ่งสงบเสียจริง
ยามเซี่ยยวี่หลัวยิ้มช่างงดงามอย่างแท้จริงทว่า รังสีที่แผ่ออกมาจากตัวนางกลับแฝงเร้นด้วยความเหี้ยมเกรียม เถียนเอ๋อเห็นแล้วก็รู้สึกขวัญผวา
เถียนเอ๋อในขณะนี้รู้สึกกลัวขึ้นมาจริงๆ
เซี่ยยวี่หลัวเดินขึ้นหน้าสองก้าวช้าๆเถียนเอ๋อหิ้วตะกร้ามองเซี่ยยวี่หลัวเดินเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ อย่างหวาดกลัว
เถียนเอ๋อถอยหลังอย่างต่อเนื่อง"เ้า… เ้าจะทำอะไร? "
เซี่ยยวี่หลัวเดินขึ้นหน้าสองก้าวยิ้มจนแทบไม่เห็นตา "ไม่ทำอะไรนี่ ข้าเพียงอยากถามท่าน ว่าตาข้างไหนของท่านที่เห็นว่าข้าบากหน้าไปขอเป็อนุของเซียวเหลียงอย่างหน้าไม่อายกัน? "
เถียนเอ๋อกล่าวด้วยสีหน้าดุร้าย"ข้าเห็นเซียวจื่อเซวียนส่งข้าวให้พ่อเซียวเหลียงทุกมื้อ เ้าดูแลพ่อเซียวเหลียงเ้ากล้าพูดหรือว่าไม่ได้ทำเพื่อประจบเซียวเหลียง? เซียวเหลียงรับซื้อผักตี้เอ่อไม่ให้ใครไปช่วย เหตุใดต้องให้เ้าไปช่วยงาน? ตัวเ้านอกจากจะมีใบหน้าดูดียังทำอะไรเป็อีก! หากเ้าไม่ได้มีอะไรกับเซียวเหลียง เขาจะให้เ้าช่วยงานหรือ? จ่ายเงินให้โดยที่เ้าไม่ต้องทำอะไรเลย! "
เซี่ยยวี่หลัวแทบอยากหัวเราะนี่มันตรรกะบ้าบออะไรกัน
เซี่ยยวี่หลัวถลึงตามองเถียนเอ๋อพร้อมกล่าวโดยเค้นเสียงลอดไรฟัน
"เซียวเหลียงรับซื้อผักตี้เอ่อในหมู่บ้าน ทุกเช้าบิดาของเขางานยุ่งจนแทบไม่มีเวลากินข้าวท่านเคยคิดหรือไม่ว่าเขาจะกินอะไร? บ้านข้าทำอาหารทำเพิ่มสำหรับอีกหนึ่งคนแล้วอย่างไร? ล้วนเป็คนในหมู่บ้านเดียวกันข้าแค่เห็นว่าบิดาเซียวเหลียงอยู่บ้านคนเดียวไม่ได้กินข้าว จึงช่วยดูแลเล็กน้อย แต่ท่านกลับหาว่าข้าประจบเซียวเหลียงอย่างหน้าไม่อายเทียนเอ๋อ ท่านยังมีหัวจิตหัวใจบ้างหรือไม่? "
มีชาวบ้านจำนวนหนึ่งเดินมาได้ยินวาจาของเซี่ยยวี่หลัว ไตร่ตรองสิ่งที่เซี่ยยวี่หลัวกล่าวมาโดยละเอียด จะไม่มีเหตุผลได้อย่างไร?
"นั่นสิ พวกเราไม่รอบคอบเอง ภรรยาเซียวยวี่กล่าวถูกแล้วบิดาเซียวเหลียงอยู่คนเดียว พวกเรายังไม่เคยคิดเลยว่าคนชราอยู่คนเดียวจะกินอะไร! "
"ภรรยาเซียวจิน เ้าไม่ต้องพูดแล้ว เื่นี้เ้าเป็ฝ่ายผิด ครั้งก่อนเ้ากับภรรยาไฉซุ่นใส่ร้ายภรรยาเซียวยวี่หัวหน้าหมู่บ้านโมโหเพียงใด หรือว่าเ้าลืมไปแล้ว? "
เซี่ยยวี่หลัวยิ้มอย่างเย็นเยียบพร้อมกล่าว"หากท่านรู้สึกว่ายังถูกขังในศาลบรรพชนไม่นานพอ ข้าสามารถไปพูดกับหัวหน้าหมู่บ้านให้ท่านได้จะช่วยบอกว่าท่านคิดถึงศาลบรรพชนยิ่งนัก ยังอยากไปคุกเข่าที่นั่นอีก ข้าเชื่อว่า หัวหน้าหมู่บ้านต้องยินดีที่จะส่งท่านไปแน่นอนเหล่าบรรพบุรุษสกุลเซียวก็คงอยากให้ท่านไปเซ่นไหว้พวกท่านแน่! "
สีหน้าของเถียนเอ๋อพลันดูขาวซีด
หากโดนขังในศาลบรรพชนอีกเซียวจินต้องตีนางตายแน่ แต่ความบาดหมางระหว่างนางและเซี่ยยวี่หลัว จะคลี่คลายง่ายๆได้อย่างไร!
เซี่ยยวี่หลัวจูงมือเด็กสองคนกลับบ้านตักน้ำอุ่นมาให้เด็กสองคนล้างหน้าจนสะอาด จากนั้นจึงให้ขนมคนละหนึ่งชิ้น เมื่อเห็นพวกเขากินขนมคำเล็กด้วยใบหน้ายิ้มแย้มไม่ได้ใกลัวเพราะถ้อยคำของเถียนเอ๋อเมื่อครู่นี้ นางจึงผ่อนลมหายใจด้วยความโล่งอก
อย่างไรเซียวจื่อเซวียนก็โตกว่าหน่อยเื่ที่เมื่อครู่เขาจะพุ่งไปชนคนอื่นด้วยความบุ่มบ่าม เซี่ยยวี่หลัวก็ยังต้องคุยกับเขาให้เข้าใจ
ปล่อยให้เซียวจื่อเมิ่งเล่นกับกระต่ายเพียงลำพังเซี่ยยวี่หลัวพาเซียวจื่อเซวียนเข้าไปในห้อง
"วันนี้เ้าจะพุ่งชนเถียนเอ๋อ เ้าเคยคิดหรือไม่ ว่าหากเ้าชนนางล้มจริงจนนางาเ็ หรือถ้านางแสร้งทำทีเป็าเ็ ผลที่จะตามมาจะเป็เช่นไร? " เซี่ยยวี่หลัวเอ่ยถามด้วยสีหน้าจริงจัง
เวลานั้นเซียวจื่อเซวียนโมโหจนแทบคลั่ง"ข้าไม่อาจทนเห็นนางว่าร้ายท่านเช่นนั้น ทั้งที่ความจริงพี่สะใภ้ใหญ่เป็คนหางานนี้มาให้ทุกคนแค่ไม่อยากถูกนินทาเลยไปหาท่านปู่เซียว แม่ต้าหมินไม่รู้จักสำนึกบุญคุณก็ไม่เท่าไรกลับยังมาใส่ความว่าท่านประจบท่านอาเซียวเหลียง นาง… ช่างน่าชังนัก! "
เมื่อเห็นเซียวจื่อเซวียนออกหน้าพูดแทนนางภายในใจเซี่ยยวี่หลัวรู้สึกดียิ่ง
"เด็กโง่ พี่สะใภ้ใหญ่รู้ว่าเ้าทำเพราะหวังดีต่อพี่สะใภ้ใหญ่ แต่เ้าเคยคิดหรือไม่ว่าหากวันนี้เ้าชนใส่เถียนเอ๋อจริง จนนางาเ็ เราจะแบกรับผลที่ตามมาได้งั้นหรือ? " เซี่ยยวี่หลัวเอ่ยถามเสียงเบา
เซียวจื่อเซวียนในเวลานั้นเหมือนราชสีห์ตัวน้อยที่คลุ้มคลั่งก็มิปานหากชนใส่เถียนเอ๋อจริง เดิมทีนางก็ไม่ใช่คนน่าคบหาที่จะพูดคุยได้ง่ายๆ อยู่แล้ว หากนางสร้างเื่อะไรขึ้นมาอีกเบาหน่อยก็เรียกร้องขอเงินหรือสิ่งของ หนักหน่อยเกรงว่าชั่วชีวิตนี้คงถูกเถียนเอ๋อเกาะติดเป็แน่
"แม่ต้าหมินไม่ใช่คนที่จะพูดคุยได้ง่าย พี่สะใภ้ใหญ่ไม่อยากให้เ้าถูกกุมจุดอ่อนเพียงเพื่อเื่เล็กแค่นี้เช่นนั้นได้ไม่คุ้มเสีย! " เซี่ยยวี่หลัวอธิบายอย่างใจเย็น
"พี่สะใภ้ใหญ่ ข้าเข้าใจขอรับ แต่ว่านาง… นางว่าท่านเช่นนั้น! " ภายในใจเซียวจื่อเซวียนยังคงรู้สึกโมโหอย่างไม่อาจสงบลงได้"ท่านไม่โกรธหรือขอรับ? "
"ข้าต้องโกรธอยู่แล้ว! เพียงแต่ สีดำย่อมไม่อาจกลายเป็สีขาว สีขาวก็ไม่อาจกลายเป็สีดำข้าได้กระทำหรือไม่ ภายในใจข้ารู้ดีว่าไม่ได้กระทำผิดต่อผู้ใด ไม่มีความจำเป็ต้องอธิบายให้นางฟังเราทำในส่วนของเรา เกี่ยวอะไรกับพวกเขาด้วย? หากเผชิญกับคนที่มีเหตุผลพวกเราสามารถอธิบายให้เข้าใจ แต่หากเผชิญกับคนไร้เหตุผลล่ะ? หากเป็คนที่มีจิตใจเหมือนแม่ต้าหมินในวันนี้ ต่อให้พวกเราอธิบายแค่ไหนหรือโมโหไปจะมีประโยชน์อะไร? จื่อเซวียน ไม่จำเป็ต้องโมโหกับคนที่ไม่คู่ควรให้เราโมโห และอย่ากลายเป็คนไร้เหตุผลเพียงเพราะอีกฝ่ายไร้เหตุผล"
เซี่ยยวี่หลัวเกลี้ยกล่อมอย่างใจเย็น"ความมุทะลุบุ่มบ่ามเสมือนมารร้าย แม้แต่เวลาที่พวกเราโมโหที่สุด ก็จะปล่อยให้มารร้ายตัวน้อยในใจเราออกมาไม่ได้"
เซียวจื่อเซวียนไม่มีอารมณ์โทสะอย่างเมื่อครู่แล้วนั่งเงียบอยู่บนเก้าอี้ ตั้งใจฟังเซี่ยยวี่หลัว
"คนที่ดูิ่เหยียดหยามเรา ไม่ว่าเราทำอะไรก็ผิด คนที่เชื่อใจเรา ไม่ว่าทำอะไรก็ไม่จำเป็ต้องอธิบาย"
เซียวจื่อเซวียนเงยหน้ามองเซี่ยยวี่หลัวแววตาไม่มีความสับสนอย่างเมื่อครู่อีก เป็ประกายเหมือนมีหมู่ดาราทอแสง เขามองเซี่ยยวี่หลัวกล่าวอย่างหนักแน่น "พี่สะใภ้ใหญ่ ข้าเข้าใจแล้วขอรับ! ต่อไปข้าจะไม่บุ่มบ่ามเหมือนวันนี้อีก"
เซี่ยยวี่หลัวลูบศีรษะเขาเสมือนเป็การให้รางวัลพร้อมยิ้มด้วยความรักใคร่เอ็นดู "ดีมาก จื่อเซวียนของข้าช่างเป็เด็กดีจริงๆ "
เซียวจื่อเซวียนเดินขึ้นหน้าสองก้าวพิงในอ้อมอกเซี่ยยวี่หลัว
บนกายพี่สะใภ้ใหญ่มีกลิ่นหอมเบาบางไม่ได้เข้มข้นดังกลิ่นหอมของดอกไม้ แต่กลับทำให้จิตใจสงบลงได้ในชั่วพริบตา เซี่ยยวี่หลัวกอดเขาไว้ในขณะนั้นเอง เซียวจื่อเมิ่งพุ่งพรวดเข้ามา บางทีอาจเพราะเล่นอยู่ข้างนอกนานแล้ว พบว่าตัวเองอยู่ตามลำพังจึงมาหาพวกเขา
เมื่อเห็นเซียวจื่อเซวียนพิงอยู่ในอ้อมอกพี่สะใภ้ใหญ่เซียวจื่อเมิ่งแย้มรอยยิ้ม กางแขนทั้งคู่ "พี่สะใภ้ใหญ่ข้าก็จะกอดเ้าค่ะ! "
โอบกอดเด็กสองคนไว้ในอ้อมกอดภายในใจเซี่ยยวี่หลัวรู้สึกดีเสียยิ่งกว่ากระไร
ในเวลานี้เอง เสียงเคาะประตู"ก๊อกก๊อกก๊อก" ก็ดังขึ้นจากด้านนอก "ภรรยาอายวี่ เ้าอยู่บ้านหรือไม่? "
เป็เสียงของเซียวเหลียง
เซียวเหลียงมาหานาง กลับทำให้เซี่ยยวี่หลัวรู้สึกใเล็กน้อย"ท่านอาเซียวเหลียง..."
"ภรรยาอายวี่ ข้าอยากถามเ้าเื่หนึ่ง! เ้ารู้จักซ่งฉางชิงงั้นหรือ? "
ซ่งฉางชิง?