“ไม่ได้ ในเมื่อพวกเขาโพกหน้าเอาไว้ ย่อมหมายถึงว่าไม่้าให้เราพบหลักฐาน ในเมื่อเ้าเมืองหยุนยังหาหลักฐานไม่ได้ พวกเราจะแหวกหญ้าให้งูตื่นได้อย่างไร หากตระกูลหยุนและตระกูลเจียงมีปัญหากันอีกครั้ง เช่นนั้นเื่นี้ต้องลากสำนักหยุนเฟิงเข้ามามีเอี่ยวแน่ ระหว่างนี้มีเื่มากมาย พวกเราจำเป็ต้องจับต้นสายปลายเหตุให้ได้เสียก่อน”
ซือถูหม่าห้ามลั่วซางที่กำลังวู่วาม หลงเหยียนตกตะลึงเล็กน้อย แท้จริงแล้ว การที่ใต้เท้าผู้นำส่งพวกเขาสองคนมาด้วยกันอาจมีเหตุผลเหมือนกัน ลั่วซางมีพร์ไม่เลว ทว่าอารมณ์ร้อน กลับกัน ซือถูหม่าใจเย็นมากกว่า
เ้าเมืองหยุนถอนหายใจ “หากเป็คนตระกูลเจียงจริงๆ ก็คงจัดการไม่ยาก เมื่อสองวันก่อน ขณะที่ข้าต่อสู้กับผู้มีพลังระดับชีพมนุษย์ เขาปิดหน้าปิดตา ทว่าบนตัวมีกลิ่นอายแห่งความชั่วร้าย คาดว่าที่คนตระกูลเจียงทำแบบนี้คงเพราะอยากบีบให้ข้าออกจากตำแหน่ง”
“หรือว่าคนตระกูลเจียงร่วมมือกับคนนอก?” ซือถูหม่าและลั่วซางตั้งข้อสงสัย หากคนที่อยู่เื้ัพวกเขาไม่ใช่สำนักหยุนเฟิง แล้วใครจะกล้าเพียงนั้น
เมื่อเ้าสำนักพูดประโยคนี้จบ คนในจวนต่างก็สงสัย ไม่ว่าอย่างไรสำนักหยุนเฟิงก็เป็สำนักฝ่ายคุณธรรม เป็มหาอำนาจระดับเดียวกันกับตระกูลอู่ตี้ ต้องไม่มีทางทำเื่แบบนี้เพียงเพราะช่วยตระกูลเจียงชิงตำแหน่งเ้าเมืองแน่
คนที่มีกลิ่นอายแห่งความชั่วร้ายทำให้หลงเหยียนนึกถึงสำนักมารขึ้นมาทันที
ตอนแรกหลงเหยียนอยากบอกการคาดคะเนของตัวเอง ทว่าเห็นลั่วซางก็อยู่ด้วย จึงกลืนคำพูดกลับเข้าไปในลำคออีกครั้ง พวกเขาน่ารังเกียจพอๆ กับสำนักมาร ล้วนอยากบีบตนให้ตายทั้งนั้น ดูเหมือนภารกิจในครั้งนี้น่าสนใจมากขึ้นแล้ว
นึกไม่ถึงว่าเื้ัของตระกูลเจียงจะเป็สำนักมารที่คอยสนับสนุน
‘สำนักมารอีกแล้วหรือ น่าสมเพช’ หลงเหยียนนึกในใจ เขากำหมัดแน่น
รอดูว่าลั่วซางกับพวกจะจัดการปัญหาอย่างไร หลงเหยียนจึงไม่ได้พูดอะไร
‘หึ พวกเ้าอยากจัดการข้าอย่างนั้นหรือ ฝันไปเถิด นอกเสียจากจะมอบผลประโยชน์แก่ข้า!’ หลงเหยียนคิดมาดีแล้ว พลังของตนจะทะลุขึ้นระดับชีพัขั้นที่เก้าแล้ว ยังขาดอีกแค่เล็กน้อยเท่านั้น
จากนั้นลั่วซางและซือถูหม่าก็จมอยู่กับความเงียบ พวกเขามองไปทางเ้าเมืองหยุน เ้าเมืองหยุนเองก็แสดงสีหน้าลำบากใจ
“ใต้เท้าตัวแทนทั้งสอง พวกท่านต้องช่วยพวกเราด้วยเถิด หลานสาวของข้าอยู่ในมือพวกเขา ไม่แน่ เ้าสารเลวนั่นอาจทรมานนางจนตาย”
เ้าเมืองหยุนดูน่าสงสารยิ่งนัก
หลงเหยียนตัดสินใจในใจแล้ว หากเ้าสองคนนั้นไม่ช่วยจริงๆ เช่นนั้นตนก็ต้องช่วยให้สุดทาง ไม่ว่าอย่างไร แค่ได้ยินชื่อของสำนักมาร หลงเหยียนก็เกลียดจนกัดฟันกรอดอยู่แล้ว
หลงเหยียนมองพวกเขาคุยกัน เดินถอยหลังมาหนึ่งก้าว จากนั้นก็มองไปทางซูจื่อมั่ว
“สหายมั่ว เ้าว่าใต้เท้าตัวแทนทั้งสองจะจัดการเื่นี้อย่างไร!”
ซูจื่อมั่วส่ายหน้า “ข้าก็ไม่รู้เช่นกัน ถึงกระนั้นเรารอดูสถานการณ์ก่อนเถิด”
หลงเหยียนพยักหน้า สายตาเขาประกายความเยือกเย็นออกมา ลั่วซางอยากสังหารตนมาตลอด ตอนนี้เ้าเมืองหยุนนั่นกลับไม่เชื่อมั่นในตัวตน ฉะนั้นหลงเหยียนจึงไม่จำเป็ต้องพูดมาก
ข่าวที่ได้มาจากเ้าเมืองหยุน คนพวกนั้นไม่ได้อยู่ในเมืองอารักษ์นิทรา พวกเขาไม่มีทางซ่อนตัวในตระกูลเจียงหรอก ทว่าต้องเลือกอยู่ไม่ห่างจากหุบเขาชูหยุน
ลั่วซางขมวดคิ้วมุ่น “หุบเขาชูหยุนหรือ?”
หุบเขาชูหยุนเป็สถานที่ที่คล้ายซ่อนอยู่กลางเมฆหมอก สภาพแวดล้อมอันตราย เหมาะแก่การหลบซ่อนเป็ที่สุด การจะหาตัวพวกเขาเจอในนั้นไม่ใช่เื่ง่ายอย่างที่คิด
ซือถูหม่าพูด “ดูเหมือนเราคงไม่มีทางอื่นแล้ว ต่อให้หาไม่เจอ เราก็ต้องเข้าไป ในเมื่อมาถึงแล้ว เราจะเสียเที่ยวไม่ได้เด็ดขาด วางใจเถิดเ้าเมืองหยุน เื่นี้เราจะรับผิดชอบเอง”
ซือถูหม่าทำให้หลงเหยียนยังรู้สึกว่าเขามีความเป็มนุษย์อยู่บ้าง ไม่ได้วู่วามเหมือนลั่วซาง
เ้าเมืองหยุนเช็ดน้ำตา เขารู้สึกตื้นตันจนไม่รู้จะเปรียบออกมาเป็คำพูดได้อย่างไร
“ได้ๆ เช่นนั้นข้าจะจัดเตรียมคนนำทางให้ทันที พาทั้งสองท่านเข้าสู่หุบเขาชูหยุน”
ขณะที่พูด เ้าเมืองหยุนก็โบกมือเรียกชายหนุ่ม “เ้าไปเตรียมพร้อมหน่อย ให้เสี่ยวหูนำทางพวกเขา”
“ขอรับ” ชายหนุ่มขานรับแล้วจากไป
ขณะนี้เอง ในที่สุดใบหน้าของเ้าเมืองหยุนก็ปรากฏรอยยิ้มจางๆ เพราะเื่นี้จึงดูออกว่า่นี้เขาไม่ได้พักผ่อนมาหลายวันหลายคืนแล้ว ด้วยร่างกายที่แก่ชราทำให้ร่างกายดูอ่อนแอลงมาก
เ้าเมืองหยุนโบกมือเรียกคนชราที่อยู่ข้างๆ พร้อมเอ่ยว่า “ไปเถิด ไปนำศพของปีศาจอสูรระดับมายาที่เราล่าได้มาที่ตำหนักจวนเ้าเมือง”
“ปีศาจอสูรระดับมายา?” เมื่อหลงเหยียนได้ยิน เขาก็ตาเบิกโพลงทันใด ศพปีศาจอสูรระดับมายา หากเพิ่งฆ่าได้ไม่นาน ในศพของปีศาจอสูรเ่าั้มีโลหิตมากมาย สามารถหล่อเลี้ยงหลงเหยียน หลอมกลายเป็พลังปราณ เลื่อนระดับพลังหลงเหยียนได้
นี่คือสิ่งที่หลงเหยียน้าเพื่อเลื่อนระดับพลังของตน ดูเหมือนปีศาจอสูรระดับมายาจะมาในเวลาที่เหมาะเจาะเสียจริง
หลงเหยียนวางแผนในใจแล้ว เมื่อได้ยินว่าเป็ปีศาจอสูรระดับมายา ลั่วซางและซือถูหม่าก็แสดงออกถึงความตื่นเต้น แล้วมองไปทางเ้าเมืองหยุน
ซือถูหม่าพูดขึ้น “แม้ปีศาจอสูรระดับมายาจะได้มายากยิ่ง ถึงอย่างไรพวกเราทั้งสองก็ไม่ได้้าปีศาจอสูรของท่าน วางใจเถิด ถึงไม่มีมัน พวกเราก็ช่วยท่านอยู่ดี จะจัดการภารกิจให้ลุล่วง”
ลูกแก้วปีศาจอสูรระดับมายาและิญญาอสูรคือสิ่งที่มีค่ามหาศาล เป็ของบำรุงสำหรับผู้ฝึกยุทธ์ชั้นดี
หลงเหยียนเห็นว่าพวกเขาไม่รับไว้ จึงร้อนใจขึ้นมาทันที
“เ้าเมืองหยุน ความหวังดีของท่าน ในเมื่อใต้เท้าตัวแทนทั้งสองไม่รับ เช่นนั้นข้าและสหายมั่วขอรับไว้เอง ไม่ว่าอย่างไร ท่านก็ให้ผลประโยชน์แก่ทั้งสองท่านมากขนาดนั้นแล้ว อย่างไรก็ตาม ข้าจะมาเสียเที่ยวคงไม่ได้”
เมื่อหลงเหยียนพูดคำนี้ ซูจื่อมั่วที่เดิมทีดูเป็คนเที่ยงตรงเบิกตากว้าง เขาไม่อยากเชื่อว่าหลงเหยียนจะเป็คนแบบนี้ ส่วนลั่วซางเองก็เบิกตาโตเช่นกัน “ไอ้หนุ่ม พูดอะไรของเ้า เ้าเมืองหยุนเกรงใจเรา ส่วนเ้ากลับหน้าไม่อาย”
หลงเหยียนมองไปทางลั่วซาง “เป็เพราะข้าโมโห ครั้งนี้พวกเราสี่คนมาด้วยกัน เหตุใดพวกท่านถึงนำรางวัลที่ท่านเ้าเมืองหยุนมอบให้เราสี่คน เก็บไว้ในถุงผ้าเฉียนคุนของตน ไม่ได้ หากไม่แบ่งให้ข้าหน่อย หลังจากได้กลับไป ข้าจะฟ้องท่านผู้นำ”
เ้าเมืองหยุนนึกว่าหลงเหยียนเป็คนสติไม่ดี ไม่รู้จักกาลเทศะ แม้กระทั่งเื่นี้ก็ยังดูไม่ออก ไม่แปลกใจเลยที่ลั่วซางไม่ชอบ
ลั่วซางกลับรู้ว่าหลงเหยียนเป็ผู้ฝึกยุทธ์อสูร ไม่แน่เ้าหมอนั่นอาจ้าปีศาจอสูรระดับมายา อยากได้ิญญาอสูร ลั่วซางจึงสบถเสียงเรียบ “ข้าจะมอบศพปีศาจอสูรให้เ้าก็ได้ ทว่าลูกแก้วปีศาจกับิญญาอสูร ข้าไม่ให้ เป็อย่างไร รางวัลนี้ยิ่งใหญ่มากใช่หรือไม่ หากเ้าไม่อยากรับก็กลับไป!”
สิ่งที่สำคัญที่สุดในตัวปีศาจอสูรก็คือลูกแก้วปีศาจและิญญาอสูร สำหรับคนอื่นแล้ว ศพปีศาจอสูรนั้นไม่มีประโยชน์เลย ลั่วซางเ้าเล่ห์นัก เขาจะเอาลูกแก้วปีศาจกับิญญาอสูรไว้เอง ช่างเป็คนที่จิตใจต่ำช้าจริงๆ
ซูจื่อมั่วกระตุกแขนหลงเหยียนก่อนจะเอ่ย “หลงเหยียน ข้าไม่เอาปีศาจอสูรพวกนั้นหรอก เ้าก็ไม่ต้องเอาดีกว่า มีเื่กับใต้เท้าลั่วซาง พวกเราคงลำบากแน่”
“เงียบ เ้าไม่เอา ข้าจะเอา…” หลงเหยียนแสร้งโมโห
“เหตุใดพวกเขาได้รางวัล กลับไม่มีส่วนแบ่งของเราบ้าง”
ซูจื่อมั่วส่ายหน้า เขาหมดคำพูดแล้ว
ลั่วซางกำหมัดแน่น ขณะที่กำลังจะปะทุ ซือถูหม่ากลับขวางเอาไว้
“เช่นนั้นก็เอาตามนี้เลยแล้วกัน มอบศพปีศาจอสูรให้เ้าเถอะ พวกเราคุยกันแล้วนะ แค่ศพเท่านั้น”
ขณะที่พูดเขาก็แอบยิ้มแล้วด่าหลงเหยียนในใจ
‘ขยันหาลูกเล่นไม่หยุดหย่อน’ ลั่วซางกัดฟันด้วยความโมโห
--------------------
