“เยี่ยเฉินเฟิง?”
เมื่อเห็นเยี่ยเฉินเฟิงปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าพร้อมพลังอำนาจดุดันที่แผ่ซ่านออกจากร่าง รูม่านตาของโยวซานเสียนก็หดเล็กลง สองมือยกไพล่ด้านหลังจ้องมองอีกฝ่ายพลางเอ่ยถามด้วยเสียงเ็า
“เ้าไม่เป็อะไรใช่ไหม”
เยี่ยเฉินเฟิงเมินเฉยต่อโยวซานเสียนและเอ่ยถามสารทุกข์สุขดิบของจีชิงเสวี่ยเป็อย่างแรก
เมื่อััความห่วงใยจากสายตาของอีกฝ่ายได้ นางจึงมองกลับไปทางร่างองอาจดุจทวนเหล็กกล้าของอีกฝ่าย ในใจของจีชิงเสวี่ยพลันไหววูบ น้ำตาร้อนผ่าวจำนวนมากเอ่อล้นออกมาคลออยู่เต็มดวงตาของนาง
นางไม่คิดเลยว่าในยามที่ตนเองตกอยู่ในอันตรายและสิ้นหวังมากที่สุด เยี่ยเฉินเฟิงจะเป็คนแรกที่รีบรุดมาช่วยเหลือนางเสมอ
“ไม่เป็ไร!”
จีชิงเสวี่ยส่ายหน้ารัวๆ ขบเม้มริมฝีปากของตัวเองแน่น พยายามกลั้นไม่ให้น้ำตาไหลออกมา
“เยี่ยเฉินเฟิง เ้านี่มันโอหังสมกับคำร่ำลือจริงๆ”
โยวซานเสียนเห็นว่าเยี่ยเฉินเฟิงเมินเฉยตนเองราวกับเป็อากาศธาตุ ดวงตาก็พลันทอประกายดุร้ายออกมา กลิ่นอายที่ปะทุออกมาจากร่างก็แกร่งกล้าขึ้นเรื่อยๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้นเสียงต่ำ
“เ้าไม่ใช่คนของสำนักฝึกยุทธ์อัคคี์?”
เมื่อรับรู้ถึงแรงกดดันที่ลอยอบอวลอยู่ในอากาศ เยี่ยเฉินเฟิงก็เพิ่มพละกำลังร่างกายให้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทว่าพลังที่แท้จริงของโยวซานเสียนนั้นแข็งแกร่งมากเกินไป การต้องแบกรับแรงกดดันที่อีกฝ่ายปลดปล่อยออกมาส่งผลให้พื้นใต้ฝ่าเท้าของเขาเกิดรอยปริแตกออกเป็หลายเส้นสาย
“ถูกต้อง” โยวซานเสียนเอ่ยตอบอย่างเยี่ยอหยิ่ง “เยี่ยเฉินเฟิง ข้าถูกใจนางและอยากจะรับเป็อนุภรรยา หากเ้ายอมยกนางให้ข้าแต่โดยดี วันนี้ข้าก็จะยอมปล่อยเ้าไป”
“ไม่มีทางหรอก”
ดวงตาของเยี่ยเฉินเฟิงทอประกายวาววับ อำนาจกระบี่อันรวดเร็วและดุดันขุมหนึ่งแผ่ซ่านออกมาจากร่างกาย ก่อนจะพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าและตัดทลายพลังอำนาจที่โยวซานเสียนปล่อยออกมาอย่างสิ้นเชิง
“เฉินเฟิง เ้าอย่าได้วู่วามไป” เมื่อเห็นว่าเยี่ยเฉินเฟิงมีท่าทีจะลงไม้ลงมือ ผู้าุโหลิวจึงรีบส่งกระแสเสียงมาบอกเขาทันที “โยวซานเสียนเป็ศิษย์จากตำหนักหยินหยางของนิกายอัคคี์ มีพลังอยู่ในเขตแดนจอมพลอสูรโลการะดับห้า อีกทั้งปู่ของเขายังเป็ผู้าุโประจำตำหนัก หยินหยางด้วย ไม่ว่าจะด้านพลังที่แท้จริงหรือขุมอำนาจหนุนหลัง เ้าก็ไม่อาจล่วงเกินได้ทั้งนั้น”
“หลานชายของผู้าุโตำหนักหยินหยาง”
พอได้ทราบฐานะของโยวซานเสียน เยี่ยเฉินเฟิงก็ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมอีกฝ่ายถึงได้อวดดีเช่นนั้น
“เยี่ยเฉินเฟิง ข้าจะให้เ้าได้รู้จุดจบของการปฏิเสธคำสั่งข้า”
โยวซานเสียนเดือดดาลมากที่ถูกเยี่ยเฉินเฟิงหักหน้าท่ามกลางสายตาของคนหมู่มาก ร่างเงาสูงใหญ่ราวห้าเมตรของกระทิงั์ซึ่งแผ่พลังอำนาจทะยานฟ้าก็ปรากฏขึ้นซ้อนทับร่างกายของเขา ก่อนจะกระโจนเหยียบอากาศและพุ่งตัวใส่เยี่ยเฉินเฟิง
“อำนาจกระบี่”
เมื่อเห็นว่าร่างเงาของกระทิงกำลังห้อตะบึงเข้ามา เยี่ยเฉินเฟิงก็ทำการหลอมรวมอำนาจกระบี่เข้าไว้ด้วยกัน กลายเป็เงากระบี่ที่พุ่งฟันออกไปด้านหน้าพร้อมกับปราณกระบี่ตัดเฉือนมวลอากาศชั้นแล้วชั้นเล่าก่อนจะฟาดฟันลงบนร่างเงามหึมาของกระทิง
“มอ...”
เมื่อถูกอำนาจกระบี่ที่เยี่ยเฉินเฟิงบีบอัดรวมเข้าไว้ด้วยกันโจมตีใส่ ส่วนหลังของร่างเงาบึกบึนของกระทิงก็ปรากฏรอยแผลขึ้นหนึ่งสาย จากนั้นคลื่นเสียงคำรามอันน่าหวาดกลัวก็ดังก้องออกมาจากปากของร่างเงากระทิงตัวนั้น ราวกับคลื่นสึนามิที่ม้วนตัวซัดโถมใส่เยี่ยเฉินเฟิง
“หลบเร็ว!”
เยี่ยเฉินเฟิงคิดไม่ถึงว่าร่างเงากระทิงจะน่าหวาดกลัวถึงเพียงนี้ อำนาจดาบที่ตนเองปลดปล่อยออกไปไม่สามารถทำอะไรร่างเงากระทิงตัวนั้นได้เลย จึงตัดสินใจอย่างเด็ดขาดเรียกใช้เคลื่อนย้ายเงาพรายและหายวับไปปรากฏตัวขึ้นที่ข้างกายของจีชิงเสวี่ยซึ่งกำลังใกลัวจนหน้าเผือดสี ตวัดแขนโอบเอวของนางเข้าหาอ้อมอกแล้วพลิ้วกายหนีไปอีกทาง
“ตูม!”
เรือนไม้ของจีชิงเสวี่ยพังทลายลงมาทันทีเมื่อถูกคลื่นเสียงคำรามของร่างเงากระทิงโจมตีใส่ เสียงที่ดังสนั่นสร้างความตื่นตระหนกไปทั่วสำนักฝึกยุทธ์อัคคี์
“เยี่ยเฉินเฟิง ชีวิตดีๆ ของเ้าคงจบสิ้นลงแค่นี้แหละ ล่วงเกินโยวซานเสียนเช่นนั้น ข้าอยากจะเห็นเหลือเกินว่าเ้าจะมีจุดจบเช่นไร” เซินถูขวงที่แอบดูอยู่จากที่ไกลๆ แสยะยิ้มชั่วร้ายบนใบหน้า หลังจากเห็นเยี่ยเฉินเฟิงยั่วโทสะของโยวซานเสียน
กล่าวได้ว่าการที่เยี่ยเฉินเฟิงและโยวซานเสียนขัดแย้งกันล้วนเกิดจากการชักนำของเขาทั้งสิ้น ชายหนุ่มที่คาบข่าวไปรายงานก่อนหน้านี้ก็เป็คนที่เขาจงใจส่งไปเช่นกัน
เขา้ายืมมือของโยวซานเสียนมาบดขยี้เยี่ยเฉินเฟิงให้ราบคาบ จะได้เป็การกำจัดเสี้ยนหนามในอนาคตให้หมดไป
“สมแล้วที่เป็ศิษย์จากนิกายใหญ่ โยวซานเสียนผู้นี้แข็งแกร่งมากจริงๆ” เยี่ยเฉินเฟิงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อยับยั้งเืลมที่ปั่นป่วนภายในใจ สีหน้าฉายแววเคร่งเครียดอยู่เล็กน้อย
“เฉินเฟิง เ้าเป็อะไรหรือเปล่า”
จีชิงเสวี่ยที่อิงแอบอยู่ภายในอ้อมกอดของเยี่ยเฉินเฟิงััได้ถึงลมหายใจที่สับสนของอีกฝ่าย จึงเอ่ยถามด้วยความเป็ห่วงเป็ใยด้วยจิตใจที่สั่นหวิว
“ไม่เป็ไร เ้ารออยู่ตรงนี้ก่อนนะ”
เยี่ยเฉินเฟิงส่ายหน้าปฏิเสธแล้วหยิบกระบี่หักออกมาจากถุงเอกภพ ก่อนจะก้าวฉับๆ กลับไปทางเดิมด้วยย่างก้าวที่หนักแน่นมั่นคง
“คุณชายโยว อย่างไรเสียที่นี่ก็เป็สำนักฝึกยุทธ์อัคคี์ ไม่ทราบว่าท่านพอจะเห็นแก่หน้าบางๆ ของพวกเราทั้งคู่ แล้วหยุดสร้างเื่ราววุ่นวายได้หรือไม่” ผู้าุโหลิวและผู้าุโถานไม่คิดว่าเื่ราวจะบานปลายจนถึงขั้นนี้ จึงรีบร้อนออกหน้าเจรจาหารือ
“เมื่อครู่ข้าสั่งให้พวกเ้าไสหัวไป พวกเ้าไม่ได้ยินหรืออย่างไร?” โยวซานเสียนเอ่ยเตือนด้วยสีหน้าดำทะมึน “ถ้ายังพูดมากอีกก็อย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจละกัน”
“เ้า...”
ผู้าุโหลิวและผู้าุโถานถูกท่าทางอวดดีของโยวซานเสียน กระตุ้นโทสะจนตัวสั่นเทิ้ม ทว่าพวกเขาเป็แค่ผู้าุโของสำนักฝึกยุทธ์ ไม่มีอำนาจอะไรจะไปทัดทานโยวซานเสียนได้อย่างแท้จริง
“เยี่ยเฉินเฟิง ตอนนี้เ้าน่าจะเข้าใจดีแล้วสินะว่าความต่างชั้นของพวกเรามันมีมากมายแค่ไหน” โยวซานเสียนเห็นสีหน้าเคร่งขรึมของเยี่ยเฉินเฟิงจึงเอ่ยเยาะเย้ย “แต่ข้าจะให้โอกาสเ้าได้มีชีวิตอยู่ต่อไป ขอแค่เ้ายอมคุกเข่าลงแล้วโขกศีรษะคารวะข้าสักหนึ่งร้อยครั้งอย่างว่านอนสอนง่าย บางทีข้าอาจจะยอมใจดีไว้ชีวิตสุนัขอย่างเ้าก็ได้”
“โยวซานเสียน เอาชนะข้าให้ได้ก่อนดีไหมค่อยมาพล่าม”
เยี่ยเฉินเฟิงสูดหายใจเข้าไปลึกๆ แล้วฝืนบังคับร่างกายตัวเองให้ทะลวงผ่านเขตแดนโดยไม่สนใจความมั่นคงของรากฐาน
หลังจากบ่มเพาะอย่างหนักหน่วงอยู่ภายในค่ายกลรวมิญญา เยี่ยเฉินเฟิงก็อยู่ในจุดที่ใกล้จะทะลวงผ่านเขตแดนอยู่แล้ว ยิ่งอยู่ในสถานการณ์ที่มีแรงกัดดันอย่างหนัก พลังิญญาในร่างกายของเขายิ่งพุ่งสูงอย่างฉับพลัน ทะลุผ่านจุดคอขวดและทะลวงผ่านสู่เขตแดนปรมาจารย์อสูรมายาระดับหกได้โดยอัตโนมัติ
ทว่าการทะลวงผ่านในครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากการที่พลังิญญาเปี่ยมล้นออกมา ดังนั้นการฝืนตัวเองในคราวนี้จึงทำให้รากฐานในการบ่มเพาะของเขาเกิดความเสียหายไม่มากก็น้อย
“ทะลวงผ่านแล้ว?”
โยวซานเสียนเผยสีหน้าประหลาดใจออกมาเล็กน้อยเมื่อััได้ว่ากลิ่นอายพลังของอีกฝ่ายเพิ่มสูงขึ้นอย่างกะทันหัน เขาคิดไม่ถึงเลยว่าเยี่ยเฉินเฟิงจะทะลวงผ่านเขตแดนได้ในเวลาเช่นนี้
“น่าสนใจ น่าสนใจดีนี่ แต่เ้าคิดว่าการบรรลุเขตแดนปรมาจารย์อสูรมายาระดับหกมันช่วยอะไรได้หรือ?” โยวซานเสียนเอ่ยขึ้นด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยรังสีฆ่าฟัน “ข้ายังคงปลิดชีพเ้าได้อย่างง่ายดาย ไม่ต่างอะไรกับการเชือดไก่ตัวหนึ่ง”
“ะเิพละกำลังทั้งหมด”
หลังจากบรรลุเขตแดนปรมาจารย์อสูรมายาระดับหก พละกำลังของเยี่ยเฉินเฟิงก็เพิ่มสูงขึ้นถึงเจ็ดหมื่นจิน ในเสี้ยววินาทีที่เขาเพิ่มระดับพละกำลังจนถึงขีดสุด มวลอากาศรอบข้างแทบจะไม่สามารถเข้าประชิดร่างกายของเขาได้เลย
“หะ...”
รอยยิ้มอวดดีบนใบหน้าของโยวซานเสียนแข็งค้างอย่างฉับพลันทันทีที่เขารับรู้ถึงพละกำลังอันแข็งแกร่งของเยี่ยเฉินเฟิง เพราะต่อให้เป็ตัวเขาเองก็ยังไม่อาจมีพละกำลังที่น่าหวาดกลัวขนาดนี้ได้เลย
“เคลื่อนย้ายเงาพราย!”
หลังจากพละกำลังพุ่งสูงถึงขีดจำกัดแล้ว ใต้ฝ่าเท้าของเยี่ยเฉินเฟิงก็เกิดแสงสว่างวาบ ร่างกายแปรเปลี่ยนเป็เงาลวงตาที่รวดเร็วอย่างยิ่งและพุ่งโจมตีใส่โยวซานเสียน
“ท่วงทำนองแห่งเงา! ในสำนักฝึกยุทธ์อัคคี์จะไปมีเคล็ดิญญาด้านความเร็วที่แฝงท่วงทำนองแห่งเงาได้อย่างไร”
เมื่อเห็นเยี่ยเฉินเฟิงแปรเปลี่ยนรูปลักษณ์เป็ร่างเงาลวงตาได้ภายในเสี้ยววินาที ในใจของโยวซานเสียนก็ยิ่งตื่นตระหนกเข้าไปใหญ่ เพราะว่าเคล็ดิญญาที่มีท่วงทำนองแฝงอยู่นั้น แม้แต่ในนิกายอัคคี์ยังหาได้ยากเลย
“อำนาจกระบี่!”
เสี้ยวพริบตาที่เข้าประชิดตัวโยวซานเสียน ภายในกระบี่หักก็พลันเปล่งรัศมีกระบี่อันแวววาวออกมา พุ่งตัดเฉือนไปทางร่างกายของอีกฝ่าย
“ทวนเมฆาม่วง”
เมื่อเห็นคลื่นกระบี่คมกริบจู่โจมเข้ามา โยวซานเสียนก็แตะถุงเอกภพอย่างรวดเร็ว ทวนเมฆาม่วงที่ส่องประกายแสงสีม่วงก็บินทะยานออกมา พุ่งตัวแทงปะทะกับคลื่นกระบี่ที่โจมตีโดยเยี่ยเฉินเฟิง
หลังจากทำลายคลื่นกระบี่ได้สำเร็จ โยวซานเสียนก็กวัดแกว่งทวนเมฆาม่วงสร้างรัศมีทวนอันแหลมคมออกมาทันที ก่อนที่รัศมีทวนเ่าั้จะพุ่งทะลุอากาศจนเกิดเสียงแสบแก้วหูและเข้าห้อมล้อมเยี่ยเฉินเฟิง
“ฉึก!”
เมื่อไม่อาจตั้งรับได้อย่างทันท่วงที เยี่ยเฉินเฟิงจึงถูกรัศมีทวนอันแหลมคมแทงเข้ากลางกระดูกซี่โครง กล้ามเนื้อปริแตกเหวอะหวะอย่างฉับพลัน เืแดงสดจำนวนมากไหลทะลักออกมาจากปากแผล
“ลูกบอลหนาม ทลาย!”
เสี้ยวพริบตาที่เยี่ยเฉินเฟิงได้รับาเ็ เขาได้กัดฟันทนหยิบลูกบอลหนามที่ได้มาจากจีเหยียนเจิ้งในตอนแรกออกมา ถ่ายเทพละกำลังเจ็ดหมื่นจินลงไปภายใน แล้วปาใส่โยวซานเสียนในระยะประชิด
“พรวด!”
เืกองหนึ่งสาดกระเซ็นขึ้นมากลางอากาศ โยวซานเสียนที่สบประมาทอีกฝ่ายจนไม่ได้เรียกใช้เกราะจิตอสูร ได้ถูกเยี่ยเฉินเฟิงใช้ลูกบอลหนามที่มีพละกำลังเจ็ดหมื่นจินกระแทกเกราะป้องกันจนแตกกระจาย แทงทะลุส่วนท้องของร่างกายจนเืไหลทะลักออกมาจำนวนมาก
ผลลัพธ์ของการเข้าห้ำหั่นกันอย่างดุเดือด คือถูกทำร้ายจนาเ็หนักกันทั้งสองฝ่าย
