“ฉันจะไม่ยุ่งกับผู้หญิงของแก แต่ถ้าแกผิดหวังหรือเสียใจเพราะผู้หญิงคนนี้เมื่อไหร่ อย่าอ่อนแอให้ฉันเห็นก็แล้วกัน เพราะฉันจะส่งคนไปจัดการผู้หญิงคนนี้ทันที โทษฐานทำให้ลูกชายของฉันเ็ป” เทวทิณณ์ได้ยินดังนั้นจึงปล่อยยิ้มออกมา
“พ่อรักผมขนาดนี้เลยเหรอครับ”
“ก็แกเป็ลูกของฉัน” คำตอบของบิดาทำให้เทวทิณณ์เข้าไปกอดบิดาด้วยความซาบซึ้งใจ
“ขอบคุณนะครับ” ว่าแล้วชายหนุ่มก็เบี่ยงตัวเดินจากไป ท่ามกลางสายตาของพนักงานในบริษัท ที่มองร่างสูงในชุดนักศึกษาเป็ตาเดียวกัน
“ลูกชายของท่านเหรอ ตอนนั้นยังเด็กอยู่เลย นี่โตเป็หนุ่มขนาดนี้แล้ว” พนักงานแอบหันมากระซิบกัน
“ข่าวว่าอีกไม่นานก็จะเรียนจบแล้วนะ”
“เรียนจบแล้วยังไง จะมาทำงานที่นี่เปล่า”
“ท่านประธานคงไม่ปล่อยให้ไปทำที่อื่นหรอก”
“อ้าว แล้วคุณบรรพตของเราล่ะ จะทำไง” หญิงสาวทำตาโต แล้วเอ่ยถามอีกฝ่ายด้วยความแปลกใจ
“จะทำไงได้ คนหนึ่งลูกเลี้ยง อีกคนลูกแท้ ๆ สายเืยังไงก็ข้นกว่าน้ำ ทำใจเถอะว่ายังไงบริษัทนี้ก็ต้องเป็ของคุณเทวทิณณ์อยู่ดี”
“แต่คุณบรรพตกับคุณปรางทิพย์ทุ่มเทให้กับบริษัทนี้มากเลยนะ คิดไม่ออกเหมือนกันว่าถ้าบริษัทตกไปอยู่ในมือคุณเทวทิณณ์แล้ว พวกเราจะเป็ยังไง”
“นั่นสิ” เหล่าพนักงานจับกลุ่มคุยกันได้ไม่นานนัก ก็แยกย้ายกันไปทำงาน
ชนกันต์เดินทางไปยังร้านขายนาฬิกายี่ห้อดัง พร้อมกับความมุ่งมั่น ที่จะนาฬิกาเรือนแพง สองเท้าเดินเข้าไปก่อนที่พนักงานจะเข้ามาบริการด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
“ไม่ทราบว่ามีรุ่นนี้ไหมครับ” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นแล้วให้ดูรูปในมือถือ ก่อนที่พนักงานจะพยักหน้า แล้วหันไปยังนาฬิการุ่นที่ชนกันต์้า เขาสอบถามถึงรายละเอียดต่าง ๆ ด้วยท่าทางราบเรียบ เหมือนลูกค้าทั่ว ๆ ไป ก่อนที่ดาหรันจะกระตุกเสื้อของปุยนุ่นที่กำลังเดินเหม่อลอย ให้หันไปยังร้านนาฬิกาดังกล่าว
“นั่นใช่พี่ชายของพิมพ์มาดาหรือเปล่า” ปุยนุ่นหรี่ตาแล้วสังเกตท่าทางของชายหนุ่มครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบรับ
“ใช่ ทำไมเหรอ”
“ฉันว่า ฉันคิดอะไรออกแล้ว” สีหน้าเ้าเล่ห์ของดาหรันทำให้ปุยนุ่นขมวดคิ้วแปลกใจ
“อะไรเหรอ”
“ตามฉันมา”
ชนกันต์เข้าไปยังร้านอาหารแห่งหนึ่ง แล้วสั่งเมนูมาสองสามอย่าง ก่อนจะหันมายังกล่องนาฬิกาสุดหรู อดไม่ได้ที่จะเปิดชมความสวยงามของมัน ั้แ่พิมพ์มาดาเข้ามาในชีวิต บ้านของเขามีความเป็อยู่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ไม่ขัดสนเงินทองเหมือนก่อน อีกทั้งยังทำให้ชนกันต์ได้นาฬิกาแสนแพงอยู่อีกหลายเรือน ชายหนุ่มชื่นชมสิ่งของนั้นได้ไม่นาน ร่างของปุยนุ่นก็เดินเข้ามานั่ง ทำให้ชนกันต์ชะงักนิ่ง แล้วเอ่ยทัก
“ขอโทษนะ นั่งโต๊ะผิดหรือเปล่า” เขาเก็บนาฬิกาเข้ากล่องไป พร้อมกับเอ่ยถามผู้มาเยือนด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
“ไม่ผิดค่ะ เราอยากคุยกับเธอ”
“เธอเหรอ อยากคุยกับเรา ปกติเราเจอกันก็ไม่ค่อยได้ทักกันอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ วันนี้นึกไงล่ะ” ชนกันต์จับจ้องมองใบหน้าสวยหวานของผู้มาเยือน ก่อนที่อีกฝ่ายจะหันไปยังดาหรันที่ส่งสัญญาณให้อยู่ไกล ๆ
“เราอยากถามเธอ เื่ทิณณ์กับพิมพ์มาดา”
“ว่ามาสิ”
“ทิณณ์เขารักพิมพ์จริง ๆ เหรอ”
“เธอสนิทกับทิณณ์ไม่ใช่เหรอ น่าจะรู้นะว่าเขาเปลี่ยนไปแค่ไหน เธอน่าจะรู้ว่าน้องสาวเราทำให้ทิณณ์เข้าใจคำว่ารัก ต่างจากผู้หญิงทุกคนที่เข้ามา” คำพูดของชนกันต์ทำให้อีกฝ่ายชะงักนิ่งไป ก่อนที่ชายหนุ่มจะยู่คิ้วเล็กน้อย
“เธอมีอะไรมากกว่าจะถามเื่นี้หรือเปล่า มีอะไรก็ถามมา เราไม่ปิดบังอยู่แล้ว” คำพูดของเขาทำให้หญิงสาวตัดสินใจพูดบางอย่างออกมา
“กันต์...เรารู้ว่าเราโง่มาก ถ้าจะขอให้นายช่วยเราเื่นี้”
“เื่อะไร”
“ช่วยบอกพิมพ์..เลิกยุ่งกับทิณณ์ได้ไหม” ชนกันต์ได้ยินดังนั้นจึงหัวเราะออกมาอย่างไม่ตั้งใจ ก่อนที่หญิงสาวจะก้มหน้าลง เธอพยายามเก็บซ่อนความละอายไว้ ทว่าเมื่อชนกันต์หัวเราะเสร็จ เขาจึงยกมือเท้าคาง พลันมองใบหน้าสวยงามของเธอครู่หนึ่ง
“เธอบ้ามากเลยนะ ที่มาขอให้เราช่วยแบบนี้”
“เรารู้ แต่เราไม่มีทางอื่น ตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอก็เห็นไม่ใช่เหรอ ว่าเรากับทิณณ์สนิทกันมากแค่ไหน ใคร ๆ ก็รู้ว่าเรารักทิณณ์มานานแค่ไหน แต่อยู่ ๆ มีใครก็ไม่รู้เข้ามาในความสัมพันธ์ของเรา และขโมยหัวใจของเขาไป จะไม่ให้ฉันเสียใจก็แปลกเต็มที”
“แล้วไง” ชนกันต์เปรยออกมาอย่างไม่ใส่ใจนัก
“เธอพูดกับพิมพ์ให้ถอยออกจากความสัมพันธ์นี้ได้ไหม”
“ดาราดังอย่างเธอ ลดตัวลงมาทำเื่แบบนี้ ไม่คิดบ้างเหรอว่าถ้าใครรู้เข้า เธอจะเสียศักดิ์ศรีแค่ไหน” ชนกันต์ยกน้ำขึ้นดื่ม แล้วพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“นั่นเพราะเรารักทิณณ์มาก ทุกวันนี้เราไม่เคยนอนหลับได้เลยสักวัน คิดทุกทาง..” ยังไม่ทันที่ปุยนุ่นพูดจบ ชนกันต์ก็สวนขึ้นทันที
“ทำไมไม่ลองไปคุยกับพิมพ์มาดาด้วยตัวเองล่ะ ได้ข่าวว่าพิมพ์เขาชอบเธอมากเลยนะ”
“ถ้าฉันทำแบบนั้น แล้วทิณณ์รู้เข้า ทิณณ์ก็คงโกรธฉันไปตลอดชีวิต”
“แล้วเธอไม่คิดบ้างเหรอ ว่าเราจะบอกเื่นี้กับทิณณ์” ปุยนุ่นส่ายศีรษะ
